เรื่องไม่เป็นเรื่องของคนครัวจอมวายร้าย!
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2550
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
20 มิถุนายน 2550
 
All Blogs
 

อยากไปทำงานต่างแดน

1. พนักงานตกงานจาก 56 สถาบันการเงิน จากจำนวน 550 คน มีความต้องการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจขนาดย่อม จำนวน 336 คน หรือร้อยละ 65.12
2. พนักงานตกงานจาก 56 สถาบันการเงิน ที่สำเร็จการศึกษาในวิชาชีพเฉพาะ มีความสนใจเป็นผู้ประกอบการธุรกิจขนาดย่อมประเภทค้าขาย (การเปิดร้านอาหาร ขายของชำ ขายเสื้อผ้า ขายผลไม้ ขายต้นไม้ ธุรกิจเปิดท้ายขายของ) ร้อยละ 66.58
พนักงานตกงานฯ ที่เคยปฏิบัติงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่สนใจประกอบธุรกิจขนาดย่อมร้อยละ 64.30 และในภาพรวมพนักงานตกงานฯ ที่เคยดำรงตำแหน่งต่างๆ ได้แก่ ตำแหน่งบริหาร เจ้าหน้าที่อาวุโส เจ้าหน้าที่และอื่นๆ ซึ่งสนในประกอบธุรกิจขนาดย่อม ประเภทค้าขาย(การเปิดร้านอาหาร ขายของชำ ขายเสื้อผ้า ขายผลไม้ ขายต้นไม้ ธุรกิจเปิดท้ายขายของ) ร้อยละ 71.43
3. พนักงานตกงานฯ ที่เคยปฏิบัติงานในแผนก/ฝ่ายการเงิน/บัญชี สนใจประกอบธุรกิจขนาดย่อม ร้อยละ 54.74 และในภาพรวม คือ พนักงานตกงานฯ ที่เคยจะปฏิบัติงานในแผนก/ฝ่ายต่างๆ ได้แก่ ฝ่ายกฎหมายและบุคคล ฝ่ายการเงินและบัญชี ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ และอื่นๆ ซึ่งสนในประกอบธุรกิจขนาดย่อม ประเภทค้าขาย (การเปิดร้านอาหาร ขายของชำ ขายเสื้อผ้า ขายผลไม้ ขายต้นไม้ ธุรกิจเปิดท้ายขายของ) ร้อยละ 66.84
4. ปัจจัยสำคัญที่พนักงานตกงานฯ ต้องการ ให้หน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชนให้การสนับสนุนมากที่สุด คือการหาทำเลที่ตั้ง ในการประกอบธุรกิจขนาดย่อม ร้อยละ 46.30 รองลงมา คือ การสนับสนุนด้านเงินทุน ร้อยละ 42.48
5. ประเภทธุรกิจขนาดย่อมที่พนักงานตกงานฯ ต้องการประกอบการมากที่สุด คือ การค้าขาย (การเปิดร้านอาหาร ขายของชำ ขายเสื้อผ้า ขายผลไม้ ขายต้นไม้ ธุรกิจเปิดท้ายขายของ) ร้อยละ 66.58
งบในการเปิดร้านอาหารที่หรูและใหญ่ต้องมีเงินทุนหมุนเวียน เลข 7 หลักครับ
ปัญหาของร้านอาหารทุกแห่งนั้นดูเหมือนจะเหมือนกันแทบทุกแห่งคือ ขาดคนทำงานสองประเภทนี้มาก ขาดพนักงานเสิร์ฟ และขาดแม่ครัว
ต้องปิดประกาศรับสมัครคนใหม่อยู่เรื่อย ๆ คนเหล่านี้อยู่ไม่ค่อยทน ทำ ๆ อยู่สักพักก็ลาออกไป ที่ให้เงินเดือนสูงกว่า เป็นอย่างนี้ประจำ
