Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2559
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
30 พฤศจิกายน 2559
 
All Blogs
 
โซ่รักสีรุ้ง บทที่ ๖ - หัวใจอันซับซ้อน





สายรุ้งก้าวผ่านประตูเข้ามาด้วยสีหน้าแช่มชื่น แววตาของหล่อนสุกสกาวสดใสเปี่ยมไปด้วยความสุข...แบบที่ทำให้คนเป็นพี่ซึ่งกำลังเดินลงบันไดมาหยุดชะงักมองด้วยความแปลกใจ

“พี่ฝนจะออกไปไหนแต่เช้าคะ” สายรุ้งเอ่ยทัก พลางส่งถาดไม้ใบใหญ่ที่ถืออยู่ให้กับเด็กรับใช้ที่เดิมตามหลังมา

            คนเป็นพี่ยังไม่ตอบในทีแรก กลับย้อนถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ตักบาตรมาเหรอรุ้ง”

“ค่ะ ว่าจะเรียกพี่ฝนมาตักบาตรด้วยกัน แต่รุ้งเห็นว่าเมื่อคืนพี่ผนกลับดึกคงยังไม่ตื่นเลยไม่กล้าปลุก...พี่ฝนกลับมาตอนกี่โมงคะ ตีสองหรือเปล่า”

“อื้อ...กว่าจะได้นอนก็ปาไปตีสามแล้ว”

            “แล้วทำไมไม่นอนต่อล่ะคะ จะรีบออกไปไหน”

            เมื่ออีกฝ่ายมาหยุดยืนตรงหน้า สายรุ้งก็อดมองอย่างชื่นชมไม่ได้

            ขนาดได้นอนเพียงไม่กี่ชั่วโมง พี่สาวของหล่อนก็ดูสวย สง่าเหมือนทุกครั้ง

            ใบหน้าเรียวยาวแต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างสาวสมัยใหม่ผู้มีความเชื่อมั่นในตนเอง คิ้วเรียวโค้งดำเข้ม จมูกโด่งได้รูป และริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงออกส้ม ชุดที่สวมเป็นเดรสแขนกุดเข้ารูป เผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวชวนมอง เทียบกับหล่อนผู้ซึ่งสวมเพียงเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงหลวมๆ ขาสามส่วนด้วยแล้ว ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว

            สายรุ้งนึกย้อนไปถึงยามเป็นเด็ก เมื่อตอนที่พี่ของหล่อนได้แสดงเป็นนางเอกเรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูร ในตอนนั้นพี่ของหล่อนได้สวมชุดเจ้าหญิงแสนสวย กระโปร่งฟูฟ่องแบบที่เด็กผู้หญิงส่วนใหญ่ปรารถนาจะใส่ ส่วนหล่อนแสดงเป็นต้นไม้ ยืนนิ่งแข็งเป็นหินอยู่ริมเวที ได้แต่เฝ้ามองผู้เป็นพี่ด้วยแววตาชื่นชมและมีความอิจฉาปนอยู่ด้วยนิดๆ...แต่ก็แค่นั้น ความอิจฉาในใจหล่อนช่างน้อยนิดและบางเบาเหลือเกิน เพียงไม่กี่นานทีมันก็แผ่วจางและปลิดปลิวหายไปกับสายลม

            ในวันนั้นกับวันนี้ ความรู้สึกของหล่อนไม่ต่างกันเลยสักนิด

            สายฝน...ในสายตาของหล่อนยังคงน่าสง่างาม น่าชื่นชม และน่าปลาบปลื้มอยู่เสมอ

“นัดกับเพื่อนไว้น่ะสิ” ตอบพลางยื่นมือรับรองเท้าส้นสูงสีชมพูเข้มที่เด็กรับใช้ผู้เดินตามหลังยื่นส่งมาให้ “พี่คงไม่อยู่สองสามวันนะ”

“คะ? จะไปไหนคะ”

“ว่าจะไปพักผ่อนซะหน่อย ทะเลที่ไหนสักที่นี่แหละ ฝากบอกพ่อด้วยนะรุ้ง” เอ่ยทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนก้าวฉับๆ ไปยังโรงจอดรถ สายรุ้งยืนงงอยู่อึดใจ ก่อนจะรีบเดินตาม ป้องปากตะโกน

