sansook
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 36 คน [?]




คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
โค้ดนี้เป็นภาพพื้นหลังนำไปวางที่ช่อง Script Area ค่ะ
Group Blog
 
 
กันยายน 2558
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
25 กันยายน 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add sansook's blog to your web]
Links
 

 

บทที่ 2

บทที่ 2

ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลจ้องหญิงสาวหน้าตาสวยเฉียบกำลังโวยวายอยู่หน้าลิฟต์ประกายตาพึงพอใจ ก่อนจะถอนสายตากลับมายังเตริน่าที่ยืนรอรับคำสั่งจากเขา


“เตริน่าฉันต้องการความช่วยเหลือจากเธอนิดหน่อย” เขาบอกขณะเดินไปนั่งตรงมุมหนึ่งของโต๊ะทำงาน


“ได้สิคะ” ซูเปอร์เลขาฯ รับคำอย่างยินดี และคำตอบนั้นก็ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรพยักน้อยๆ แสดงความพึงพอใจ


“รู้จักหล่อนไหม” ถามพลางโบ้ยไปยังผู้หญิงที่ยืนหน้าตาบูดบึ้งบนจอมอนิเตอร์


“ไม่ค่ะ...” เตริน่ามองตามสายตาคมกริบแล้วตอบไปตามตรง


“งั้นหรือ” คนถามเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะอมยิ้มเมื่อเห็นประกายตาของเลขาฯคนสวยจ้องมาที่เขาอย่างกระตือรือร้น “เอาล่ะ...เรามาเริ่มงานกันดีกว่า” โอเซียบอกขณะหันไปมองหญิงสาวหน้าตาสวยเฉียบท่าทางแสบซนกำลังโวยวายอยู่กับคนของภานุ เมื่อซูเปอร์เลขาฯ ตอบรับเป็นตัวช่วยแผนการสายฟ้าแลบจึงอุบัติขึ้น


เตริน่ารู้สึกสนุกกับบทบาทของตัวเองไม่น้อยหลังผู้กำกับจำเป็นบอกว่าเธอต้องแสดงเป็นตัวประกัน และทันทีที่การ์ดด้านล่างปล่อยตัวพิมพากานต์ขึ้นมาเตริน่าก็จะเริ่มแสดงตามบทบาทที่ได้รับ เธอยอมให้ชายหนุ่มมัดและปล่อยให้เขาจัดการกับสภาพแสนสวยจนกลายเป็นเละเทะไม่เหลือชิ้นดี โอเซียใช้เวลาในการจัดฉากเพียงแค่ชั่วอึดใจ เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการร่างสูงใหญ่จึงเดินไปยืนกอดอกมองผลงานของตัวเองอย่างพึงพอใจอยู่ตรงมุมหนึ่งของโซฟา


“อย่าลืมร้องดังๆ ล่ะเตริน่า” เขาบอกพร้อมขยิบตาให้


“สาบานค่ะว่าเมื่อเธอมาถึงฉันจะกรีดร้องขอความกรุณาจากคุณด้วยระดับเสียงที่ดังยิ่งกว่าลูกระเบิด” เธอบอกแล้วยิ้มกว้าง


บทสนทนาของทั้งสองยุติเพียงแค่นั้น เพราะต่างจดจ่อกับเวลาและการมาถึงของคนที่ยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง ขณะโอเซียเคาะนิ้วกับโซฟาและฮัมเพลงอย่างใจเย็น ด้านพิมพากานต์ก็กำลังนับตัวเลขที่เพิ่มจำนวนชั้นขึ้นเรื่อยๆแล้วบอกกับตัวเองอย่างตื่นเต้นว่าในอีกไม่กี่นาทีเมื่อร่างนุ่มนิ่มซึ่งกรุ่นไปด้วยความคิดถึงของเธอโผเข้าหาเขามันจะต้องถูกโอบไว้ในอ้อมอกอุ่นๆของภานุอย่างไม่ต้องสงสัย และทันทีที่มีเสียงเตือนว่าลิฟต์ถึงจุดหมายริมฝีปากสีสวยก็คลี่ยิ้ม


“อุตส่าห์ข้ามฟ้าฝ่าลมหนาวมาหาถึงนี่...งานนี้ถ้าไม่ใจอ่อนก็ให้มันรู้ไป” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองแล้วเหยียดริมฝีปากอย่างหมายมั่นเมื่อนึกถึงอาภรณ์สุดเซ็กซี่ภายใต้เสื้อโค้ทซึ่งเธอตั้งใจสวมใส่เพื่อเอาใจภานุโดยเฉพาะ ดวงตาคู่สวยมองตัวเองผ่านกระจกติดอยู่ภายในลิฟต์แล้วเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นเงาสะท้อนในนั้นเป็นหญิงสาวสวยสะพรั่งอย่างไร้ที่ติ