ขาดเด็กเสิร์ฟยังพอทำเนา ยังรับเด็กมาฝึกปากเปียกปากแฉะได้ พอไหวครับ แต่ขาดแม่ครัวนี่ซิ ออกจะเป็นปัญหามาก เพราะเปลี่ยนแม่ครัวที อาหารในร้านก็เปลี่ยนรสชาติไปที พอเราพยายามปรับปรุงให้เข้าที่ อ้าว...เขาลาออกเสียอีกแล้ว ไม่ใช่ออกเพียงคนเดียวนะครับ ลาออกทั้งกรุ๊ปสี่ห้าคนเลย เป็นพวกเขาทั้งนั้น ยกคณะไปหาที่ทำงานใหม่ที่เสนอให้เงินเดือนสูงกว่า
ก็ต้องรับสมัครคณะแม่ครัวใหม่ พอรับใหม่รสชาติอาหารก็เปลี่ยนไปใหม่ เป็นอย่างนี้เป็นวัฏจักรครับ
ลูกค้าขาประจำก็บ่นให้ได้ยินเสมอ ๆ จนเดี๋ยวนี้ชักจะร่อยหรอไปเยอะ
ปัญหานี้เราจะแก้ได้ยังไง
ปัญหาแม่ครัวยกแก๊งลาออกนี่ เป็นปัญหาโลกแตกของร้านอาหารในบ้านเราจริง ๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารของดารานักแสดง ร้านอาหารมืออาชีพหรือมือสมัครเล่นทั้งหลาย ขนาดภัตตาคารใหญ่ ๆ ที่เคยรุ่งเรืองมาแล้ว ยังต้องติดป้ายหน้ารั้วรับสมัครคนทำครัวอาหารจีนบ้าง อาหารไทยเป็นแถว
การรับสมัครแม่ครัวมักจะต้องรับสมัครทั้งคณะ สามคนบ้าง สี่คนบ้าง บางทีตั้งห้าคน เราต้องรับไว้หมด ครั้นเราจะบอกว่า เรามีเด็กของเราให้ช่วยด้วย เขาก็จะไม่เอา บอกว่า ไม่เอา เข้าขากันไม่ได้ เกะกะ งานเร็ว ก็จะทำให้ช้าไปเปล่า ๆ เขาจะไม่ยอมรับคนนอกเข้าร่วมด้วยเลย มีเหมือนกันที่บางร้านชินฝืนส่งเด็กของตนเข้าไปช่วยในครัว เพื่อจะได้เป็นสปายจดจำเรื่องการทำครัว ก็ถูกคนครัวบ่นว่าค่อนขอด เสียดสี รุมหัวกันรังเกียจจนเด็กต้องขอลาออกไปเองเพราะทนไม่ไหวด้วยน้ำตาท่วมครัว
เมื่อต้องรับเขามาทั้งแก๊ง เขาจะรุมเราทั้งแก๊ง ความหมดเปลือง ฟุ่มเฟือย เม้มเอากำไรเวลาซื้อของ รวมทั้งถ้าแก๊งเขาอยู่นาน เขาก็ยิ่งมีอิทธิพลเหนือเรามากขึ้น นึกอยากจะขอขึ้นเงินเดือน พอเห็นเราขายดี เขาก็จะขอขึ้นเอาดื้อ ๆ ถ้าเรายังไม่ยอมให้ เขาก็จะขู่ว่า เขาไม่พอใช้ เห็นทีจะต้องหางานใหม่อะไรทำนองนั้น
เพื่อนผมคนหนึ่งเคยเปิดร้านแถว ปทุมธานี ยังเจอฤทธิ์แม่ครัวกายสิทธิ์มาแล้ว คือวันอาทิตย์คนกำลังแน่นร้าน จู่ ๆ คณะแม่ครัวก็ตบเท้าเดินพาเหรดออกจากครัว เจ้าของร้านถามว่าจะไปไหนกัน? เขาก็ตอบสะบัด ๆ ว่า ลาออก ขอขึ้นเงินเดือนตั้งสองเดือนมาแล้วไม่ให้ซะที วันนี้ลาออก
ถ้าคุณเป็นเจ้าของร้าน คุณจะทำอย่างไรกับปัญหาวิกฤติเฉพาะหน้านี้ ผมก็ถามเพื่อนเหมือนกัน เขาก็ตอบด้วยหน้าระเหี่ย ๆ ว่า ก็ต้องยกมือไหว้แม่ครัวนะซี แม่คุณ เข้าไปทำงานเถอะ เงินเดือนขึ้นให้แน่ ๆ ตั้งแต่วันนี้เลย
เดี๋ยวนี้ เพื่อนผมคนนั้นเลิกร้านนั้นแล้วครับ เพราะทนปัญหาพวกนี้ไม่ไหวจริง ๆ