“จะให้รุ้งบอกคุณพ่อว่าพี่ฝนไปเที่ยวที่ไหนล่ะคะ”

            คนถูกถามเดินไปถึงรถคู่ใจแล้ว เปิดประตูเสร็จสรรพ กำลังจะเข้าไปนั่กก็ตะโกนตอบ

“บอกว่าพี่ไปทะเลก็พอ” จากนั้นจึงโบกมือลา เข้าไปนั่งหลังพวงมาลัย สตาร์ทรถแล้วขับออกไปด้วยความเร็วแบบที่ทำให้สายรุ้งได้แต่มองตามอย่างเป็นห่วง

            หล่อนยืนมองรถสปอร์ตคันหรูจนลับตา ทอดถอนใจเล็กน้อย ก่อนหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในตัวบ้าน

            พี่ฝนเป็นเช่นนี้เสมอ...นึกจะไปนู่นไปนี่ปุบปับจนหล่อนกับบิดาชินเสียแล้ว

            สายรุ้งเดินมาถึงห้องนอน เพียงแค่เปิดประตู ก้าวเข้าไปยังได้เพียงก้าวเดียว เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น

            เสียงนั้นเป็นเสียงเรียกจากเพลงโปรดของหล่อน...เพลงที่ทำให้หล่อนนึกถึงวันแรกที่ได้รู้จักเขา

            ได้ยินเพลงนี้เมื่อไร ดวงตาของหล่อนทอประกายวาววาม หัวใจเต้นตึกตักราวกลองตีและมักจะมีรอยยิ้มบางๆ ประดับบนริมฝีปากอยู่เสมอ

            หญิงสาวเร่งฝีเท้าเกือบจะเป็นวิ่ง ครั้นถึงปลายเตียงก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ขึ้นมากดรับ ก่อนจะทิ้งตัวนอนหงายราบไปกับเตียงนุ่ม

“สวัสดีค่ะพี่กร”

“อรุณสวัสดิ์ครับรุ้ง” เสียงของเขาทุ้มนุ่ม และอ่อนโยน ยิ่งเมื่อลงท้ายด้วยคำว่า “คิดถึงรุ้งจัง”

หัวใจของคนฟังก็สั่นไหว แก้มแดงปลั่งเป็นลูกตำลึงสุก

“อะไรกัน...ไม่เจอกันตั้งสามวัน ไม่คิดถึงพี่เลยหรือ”

“พี่กร” หล่อนเรียกเขาเสียงเบาหวิว “คิดถึงสิคะ”

“คิดถึงมากไหม”

            คนถูกถามอึกๆ อักๆ ไม่กล้าตอบ กระทั่งเขาถามซ้ำ หล่อนจึงตามที่ใจเรียกร้อง

“มากค่ะ”

“อยากเจอหน้าพี่หรือเปล่า”

“โธ่...พี่กร” หล่อนโอดครวญ “ถามแบบนี้รุ้งจะตอบยังไงได้ล่ะคะ พี่กรก็น่าจะรู้คำตอบอยู่แล้ว”

“พี่อยากได้ยินนี่นา ทำให้พี่ชื่นใจสักนิดไม่ได้หรือคะ”

            อีกครั้งที่สายรุ้งข่มความอาย กลั้นใจโพล่งตอบออกไป

“อยากค่ะ พี่กรจะกลับจากสิงคโปร์เมื่อไรคะ”

“ออกมาหน้าบ้านสิรุ้ง” เขาตอบไม่ตรงคำถาม ทำให้คนฟังงุนงงเล็กน้อย

“คะ? ทำไม...”

