Group Blog
 
 
เมษายน 2550
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
29 เมษายน 2550
 
All Blogs
 

Endless Love ความรักครั้งดียวของใจ

'Cause you,
You mean the world to me
Oh
I know
I know
I've found in you
My endless love’

เสียงเพลงหวานดังลอยมาจากเครื่องเสียงภายในร้านอาหารเล็กๆแห่งหนึ่ง กันติศากำลังนั่งอ่านหนังสือนิยายรักโรแมนติกอย่างชนิดที่ว่าไม่มีใครสามารถดึงเธอออกจากโลกของหนังสือเล่มนั้นได้เลย เธอเป็นลูกค้าประจำของร้านนี้มานานหลายปีแล้ว หลายครั้งที่เธอว่างจากการเป็นอาจารย์สอนพิเศษ เธอจะมานั่งอ่านนิยายรักหวาน ที่ร้านนี้โดยให้เหตุผลกับเจ้าของร้านใจดีว่า
‘คุณป้าแจงขา เพลงในร้านคุณป้ามันช่วยทำให้หนูอ่านนิยายแล้วอินมากขึ้นน่ะค่ะ’ ซึ่งคุณป้าร่างท้วมท่าทางใจดีก็ไม่ได้ว่าอะไร แถมยังจัดมุมส่วนตัวไว้ให้เธอด้วยอีกต่างหาก ความจริงแล้วเธอก็เอ็นดูสาวน้อยที่กำลังอ่านนิยายอย่างเอาเป็นเอาตายนั้นเหมือนลูกเหมือนหลานคนนึงของเธอเหมือนกัน เนื่องจากว่าเธอไม่มีลูกแถมสาวน้อยคนนี้ยังมาคอยพูดคุย มาช่วยงานยามที่คนเยอะทำให้เธอยิ่งเอ็นดูกันติศามากขึ้น
“ศา วันนี้หนูไม่มีสอนพิเศษเหรอจ๊ะ” คุณป้าเจ้าของร้านถามสาวน้อยที่ตอนนี้ยังคงนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ อยู่คนเดียวตรงมุมของร้าน
“มีสอนตอนห้าโมงเย็นค่ะ” เสียงใสตอบโดยที่สายตายังคงจับจ้องอยู่กับหนังสือรักเล่มล่าที่เพิ่งซื้อมาจากร้านหนังสือข้างๆเมื่อเช้านี้เอง เธอค่อยๆพลิกหนังสือด้วยความทะนุถนอมทีละหน้า ทีละหน้า ด้วยความที่เป็นรู้คุณค่าของหนังสือมาตั้งต่เด็กๆ เธอจึงรักและเอาใจใส่กับหนังสือเป็นพิเศษ
“ศาไปแล้วนะคะ ป้าแจง แล้วพรุ่งนี้จะศามาใหม่” ช่วงนี้เด็กเปิดเทอมทำให้เธอมีเวลาพักผ่อนในตอนกลางวัน แล้วค่อยออกไปสอนการบ้านเด็กๆตอนเย็น หรือว่าช่วงวันเสาร์-อาทิตย์มากกว่า งานสอนหนังสือเป็นอาชีพหลักที่กันติศาใช้เลี้ยงตัวเองมาหลายปีแล้วหลังจากจบปริญญาโท อาชีพที่เธอทำนี้เป็นอาชีพที่ทำให้เธอไม่ต้องลำบากในการหางานประจำทำ และเธอก็มีความสุขดีเวลาที่ไปสอนการบ้านเด็กๆ ตามบ้าน การที่ได้อยู่กับเด็กๆทำให้เธอเป็นคนมองโลกในแง่ดี สดใสอยู่เสมอ


