... กายกับจิต ...

ทางกายนั้น ถ้ายืนอยู่นิ่งๆ
ก็เหมือนตัวคุณจะอยู่จุดเดิมได้จนกว่ากายจะแตกดับ
แต่ทางจิตแล้ว ถ้าไม่ก้าวหน้าคือคุณกำลังถอยหลังครับ
นั่นเพราะอะไร ?
พระพุทธเจ้าตรัสว่าจิตมีธรรมชาติไหลลงต่ำ
ถ้าคุณไม่ " ออกแรง " ทวนกระแสให้ขึ้นสูง
ปล่อยไว้เฉยๆจิตก็จะไหลลงต่ำไปเอง
อันนี้จริงหรือไม่จริงก็ขอให้ทบทวนดู
วันไหนนอนงอมืองอเท้าชนิดลืมโลกอยู่บนเตียง
ยิ่งนานใจจะมีลักษณะสดใสขึ้นหรือหม่นมัวลงเรื่อยๆ ?

การประมาทเฉื่อยเฉย
ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนกับเวลาที่ผ่านไป
พระพุทธเจ้าท่านตรัสเปรียบเทียบกับคนที่มีไฟไหม้ศีรษะ
แล้วไม่ขวนขวายพยายามหาทางดับ
ในที่สุดก็ดับไม่ทัน ต้องโดนไฟไหม้หัวไปตามระเบียบ

เราเจริญสติเพื่อบรรลุมรรคผลอย่างถูกต้อง
มรรคผลนิพพานจึงเป็นเป้าหมายที่ชัดเจนของการเจริญสติ
และเพื่อการนี้ พระพุทธเจ้าประทานวิธีสำรวจความเข้าใกล้มรรคผล
โดยอาศัยสิ่งที่เรียกว่า "โพชฌงค์ ๗"
กล่าวคือองค์ประกอบ ๗ ประการที่มีครบถ้วนอิ่มตัวบริบูรณ์เมื่อใด
มรรคผลก็บังเกิดขึ้นเมื่อนั้น







เมื่อทราบชัดว่าจะต้องมีองค์ประกอบครบทั้ง ๗ แล้วมรรคผลจึงบังเกิด
พระพุทธเจ้าก็ตรัสแนะให้สำรวจเป็นข้อๆ
ว่าเรากำลังมีคุณสมบัติหรือขาดสมบัติข้อใดในขณะหนึ่งๆ ไล่ไปตามลำดับ

หนึ่ง คือสำรวจตนเองว่ามีสติอยู่หรือเปล่า
ถ้าไม่มีก็หาทางทำให้มันมีเสีย

สอง คือสำรวจตนเองว่าสติที่มีนั้นเป็นไปเพื่อพิจารณาธรรมหรือเปล่า
ถ้าไม่มีก็หาทางทำให้มันมีเสีย

สาม คือสำรวจตนเองว่ามีความเพียร ไม่ย่อหย่อนขาดตอนอยู่หรือเปล่า
ถ้าไม่มีก็หาทางทำให้มันมีเสีย

สี่ คือสำรวจตนเองว่ามีความอิ่มใจอยู่หรือเปล่า
ถ้าไม่มีก็หาทางทำให้มันมีเสีย

ห้า คือสำรวจตนเองว่ามีความสงบกายสงบใจอยู่หรือเปล่า
ถ้าไม่มีก็หาทางทำให้มันมีเสีย

หก คือมีความตั้งมั่นแห่งจิตอยู่หรือเปล่า
ถ้าไม่มีก็หาทางทำให้มันมีเสีย

เจ็ด คือสำรวจตนเองว่ามีความเป็นกลางวางเฉยอยู่หรือเปล่า
ถ้าไม่มีก็หาทางทำให้มันมีเสีย







จะเห็นว่าองค์ประกอบข้อต่อๆมาเป็นเครื่องชี้เลย
ว่าองค์ประกอบข้อก่อนๆมีอยู่อย่างถูกต้องหรือผิดพลาด
เช่น ถ้ามีสติ มีการพิจารณาธรรม มีความเพียรต่อเนื่อง
แต่ไม่อิ่มใจ ไม่ชุ่มชื่น ไม่สงบระงับ
แต่กลับแห้งแล้งหรือเคร่งเครียดขึ้นทุกที
อย่างนี้แสดงว่ามาผิดทางแล้ว ถอยหลังแล้ว ไม่ใช่คืบหน้า

โดยใจความสรุปคือถ้าพบว่า
ตนเองมีทีท่าจะย่ำอยู่กับที่
ก็ให้สำรวจดูว่าเพราะขาดโพชฌงค์ข้อไหน
พอพบแล้วก็ทำให้มีขึ้นมาเสีย

ถ้าคุณมีสติ ก็ย่อมมีกำลังในการพิจารณากายใจในบัดนั้น
ถ้าคุณพิจารณาธรรมอยู่ด้วยสติที่เพียงพอ
ก็ย่อมมีความกระตือรือร้น ขยันหมั่นดูกายดูใจไปเรื่อยๆ
ถ้าคุณรู้สึกว่ามีกำลังมากพอจะเห็นกายใจอย่างต่อเนื่องสบายๆ
ก็ย่อมบังเกิดความอิ่มใจ เชื่อมั่นว่าตนเองทำได้ ทำดี ทำถูก
ถ้าคุณอิ่มใจเพียงพักเดียว
ก็ย่อมบังเกิดความสงบระงับไม่กวัดแกว่งทั้งกายใจ
เมื่อคุณสงบกายสงบใจนานพอ
ก็ย่อมบังเกิดความตั้งมั่นแห่งจิต เหมือนหินผาไม่หวั่นไหว
เมื่อคุณตั้งมั่นเหมือนหินผาอยู่
ก็ย่อมบังเกิดความเป็นกลางวางเฉย ไม่ยินดียินร้าย
นี่คือเส้นทางของ " ความเจริญ " แห่งสติอย่างไม่ต้องสงสัย