            พูดยังไม่ทันจบ หล่อนพลันฉุกใจคิด

“อย่าบอกนะคะว่า...” หล่อนผุดลุก รีบเดินไปที่หน้าต่าง แหวกม่านออกและแลเลยออกไปจึงได้เห็นรถคุ้นตาจอดอยู่ริมรั้ว ส่วนเจ้าของรถน่ะหรือ...กำลังยืนเกาะรั้ว มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์ ส่วนอีกข้างโบกไปมาเหนือศีรษะราวกับเห็นว่าหล่อนแอบมองอยู่

            ถึงจะอยู่ไกล...หล่อนก็ยังเห็นรอยยิ้มกว้างขวางประดับบนริมฝีปากราวอิสตรีคู่นั้น

“ออกมาหาพี่หน่อยสิ” เขาเว้นระยะอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนเอ่ยชวน “ไปเที่ยวกัน”

“คะ? เที่ยวไหนคะ”

“เถอะน่า เดี๋ยวรุ้งก็รู้เอง”

                เจ้าหล่อนทำเสียงอึกอัก จนถูกรบเร้าเป็นคำรบสองจึงบอกออกไปด้วยน้ำเสียงเอื่อยอ่อย

“รุ้งต้องขอคุณพ่อก่อนนะคะ”

                ไม่รู้ว่าคนฟังทำสีหน้าเช่นไร เพราะเขาหมุนตัวหันหลังให้หล่อน และนิ่งเงียบไปอึดใจใหญ่ๆ

“คุณพ่อยังไม่ตื่น...”

                “พี่ไม่พาไปไหนไกลหรอก” หล่อนยังพูดไม่ทันจบ เขาก็พูดขึ้นมาเสียก่อน น้ำเสียงยังทุ้มนุ่ม และจังหวะจะโคนผิดแผกไป...ราวกับเขากำลังขุ่นเคืองใจกึ่งระอา “รับรองว่าพี่จะมาส่งรุ้งก่อนค่ำ จริงๆ รุ้งก็โตแล้ว ไปไหนมาไหน ไม่ต้องขออนุญาตทุกเรื่องก็ได้...ฝากคนในบ้านบอกคุณอาก็ได้ว่าไปกับพี่ อยู่กับพี่คุณอาคงไม่ห่วงเท่าไรหรอก”

                ไม่รู้ว่าเพราะกลัวเขาโกรธหรือเปล่า สุดท้ายหลังจากชั่งใจอยู่นานหล่อนก็ตอบตกลงแต่โดยดี

สายรุ้งใช้เวลาเปลี่ยนชุดและแต่งหน้าไม่ถึงสิบนาที จากเสื้อตัวโคร่งกับกางเกงย้วยๆ เปลี่ยนเป็นเดรสลายสก็อตสีเขียวแก่ แขนยาวสามส่วน กระโปรงยาวถึงครึ่งน่อง หล่อนแต่งตัวเรียบร้อยเช่นนี้เสมอ ไม่เคยสวมชุดแนบเนื้อ เผยร่องอกหรือสั้นจนเห็นขาอ่อนเหมือนผู้เป็นพี่สาวแม้แต่ครั้งเดียว ใบหน้าของหล่อนตบแต่งด้วยแป้งเพียงบางเบา เผยให้เห็นผิวเนื้ออันอ่อนใส บลัชออนสีชมพูอ่อนมักจะจางหายไปอย่างง่ายดายและแทนที่ด้วยแก้มซับสีเลือดฝาดตามธรรมชาติ คงมีเพียงลิปสติกเท่านั้นที่หล่อนแต่งแต้ม ‘เข้ม’ กว่าปกติ...สีชมพูอมส้มทำให้ใบหน้านั้นดูแปลกตาไปเล็กน้อย

                พนมกรเห็นคราแรกถึงกับแปลกใจ เขาเลิกคิ้วน้อยๆ จับจ้องริมฝีปากอวบอิ่มของหล่อนอย่างไม่คุ้นเคย

“ลิปสติกใหม่หรือ” เป็นคำถามแรกหลังจากได้พบหน้ากัน “ไม่เคยเห็นใช้สีนี้มาก่อน”

                สายรุ้งยิ้มหวาน ตาเป็นประกายเปี่ยมสุข

                “พี่ฝนให้ค่ะ”

                คำตอบยิ่งทำให้คนฟังทำสีหน้าประหลาด ราวกับไม่เชื่อ และคาดไม่ถึง

“จริงหรือ”

“ค่ะ” หล่อนพยักหน้าหงึกหงักพลางเดินเข้ามาใกล้ “พี่ฝนซื้อมาแล้วไม่ชอบ จะทิ้งก็เสียดายก็เลยยกให้รุ้งค่ะ”

