ไฟเย็นก็เป็นไฟ

Savecyber
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Group Blog
 
 
มิถุนายน 2557
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
27 มิถุนายน 2557
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Savecyber's blog to your web]
Links
 

 
แชร์ประสบการณ์การออมเงิน (ฉบับคนธรรมดา) 3

ปี 2 เริ่มหาอาชีพเสริม เพราะตั้งเป้าหมายให้ตัวเองว่า จบปี 4 ต้องเก็บเงินให้ได้หลักแสน
เริ่มจากการเข้าไปติดต่อกับทางฝ่ายกิจการนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ขอทำงานพิเศษ ซึ่งโชคดีมากที่มหาวิทยาลัยของดิฉันมีกิจกรรมส่งเสริมให้นักศึกษามีรายได้พิเศษเพิ่มเติมระหว่างเรียน  



ทั้งรับจ้างพิมพ์งาน  สอนพิเศษ  หรือให้ไปเป็นสตาร์ฟ กิจกรรมต่างๆ ที่ทางมหาวิทยาลัยจัดขึ้น รวมไปถึงการที่เอกชนเข้ามาติดต่อ ขอแรงให้นักศึกษาไปช่วยงาน ซึ่งคิดค่าแรงเป็นงานๆไป อย่างรับจ้างพิมพ์งาน ถ้าเป็นการกรอกข้อมูล ก็จะคิดแผ่นละ 2 บาท หรือแล้วแต่ความยากของงาน

เป็นสตาร์ฟตามซุ้มงาน ไปคุมซุ้มเกมต่างๆ แนะนำวิธีเล่นเกมให้แก่ผู้เข้าชม  ตั้งแต่เวลา บ่าย - เที่ยงคืน  ได้ค่าจ้าง 900 บาท

รับจ้างสอนพิเศษ ลูกอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ได้เดือนละ 3000-5000 บาท  

เป็นสตาร์ฟในงานรับปริญญา ช่วยจัดแถวพี่ๆบัณฑิต ได้วันละ 300 บาท

ถ้าว่างจากการเรียนดิฉันก็มักจะทำงานเหล่านี้เสมอ  เพราะได้ทั้งเงิน และได้ทั้งเพื่อน ได้รู้จักเพื่อนๆจากคณะอื่นๆ ตอนนั้นเรียกได้ว่าเดินไปทางไหนก็รู้จักเค้าไปหมด เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากๆ หาเงินได้ด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก

จำได้ว่าครั้งแรกรับจ้างพิมพ์งาน  เค้าให้ระยะเวลา 1 สัปดาห์ ดิฉันทำ 2 วันแล้วเอางานไปส่งให้กับอาจารย์  อาจารย์ก็เอ่ยปากชมว่าทำงานเร็ว และพิมพ์ไม่ผิดเลย  ตอนนั้นได้ค่าจ้าง 300 บาท นั่งมองเงินแล้วน้ำตาไหล พูดกับตัวเองว่า เย้ๆๆๆๆๆ เราหาเงินเองได้แล้ว เงินนั้นดิฉันเก็บใส่ซองไว้ไม่ใช้เลยค่ะ  เสมือนว่าเงินก้อนแรกที่หามาเอง มันช่างน่าภูมิใจจนไม่รู้จะบรรยายยังไง

ทุกๆวันดิฉันก็จะเข้าไปเว็บไซต์หางานกับทางมหาวิทยาลัย เมื่อตรงกับช่วงที่ดิฉันว่าง หรือช่วงเสาร์-อาทิตย์ ก็จะลงทำงานนั้นเกือบทุกงาน
แต่บางทีก็คิดนะคะเพื่อนๆเค้าไปเที่ยว สนุกสนานกัน แต่เรามาทำงาน  ไม่ได้ไปเที่ยว  ก็มีช่วงนึง ที่ไปเที่ยวบ้าง แต่ดิฉันพบว่า การไปเที่ยวนั้น ถ้าไม่รวมว่าได้พักผ่อนหย่อยใจ สังสรรค์กับเพื่อน ก็มีแต่การใช้เงิน แล้วเงินที่เราใช้ก็เป็นเงินที่เราอุตส่าห์ทำงานแลกมา

