The world is colorful when you come - เข้าโครงการ "ฉันจะเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆๆให้เธอดู" (Watch Me Shrink) เริ่มจันทร์ที่ 18เมษา-ถึงจันทร์ที่17กรกฎา 2544 รวมเวลา 3เดือน
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
17 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
อุแว้ อุแว้ - ซัง ซัง มาแล้ว (5 พฤศจิกายน 2552)



9 เดือนที่รอคอยก้อมาถึง
มาม๊าจะได้เวลาเจอหน้าหนูแล้ว ได้แต่ดูหนูใน Ultrasound มาตลอด

คุณหมอนัดให้มาม๊า มาเตรียมตัวผ่าคลอดก่อน 1 วันในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552
สาเหตุที่ต้องผ่าเพราะคุณหมอลงความเห็นว่ากระดูกเชิงกรานเล็กเกินไปจะเกิดภาวะเสี่ยงได้ (แต่จริง ๆ แล้ว แอทมิท หลัง 4 ทุ่ม ฟรีค่ะ ฮิฮิ )
เมื่อมาถึงคุณพยาบาลก้อแนะนำว่าวันนี้จะทำการ ... ก้น ... ขน ให้เรียบร้อย
พรุ่งนี้เช้าพยาบาลจะรับไปผ่าคลอดที่ห้องผ่าตัด

เป็นครั้งแรกที่มาม๊าต้องผ่าตัด กลัวเหมือนกันนะ และรู้สึกกังวลใจต่าง ๆ นานา ว่าหนูจะออกมาครบ 32 มั้ย แข็งแรงไหม แต่สู้ตายค่า



วันที่ 5 พฤศจิกายน เช้าเวลา 08.00 น. พยาบาลมารับมาม๊าไปที่ห้องผ่าตัด
ส่วนปาป๊า อยู่รอนอกห้อง (หมอบอกว่ากลัวคุณพ่อเป็นลม เดี๋ยวงานเข้า เอ่ยังงัยกันนี่ )
หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว เค้าก้อเข็นไปที่ห้องกว้าง ๆ ห้องหนึ่ง
มีอุปกรณ์เตรียมผ่าตัดเยอะไปหมด พยาบาลก้อน่ารัก จะบอกคนไข้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง
อึม! เค้าก้อจะเจาะน้ำเกลือซ้ายมือ ส่วนขวามือเป็นเครื่องจับชีพจร
เค้าบอกว่าจะทำการบล็อคหลังให้ก่อนที่อาจารย์หมอจะมาเริ่มการผ่าตัด การบล็อคหลังก้อคือต้องงอตัวแบบก้มสุด ๆ เพื่อเปิดให้กระดูกช่วงหลังมีช่องว่างที่จะฉีดยากับบล็อคเข้าเส้นได้ และ ต้องไม่ขยับเลย มาม๊าต้องก้มถึง 3 ครั้งแหนะ (เพราะอ้วน หรือติดหน้าท้อง)
พอฉีดเสร็จ รู้สึกได้เลยถึงความชา ตั้งแต่ใต้สะดือลงไป เหมือนขามันหนัก ๆ
คุณหมอก้อเริ่มเข้ามา แล้วก้อถามว่า "เริ่มได้เลยนะ" จากนั้น ก้อรู้สึกว่าเหมือนมีดหมอกำลังกรีดผ่านหน้าท้อง แต่มันไม่รู้สึกเจ็บหรอกนะ
แต่รู้สึกตัวได้ สักพักคุณหมอคงจะเอาคีมหนีบหัวหนูออกมา
เวลา 09.09 น. มาม๊าได้ยินเสียงหนูร้อง อุแว้ อุแว้ วินาทีแรก แทบจะร้องไห้ตาม มันรู้สึกซาบซึ้งอย่างบอกไม่ถูก ที่จะได้เห็นหนูแล้ว
พยาบาลก้อบอกมาม๊าว่า ให้ดูทางด้านซ้ายมือนะ จะเอาลูกมาให้ดู
จากนั้นเค้าก้อเอาหนูออกจากห้องไป และเค้าก้อฉีดยาสลบให้มาม๊าพักผ่อน จากนั้น มาม้าก็หลับอุตุเลย มารู้สึกตัวก้อตอนกลับมาที่ห้องแล้ว ส่วนปาป๊า ก็เป็นช่างกล้องคอย แชะ แชะ แชะ เพื่อเก็บภาพ และชื่นชมลูกน้อยไปก่อน

