ตุลาคม 2554

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
เที่ยวหลวงพระบาง นครหลวงเก่าแห่งลาว

SmileySmileySmiley...ทริปท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็ค จัดเต็ม 5 วันของการเดินทางใช้ชีวิตในต่างแดน ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว...Smiley





สวัสดีเพื่อนๆ ชาวบล็อกแก้งทุกคน วันนี้ติีกภูมิใจนำเสนอทริปเล็กๆ ที่ได้มีโอกาสไปหาประสบการณ์ชีวิตมาเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคม 54 มาเล่าสู่กันฟัง หลักจากที่ห่างหายจากการเขียนบล็อกไปนานพอสมควร ทริปนี้เป็นทริปที่ได้รับอนิสงผลบุญจากการทำงานเหนื่อยมาตลอด 2 เดือนที่ผ่านมากับการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนที่ต้องแข่งกับน้ำที่กำลังท่วม แบบว่าชีพจรลงเท้ากันเลยที่เดียว จึงขออนุมัติหัวหน้าที่น่ารักทุกท่านไปเที่ยวหลวงพระบางต่อจากทริปการลงพื้นที่สุดท้ายคือที่อุดรฯ พอดี ซึ่งก็หัวหน้าก็ไม่ทำให้เราผิดหวังอนุมัติให้ไปได้ 5 วันแต่ต้องกลับมาประชุมนี้จิ (คุ้มกันมั้ย) ในการเดินทางครั้งนี้ได้รับประสบการณ์ในหลายๆ และเป็นการเปิดโลกทัศน์ และพื้นที่หัดถ่ายรูปใหม่ของชีวิต
การเดินทางในครั้งนี้เป้าหมายของเราอยู่ที่เมืองหลวงพระบาง นครหลวง แห่งเมืองลาวในอดีต ที่ใครๆ หลายคนรู้จักดีผ่านหนังเรื่อง "สบายดีหลวงพระบาง" จนทำให้ใครหลงไหลในความงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมของเมืองนี้ จนอยากจะไปให้สัมผัสด้วยตังเองสักครั้งหนึ่งในชีวิต หรือใครที่เคยไปมาแล้วอยากจะกลับมาใหม่อีกครั้งอย่างแน่นอน ซึ่งติ๊กก็เป็นคนหนึ่งที่อยากกลับมาที่เมืองแห่งนี้อีกครั้ง.....

กำหนดการของการเดินทาง อุดรธานี-หลวงพระบาง
ระยะเวลารวม 5 วัน
ผู้ร่วมเดินทาง พี่แอ๊ด กับ ติ๊ก
เป้าหมาย หลวงพระบาง และ วังเวียง ณ ลาว ภายใน 5 วัน (รวมเดินทาง)
กำหนดการ
วันที่ 1 ออกเดินทางจากขนส่งอุดรธานี มุ่งสู่เวียงจันทร์ เพื่อต่อรถ VIP ไปเช้าที่หลวงพระบาง
วันที่ 2 เที่ยวชื่มชมวัดและความเป็นอยู่ของคนหลวงพระบาง (วัดเชียงทอง วัดใหม่สุวรรณภูมาราม วัดวิชุลนราช วัดป่าโพนเพา และวัดพระบาทใต้)
วันที่ 3 เที่ยวชื่นชมธรรมชาติของหลวงพระบาง (น้ำตกตาดแส่ และน้ำตกตาดกวางสี)
วันที่ 4 เดินทางออกจากหลวงพระบางสู่วังเวียงชื่นชมธรรมชาติที่สวยงามและอากาศที่สดยื่นยามเช้า (ถ่ำจัง)
วันที่ 5 เดินทางออกจากวังเวียงสู่เวียงจันทร์เพื่อกลับอุดรฯ และขึ้นเครื่องเที่ยว 20.30 น. กลับสู่ กทม. (จบ)


Photobucket

ตารางเที่ยวรถโดยสาร อุดรฯ-เวียงจันทร์ และ เวียงจันทร์ -อุดรฯ มีวันละ 6 เที่ยว คือ
08.30 น.
10.30 น.
11.30 น.
14.00 น.
16.00 น.
18.00 น.