“สวัสดีครับครูศา” เสียงเด็กชายร่างป้อมคนนึงวิ่งมาเปิดประตูให้
“หวัดดีครับเจมส์” เธอทักกลับไปยังลุกศิษย์ตัวน้อยวัยห้ามขวบ ที่เธอต้องมาสอนในวันนี้
“วันนี้เจมส์มีการบ้านเยอะมั้ยครับ” เสียงหวานเอ่ยถามเด็กชาย
“มีครับ วันนี้คุณครูสอนเจมส์บวกเลขด้วย” เด็กชายตอบอย่างภาคภูมิ
“งั้นเดี๋ยวเราไปทำการบ้านเลยนะครับ” แล้วคุณครูศาก็พาเด็กชายเจมส์เข้าบ้าน พร้อมทั้งทักทายคุณย่าของหนูน้อย
“สวัสดีค่ะ คุณป้า” เสียงหวานเอ่ยทักบุคคลที่สูงวัยกว่า ซึ่งเธอก็เอ็นดูครูสาวอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
“ไหว้พระเถอะจ่ะ หนูศา” หญิงผู้สูงวัยหากแต่ว่ายังดูดีเสมอตอบ หลังจากทักทายกันพอเป็นพิธีแล้ว คุณครูสาวจึงได้เริ่มสอนการบ้านของเด็กชายเจมส์ วันนี้เป็นเรื่องที่ยังใหม่สำหรับเด็กชาย เด็กชายจึงงอแงเล็กน้อยหญิงสาวจึงได้พยายามหว่านล้อมให้เด็กชายสนใจอยู่กับการบ้านตรงหน้า หากแต่ว่าด้วยวัยของเด็กชายเธอจึงบังคับอะไรไม่ได้มากนัก จึงได้ปล่อยเลยตามเลยบ้าง ให้พักวิ่งเล่นบ้าง การสอนในวันนี้ที่ตอนแรกคิดว่าจะแป็บเดียวเช่นทุกวันจึงยืดเยื้อกินเวลากว่า3ชั่วโมง ตอนแรกที่เธอคิดว่าสอนเสร็จแล้วจะไปซื้อของเข้าบ้าน กลับกลายต้องมานั่งเอาใจลูกศิษย์ตัวน้อยซะแทน ซึ่งตัวน้อยที่ตอนแรกเหมือนจะให้ความร่วมมือดีๆ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าเธอต้องมานั่งปวดหัวกับความงอแงของเด็กซะแล้วขณะที่เธอกำลังสอนอยู่นั้น ก็มีเสียงรถยนต์เข้ามาในบ้าน ซึ่งความจริงแล้วรถยนต์ก็เข้ามาในเวลานี้ทุกวัน แต่ว่าเธอไม่เคยได้อยู่ถึงเวลานี้เท่านั้นเอง
“พ่อ” เด็กน้อยรีบวิ่งไปทันทีหลังจากเครื่องยนต์ดับ เธอก็เลยต้องเดินตามไปดูซักหน่อย
“สวัสดีครับ” ชายที่เป็นพ่อของเด็กชายเจมส์ เอ่ยทักทายเธอขณะที่อุ้มลูกชายวัยห้ามขวบขึ้นมา
“สวัสดีค่ะ” เธอสังเกตได้ถึงใบหน้าที่มีเค้าว่าหล่อพอสมควร ที่ตอนนี้ดูอิดโรย และซูบซีดของเขา
“คุณคงจะเป็นครูศา เจมสฺเล่าให้บอกผมบ่อยๆใช่มั้ยครับ” เขายังคงถามเธอเรื่อยๆ โดยไม่วางลูกชายลงพื้น
“ค่ะ ฉันชื่อกันติศาค่ะ” หญิงสาวตอบเขาเรียบๆ
“งั้นวันนี้เจมส์คงดื้อกับคุณมากน่ะสิ่ครับ เพราะว่าปกติผมกลับบ้านมาทีไร คุณก็กลับไปแล้ว” เขายังคงพูดกับเธออยู่หน้าบ้าน
“ค่ะ แต่ว่าความจริงไม่ได้ดื้อหรอกค่ะ เผอิญว่าวันนี้การบ้านของเจมส์เป็นเลขบวกค่ะ แล้วเจมส์เค้ายังไม่เคยเรียนมาก่อนเลยเป็นแบบนี้ล่ะค่ะ คือว่าเค้ายังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ เลยต้องใช้เวลาอธิบายนานแล้วเค้ายังเด็กค่ะ สมาธิยังสั้นอยู่” เธออธิบาย
“ครับ งั้นเดี๋ยวผมมาช่วยคุณสอนนะ แต่ตอนนี้ผมขอตัวไปอาบน้ำก่อน” เขาพูดแล้วเดินเข้าไปในตัวบ้านพร้อมลูกชายที่ตกเป็นหัวข้อสนทนาเมื่อครู่