อึม! น่าอิจฉาปาป๊าจังเยยยยย

3 - 4 วันที่อยู่ รพ. มาม๊ารู้สึกว่ามันช่วงเวลาที่ต้องอดทนเหมือนกันนะ เพราะผ่าคลอดแล้ว
1. ยังกินอะไรไม่ได้นอกจากน้ำข้าว น้ำซุป เพราะพยาบาลกลัวท้องอืด กิน
อาหารที่มีกากเข้าไปจะมีลมที่ท้อง แต่เราหิวงะ
2. เจ็บแผลคลอด แรก ๆ ก้อไม่เจ็บหรอก แต่พอยาชาหายไป...เริ่มแล้ว
แต่ต้องขยับตัวบ่อยๆ เพราะจะทำให้กระเพาะเริ่มทำงาน จะได้ไม่มีลมให้ปวดท้อง
เวลาเดินเข้าห้องน้ำที แทบจะขี้เกียจเดินแต่ก้อต้องกัดฟัน ไม่งั้นฉี่ราดแน่ เพราะเค้าเอาสายปัสสาวะออกในวันที่ 2 เพื่อให้เราเดินไปห้องน้ำ และเพื่อให้ฟื้นตัวได้เร็ว
3. ปวดท้องน้อย เพราะน้ำคาวปลาจะเริ่มมาประมาณวันที่ 2 - 3 วัน แล้วมันจะปวดบีบมดลูกมากเลยอ่ะ ปวดทั้งแผล ปวดทั้งบีบมดลูกเหมือนคนเป็นเมนส์เลยงะ
4. ผ่าคลอดน้ำนมมาช้า ต้องบีบต้องกระตุ้นกันสาระพัดโดยการให้ลูกดูด มาม๊าก้อสงสารหนูจริงๆ เพราะคุณพยาบาลบางคนก้อใจดี พูดกับหนูดี ๆให้หนูกินซะนะ หนูก้อยอมดูดนะ แต่บางคนจับล็อคคอหนูเลยอ่ะ (ทำอย่างกับจับคอแมว เคยเห็นป่าวที่เค้าบีบตรงต้นคองะ) มาม๊าก้อสงสารหนูอะ (ทำไมโหดกะลูกตรูจังฟระ )
เพื่อให้มีน้ำนมให้ลูกกิน เพราะรพ. นี้เน้นนมแม่ แต่นมอิชั้น ก้อระบมเหมือนกัน เพราะโดนเค้นซะ...... แต่สำหรับบางคนอาจจะมาก่อนคลอดแล้วก้อได้ หรือบางคนก้อไหลดี
แต่ยังไงก้อตาม ปาป๊า และมาม๊า ก้อรู้สึกปลื้มใจที่สุดที่ได้เห็นหน้าหนู อยู่กับหนู ฟังเสียงโยเยของหนู เลี้ยงหนู แทบจะลืมความเจ็บปวดพวกนี้ไปซะ
พล่ามมาซะยาว ไปดูรูปหนู ซัง ซัง ผลงานเก็บภาพของปาป๊าดีกว่า
แต่ออ ข้ามไปบางชอต ลืมบอก "ชื่อ ซัง ซัง พึ่งจะมาเปลี่ยนตอน 1 เดือนนะค่ะ ชื่อเดิม ชื่อน้องอั่งเปาจ้า" แต่ไม่บอกหรอกทำไมถึงเปลี่ยน ฮิฮิ

วันแรก


รูปนี้หลังจากล้างตัวแล้ว ก้อจับเข้าตู้อบเพื่อปรับสภาพ เพราะธรรมชาติ เด็กยังไม่เคยชินกับอุณหภูมิภายนอก และทาเจลตรงตาเพื่อกันการติดเชื้อ เป็นยังไงบ้าง ตัวหนูสีชมพูไหมคะ.....