การเดินทางไปลาวนั้นไม่ต้องใช้ Visa ใช้แค่ passport เท่านั้นพอเราขึ้นรถเด็กรถก็ยื่นใบผ่านแดนทั้งของลาวและไทยให้เขียนล่วงหน้า เพราะเราต้องใช้ยื่นที่ด่านโดยต้องลงรถไปยื่นพร้อมกับ passport ตรงด่าน ตม. ที่หนองคายฝั่งไทย แล้วก็กลับมาขึ้นรถข้ามแม่น้ำโขงไปยังฝั่งลาวแล้วเราก็ต้องลงยื่นอีก 1 รอบ และต้องจ่ายค่าล่วงเวลาอีกคนละ 40 บาท ซึ่งงานนี้พี่แอ้ดไม่ต้องจ่ายเพราะถือ passport ราชการยกเว้นค่าธรรมเนียม ประหยัดไป 40 บาทแล้วก็กลับมาขึ้นรถนั่งต่อไปเวียงจันทร์ ซึ่งเรามาถึงเวียงจันทร์ก็ 10.30 น. แล้ว และกะว่าจะเที่ยวที่ประตูชัยก่อนไปหลวงพระบางรถ VIP รอบ 18.00 น. เพื่อไปเช้าที่หลวงพระบาง แต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนแผนกะทันหันเพราะจู่ๆๆ ฝนตกหนักอย่างไม่ทันตั้งตัว รวมกับมีคนมาชวนให้เราไปหลวงพระบางกับรถตู้แถวนั้นซึ่งอันนี้ไม่ได้เตรียมข้อมูลการเดินทางกับรถตู้มาเลย เขาเสนอราคาคนละ 600 บาทจากเวียงจันทร์-หลวงพระบาง แต่อาจจะถึงประมาณ 20.00 น. เราก็ลังเลอยู่พักหนึ่งจึงตัดสินใจเสี่ยงดวงเอาไปกับรถตู้โดยในรถตู้มีนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวชาวจีน 2 คนไปกะเราด้วย เราออกเดินทางจากเวียงจันทร์ 11.00 น. โดยลุงบุญจันทร์ เจ้าของรถตู้เป็นโชเฟอร์

ขอแนะนำบุคคลสำคัญของการเดินทาง
ลุงบุญจันทร์ โชเฟอร์รถตู้ที่พาเราไปส่งยังจุดหมายปลายทาง คุณลุงเป็นคนเวียงจันทร์ พูดภาษาลาวได้เร็วมาก และสามารถฟังภาษาไทยได้ ส่วนภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย เป้นคนคุยสนุก อัธยาศัยดี มีเรื่องเล่าขำๆๆตลอดทางทำให้การเดินทางในครั้งนี้ไม่น่าเบื่อ ส่วนฝีมือการขับรถไม่ต้องพูดถึงขั้นเทพถูกใจวัยรุ่นมากเหยียบมิดตลอด เข้าโค้งไม่ต้องเหยียบเบลค ดิ๊บลงเขาได้ทุกโค้งไม่มีหลุด ใครสนใจติดต่อได้ที่ 020-55030981 รับวิ่งทั่วราชอาณาจักรลาวค่ะ