หลังจากนั้น ไม่ค่อยออกไปไหนค่ะ ทำงาน และเรียนอย่างเดียว จนมีเงินเก็บครึ่งแสน ตอนนั้นนั่งดูเงินในบัญชี น้ำตาจะไหล  เราเกือบจะทำสำเร็จแล้ว  อีกครึ่งนึงเท่านั้น
บางคนสงสัยว่าเอ๊ะ!!  ดิฉันไม่ซื้อรองเท้า หรือเสื้อผ้า เหมือนๆที่นักศึกษาคนอื่นๆทั่วๆไปเขาทำหรอ ตอบเลยค่ะว่าซื้อ  ซื้อเยอะด้วย จำได้ว่าจบปี 4 มีรองเท้าเกือบๆ 40 คู่ เสื้อผ้าขนกลับบ้านสัก 2 กระสอบใหญ่ แต่เงินที่จะซื้อของพวกนี้ได้ ไม่ใช่เงินเก็บธรรมดาๆนะคะ  จะต้องมีกฏเกณฑ์  ดิฉันบอกกับตัวเองว่า ถ้าเก็บเงินได้ครบทุกๆ  5000 บาท จะซื้อของขวัญให้กำลังใจตัวเอง ซึ่งดิฉันชอบใส่ส้นสูง ชอบแต่งตัว ก็เลยมีรองเท้าและเสื้อผ้าเยอะเลย 


(นี่เป็นส่วนหนึ่งของรองเท้าสมัยเรียนค่ะ)
ช่วงปี 4 เป็นช่วงที่ต้องทำวิจัยและออกฝึกงานต่างจังหวัด ดิฉันจึงไม่ได้ทำงานเสริม  แต่ช่วงที่ฝึกงาน เราทำงานสายสุขภาพ เวลาเราไปดูเคส 
แวะไปพูดคุย ดูแล  รักษาเค้า เค้าก็จะให้สินน้ำใจเล็กๆน้อยๆ เป็นของขวัญบ้าง เงินเล็กๆน้อยๆบ้าง   ด้วยความที่เราคุยเก่ง คนไข้ก็จะชอบและมีกำลังใจทุกครั้งที่ได้คุยกัน พอถึงวันที่เค้าจะได้กลับบ้าน ก็จะบอกให้ลูกๆหลานๆเอาของมาฝากเต็มไปหมด  บางคนเอาเงินใส่ซองมีตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพัน  เราบอกไม่เป็นไรค่ะ ทำด้วยความเต็มใจ แค่หายดี กลับบ้านได้ หนูก็ดีใจแล้ว  เค้าก็บอกว่าไม่ได้ ไม่งั้นเค้าจะถือว่ารังเกียจเค้า
เราก็ต้องรับไว้  แต่ของขวัญและสินน้ำใจต่างๆ ดิฉันไม่เอาไปใช้แม้แต่บาทเดียว เก็บไว้มายังไงก็อยู่อย่างงั้น เอาไว้เป็นกำลังใจให้ตัวเอง ว่านี่แหละ คือผลตอบแทนของการทำหน้าที่ของเราอย่างดีที่สุด  




จนกระทั่ง การเรียนระดับมหาวิทยาลัยจบลง วันนั้นดิฉันมานั่งดูเงินในบัญชี  โอ้!!! พระเจ้า ฉันเก็บเงินได้เป็นแสนจริงๆด้วย
ดีใจ กระโดดโลดเต้นอยู่คนเดียว  น้ำตาไหล เป็นความดีใจที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทั้งเรียนจบได้ใบปริญญามาฝากคุณพ่อคุณแม่ ทำตามเป้าหมายที่ตัวเองตั้งไว้ได้  


ตอนแรกกะว่าจะเอาเงินไปดาวน์รถ แต่ไปๆมาๆ ไม่เอาดีกว่า เสียดาย อุตส่าห์เก็บมาตั้งนาน แค่รถจักรยานยนต์ที่มีอยู่ก็พาเราไปไหนมาไหนได้ตั้งเยอะ ที่บ้านก็มีรถยนต์อยู่แล้ว มี2คัน แต่คุณพ่อขับเป็นแค่คนเดียว เดี๋ยวเราเอาคันเก่ามาขับก็ได้ ถ้าไปต่างจังหวัดก็นั่งรถโดยสารไป ก็ถึงเหมือนกัน แล้วเดี๋ยวนี้การคมนาคมขนส่งก็มีให้เลือกตั้งเยอะแยะ ปัจจุบันก็เลยล้มเลิกการซื้อรถไป



Create Date : 27 มิถุนายน 2557
Last Update : 27 มิถุนายน 2557 17:21:24 น. 1 comments
Counter : 683 Pageviews.

 
ซื้อรถ ชื่อก็บอกอยู่แล้ว ว่า ลด ลดมูลค่าลงเรื่อย ๆ

พูดถึงเงินที่หามาเองได้ รู้สึกภาคภูมิใจเหมือนกันค่ะ

เคยคิดว่า ถ้ามีเงินชั้นจะซื้อ .............

แต่สุดท้ายพอได้มาแล้วกลับไม่อยากซื้อเลย เพราะเสียดายเงิน สุดท้ายก็ต้องเอาไปฝากธนาคารหรือไม่ก็ซื้อสลากออมสินทุกที


โดย: เด็กน้อยตัวแสบ วันที่: 30 มิถุนายน 2557 เวลา:14:33:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.