เมื่อเขาเดินไปเปลี่ยนชุดแล้ว แต่หญิงสาวยังคงสอนการบ้านของเจมส์อยู่ สอนไปสอนมาเด็กชายชักเริ่มเกิดอาการดื้อขึ้นมาอีกรอบ คราวนี้หญิงสาวไม่รู้จะทำอย่างไร
“มีอะไรให้ผมช่วยมั้ยครับ” เจ้าของบ้านหนุ่มถามคุณครูสาวที่ตอนนี้กำลังรบกับลูกชายของตัวเองอย่างหนัก
“คือว่าเจมส์เค้าไม่ค่อยมีสมาธิแล้วล่ะค่ะ เห็นทีว่าถ้าสอนต่อเจมส์เค้าจะไม่ชอบวิชาเลขเอาน่ะค่ะ” ครูสาวออกความคิดเห็น
“เหรอครับ” เขาตอบทำหน้านิ่งเหมือนจะคิดอะไรบางอย่าง
“เอางี้ เจมส์ ลูกทำการบ้านเสร็จแล้วเราไปทานไอติมกันมั้ยครับ” เขาเอ่ยไปถามเด็กชาย
“ดีครับพ่อ เจมส์อยากทานไอติม ครูศาไปด้วยกันนะครับ” ไม่วายหันไปชวยหญิงสาว
“จะดีเหรอคะ นี่ถ้าเจมส์ทำเสร็จมันก็ดึกแล้วนะคะ” หญิงสาวหันไปพูดกับพ่อของเด็กชาย
“ไม่เป็นไรหรอกครับ วันนี้เป็นโอกาสพิเศษด้วย ที่เจมส์เรียนบวกเลขแล้วทำการบ้านสร็จ”
“งั้นก็ได้ค่ะ เจมส์ไปทำการบ้านก่อนนะครับ” หญิงสาวหันไปพูดกับเด็กชายแล้วก็เริ่มสอนการบ้านอีกครับ แต่คราวนี้มีพ่อของเด็กชายร่วมวงด้วย และแล้วไม่นานการบ้านที่เด็กชายเอาแต่งอแงมาตลอดก็สำเร็จลุล่วงด้วยความโล่งอกของคุณครูสาว ดังนั้นเธอจึงต้องเลยไปทานไอติมกับสองพ่อลูกยามค่ำคืน


“ผมว่าเอาร้านนี้ดีกว่า เจมส์ชอบ” เขาขับรถพาเธอไปยังร้าไอติมร้านนึง ซึ่งเป็นร้านที่ตกแต่งอย่างน่ารัก ตัวร้านทาสีขาวฟ้า ภายในร้านก็ตกแต่งเป็นสีโทนเดียวกับตัวอาคาร และไอติมที่ร้านนี้ก้อร่อยจนเธออดใจไม่ไหวกินไปสามลูกรวด เรียกรอยยิ้มขันๆจากพ่อของเด็กชาย
“ผมว่าเจมส์กินเก่งแล้วนะครับ แต่คุณยังกินแซงไปอีก” เขาเอ่ยแซว แต่ก็ได้รับค้อนไปหนึ่งที
“คือว่าร้านนี้อร่อยดีน่ะค่ะ ฉันไม่ได้ทานไอติมอร่อยๆแบบนี้มานานแล้ว” เธอหันไปพูดเรียบๆกับเขา
“นั่นสิ่ครับ ผมเห้นคุณทานไอติมแบบนี้แล้ว ทำให้คิดถึงแม่ของเจมส์เค้าน่ะครับ” เขาพูดขึ้นมา ไม่รู้ว่าเหตุใดหรือว่าแสงไฟสะท้อนก็ไม่รู้ ทำให้ธอได้เห็นแววตาเศร้าจากเขา แต่ขาก้ยังเล่าเรื่องเกี่ยวกับภรรยาของเขาให้ฟังราวกับว่าเรื่องมันเพิ่งผ่านมาไม่กี่วันนี้เอง และเธอก็ยังได้ทราบข้อมูลใหม่ที่ได้ทราบคร่าวๆจากปากของเด็กชายที่ว่า แม่ของเขาขึ้นไปอยู่บนฟ้าแล้ว เพราะเธอประสบอุบัติเหตุทางเครื่องบินระหว่างที่จะบินไปหาเขาตอนที่เขายังเรียนปริญญาเอกอยู่ที่อังกฤษ ตอนนั้นเธอไปกับเจมส์ แต่ว่าเครื่องบินประสบอุบัติเหตุ เธอใช้ตัวเองเป็นที่บังให้เด็กชาย ทำให้ตัวเองเสียชีวิตคาทีส่วนตัวเด็กชายไม่เป็นอะไรเลย เมื่อเธอได้ฟังถึงตรงนี้ ทำให้เธอคิดถึงแม่ของตัวเองที่ตอนนี้แต่งงานใหม่ไปมีครอบครัวอยู่ที่สวิสเซอร์แลนด์ แต่ก็ยังคอยถามข่าวคราวจากเธอเป็นระยะๆ แล้วยังเคยชวนเธอไปอยู่ด้วยกันแต่ว่าเธอปฏเสธไปเพราะไม่อยากเป็นส่วนเกินของครอบครัวใหม่ของแม่ ดังนั้นเธอเลยใช้ชีวิตอยู่คนเดียวที่ประเทศไทย
แล้วเขายังเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับภรรยาของเขาอย่างมีความสุข แต่ใจเธอนั้นกลับรู้สึกเสียใจแทนเขา มันเป้นความรุ้สึกที่เธอก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงเกิดความรู้สึกแบบนี้ได้ แต่เธอก็คิดว่ามันคงเป็นเพราะเธออินกับเรื่องราวโรแมนติกของผู้ชายตรงหน้าก็ได้
“เป็นอะไรรึเปล่าครับ” เธอหลุดออกจากความคิดของตัวเองหลังจากที่เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ เพราะเห็นเธอมีน้ำตาซึม
“ปะ เปล่าค่ะ ไม่ได้เป็นอะไร” เธอรีบปรับสีหน้าเป็นปกติแต่ก็ไม่สามารถหลุดรอดจาดสายตาเฉียบคมไปได้
“ผมเห็นคุณนิ่งเงียบไป แล้วยังมีน้ำตาซึมออกมาอีก ผมทำอะไรให้คุณไม่สบายใจเหรอเปล่าครับ” เขาถามอย่างเป็นกังวล
“เปล่าค่ะ ฉันแค่คิดถึงเรื่องบางเรื่องเท่านั้นเอง ขอโทษนะคะที่ไม่ได้ตั้งใจฟัง”
“ไม่เป็นไรครับ” เขาตอบอย่างจริงใจ
“คุณคงรักเธอมากสิ่คะ”
“ครับ รักมาก” เขาตอบตรงๆตามความรู้สึก แต่นั้นยิ่งทำให้เธอรู้สึกแปลกๆขึ้นมาอีก
“ดึกแล้วค่ะ งั้นฉันขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ”
“บ้านคุณอยู่ที่ไหนล่ะครับ เดี๋ยวผมขับรถไปส่งดีกว่า นี่มันดึกเกินไปผมว่ามันเสี่ยงนะครับ” เขาพูดอย่างเป็นห่วงทำให้เธอปฏิเสธเขาไม่ลง เลยยอมให้เขาไปส่งที่คอนโด ระหว่างทาง เธอนั่งเงียบมาตลอดทางจมอยู่กับความคิดของตนเอง ส่วนเขาก็เหมือนจะรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่เลยไม่เอยรบกวนแต่อย่างใด แต่กลับเปิดเพลงEndless loveเบาๆ รวมทั้งเพลงหวานๆ อีกหลายเพลงไปจนถึงที่หมาย
“ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวกล่าวขอบคุณชายหนุ่มที่มาส่ง จะหันไปหาเด็กชายตัวน้อยที่นั่งอยู่ข้างหลังปรากฏว่าเด็กชายได้ข้าสู้ห้วงนินทราไปเรียบร้อยแล้ว เธอจึงไม่กวนแต่อย่างใด หันมายิ้มให้ชายหนุ่มอีกครั้งแล้วเดินขึ้นไปยังห้องของเธอทันที