หลังจากที่หนูอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว เค้าก้อเอาหนูออกจากตู้อบ และห่อหนูให้เรียบร้อย ใส่หมวกเป็นเด็กเกาหลีเลย
พร้อมจะส่งหนูไปหา ปาป๊า มาม๊า แล้ว

วันที่สาม


น้ำนมหยดแรกของหนูเริ่มมาแล้วหล่ะ แต่มันก้อไม่พอสำหรับหนูดูด
เพราะมันมานิดเดียวเอง สงสัยมาม๊าจะเครียดมากไป
แต่มาม๊าสงสารหนูจังเลย เพราะคิดว่าหนูต้องหิวแน่ ๆ นี่ก้อเข้าวันที่สามไปแล้วที่หนูไม่ได้น้ำนมจากมาม๊าเลย ได้แต่ดูดกระตุ้น คุณพยาบาลก้อถามว่าจะให้นมผสมไหม มาม๊าคิดว่าถ้าหนูไม่ได้ดูดอะไรเลย หนูต้องร้องไห้หนักและตัวหนูต้องเหลืองแน่นอน
มาม๊าทนไม่ไหวก้อบอกให้คุณพยาบาลให้จากแก้ว เพื่อให้ซัง ซังจะได้ไม่ติดในรสชาตินมผสม รู้ซึ้งถึงคำว่า "ค่าน้ำนม" เลย
เพราะ แต่ละหยดจากเต้านี้มันกว่าจะได้มาเนี่ย โอ้โฮ แทบร้องไห้

วันที่สี่


จริง ๆวันนี้ควรจะเป็นวันที่กลับบ้านได้ตามกำหนดของแพ็คแกจคลอดแบบผ่าตัด
แต่คุณหมอเด็กแรกเกิด แจ้งว่าหลังจากเจาะดูค่าความเหลืองของน้องซัง ซัง แล้ว ค่ามันสูงอยู่ คงต้องอยู่เพื่อให้อยู่ในตู้ฉายแสงสีฟ้า เพื่อให้ค่าตัวเหลืองลดลง และ น้องต้องอยู่อย่างนี้ตั้งแต่ช่วงบ่ายถึงเช้าของวันรู่งขึ้น
สงสารซัง ซัง แต่ช่วยอะไรไม่ได้มาก เพราะสาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะมาม๊าน้ำนมแม่ไม่พอ เพราะในนมแม่มีสารขับสารเหลืองได้ด้วย (ที่เขาเรียกว่าขี้เทาอ่ะ) มาม๊าต้องขอโทษหนูด้วยนะ

แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ละ ก่อนจะให้เค้าพาหนูไปอาบแดด มาม๊าขอเก็บรอยเท้าหนูไว้เป็นที่ระลึกก่อนดีกว่า ฮิฮิ
พอดีปาป้าเดินข้ามไปซื้อกรอบรูปมาจากห้างเซ็นทรัล ทำเองถูกว่าให้โรงพยาบาลทำอีก ขอบอก

วันที่ห้า


อ่า! วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่อยู่โรงพยาบาล
หลังจากที่หนูอาบแดดมา น้านนาน ผิวหนูดีขึ้นเยอะเลย ไม่มีจ้ำ ๆ ตัวเหลืองลดลง
แต่หลังจากนี้ มาม๊าต้องขยัน เรียกน้ำนม และ ให้หนูดูดนมเยอะกว่านี้แล้วอ่ะ

ภาพนี้ เป็นภาพแรกของปาป๊า กับหนูเลยนะ (แต่มาม๊า ช่วยถ่ายให้ สวยม้ายล่ะ ฝีมือ)
อยากถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก ปาป๊า มาม่า ภูมิใจ และรักหนูมากนะ

สู้ ๆ เพื่อลูก ซัง ซัง
จบก่อนล่ะกัน เดี๋ยวเจอกันใหม่ตอน 1 เดือนเต็มน้า บ้ายบาย


Create Date : 17 พฤษภาคม 2553
Last Update : 28 กรกฎาคม 2553 15:36:32 น. 0 comments
Counter : 620 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Sang Sang Ja
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เธอคือต้นไม้เล็ก ๆ ซึ่งเกิดจากความรักของคนสองคน และ จะหล่อหลอมให้เธอกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ ที่แตกกิ่งก้านสาขาในอนาคต ด้วยความรักจึงอยากมอบความทรงจำดีๆ นี้ด้วยการเขียนบล็อคนี้ Lilypie First Birthday tickers
Friends' blogs
[Add Sang Sang Ja's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.