“พี่นุ...ต้องเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น” เธอบอกตัวเองเพราะคิดว่าการมาปรากฏตัวในรัสเซียจะต้องสร้างความสั่นสะเทือนให้กับหัวใจอันแข็งกร้าวของภานุผู้เย็นชา พิมพากานต์เดินตรงไปยังห้องทำงานของผู้ชายที่กำหัวใจของเธอไว้ตามคำบอกของภัทธิรา พอถึงมือเรียวจึงผลักบานประตูก้าวพรวดเข้าไปอย่างถือวิสาสะ หวังสร้างความประหลาดใจให้กับเจ้าของห้อง


“พี่...นุ...” เสียงทักทายอันจะทำให้เจ้าของห้องรู้สึกยินดีกับการปรากฏตัวของเธอถูกสายตาคมกริบสีฟ้าน้ำทะเลของผู้ชายซึ่งเธอไม่รู้จักเปลี่ยนมันเป็นเพียงเสียงผะแผ่ว พร้อมกับทุกความหวังค่อยๆ พังทลายลง พิมพากานต์ยืนจ้องใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรแล้วเบิกตาขึ้น...เปล่าเธอไม่ได้ตะลึงในความหล่อของเขาแต่สิ่งที่สร้างความตื่นตระหนกก็คือภาพของผู้หญิงนั่งผมเผ้ายุ่งเหยิงอยู่ข้างๆนั่นต่างหาก...


“คุณพระ!...” เธออุทานพร้อมกับเบิกตาขึ้น “เกิดอะไรขึ้น!...พี่นุไปไหน” ด้วยความตกใจหญิงสาวจึงถามออกไปเร็วๆ ด้วยภาษาที่คุ้นชิน “ฉันถามไม่ได้ยินเหรอ” ก่อนจะย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นว่าไม่มีใครพูดอะไร หนำซ้ำแต่ละคนยังมองเธอราวกับตัวประหลาดและท่าทางนั้นก็ทำให้พิมพากานต์เข้าใจทันทีว่าเมื่อครู่เธอคงถามอีกฝ่ายด้วยภาษาซึ่งพวกเขาไม่เข้าใจ


“มันเกิดอะไรขึ้น” เธอถามอีกครั้งเป็นภาษาอังกฤษ

“ช่วยฉันด้วย” เตริน่าลืมบทบาทของตัวเองไปชั่วขณะรีบตั้งสติ แล้วเอ่ยขึ้นพร้อมกับพยายามขยับตัว พิมพากานต์มองใบหน้าตื่นตระหนกของผู้หญิงซึ่งเธอไม่รู้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับภานุหรือไม่ด้วยประกายตางุนงงระคนหวาดหวั่น ก่อนจะเหลือบไปมองผู้ชายที่ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นอย่างไม่ไว้วางใจ


“พี่นุ...คุณภานุอยู่ไหน...” เธอวกกลับมาที่เตริน่าแล้วถาม


“เจ้านายของฉันถูกคนของเขาจับตัวไป” โอเซียลอบยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นนักแสดงจำเป็นกำลังส่งบทได้ดีจนน่าตบรางวัลให้


“อะไรนะ!...ถูกจับตัว!...” แม้จะตกใจแต่พิมพากานต์ก็ไม่ได้เชื่อเสียทีเดียว หญิงสาวเบนสายตาไปยังชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กำลังมองเธอด้วยประกายตาแปลกๆก่อนจะพึมพำแล้วส่ายหน้าไปมา “เป็นไปไม่ได้ ฉันไม่เชื่อ”


“คนของเขาเพิ่งจับตัวเจ้านายของฉันไป...ได้โปรดช่วยเขาด้วย” เตริน่าหันไปทางชายหนุ่มร่างสูงใหญ่และเริ่มฟูมฟาย


“หุบปาก...แล้วเตรียมตัวตายได้แล้ว” โอเซียตะคอกเป็นภาษารัสเซียด้วยระดับเสียงที่เล่นเอาคนได้ยินถึงกับสะดุ้งโหยง