คืนนั้นหญิงสาวนอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียงเพื่อที่จะข่มตัวให้หลับ แต่คราวนี้เธอทำไม่สำเร็จ สุดท้ายจึงออกมายังระเบียงรับลมยามดึก หันไปดูนาฬิกาก็บอกเวลาตีสามแล้ว แต่เธอก็ยังคงเดินมองวิวทิวทัศน์กรุงเทพมหานครยามดึก ตอนนี้บุคคลส่วนใหญ่คงจะหลับไปแล้ว เมื่อยืนอยู่นานพอสมควรแล้ว เธอไม่รุ้จะทำอะไร จึงหยิบหนังสือนิยายรักหวานมานั่งอ่านพร้อมทั้งเปิดเพลงเบาๆ ไปด้วย
ขณะที่คนอีกคนก็ไม่สามารถนอนหลับได้เหมือนกัน เขารู้สึกเหมือนแรงดึงดูดอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นกับเขา เพราะว่าตั้งแต่ภรรยาของเขาเสียชีวิตไปเขาไม่เคยพูดเรื่องการตายของเธอผู้ที่เป็นส่วนหนึ่งในหัวใจของเขา แต่มาวันนี้เวลาผ่านไปสามปีกว่าแล้ว เขาสามารถพูดออกมาได้ราวกับว่าความทรงจำเหล่านั้นมันไม่มีผลกระทบอะไรกับจิตใจของเขาแล้วเมื่อมีเธอมานั่งฟัง เป็นเพราะอะไรเขาก็ไม่สามารถตอบตัวเองได้เหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น กว่าจะเจอเธออีกก็คงจะเป็นมะรืนนี้สิ่นะ เพราะว่าเธอมาสอนการบ้านของลูกชายเขาวันจันทรื พุธ ศุกร์ นี้ก็เข้าวันพฤหัสแล้ว พรุ่งนี้แล้วสิ่นะที่จะได้เจอเธออีก และแล้วเหมือนเขาจะตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ เขาจึงหันตัวเดินกลับเข้าไปในห้องแล้วล้มตัวลงนอนทันที