“อ้อ...” เขาพึมพำในลำคอ มุมปากยกเล็กน้อยเหยียดหยัน ดวงตาสว่างวาบขึ้นมา...เสมือนไม่พอใจ หากก็เพียงอึดใจเดียวจนคู่สนทนาจับความรู้สึกไม่ได้

“ถ้าชอบก็คงไม่ยกให้รุ้งหรอกใช่ไหม”

                ประโยคถัดมาพูดรัวเร็ว และแผ่วเบาเพียงในลำคอ จนคนที่ยืนใกล้ๆ ฟังไม่ทัน

“คะ

                “ช่างเถอะ” เขาโบกมือตัดบท กวาดสายตามองหล่อนรวดเร็ว ก่อนแตะต้นแขนนุ่มพาเดินไปยังประตูรถฝั่งคนนั่ง

“ไปกันดีกว่า รีบไปจะได้กลับมาทัน”

                เขาเปิดประตูให้หล่อน รอให้หล่อนนั่งเรียบร้อย จึงก้มตัวคาดเข็มขัดนิรภัยให้

“เราจะไปไหนกันคะ”

                คนถูกถามยกนาฬิกาข้อมือดูเวลา ครุ่นคิดอยู่ครู่ก่อนตอบ

“ยังเหลือเวลาอีกเยอะ แวะดื่มกาแฟสักหน่อยดีกว่า” พูดพลางไล้หลังมือกับแก้มนุ่ม “วันนี้รุ้งต้องอยู่กับพี่ทั้งวัน”

“คะ? ทั้งวันเลยหรือคะ”

“อื้ม...ชดเชยที่ไม่ได้เจอกันตั้งสามวันไง”

เขาปิดทุกคำพูดที่จะเปล่งออกมาจากปากเล็กๆ นั้นด้วยจุมพิตแผ่วเบาบนหน้าผาก สายรุ้งตาเบิกโต นั่งตัวแข็งค้าง ในหยุดเต้นไปชั่วขณะ

                จุมพิตของเขา ไม่ว่าจะเร้าร้อนหรืออ่อนโยน หล่อนก็ยังไม่ชินเสียที

                ครั้งนี้ก็เช่นกัน จูบนั้นส่งผ่านความรู้สึกบางอย่าง พุ่งปราดเข้าสู่หัวใจ...ยิ่งเมื่อเขาเอ่ยประโยคถัดมา แก้มหล่อนก็เห่อร้อน ใจหวิวหวามอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“อยากทำมากกว่านี้” เขาพูดพร้อมกับแตะปลายนิ้วบนปากของหล่อน นุ่มนวล เนิบช้าแต่กลับทำให้หล่อนสะท้าน เขาหยุดพูด ทอดถอนใจ แล้วผละจาก ไม่นานหลังจากนั้นรถก็เคลื่อนตัว

พนมกรขับรถออกนอกตัวเมือง มุ่งไปทางใต้ แวะดื่มกาแฟสดข้างทางเกือบครึ่งชั่วโมงจึงออกเดินทางต่อ เกือบสามชั่วโมงกว่าจะถึงจุดหมาย

ชายหนุ่มพารถคู่ใจ เลี้ยวจากถนนใหญ่สู่ถนนสายเล็ก เลยจากปากซอยไปประมาณห้าสิบเมตร จึงจอดข้างทางเดินเท้า หน้าร้านแห่งหนึ่งที่ประตูเหล็กด้านหน้ายังเปิดครึ่งๆ กลางๆ

                เขาปลดเข็มขัดนิรภัย ดับเครื่อง ก้าวลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้หล่อน

“ลงมาสิ”

“เรามาทำอะไรที่นี่คะ”

                สายรุ้งกวาดมองรอบกาย ร้านรวงส่วนใหญ่เพิ่งจะเปิด ผู้คนยังน้อย ทั้งๆ ที่ปกติแล้วนักท่องเที่ยวจะพลุกพล่าน

“รุ้งไม่นึกว่าพี่กรจะพารุ้งมาถึงหัวหิน”

“ตอนอยู่มหา'ลัย รุ้งก็เอาแต่เรียนไม่ค่อยได้ไปไหน เรียนจบแล้วก็เปิดหูเปิดตาบ้างสิ” ว่าพลางจับแขนหล่อน ดึงให้ลงจากรถ “มา...ลงมาก่อน”