ความจริงร้านอาหารที่ได้แม่ครัวและคณะที่ดี ๆ ก็มีนะครับ ไม่ใช่ไม่มี ซึ่งผมก็ขอคารวะอย่างสูง แม่ครัวที่ดี ๆ เขาจะทำงานอย่างอดทน อยู่กันมานานจนเหมือนญาติ รู้จักประหยัดให้เจ้าของ รู้จักปรับปรุงรสชาติอาหารให้ถูกปากคนที่มากิน รู้จักพัฒนาสูตรอาหารให้เกิดขึ้นใหม่ ๆ เพื่อไม่ให้คนกินเบื่อแม่ครัวเทวดาอย่างนี้มีครับ มีจริง ๆ ใครได้เอาไว้ขอให้จุดธูปจุดเทียนบูชาทุกเช้าเย็นเถอะ โชคดีจริง ๆ
ชีวิตของคนทำครัวหรือกุ๊กในเมืองไทย
ส่วนใหญ่เขาเหล่านั้นชำนาญในยุทธจักรนี้มาได้โดยการจดจำลูกพี่ลูกพ่อต่อ ๆ กันมา แบบครูพักลักจำ ทีแรกก็เริ่มจากเด็กล้างจานก่อน ต่อมาก็เขยิบมาล้างผัก หั่นหมู หั่นไก่ ต่อมาชำนาญขึ้นเป็นผู้เตรียมอาหารให้กุ๊ก กุ๊กรุ่นพี่ก็สอนวิทยายุทธ์ให้บ้าง ก็จดจำเอาไว้ แต่กุ๊กบางคนสมัยก่อน หวงวิชามาก ลูกน้องอยากรู้วิชา ต้องลงทุนเจาะรูส้วมแอบดูการปรุงของลูกพี่จนจำได้ ทนเหม็นเอาหน่อย ระหว่างนั้นก็ต้องยอมเป็นเบ๊รับใช้รุ่นพี่สารพัด ไม่ว่าจะซื้อบุหรี่ ซื้อเหล้า ซื้อโอเลี้ยง ต้องทำให้ทั้งนั้น บางทีถ้าลูกน้องเป็นผู้หญิง อาจจะต้องรับใช้ลูกพี่ผู้ชายมากกว่านั้นอีกครับ
เมื่อวิทยายุทธ์ได้มาลำบากลำบนด้วยชีวิตอย่างนี้ เขาจึงภาคภูมิใจมาก เขาจะพยายามไต่เต้าจากร้านอาหารประเภทอาหารตามสั่งไปเป็นคนครัวร้านอาหารที่ใหญ่ขึ้น ต่อไปก็ต้องพยายามเขยิบฐานะไปทำสวนอาหาร ไปทำภัตตาคาร ไปทำโรงแรม ทีแรกก็ต่างจังหวัดก่อน ต่อไปถึงจะเข้าโรงแรมใหญ่ในเมืองเบิ้ม ๆ พออยู่สักพักก็จะหาโอกาสไปนอก ถ้าได้ไปเป็นคนทำครัวเมืองนอก ไม่ว่าจะเป็นเมืองฝรั่ง หรือเมืองแขก ก็ถือได้ว่าไปชุบตัวมา คราวนี้กลับมาเมืองไทยค่าตัวก็จะเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลย
ผมมีเพื่อนเป็นกุ๊กเยอะมาก เคยนั่งคุยนั่งจิบเครื่องดื่มกัน จนถึงตีหนึ่งตีสอง เขาก็บอกว่า เห็นใจเขาเถอะ ใคร ๆ ก็อยากก้าวหน้าด้วยกันทุกคน เพราะเขาก็มีครอบครัวต้องเลี้ยงดู ถ้าต้องทำงานจำเจเงินเดือนเท่าเดิม หรือเพิ่มจากเดิมนิดหน่อยเขาก็อยู่ไม่ได้ ถึงอยู่ได้ก็ยังไม่ดี ต้องดิ้นรนหาทางให้ตัวเองมีค่าตัวสูงขึ้นเป็นธรรมดา
จริงของเขา ใคร ๆ ก็อยากมีเงิน ใคร ๆ ก็อยากสบาย
เดี๋ยวนี้ผมทราบว่า มีคนทำครัวที่เรียนมาทางด้านอาหารโดยตรงเข้าทำงานตามภัตตาคารใหญ่ ๆ และโรงแรมบ้างแล้วครับ แต่ก็ยังไม่มากครับ ส่วนใหญ่คนที่เรียนมาทางนี้มักจะมุ่งไปขุดทองเมืองนอกเมืองนากันมากกว่า เพราะทางโน้นยังขาดคนทำงานด้านนี้มากครับ
มีคนคิดแก้ปัญหาเรื่องแม่ครัว พ่อครัวลาออก แล้วรสชาติอาหารเปลี่ยนไปนี้หลายวิธีด้วยกันครับ