นับตั้งแต่วันนั้นเขาก็พยายามกับบ้านเร็วทุกวันที่กันติศามาสอน และนั่นยิ่งทำให้แม่ของเขารับรู้ได้ว่าลูกชายตัวเองอาจจะมีความรักครั้งใหม่อีกครั้ง ดังนั้นมีครุสาวกลับบ้านไปแล้วเธอจึงเอ่ยถามลูกชายตรงๆ
“ทิศ ลูกชอบหนูศาใช่มั้ย” หญิงผู้สูงวัยเอยถามอย่างตรงไปตรงมา และที่สำคัญตรงประเด็น
“เอ่อ ผม ผมไม่ทราบเหมือนกันฮะแม่ แต่ผมรู้สึกดีที่ได้คุยกับเธอ” เขาตอบไปตามตรงเช่นกัน
“ลูกจะชอบใคร จะรักใครแม่ไม่ว่าหรอกนะ เพราะชีวิตเป็นของลูกเอง แต่ลูกแน่ใจเหรอว่าใจสองดวงมันจะตรงกันน่ะ” หญิงผู้สูงวัยกว่ายังคงถามต่อ
“ตอนนี้ผมยังไม่แน่ใจฮะ แต่ผมจะพยายามทำให้มันตรงกันให้ได้” เขาให้คำมั่นกับมารดา
“จะทำอะไรก็ทำซะลูก เดี๋ยวมันจะสายเกินไป” เธอเตือนลูกชายตัวเอง
“ฮะแม่”