“จะพารุ้งไปไหนคะ”

                คนถูกถามบุ้ยปากไปทางด้านหลัง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทร.หาใครคนหนึ่ง

“ผมอยู่หน้าร้านแล้วครับ มาเช้าไปนิด ขอโทษนะครับพี่โย รบกวนพี่โยหรือเปล่าครับเนี่ย อ้อ...ครับๆ ขอบคุณครับ”

                มือของเขายังคงจับที่ต้นแขนของหล่อน ครั้นคุยโทรศัพท์เสร็จ หย่อนใส่กระเป๋ากางเกงเรียบร้อยก็กึ่งดึงกึ่งลากให้หล่อนเดินตาม

“ร้านยังไม่เปิดนี่คะ”

                สิ้นเสียงนั้น หล่อนก็ได้ยินเสียงดังกริ๊ก ประตูเปิดออกพร้อมกับหญิงวัยสามสิบปลายๆ ผู้มีผมดัดเป็นลอนทั่วทั้งศีรษะยืนยิ้มทักทายอยู่ตรงหน้า

“เข้ามาสิกร หนูรุ้งด้วยจ้ะ”

                หญิงสาวเลิกคิ้ว ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรู้จัก

“กรเขาเล่าเรื่องหนูให้พี่ฟังบ่อยๆ น่ะ ชอบส่งรูปมาให้พี่ดูด้วย บอกว่าแฟนน่ารักอย่างนู้นน่ารักอย่างนี้ รักจนจะเป็นจะตายเลยละ พี่ยังไม่เคยเห็นกรเป็นแบบนี้มาก่อนเลยนะ”

                ไม่ต้องถาม คำตอบก็พรั่งพรูจากริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงสดคู่นั้นอย่างง่ายดาย

“มาๆ เข้ามาก่อนจ้ะ พี่เตรียมของไว้พร้อมแล้ว”

‘ของ’ คืออะไร สายรุ้งคิดไม่ออก หันไปมองหน้าคนรักด้วยแววตามีคำถาม เขากลับส่งรอยยิ้มมาให้พลางบอกว่า

“ตามพี่โยไปสิ พี่จะนั่งรอตรงนี้” พร้อมกับพูด เขาชี้นิ้วไปยังโซฟาบุหนังสีขาวครีมที่วางชิดผนังห้อง “นานไหมครับพี่โย”

ประโยคหลัง เขาตะโกนถามคนที่ผลุบหายลับผ่านประตูกระจกอีกชั้นหนึ่งเข้าไปด้านใน

“น่าจะนะกร ถ้าอยากให้ถูกใจกรก็คงต้องใช้เวลาหน่อยล่ะจ้ะ...มาจ้ะหนูรุ้ง เปิดประตูเข้ามาได้เลย”

                ยิ่งฟัง สายรุ้งก็ยิ่งสงสัย หล่อนปักหลักยืนอยู่ข้างเขา ไม่ยอมก้าวตามคนที่กำลังเรียกหล่อน

“พี่กรทำอะไรคะ จะแกล้งอะไรรุ้งหรือเปล่า”

“โธ่...พี่จะแกล้งอะไรรุ้งเล่า”

เขารั้งเอวหล่อนมากอด ก้มหน้ากระซิบข้างหู

“แค่จะแปลงโฉมรุ้งให้เป็นผู้หญิงที่สวยที่สุด...ก็เท่านั้นเอง”




กระดิ่งที่แขวนไว้ตรงประตูดังกรุ๊งกริ๊ง ตามมาด้วยเสียงกึ่งหวานกึ่งแหบของชายร่างสูงผอมในชุดเสื้อเชิ้ตพอดีตัวสีขาวปลดกระดุมสองเม็ดและกางเกงสแล็คสีดำ

“เมื่อกี้ซินดี้เห็นคุณกรนั่งอยู่ข้างนอก...” ชายผู้นั้นชะงักไป เมื่อเห็นคนที่ไม่คุ้นตาในห้องแต่งตัวนั้น “เอ...น้องคนนี้หรือคะพี่โย”