วิธีที่ 1 ให้สวัสดิการดี ๆ เขาจะอยู่ได้กับเราได้นาน ๆ เช่น เจ็บไข้ได้ป่วยก็ให้ค่ารักษาพยาบาล (ตอนหลังนี้มีประกันสังคม ทางร้านต้องยอมทำประกันให้ลูกจ้าง แต่ก็หมดภาระเรื่องค่ารักษาพยาบาลไปเปลาะหนึ่ง) มีการขึ้นเงินเดือนให้แต่ละปี บางปีถ้าได้กำไรดีก็มีโบนัสให้ บางรายก็อยู่กับเจ้าของเหมือนญาติ มีสารทุกสุกดิบอะไรก็บอกเล่ากล่าวกัน ยืมเงินไปได้แล้วผ่อนใช้ทีละน้อยทีหลัง ก็ไม่ว่ากัน วันตรุษ วันสงกรานต์ วันปีใหม่ จะลากลับไปบ้าน เจ้าของก็ยอมปิดร้านให้ไปแล้ว ขอให้กลับมาเถอะ แต่ขอให้กลับตรงเวลานะอย่าเบี้ยว เพราะถ้าเบี้ยวงานก็เสียหมด
เจ้าของร้านอาหารใหญ่ ๆ บางรายเอาใจคนครัว ถึงกับให้มีหุ้นในบริษัท ร้านอาหารนั้น ๆ
บางรายเอาใจถึงขนาดลงทุนไปดาวน์รถยนต์ให้ลูกน้องขับมาทำงาน
บางรายยิ่งกว่านั้น ดาวน์บ้านจัดสรรให้เลย ส่วนงวดต่อไปลูกน้องต้องผ่อนเอง
ขนาดหาคู่ครองจัดการแต่งงานแต่งการให้เป็นพนักงานที่ในร้านนั้นทั้งผัวทั้งเมียก็ยังมีเลย
ถ้าเป็นกิจการร้านอาหารที่ใหญ่หน่อย ก็พยายามสร้างตำแหน่งให้เขาได้เลื่อนขึ้นไปเป็นขั้น ๆ เช่น เป็นผู้ช่วยกุ๊กได้เป็นกุ๊ก แล้วก็เป็นหัวหน้ากุ๊ก ต่อไปก็ได้เป็นผู้ช่วยผู้จัดการด้านอาหารและเครื่องดื่ม เรียกว่ามีขั้นบันไดให้เขาได้ขึ้นเขยิบไปเรื่อย ๆ ทีละน้อย เขาจะได้มีกำลังใจในการทำงาน
แต่ถ้าเป็นร้านอาหารเล็ก ๆ ลำพังจะทรงตัวอยู่ก็ทั้งยาก วิธีนี้ก็คงทำไม่ได้ ได้แต่ขอร้องให้อยู่กันด้วยความเห็นอกเห็นใจกันและกันเท่านั้น
วิธีการให้สวัสดิการร้อยแปดพันเก้าที่ว่านี้ บางแห่งทำก็ได้ผล แต่บางแห่งก็ไม่ได้ผล ถ้าเขาจะไปเพื่อความก้าวหน้าของตัวเขาเองเสียอย่าง ช้างก็ฉุดเขาไว้ไม่อยู่
การให้สวัสดิการเอาอกเอาใจต่าง ๆ ไม่ได้ผล เจ้าของถามว่า อ้าว...แล้วที่ดาวน์บ้านดาวน์รถให้ไว้ล่ะจะทำยังไง? เขาก็ตอบว่า ผมไม่โกงผู้จัดการหรอก ผมไปแล้ว ผมจะส่งมาให้ทีหลัง
ส่งจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่พอถึงเวลาก็บินปร๋อไปแล้ว
ของพรรค์นี้ขึ้นอยู่กับจิตใจแต่ละคนนะครับ เราไม่ว่ากันอยู่แล้ว
อ้าว...ถ้าสวัสดิการยังรั้งไว้ไม่อยู่ แล้วจะทำยังไงต่อไป
ก็ต้องวิธีที่สองซีครับ วิธีนี้ไม่คบล่ะแม่ครัวคนนอก เอาคนในดีกว่า คือไปขอให้ญาติผู้ใหญ่ที่เก่งทางด้านทำอาหารให้มาช่วยกัน ท่านทำอาหารอร่อย มาทำขายกันเถอะ ท่านก็มา วิธีนี้ร้านของดาราหลายร้านใช้กัน วิธีนี้ก็ดีเหมือนกันไม่ต้องเปลี่ยนแม่ครัวบ่อย ๆ เพราะถึงยังไงญาติผู้ใหญ่ท่านนั้นก็ไม่หนีหายไปไหน ทุกวันท่านก็มาขลุกอยู่ในครัวสั่งงานลูกน้องเสียงเล้งไป
วิธีนี้ถึงจะปลอดภัย และมีโอกาสได้ฝึกคนให้เป็นงานขึ้นมาได้บ้าง แต่เจ้าของก็ต้องทนเสียงบ่นของญาติผู้ใหญ่ท่านนั้น ทำไปนาน ๆ เข้า ท่านก็เบื่อ บ่นว่า ทำงานจนไม่เห็นเดือนเห็นตะวันบ้างล่ะ ทำให้คนอื่นเขารวย เราลำบากบ้างล่ะ บางทีถ้าเบื่อหนักเข้าก็บ่นว่าไม่เอาล่ะ ไม่ทำไม่เทิมมันแล้ว จะไปอยู่กับญาติลูกหลาน ๆ ที่ต่างจังหวัดแล้ว สบายใจกว่า อะไรทำนองนี้