“ขะ...เขาว่าอะไรแล้วจะให้ฉันช่วยยังไงล่ะ” แม้ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายพูดอะไรแต่ท่าทางขึงขังนั่นก็พอทำให้เดาออกว่าผู้ร้ายในคราบเทพบุตรคงกำลังข่มขู่เหยื่อ


“เขาบอกให้ฉันหุบปาก...พระเจ้า...เขากำลังจะฆ่าฉัน...โอ...ไม่ เตริน่าคร่ำครวญก่อนจะอ้าปากค้างเมื่อเห็นโอเซียดึงปืนพกจากซอกรักแร้ขึ้นมากระชับไว้ เพราะอีกฝ่ายไม่ได้ตระเตรียมไว้ก่อนว่าจะมีอุปกรณ์อันน่าสะพรึงกลัวร่วมอยู่ในฉาก พอปากกระบอกปืนถูกเล็งมาที่ตนเตริน่าผู้น่าสงสารก็เบิกตาขึ้นก่อนจะหวีดร้องออกมาสุดเสียง และไม่ได้มีเพียงเธอเท่านั้นที่ตกใจเพราะคนหลงเข้ามาในเหตุการณ์อย่างไม่คาดฝันก็ตกอยู่ในอารมณ์แบบเดียวกัน


  พิมพากานต์จ้องชายหนุ่มร่างสูงใหญ่นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลกำลังมองมาที่เธอแล้วเบิกตาขึ้นก่อนจะหวีดร้องเมื่อเห็นเขาจ่อปลายปืนลงบนหน้าผากของสาวสวยที่นั่งตัวสั่นอยู่บนโซฟาแล้วใช้นิ้วชี้แตะไกปืน...


“ไม่!!!”


พิมพากานต์ไม่ได้ยินเสียงปืนที่กัมปนาทขึ้นนอกจากเสียงแผดร้องของตัวเองและของเตริน่า หลังจาก

นั้นทุกอย่างก็เลือนราง ก่อนสติสัมปชัญญะของเธอจะดับวูบและล้มพับลงไปนอนกองอยู่บนพื้น....


“โอ...ไม่ เมื่อสถานการณ์พลิกผันเสียงตื่นตระหนกของเตริน่าจึงดังขึ้นมา


“เฮ้!...อะไรกัน...” โอเซียหันไปมองหน้ายังไม่หายตื่นกลัวของเตริน่าแล้วก้าวยาวๆไปดูผลงานที่ผิดคาด “บัดซบ!...ฉันไม่ได้ต้องการให้เป็นแบบนี้” เขาสบถอย่างหัวเสียเมื่อทุกอย่างไม่เป็นตามความต้องการ


เตริน่าขยับตัวสองสามทีเชือกที่พันธนาการไว้ก็หลุด เมื่อร่างกายได้รับอิสระเลขาฯสาวจึงกระโจนลงจากโซฟาไปนั่งอยู่ข้างๆ ร่างหมดสติของพิมพากานต์ “โอ...พระเจ้า...หวังว่าเธอจะไม่ช็อกตายนะ” เธอเงยหน้าถามผู้กำกับจำเป็นสีหน้ากังวล


“ให้ตายเถอะผู้หญิงไทยใจเสาะขนาดนี้เลยเหรอ...มันก็แค่ปืน” ชายหนุ่มยกปืนขึ้นมาแล้วส่ายหน้าก่อนจะโยนอาวุธร้ายไปยังโซฟา ยกมือเท้าสะเอวมองใบหน้าสวยเฉียบอย่างพินิจ ขณะเตริน่าเหลือบมองเสี้ยวหน้าคมคายแล้วนึกค่อนขอดว่า...ณ เวลานั้นต่อให้เป็นผู้หญิงชาติไหนก็ใจเสาะทั้งนั้นแหละมิสเตอร์...


“แล้วฉันต้องทำอย่างไรต่อคะ” หญิงสาวถาม


“คงต้องเปลี่ยนแผน”


“เปลี่ยนแผน” เธอทวนคำ


“ตอนแรกฉันตั้งใจจะพาหล่อนไปอย่างคนมีสติสัมปชัญญะโดยใช้ชีวิตของโลว่าเป็นสิ่งต่อรอง...แต่ดูเหมือนหล่อนไม่ชอบวิธีรอมชอมของฉัน” โอเซียพูดราวกับว่าสิ่งที่เขาคิดมันเป็นเรื่องง่ายๆเหมือนชวนผู้หญิงสักคนออกไปเดทอย่างนั้น


‘คิดจะพาตัวผู้หญิงคนหนึ่งไปโดยใช้ชีวิตของคนอื่นมาต่อรองมันเรียกว่ารอมชอมตรงไหน...’ เตริน่าลอบมองผู้ชายซึ่งเธอคิดว่าจะต้องเป็นบุคคลชนิดเดียวกับเจ้านายแล้วกลืนน้ำลายอย่างขยาด...