“ให้ผมไปส่งนะครับ” เขาบอกเธอหลังจากที่เธอเก็บของเสร็จแล้ว
“เอางั้นเหรอคะ” กันติศาถามอย่างไม่แน่ใจ แต่เธอรู้สึกแปลกๆปนดีใจที่เขาจะมาส่งเธอ
“อย่างนี้แหละดีแล้วครับ คุณจะได้ปลอดภัย” เขาตอบ พร้อมทั้งช่วยเธอถือของไปที่รถ ทำให้เธอปฏิเสธไม่ลง นับแต่วันนั้นเขาก็เป็นคนมาส่งเธอที่คอนโดทุกวัน การกระทำทุกอย่างของเขาล้วนแต่เป็นสุภาพบุรุษตอลดเวลา ทำให้เธอไม่รู้สึกเหมือนว่าถูกคุกคามแต่อย่างใด หากแต่ทำให้เธอรู้สึกดี อบอุ่น ปล่อดภัย อย่างที่ไม่ได้พบเจอกับมันมานานแล้ว และแล้วเธอก็เหมือนว่าใจของตัวเองไม่ได้อยู่กับตัวเหมือนเช่นทุกครั้ง ยามเธอหลับตาเธอก็เห็นผู้ชายคนที่มาส่งเธอทุกวัน ยามว่างเมื่อเธอไปเดินห้างเธอได้เห้นเน็คไทด์เส้นหนึ่ง เธอก็คิดถึงเขาขึ้นมาและคิดว่าไทด์เส้นนี้มันเหมาะกับเขาคนเดียว เธอเลยไม่ลังเลที่จะซื้อไทด์เส้นนั้นไปฝากเขา ตอนเย็นเมื่อเธอมาสอนการบ้านเด็กชายเจมส์เธอก็ได้พบว่าวันนี้มีงานเลี้ยงเล็กๆ ภายในครอบครัว ตอนแรกเธอเปลี่ยนใจจะกลับไปแล้ว แต่เด็กชายก็วิ่งมาเห็นเธอซะก่อน
“พ่อครับๆ ครูศามาแล้ว” เด็กชายตะโกนไปหลังบ้านทันที
“เชิญเข้ามาเลยครับ” เสียงผู้เป็นพ่อตอบกลับมา เด็กชายไม่รอช้า รีบเปิดประตูบ้านให้เธอเข้ามาทันที เมื่อเธอเข้ามายังบ้านเธอก็ได้เห้นงานเลี้ยงเล็กๆนี้เว่าเป็นงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของสองพ่อลูกที่เกิดวันเดียวกัน
“สวัสดีค่ะ” เธอเดินไปสวัสดีกับหญิงผู้ที่เป็นย่าของลูกศิษย์เธอดังเช่นทุกวัน
“สวัสดีจ่ะ ตาทิศอยู่ในครัวน่ะ” หญิงชราบอก
“ค่ะ” แล้วเธอเดินไปยังคัวหลังบ้านที่ตกแต่งอย่างทันสมัย ก็พบกุ๊กพ่อลูกหนึ่งที่ตอนนี้หน้าตาที่หล่อเหลา มันเต็มไปด้วยเหงื่อ หญิงสาวเห้นแล้วก้อดยิ้มออกมาไม่ได้
“สวัสดีค่ะ” หญิงสาวเอ่ยทักเช่นทุกวัน
“ครับ”
“ให้ฉันช่วยนะคะ” หญิงสาวไม่รอให้เขาเอ่ยตอบแต่อยางใดเดินเข้ามาช่วยหยิบนู่น จับนี่ อย่างคล่องแคล่ว ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ถนัดด้านการทำอาหารสักเท่าไหร่แต่ว่าถ้าให้เธอช่วยหยิบ ช่วยหั่น อะไรเธอก็พอทำได้เพราะเธอเคยช่วยป้าแจง ตอนที่คนแน่นร้านอยู่เป้นประจำ นอกจากเธอจะเป็นลูกค้าแล้วเธอยังมาเป็นพนักงานเสริฟ(จำเป็น) หรือว่าผู้ช่วยแม่ครัว(จำเป็น)
“คุณทำอาหารเป็นด้วยเหรอครับ” ชามหนุ่มถามอย่างแปลกใจ
“ไม่เป็นหรอกค่ะ แต่ว่าพอจะช่วยเป้นแม่ครัวได้บ้าง” เธอตอบไปอย่างอารมณ์ดี
“ดีครับ อาหารเสร็จแล้วเรามาทานกันนะครับ”
“ค่ะ”
“วันนี้วันเกิดผมกับเจมส์น่ะครับ” ชายหนุ่มบอก
“ดีสิ่ค่ะ พ่อกับลูกเกิดวันเดียวกัน น่ารักดี”
“เหรอครับ” เขาพูดโดยไม่ได้หันมามองหน้าของเธอ เพราะว่ากำลังง่วนอยู่กับซอสสปาเก็ตตี้ของโปรดลูกชาย
ดังนั้นภาพที่แม่ของเจ้าของบ้านเห้นก็คือหนุ่มสาวสองคนกำลังมีความสุขระหว่างช่วยกันทำกับข้าว เหมือนคู่รัก ที่คุยกันอย่างสนุกสนาน รวมทั้งช่วยกันผัดช่วยกันชิม โดยมีชายหนุ่มสอนหญิงสาวทำกับข้าว ทำให้เธอวางใจได้เพราะลูกชายของเธอกำลังจะมีคนมาช่วยเยียวยารักษาแผลใจที่มันเรื้อรังมากว่าสามปีได้แล้ว ดังนั้นเธอจึงไม่รอช้า เมื่อหญิงสาวเดินออกมาจากครัว เธอจึงเชิญให้เธอเข้าไปยังห้องหนังสือทันที
ห้องหนังสือที่คุณเพียงนภาเชิญเธอเข้ามาคุยด้วยนั้น เป็นห้องหนังสือที่มีขนาดใหย่ไม่มากเท่าไหร่ แต่ก้สมกับขนาดของบ้านหลังงามที่เดินอยู่ตอนนี้ เธอมองไปรอบๆตัว เธอก็พบกว่าห้องหนังสือนี้มีหนังสือที่หลากหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นแนวแฟนตาซี แนวรักโรแมนติก หรือว่าสารคดี รวมทั้งหนังสือที่ค่อนข้างเก่าและหายกาบางเล่ม สามารถบ่งบอกได้เนอย่างดีว่าเจ้าของบ้านรักการอ่านหนังสือมากแค่ไหน เพราะหนังสืแต่ละดเล่มนั้นไม่มีรอยยับเลย แถมยังมีการห่อปกด้วยพลาสติกอย่างดีทุกเล่ม
“ค่ะ มีอะไรเหรอคะ” กันติศาที่เดินตามคุณเพียงนภานั่งลงหลังจากที่ได้รับอนุญาตให้นั่งแล้ว
“ก็ ฉันอย่างรู้ว่าหนุรู้สึกยังไงกับพาทิศลูกชายของฉัน” คุณเพียงนภาเอ่ยถามพร้อมน้ำเสียงจริงจังหากแต่ยังอ่อนโยน
“คือ หนูไม่ทราบค่ะ” กันติศาที่ตอนนี้ไม่แน่ใจใจตัวเองเหมือนกัน
“งั้นหนูรู้สึกยังไงมั่งล่ะ” เธอยังคงถามต่อเรื่อยๆ
“ก็หนูรู้สึกดีนะคะตอนที่อยู่ด้วยกัน รู้สึกอบอุ่น วางใจ” เธอยังคงตอบไปเรื่อยๆ
“งั้นถ้าฉันจะให้หนูมาเป็นคนคอยดูแลตาทิศล่ะหนูจะว่ายังไง” หญิงผู้สูงวัยยังถามอยู่
“แล้วคุณทิศเขาจะยอมเหรอคะ หนูเห็นเขารักภรรยาเขามาก” กันติศาอดรู้สึกน้อยใจไม่ได้ เพราะว่าเขายังคงมีใจให้ภรรยาของตัวเองอยู่ตลอดเวลา
“นั่นเป็นเพราะเขาเป็นคนจริงใจน่ะสิ่ รู้มั้ยแม่ไม่เคยเห็นเขายอมไปไหนมาไหนกับผู้หญิงคนไหนนอกจากหนูมาตลอดสามปีกว่าแล้วตั้งแต่แม่ของตาเจมส์เสียชีวิตไป”
“เหรอคะ” หญิงสาวรับคำงง นี่เขาชอบเธอเหรอ เป็นไปได้ยังไง เขาไม่เห็นแสดงท่าทีว่าชอบเธอเลยนี่นา หรือว่าที่เขาคอยไปส่งเธอทุกคืนนั้นเพราะเขาชอบเธอ ที่เขาคอยเป็นห่วงเธออีกเหมือนกัน เพราะว่าเขาชอบเธอจริงๆน่ะเหรอ เธอถามตัวเองอยู่หลายรอบ แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบที่พึงพอใจ
“ฮะ คุณแม่” เสียงทุ้มดังขึ้นเบื้องหลังของเธอ
“มานี่สิ่ลูก นั่งข้างๆหนูศาก็ได้” คุณเพียงนภาเรียกลูกชาย
“คุยกันไปนะ แม่ได้คำตอบที่แม่อยากได้แล้ว” คุณเพียงนภาทิ้งไว้แต่เพียงเท่านั้นแล้วลุกเดินออกจากห้องไป
“แล้วคุณคิดอย่างที่คุณตอบคุณแม่ไปจริงหรือเปล่า” ชายหนุ่มถามเธอทันที บทจะรุกก็รุกเกินจะระวังใจ บทจะเรียบๆก็เรียบซะน่ากลัว
“แล้วคุณคิดเหมือนที่แม่คุณบอกหรือเปล่าล่ะค่ะ” หญิงสาวไม่ตอบหากแต่ย้อนถามเขาแทน
“อืม ผมคิดว่าผมเจอคนที่จะเข้ามาหัวใจของผมได้แล้วนะ” เขาตอบเรียบๆแต่ว่าตานี่สิ่เป็นประกายลึกซึ้ง
“เหรอคะ แล้วเธอคนนั้นอยู่ไหนล่ะ” หญิงสาวฟังเขาตอบแต่กลับเข้าใจผิดความหมายไปไกลเลยทีเดียว เธอคิดว่าเธอคงจะไม่ใช่แล้วก็ไม่มีวันที่เขาจะมารักกับเธอได้
“อยู่ตรงหน้าผมเนี่ยแหละครับ” เขาตอบหน้าตาย แต่เธอนั้นหน้าแดงปรี๊ดๆไปแล้ว
“คะ?” เธอทวนคำอีกทีอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
“ผมรักคุณนะครับ มาเป็นคุณครูสอนการบ้านถาวรของเจมส์เถอะนะครับ แล้วก็มาเป็นลูกศิษย์วิชาทำกับข้าวถาวร และที่สำคัญมาช่วยเติมเต็มหัวใจของผมด้วยนะครับ” เขายกมือเธอขึ้นมากุมไว้อย่างอ่อนโยน ทำให้เธอรู้สึกว่าหัวใจที่เคยเหี่ยวแห้งมานาน กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
“ค่ะ” เธอตอบรับคำขอร้องนั้นอย่างมั่นใจ