            เจ้าตัวกวาดตามองรวดเร็ว พลางก้าวฉับๆ ไปที่โต๊ะเครื่องแป้งที่ตั้งอยู่ตรงมุมขวาสุดของห้อง ตรงกลางนั้นเป็นกระจกสูงจดเพดาน กว้างเกือบจะเท่าความกว้างของห้องนั้น ภาพในกระจกสะท้อนให้เห็นหญิงสาวร่างกลมกลึงในชุดกระโปรงสีแดงแนบเนื้อ ส่วนคอเว้าลึก ด้านล่างก็ยาวเพียงคืบเผยให้เห็นปลีน่องและขาอ่อนขาวผุดผ่อง

“ใช่จ้ะ...น้องรุ้ง แฟนตากร”

            โยษิตาตอบพลางมองคนตรงหน้าด้วยแววตาพินิจพิจารณา บางคราก็หยุดครุ่นคิด บางคราก็สั่นศีรษะ หากบางคราถึงกับถอนหายใจหนักหน่วง

“ยังหาชุดไม่ได้เลย นี่ก็เปลี่ยนมาสี่ห้าชุดแล้วนะซินดี้” เจ้าหล่อนหันไปมองคนมาใหม่ด้วยแววตาร้องขอ “มา...มาช่วยพี่หน่อย”

“จะดีหรือคะพี่โย”

“ดีสิน่า พี่เชื่อมือแก

เพราะคำนั้น วงหน้านวลเกินชายจึงซับสีเรื่อขึ้นเล็กน้อย ดวงตาเรียวเล็กวาบขึ้นมาด้วยความพึงใจ หากเมื่อมาหยุดยืนตรงหน้าสาวน้อยที่ทำท่าทางประหม่า ขัดเขิน และดูไม่มั่นใจในตัวเองอย่างสายรุ้งแล้ว แววตาที่เปี่ยมด้วยความเชื่อมั่นกลับแกว่งไกวรุนแรง

            “ซินดี้ว่าให้คุณกรมาช่วยเลือกดีไหมคะ ซินดี้กลัวว่าจะเลือกไม่ถูกใจแก”

โยษิตานิ่งคิดอยู่อึดใจจึงพยักหน้า ก้าวฉับๆ ออกไปจากห้อง ไม่ถึงห้านาทีก็เดินกลับเข้ามาพร้อมกับพนมกร

            ชายหนุ่มสาวเท้าเข้ามาด้วยท่วงท่าสบายๆ แววตารื่นรมย์ ใบหน้าเคลือบรอยยิ้มไว้จางๆ ส่วนคนที่ถูกจับแต่งตัวราวกับตุ๊กตามาเกือบชั่วโมงถึงกับวางสีหน้าไม่ถูก ทันทีที่มองสบดวงตาทรงเสน่ห์ของเขา หล่อนก็สะท้าน แก้มแดงปลั่ง รีบหลุบสายตาลงต่ำก้มมองแต่พื้นเบื้องล่างเพียงเท่านั้น

            สายรุ้งขยับตัวยุกยิกอย่างอึดอัด...หล่อนไม่เคยคุ้นกับสถานการณ์เช่นนี้

            ...ในชุดรัดรูป สีแดงเพลิง แนบเนื้อ เว้าลึก และสั้นแสนสั้น มันไม่ใช่ตัวหล่อนเลย ยิ่งยืนอยู่ต่อหน้าเขาผู้เป็นคนรักของหล่อนด้วยแล้ว หล่อนยิ่งวางตัวไม่ถูก

“พี่อยากให้กรมาช่วยเลือกหน่อยจ้ะ” โยษิตาว่า พลางยักไหล่ “พี่ยอมรับว่าโจทย์ยาก หาชุดที่เหมาะกับน้องรุ้งยากจริงๆ จ้ะ”

“ลองชุดไหนไปแล้วบ้างครับ”

            โยษิตาเดินไปหยิบชุดที่แขวนอยู่ตรงราวตากผ้าริมผนังห้อง โชว์ให้อีกฝ่ายดูทีละชุด ก่อนแขวนกลับไว้ที่เดิม