ก็ต้องหาทางดับไฟกันเอง ด้วยวิชาการต่าง ๆ ให้ท่านได้อยู่ช่วยเหลือเราได้นาน ๆ โดยจะใช้วิธีการพูดยกย่องหรือมีทองมีหยองบรรณาการอะไรเป็นมื้อเป็นคราวก็ว่าไป อย่างน้อยก็สงบไปได้พักหนึ่ง
แต่เชื่อเถอะ...ความสงบเกิดได้ไม่นาน ไม่ช้าก็ก่อหวอดใหม่ เพราะท่านแก่แล้วก็อยากจะพักผ่อน และลูกมือก็ยังใช้งานไม่ได้ เพราะส่วนใหญ่ท่านจะลงมือทำเสียเองมากกว่า เลยจะปล่อยให้ลูกมือทำเสียทีเดียวก็ไม่ได้ เกิดความลังเลพะว้าพะวังเจ้าร้านกินไม่ได้นอนไม่หลับไปเลย
ปัญหานี้ต้องเกิด เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะทำยังไง?
ก็ต้องใช้วิธีที่สามคือ เจ้าของร้านลงมือไปโม่เอง อาศัยที่เห็นญาติผู้ใหญ่ทำมานาน ตัวเองก็ชักจะรู้รสอาหารและสนใจวิธีการทำอาหารอยู่บ้าง ก็แหม! ขายอาหารมาตั้งนานแล้วนี่ เลยโดดเข้าไปหน้าเป็นมันฟันเป็นยางหน้าเตาเอง
วิธีนี้ถ้าเป็นร้านมีโต๊ะสิบกว่าโต๊ะ เป็นร้านเล็ก ๆ ก็พอทำได้ โดยแม่เข้าครัวพ่อเก็บตังค์ ลูกเสิร์ฟหรือกลับกัน พ่อเข้าครัวแม่เก็บตังค์ ก็ยังได้ ร้านแบบนี้เขาเรียกว่า ร้านแบบกุ๊กช็อป ซึ่งมีอยู่ไม่ใช่น้อยแรก ๆ ก็อร่อยดี เพราะคนทำ ทำด้วยใจรัก และตั้งใจ แบบร้านของคนไหหลำประเภทซีเต๊ก ซีตู ทั้งหลาย แต่พอวันเวลาผ่านไป ความชราเข้ามาเยือน ก็ต้องผ่อนให้ลูกหลานหรือญาติให้มาช่วยทำแทน คราวนี้รสมือก็เปลี่ยนไป จะไปต่อว่าให้แก้ไขก็ไม่ได้ เพราะอ้อนวอนให้เขามาช่วยเอง ถ้าปล่อยไปตามนั้น แขกประจำก็จะทยอยไปทีละโต๊ะสองโต๊ะ ในที่สุดก็เหงา
ถ้าเป็นร้านใหญ่ เจ้าของร้านโดดเข้าไปเป็นกุ๊กเองก็จะเหนื่อยมาก ไม่มีโอกาสได้ดูแลหน้าร้าน แถมยังจะถูกเม้มเงินทองจากคนหน้าร้านเสียอีก
เจ้าของร้านใหญ่ร้านหนึ่งบอกกับผมว่า เรื่องเม้มเงินทองนี่ไว้ใจใครไม่ได้ แม้แต่เมียก็เถอะ (เม้มเอาไปซื้อแหวนเพชร)
ว้า...วิธีนี้ก็เหนื่อยและร้อนหู ร้อนใจ
คราวนี้ก็ถึงวิธีที่สี่ วิธีนี้หลายร้านทำมาแล้ว ได้ผลดีเหมือนกันคือ เจ้าของร้านที่ทำอาหารไม่ค่อยเป็น แต่กินเป็น รับเงินเป็น จึงจำเป็นที่จะต้องหาความรู้เรื่องการทำอาหารให้เป็น คือไปเรียนทำอาหารที่โรงเรียนที่เขาสอน บางคนก็เรียนเฉพาะอาหารไทย บางคนก็เรียนอาหารจีน อาหารว่างจีน อาหารว่างไทย อาหารจานเดียว ขนมไทยโบราณ อาหารฝรั่ง เรียนทุกอย่างที่โรงเรียนเปิดสอน นัยว่าจะได้รู้จักประยุกต์อาหารต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ถ้าเรารู้แต่เพียงอย่างเดียว ก็ออกจะแคบไปหน่อย พอเรียนรู้ดีแล้วได้รับประกาศนียบัตรหรือใบรับรองแล้วก็มาสอนลูกน้องพวกข้าเก่าเต่าเลี้ยงที่ไม่มีทางไปไหนให้ทำกับข้าวเป็น แรก ๆ ก็ให้เป็นลูกมือไปก่อน แต่พอฝึกบ่อยเข้าก็เก่ง พอทำได้เจ้าของก็ปล่อยมือ โดยคุมอยู่ห่าง ๆ คอยระวังไม่ให้รสชาติอาหารเพี้ยน