และแล้วเขาก็เดินจูงมือเธอไปยังที่โต๊ะอาหาร อย่างมีความสุขพร้อมทั้งบอกกับลูกชายว่า
“เจมส์ครับ อยากให้คุณครูศามาสอนที่บ้านทุกวันมั้ย” เขาถามลูกชายแต่ว่ายังไม่ยอมปล่อยมือนิ่มเขาเธอ
“ครับพ่อ” เด็กชายตอบอย่างเห็นดีด้วย
“แล้วอยากให้คุณครูสอนการบ้านตลอดไปมั้ย”
“แน่นอนครับ คุณครูศาใจดีที่สุดเลย” เด็กชายตอบรับอย่างแข็งขัน
“งั้นคุณคงปฏิเสธอะไรไม่ได้แล้วล่ะครับ” เขาเอามือมาโอบเอวเธอไว้
“ค่ะ ฉันคงปฏิเสธคุณและหัวใจตัวเองไม่ได้อีกต่อไป ดังนั้นฉันจะขอร้องเพลง เพลงนี้เป็นเพลงโปรดและมีความหมายกับฉันมากนะคะ มอบให้คุณคนเดียว” แล้วหญิงสาวไม่รอช้า ร้องเพลงสดๆที่เธอจำได้จนขึ้นใจ คลอไปกับเสียงเพลงพาทิศเปิดแต่เสียงดนตรีโดยที่ตัดเสียงคนร้องออกไป แล้วเขาก้รู้สึกว่าเธอร้องเพลงนี้เพราะที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา



My love,
There's only you in my life
The only thing that's bright
ที่รัก มีเพียงเธอคนเดียวในชีวิตฉัน สิ่งเดียวที่ทำให้สว่างสดใส

My first love,
You're every breath that I take
You're every step I make
รักแรกของฉัน เธอคือทุกลมหายใจของฉัน เธอคือทุกสิ่งที่ฉันทำ

And I
(I-I-I-I-I)
I want to share
All my love with you
No one else will do...
และฉันก็อยากจะแบ่งปันความรักนี้แก่เธอ ไม่มีใครได้มัน

And your eyes
Your eyes, your eyes
They tell me how much you care
Ooh yes, you will always be
My endless love
และตาของเธอ มันบอกฉันว่าเธอแคร์ฉันมาแค่ไหน แน่นอนคุณเป้นที่รักตลอดไปสำหรับฉัน

Two hearts,
Two hearts that beat as one
Our lives have just begun
หัวใจ2ดวง รวมเป้น1 มันอยู่เหมือนเพิ่งเริ่มเกิดขึ้น

Forever
(Ohhhhhh)
I'll hold you close in my arms
I can't resist your charms
ตลอดไป ฉันจะเก็บคุรเอาไว้ในอ้อมกอด ฉันไม่สามารถต่อต้านความอ่อนโยนของคุณได้
And love
Oh, love
I'll be a fool
For you,
I'm sure
You know I don't mind
Oh, you know I don't mind
ความรัก ฉันอาจจะโง่ แต่สำหรับคุณ คุณรู้ฉันไม่สนใจ

'Cause you,
You mean the world to me
Oh
I know
I know
I've found in you
My endless love
เพราะคุณ คุณคือโลกทั้งใบสำหรับฉัน ฉันรู้ ฉันพบในตัวคุณ ความรักตลอดไปของฉัน

Oooh-woow
Boom, boom
Boom, boom, boom, boom, booom
Boom, boom, boom, boom, boom

Oooh, and love
Oh, love
I'll be that fool
For you,
I'm sure
You know I don't mind
Oh you know-
I don't mind
ความรัก ฉันอาจจะโง่ แต่สำหรับคุณ คุณรู้ฉันไม่สนใจ

And, yes
You'll be the only one
'Cause no one can deny
This love I have inside
And I'll give it all to you
My love
My love, my love
My endless love
ใช่ คุณคือหนึ่งในใจของฉัน ความรักนี้มีอยู่ภายในและฉันได้ให้มันทั้งหมดแก่คุณ ที่รัก ที่รักตลอดไป




 

Create Date : 29 เมษายน 2550
5 comments
Last Update : 29 เมษายน 2550 1:04:02 น.
Counter : 264 Pageviews.

 

เจิมส์อีกแร้วค้าบ^^

เรื่องน่ารักอ่านสบายๆใสๆ
คุนทิศก้ออบอุ๊นอบอุ่น55++
ว่างๆกุไปเปนครูสอนพิเศษมั่งดีก่า

...อ่านคนแรกเรยปะเนี่ย ปลื้มๆ
รีบๆลงเรื่องใหม่เร็วๆนะ

 

โดย: แป้งจี่ IP: 210.203.186.220 29 เมษายน 2550 13:02:11 น.  

 

มาทักทายค่า.. ขอบคุงที่แวะไปบล๊อคเราน่ะก๋า ... เรื่องสนุกดีค่ะ ชอบ ดช. เจมส์
ดูน่ารักๆๆ ดีอิอิ
แต่... ชอบคุณพ่อของเจมส์มากก่า อิอิ

..
จะรออ่านต่อไปน่ะค่า

 

โดย: chichiro 8 พฤษภาคม 2550 19:57:37 น.  

 

ยังไม่ได้อ่านเลยค่ะ

ง่วงนอนจัด แวะมา say goodnight นะคะ

 

โดย: asita 9 พฤษภาคม 2550 0:41:02 น.  

 

มาแอบอ่านค่ะ

เราเองก็ชอบเขียนอยู่เหมือนกัน

ถ้าไม่รังเกียจฟิคแบบ วาย ๆ

เชิญแวะไปที่บล็อกนะคะ

 

โดย: midnight train 12 สิงหาคม 2550 2:56:26 น.  

 

อ่านแล้วดีจังเลย

 

โดย: น้องหอมแดง 10 กันยายน 2550 23:52:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ชะนีน้อยในโลกสีพาสเทล
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Sweet
★~Teddy Bear ❤ Kitten~★
Friends' blogs
[Add ชะนีน้อยในโลกสีพาสเทล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.