“ในเมื่อมันไม่เป็นไปตามแผน...ฉันคงต้องพาหล่อนไปทั้งอย่างนี้”


“อะไรนะคะ...”


“แค่ฉันจะพาหล่อนไปทำไมต้องทำเสียงตกใจด้วย”


“แต่...เจ้านายของฉัน...เอ่อ...ไม่ได้สั่งให้พาเธอไปไหนนี่คะ”


“ตอนนี้ที่นี่ไม่มีเจ้านายของเธอ...เพราะฉะนั้นเธอควรฟังคำสั่งจากฉัน เตริน่ารู้ใช่ไหมว่าจะต้องตอบทุกคนว่าอย่างไรหากมีคนถามถึงหล่อนโดยเฉพาะพี่สาวของโลว่า” เทพบุตรหน้าหยกออกคำสั่งราวกับว่าเขาคือผู้มีอำนาจสูงสุดไปแล้ว


“แต่...”


“เลิกแต่สักทีแล้วไปทำหน้าที่ของเธอซะ ส่วนผู้หญิงคนนี้ฉันจะจัดการเอง...อ้อถ้าห่วงเรื่องโลว่าจะกลับมาฆ่าเธอล่ะก็เลิกกังวลไปได้เลย เพราะเขาคงพอใจและแน่นอนเขาจะต้องขอบคุณกับสิ่งที่พวกเราทำลงไป” โอเซียที่มองทุกอย่างอยู่บนบรรทัดฐานของตัวเองบอกอย่างมั่นอกมั่นใจ


“คุณแน่ใจเหรอคะว่าฉันจะไม่ตกงานเพราะเรื่องนี้” ซูเปรอ์เลขาฯ ถามอย่างลังเล

“เชื่อฉันเถอะว่าเขาจะไม่ทำอะไรโง่ๆ อย่างนั้นแน่ และไม่ต้องสงสัยด้วยว่าฉันจะพาหล่อนไปไหน เพราะมันไม่ใช่ธุระของเธอ” ชายหนุ่มตัดบทราวกับอ่านใจคนขี้สงสัยออก


“แต่...”


“ฉันบอกให้หยุดพูดคำว่าแต่...และช่วยไปหยิบของใช้ที่คิดว่ามันสำคัญกับโลว่าให้สักชิ้นสิ...” เมื่อชายหนุ่มพูดจบเตริน่าก็แทบสิ้นสติกับคำสั่งใหม่...ขณะกำลังจะอ้าปากปฏิเสธเสียทรงอำนาจยิ่งกว่าเจ้านายก็โพล่งสกัดขึ้นเสียก่อน


“อย่าบอกนะว่าเธอไม่รู้ว่าเจ้านายมีของสำคัญเป็นอะไร...” และทันทีที่หญิงสาวพยักหน้าเสียงดุนดันก็ดังตามมาติดๆ “ไม่ได้เรื่อง...เธอเป็นเลขาฯภาษาอะไรถึงไม่รู้” พอถูกตำหนิซูเปอร์เลขาฯ ก็ถึงกับพูดไม่ออก นอกจากค่อนขอดกับตัวเองว่า...ก็ฉันเป็นแค่เลขาฯ ไม่ใช่ภรรยาของเขานี่...


“ฉันรู้สึกผิดหวังกับเธอมากเลยรู้ไหมเตริน่า...” เตริน่าสาบานว่าน้ำเสียงเขาไม่เจือด้วยความผิดหวังเลยสักนิด หากจะพูดให้ถูกต้องเรียกว่าขุ่นเคืองมากกว่า แต่มันจะเป็นอารมณ์ชนิดไหนเธอก็ไม่มีสิทธิคร่ำครวญเพราะเจ้านายคนใหม่พูดดักคอว่า “ต่อไปหัดซอกแซกเรื่องส่วนตัวของเจ้านายเสียบ้าง อย่าลืมสิว่าเธอเป็นเลขาฯหน้าที่ไม่ได้มีแค่จัดตารางงานกับจดรายงานการประชุมเท่านั้น เธอควรรู้ในทุกๆ เรื่องของเจ้านาย ช่างเถอะในเมื่อไม่รู้ฉันก็คงบังคับไม่ได้ เอาอย่างนี้ช่วยไปค้นโต๊ะของเขาแล้วหยิบอะไรก็ได้มาให้ฉันสักชิ้นก็พอ”