“ฝั่งนี้ลองเสร็จแล้ว เหลืออีกฝั่ง” เจ้าหล่อนกวาดนิ้วไปยังชุดที่เหลือซึ่งมีนับสิบชุด “เยอะอยู่เหมือนกันนะ คงมีที่กรชอบบ้าง”

            ประโยคท้ายอ่อยเอื่อยละม้ายไม่แน่ใจ สีหน้ายังหนักใจไม่น้อย พลอยทำให้สายรุ้งรู้สึกผิด

“จริงๆ รุ้งใส่ชุดไหนก็ได้ค่ะ ไม่ต้องยุ่งยากหรอกค่ะ” หญิงสาวเอ่ยเสียงเบา เหลียวมองสบตาทุกคนในห้องนั้น ก่อนหันไปถามคนรักของตน

“พี่กรให้รุ้งมาลองชุดทำไมคะ เราต้องไปออกงานที่ไหนหรือคะ”

“บ่ายนี้” คำตอบสั้น ง่าย ไม่ขยายความมากกว่านั้น และไม่เปิดโอกาสให้หล่อนได้ซักไซ้ด้วยเมื่อเขาเดินผ่านหน้าหล่อนไปเลือกชุดที่เหลืออยู่ สองนิ้วเรียวยาวเลื่อนชุดเหล่านั้นไปมา นานอึดใจใหญ่ๆ กว่าจะคว้าชุดชุดหนึ่งออกมา เป็นเดรสสีแดงปาดไหล่ กระโปรงทรงบัลเล่ต์สีขาวบานพลิ้วประดับลายดอกกุหลาบสีแดงอมชมพู...ดูไม่เป็นผู้ใหญ่เกินไป และไม่เด็กเกินไป

            ทว่า...ชุดสีแดงเช่นนี้ สายรุ้งคิดว่าไม่เหมาะกับหล่อน

            ให้พี่สาวของหล่อนใส่ น่าจะเหมาะกว่า

            หญิงสาวอ้าปากจะค้าน แต่พอมองสบดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเขาแล้ว เสียงที่จะเปล่งออกมาพลันกลืนหายลงไปในลำคออย่างง่ายดาย

            ดวงตาคู่นี้...ทั้งออดอ้อนแกมบังคับ ทั้งเว้าวอนและร้องขอ

            หล่อนพ่ายแพ้จนพูดอะไรไม่ออก

            สายรุ้งระบายลมหายใจยาว หลุบสายตาลงต่ำอย่างจำนน

            เขาเดินเข้ามากระซิบ น้ำเสียงอ่อนโยน ปลอบประโลม กึ่งมั่นอกมั่นใจ

“เชื่อพี่เถอะรุ้ง ชุดนี้เหมาะกับรุ้งที่สุด”

“แน่ใจหรือคะ” หล่อนถามโดยไม่มองสบตาเขา ความหนักใจปรากฏอยู่บนหว่างคิ้วที่ยับย่น

            แม้ก้มหน้า พนมกรก็เหมือนจะรู้ เขาประคองหน้าหล่อน ใช้นิ้วโป้งบดคลึงเบาๆ บนนั้น รอยยิ้มกระจ่างบนใบหน้าหล่อเหลายามเอ่ย

“ไม่เชื่อพี่แล้วหรือคะ”

            มีหรือที่หล่อนจะไม่เชื่อ...แม้สมองจะยึดมั่นในหลักการและเหตุผล แต่หัวใจของหล่อนกลับเชื่อเขาอย่างไม่ข้อแม้ เสมือนว่าทั้งหัวใจและวิญญา เป็นของเขาจนหมดสิ้นแล้ว!


จองได้ถึง 20 ธันวาคม สั่งจองได้ที่ www.sasiaksornbook.com





Create Date : 30 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2559 10:24:55 น. 1 comments
Counter : 359 Pageviews.

 
สวัสดีนะจ้ะ แวะมาเยี่ยมนะจ้าาา sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: สมาชิกหมายเลข 4057910 วันที่: 23 สิงหาคม 2560 เวลา:18:24:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

อรุณฉายที่ปลายฟ้า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]




เขียนไปตามใจฝัน
นามปากกา ศศิภา อรุณฉาย Aylin
ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนค่า ^_^










: Users Online
Friends' blogs
[Add อรุณฉายที่ปลายฟ้า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.