แบบนี้ก็ทำได้ หลายร้านก็ทำกัน เพราะข้าเก่าเต่าเลี้ยงบางคนการศึกษาน้อยไม่มีทางไปไหน พอเราสอนวิชาอาหารให้ก็ยึดติดอยู่กับเราได้นาน ๆ
แต่นั่นแหละถ้าชื่อเสียงร้านอาหารเราอร่อยโด่งดัง ระวังจะมีร้านอาหารร้านอื่นที่เปิดใหม่แอบมาจีบประมูลเอาแม่ครัวของเราไปกิน ของพรรค์นี้ ถ้าได้รับคำป้อยอยกย่องและให้เงินถึง ๆ เข้าหน่อย ไม่แน่นะครับ น้ำหยดลงหิน ทุกวันหินมันยังกร่อน อำนาจเงินน่ะมันไม่เข้าใครออกใคร
ในที่สุดก็ต้องฝึกเด็กกันใหม่ ระหว่างฝึก เราก็ต้องเหนื่อย และงานก็ช้า รสอาหารก็อาจเปลี่ยนไปได้บ้าง ซึ่งเป็นผลต่อการขายเหมือนกันครับ
เจ้าของร้านอาหารบางแห่งถึงกับลงทุนเปิดเป็นโรงเรียนฝึกสอนทำอาหารเองก็มี แต่ก็ลุ่ม ๆ ดอน ๆ เพราะไม่ทราบว่าจะเอาดีทางไหนกันแน่?
วิธีสุดท้าย วิธีนี้ได้ผลแน่ ๆ ครับ คือเจ้าของไปเรียนวิชาทำอาหารสารพัดที่ว่ามาเหมือนกัน แต่ไม่ต้องมาสอนใคร เพียงแต่เราเอาตำราที่เรียนรู้มาและชิมดูแล้วว่าอร่อยไม่เพี้ยนมาเขียนเป็นสูตรที่ละเอียดยิบ ชนิดใครอ่านแล้วสามารถลงมือทำอาหารชนิด ๆ นั้นได้ เราเรียกว่า สูตรมาตรฐาน
พอได้สูตรมาตรฐานแล้ว ต่อไปถ้าเราจะรับสมัครแม่ครัว ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นแม่ครัว พ่อครัว ชั้นเลิศประเสริฐศรีแค่ไหนก็แล้วแต่ ต้องทำอาหารตามสูตรมาตรฐานของเราให้เราชิม ถ้าชิมแล้วไม่เพี้ยนไม่อวดเก่งกว่าสูตรเรา ก็รับเข้าไว้ทำงาน
คราวนี้ไม่ว่าแก๊งคนครัวนี้จะไป หรือแก๊งใหม่จะมา เราไม่ต้องแคร์ว่ารสอาหารร้านเราจะเปลี่ยนไป หรือเพี้ยนไป เพราะต้องทำตามสูตรมาตรฐานของเราตลอดไป
ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะเอาสูตรของเราไปให้คนอื่น เพราะคนที่ขโมยเขาไป จะหน้าด้านอ้างหน้าเฉยตาเฉยว่า เป็นของตัวก็คงไม่กล้า หรือถ้าไปอ้าง คนที่ฟังก็อาจจะไม่เชื่อ ก็ขอให้ดูร้านอาหารที่เคยทำอาหารอะไรอร่อยเป็นเอก เพราะเจ้าของร้านคุมเอง พอแม่ครัวย้ายไปอยู่ที่อื่น ถึงจะบอกว่า ย้ายมาจากร้านที่มีชื่อร้านนั้นร้านนี้ คนก็ไม่ค่อยเชื่อถือเท่าไหร่หรอก เพราะเขาเชื่อมั่นในร้านเดิมมากกว่าครับ
เจ้าของร้านอาหารไหนที่เจอปัญหาต้องเปลี่ยนคนทำครัวบ่อยนี้ จะเลือกวิธีแก้ไขปัญหาวิธีไหน ก็แล้วแต่จะสะดวกนะครับ เพราะของพรรค์นี้ยังงี้เข้าทำนองลางเนื้อชอบลางยาครับ