อย่างไรก็ตาม การก้าวหน้าทางจิตไม่ใช่มีแต่ขึ้นกับขึ้น
คุณจะพบว่าถึงแม้ทำความก้าวหน้าได้ ๗ ก้าว
จังหวะเหมาะหน่อยก็อาจถอยหลังได้อีกก้าวหรือสองก้าว
ไม่ว่าจะถอยมากหรือถอยน้อยก็ตามที
สำคัญคือ ทุกทีที่ถอย
ถ้าสำรวจว่าถอยมาอยู่ตรงไหน ระหว่าง
ขาดสติ ขาดการพิจารณา ขาดความเพียร
ขาดความอิ่มใจ ขาดความระงับกายใจ
ขาดความตั้งมั่น และขาดความเป็นกลางวางเฉย
ก็ให้รู้เท่าทัน และทำตามวิธีที่ถูกเพื่อให้มีขึ้นมา
เช่น ถ้ายิ่งเพียรยิ่งแห้งแล้ง
ก็ควรสังเกตว่าเพียรท่าไหนอย่างไรจึงชุ่มชื่นขึ้น เป็นต้น

สิ่งที่พระพุทธเจ้าประทานไว้
เป็นหลักในการเพิ่มความคืบหน้า
และลดโอกาสถอยหลัง
ก็คือการทำอานาปานสติ
หรืออาศัยลมหายใจเป็นที่ตั้งของสติ
โดยตรัสไว้อย่างชัดเจนว่าถ้าทำอานาปานสติเป็นแล้ว
ก็สามารถสำรวจความคืบหน้าคืบหลัง
ได้ระหว่างการเจริญสติรู้ลมหายใจนั่นเอง

ปัจจุบันอานาปานสติถูกนำมาปนเปกับการทำสมาธิทั่วไป
๙๙% หรือยิ่งกว่านั้นสำคัญผิด
คิดว่าแค่รู้ลมหายใจ เพ่งลมหายใจอยู่
ก็นับเป็นอานาปานสติแล้ว
แท้ที่จริงอานาปานสติต้องเริ่มจากความเข้าใจที่ถูกต้อง
คือต้องเข้าใจให้ชัดเสียก่อนว่าเราจะรู้ไปเพื่อให้เห็นความไม่เที่ยง
ทั้งของตัวลมหายใจเอง ทั้งของความรู้สึกที่จะเกิดขึ้น
กับทั้งสภาวะทางใจที่จะปรากฏตามมาเป็นลำดับ


ดังตฤณ
.......................................








" เขียนการ์ด ใบใหญ่ ใส่ท้องฟ้า

เอาดารา มาเรียงร้อย ถ้อยอักษร

หยิบจันทรา มาแต้ม แซมคำกลอน

ขอให้มีสุข สโมสร ตลอดไป "

ขอให้เพื่อนๆ ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขสดใสหัวใจเบิกบาน สงบและร่มเย็นและเจริญในธรรมยิ่งๆ ขึ้นไปค่ะ เส้นทางเดินสายใด ก็ไม่เที่ยงแท้ยั่งยืน
เท่าเส้นทางเดินสายธรรมนะคะ
โชคดีและมีแต่ความสุขมากๆ ตลอดปีและตลอดไปค่ะ
สวัสดีปีใหม่นะคะ











Create Date : 01 มกราคม 2553
Last Update : 1 มกราคม 2553 10:59:24 น.
Counter : 431 Pageviews.

3 comments
  


...

สวัสดีปีใหม่ค่ะ คุณทิวา
เข้ามาแล้วได้ข้อคิดดีๆ อีกแล้วค่ะ
โดย: MicroMirror วันที่: 2 มกราคม 2553 เวลา:23:25:16 น.
  
แวะมาทักทายค่ะคุณทิวา
ขอนำเอาสิ่งดีๆติดไม้ติดมือกลับไปด้วยค่ะ
มีความสุขมากๆค่ะ
โดย: pranfun วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:20:30:21 น.
  
แวะมาทักทายในวันหยุดจ้า
โดย: หน่อยอิง วันที่: 23 มกราคม 2553 เวลา:11:17:24 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ทิวาจรดราตรี
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ธรรมเป็นโอสถ ... แก้ทุกข์ทางใจ

" สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้น
สิ่งนั้นย่อมมีการดับไปเป็นธรรมดา
สิ่งทั้งหลายทั้งปวงเกิดขึ้นเพราะมีเหตุ
สิ่งนั้นย่อมดับได้
สิ่งทั้งหลายเกิดขึ้นในเบื่องต้น
ตั้งอยู่ในท่ามกลางและดับไปในที่สุด "
















มกราคม 2553

 
 
 
 
 
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
1 มกราคม 2553