“เอ่อ...มันจะดีหรือคะ....เพราะหากท่านทราบคงไม่พอใจแน่ๆ...” พูดยังไม่ทันจบเสียงทรงอำนาจก็ดังสวนขึ้นทันที


“ถ้าคิดว่าจะถูกไล่ออกกับเรื่องนี้ฉันกล้ารับรองว่ามันจะไม่เกิดขึ้น หรือหากเขากลับมาแล้วเกิดปัญหาก็ขอให้สบายใจเพราะฉันจะจ้างเธอต่อเอง...ไม่ต้องกลัวว่าจะได้เงินเดือนน้อยกว่าเพราะฉันจะจ่ายให้สองเท่า...”


เตริน่าไม่เชื่อกับคำรับรองนั้นเลยสักนิด แต่เนื่องจากเวลานี้เธอไม่มีอำนาจพอในการตัดสินใจให้กับตัวเอง ดังนั้นเธอจึงทำได้เพียงเดินไปยังโต๊ะทำงานของภานุและหยิบสิ่งของที่เคยเห็นเจ้านายสวมใส่ติดตัวบ่อยๆวางอยู่ข้างกล่องนามบัตรถัดจากกรอบรูปของครอบครัวแล้วนำไปยื่นให้กับจอมบงการคนใหม่ด้วยประกายตาเต็มไปด้วยความกังวล


“อืม...เยี่ยม” โอเซียหยิบสิ่งของชิ้นนั้นขึ้นพิศดูแล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหันไปออกคำสั่งอีกครั้ง “ไปเปิดประตูสิ”

“แล้วจะให้ฉันเรียนเจ้านายว่าอย่างไรกับเรื่องพวกนี้” เพราะคิดว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีทางยุติเพียงแค่นี้เตริน่าจึงถามอย่างรอบคอบ


“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงฉันจะจัดการเอง เธอควรทำตัวให้เป็นปกติ...เมื่อฉันพาหล่อนลงลิฟต์ส่วนตัว หน้าที่ของเธอคือโทร.แจ้งคนของฉันให้เอารถมารับ และหวังว่าเมื่อประตูลิฟต์เปิดออกมันจะต้องมีหน้าของคนที่ต้องการโผล่มาทันที”


เตริน่านึกค่อนขอดกับนิสัยจอมบงการซึ่งไม่ผิดเพี้ยนจากเจ้านาย พอได้ยินคำสั่งสุดท้ายซูเปอร์เลขาฯถึงกับอ้าปากค้าง แม้รู้สึกสะดุ้งกับคำสั่งแต่เธอก็ไม่มีเวลามานั่งคร่ำครวญกับความเอาแต่ใจของอีกฝ่าย นอกจากจดจำหมายเลขโทรศัพท์ที่โอเซียกำลังบอก และรีบแจ้งความประสงค์ของชายหนุ่มไปยังคนของเขา ก่อนจะมองตามร่างสูงใหญ่ช้อนอุ้มร่างไร้สติของหญิงสาวผู้โชคร้ายขึ้นแนบอกและพาเดินออกไปยังทิศทางเดียวกับเจ้านายของเธอ


“วันนี้มันเป็นวันมหาวิปโยคของฉันหรือยังไง ถึงได้มาเจอเรื่องน่าปวดหัวนี่ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า...ลูกขอภาวนาให้หญิงสาวผู้น่าสงสารคนนั้นจงปลอดภัย และขอให้ลูกรอดพ้นจากการถูกเจ้านายเล่นงานด้วยเถิด...อาเมน” เตริน่ามองตามร่างสูงใหญ่แล้วภาวนาพร้อมกับพึมพำกับตัวเองว่า...ให้ตายเถอะนอกจากพระผู้เป็นเจ้าจะสร้างเจ้านายรูปหล่อเจ้าอารมณ์แล้วพระองค์ยังสร้างผู้ชายดูดีมีเสน่ห์ตั้งแต่หัวจรดเท้าทว่าเอาแต่ใจเป็นที่สุดมาอีกด้วยหรือนี่...





 

Create Date : 25 กันยายน 2558
0 comments
Last Update : 25 กันยายน 2558 14:03:13 น.
Counter : 2437 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.