คัดลอกมาจากเชฟไทยอีกที
จะไปทำงานที่ไหนไม่ว่าต่างแดนก็เหมือนกัน

ข้อแนะนำถ้าอยากไปทำงานเป็นเชฟต่างแดนสิ่งแรกที่ควรทำ
มีความรู้อาหารด้านใดด้านหนึ่งแบบเยี่ยมๆเช่น
มือโปรแกะสลักน้ำแข็ง
รอบรู้เรื่องอาหารไทยจริงๆจังๆรู้แบบเทคนิคขึ้นสมอง
ส่วนผสมต่างๆอะไรมีคุณสมบัติอย่างไร
และที่สำคัญภาษากับความอดทน

คนอยากไปทำงานต่างประเทศกันมากมาย
คนส่วนหนึ่งก็เลยคิดหาผลประโยชน์จากคนที่อยากไปทำงาน
ขนาดเราที่รู้มากยังตายน้ำตื้นเลย

ตอนนี้ที่ไปทำงานร้านอาหารในต่างประเทศที่ร้านเล็กหรือใหญ่ที่ไหนจะเจอเจ้าของร้านที่ก็ต้องวัดดวงกันว่าจะดีจะเลว
ตอนไปออสเตรเลียครั้งล่าสุดชีวิตเชฟนะกองไว้เลย




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2550
4 comments
Last Update : 15 กรกฎาคม 2550 17:29:09 น.
Counter : 591 Pageviews.

 

อยากไปทำงานเหมือนกันครับ อยากไปนอก

 

โดย: oversea (Lye_Rouch ) 20 มิถุนายน 2550 15:36:29 น.  

 

โอย กว่าจะอ่านจบ

ตาลายเลยผม

อยากไปเมืองนอกเหมือนกันครับ

 

โดย: esprit_pawin 20 มิถุนายน 2550 16:53:48 น.  

 

การทำงานของฝรั่งดีมากครับ
คนไทยน่าจะเอาเป็นแบบอย่างบ้าง
ไม่ใช่เห็นแก่ประโยชน์ของตัวเอง
โดยไม่สนใจลูกน้อง

 

โดย: sak (psak28 ) 20 มิถุนายน 2550 18:11:13 น.  

 

 

โดย: jodtabean (loveyoupantip ) 6 สิงหาคม 2554 3:59:56 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


noi48
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เรื่องของคนในครัว กับ เจ้าของร้านผู้เสียจริต
Friends' blogs
[Add noi48's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.