ระหว่างเส้นทางติ๊กก็โม้ไปเรื่อยกับลุงเค้า หรือเรียกอีกอย่างว่าชวนลุงคุยเพื่อฆ่าเวลานั้นเอง แต่ลุงเขาก็แวะหาแขกระหว่างทางไปเรื่อยๆ เพื่อให้คุ้มกับค่าน้ำมันที่จะไปหลวงพระบาง เพราะตอนนี้ในรถมีสมาชิกแล้ว 4 คน และแล้วก็ไปด้ฝรั่งเพิ่มมาอีก 1 คน ซึ่งเขาจะติดรถไปลงแค่วังเวียง ใช้เวลา 3 ชม. เพราะขณะนี้เป็นเวลา 14.30 น. เราก็มาถึงวังเวียงแบบหิวโซ เพราะยังไม่ได้กินอะไรกันเลย แต่กลับกลายเป็นว่าแขกชาวจีนเปลี่ยนใจลงที่วังเวียงซะงั้น ไม่ไปหลวงพระบางแล้ว ทำให้เหลือแค่ติ๊กกับพี่แอ้ดเท่านั้นที่ไปหลวงพระบาง ลุงบุญจันทร์เลยโทรหาแขกเพิ่มและก็ได้แขกคนไทยอีก 2 คนที่มากับรถตู้อีกคันที่ขับตามกันมาซึ่งเขาให้รอที่วังเวียง เพื่อเป็นการไม่เสียเวลาระหว่างรอลุงเค้าก็พาเราไปกินข้าวและให้เราเที่ยวชมวังเวียงก่อนจะมาพักจริงในวันที่ 4 แต่รู้มั้ยว่ารอตั้ง 3 ชม. เชียวน่ะว่ารถตู้อีกคันจะมาถึง เราออกจากวังเวียงก็ 17.30 น. แล้ว งานนี้ดึกแน่นอนกว่าจะถึงเวียงจันทร์ ส่วนเรื่องของเส้นทางไม่ต้องห่วงสุดยอดหาแบบนี้ไม่ได้แน่นอนที่ประเทศไทย ประมาณว่าท้องใส้สะเทือนมากองรวมกันสุดจะบรรยาย ต้องมาลองด้วยตัวเองแบบว่าหลับไม่ลง


ขอแนะนำบุคคลสำคัญของการเดินทาง
พี่ตั้มและเพื่อนสาว แขกคนไทยที่เรารอคอยไปหลวงพระบางด้วยกัน ซึ่งเป็นผู้จัดทำเว็บไซต์นำเที่ยวหลวงพระบางที่เชื่อได้ว่าใครหลายๆที่หาข้อมูลเกี่ยวกับหลวงพระบาง 99.99% ต้องเข้าไปหาข้อมูลจากเว็บนี้ซึ่งหมายถึงติ๊กด้วย คือ http://www.louangprabang.net ซึ่งเป็นความบังเอินมากๆๆ ที่ได้เจอพี่เค้าค่ะ และถือได้ว่าพี่ตั้มเป็นบุคคลสำคัญที่ทำให้ติ๊กหาที่พักเจอโดยสวัสดิภาพต้องขอขอบพระคุณมากค่ะ

Photobucket

ติ๊กมาถึงที่พักตอนเที่ยวคืนซึ่งมาถึงก่อนกำหนดเดิมจากที่ต้องมาถึงตอนเช้าทำให้ต้องบวกเพิ่มที่พักไปอีก 1 คืนจากที่จองไว้แค่ 2 คืน แต่โคชดีที่คืนนั้นมีห้องว่างพอดี มาถึงเราก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรก็อาบน้ำนอนกันเลยที่เดียว ราคาที่พัก
ห้องแอร์ 2 คน 110,000 กีบ/ห้อง/คืน
ห้องพัดลม 2 คน 70,000 กีบ/ห้อง/คืน


ขอแนะนำบุคคลสำคัญของการเดินทาง
คุณลุงและคุณป้า เจ้าของ Oudomphong Guest House 2 เจ้าบ้านที่แสนใจดีและคอยดูแลต้อนรับเป็นอย่างดี ประมาณว่ารู้จักกันมานานแสนนาน และได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวดีดีของไทย-ลาว ทำให้ติ๊กเรียนรู้เรื่องราวของหลวงพระบางอีกมากมาย และทำให้อยากกลับมาที่นี้อีกครั้ง หากใครต้องการที่พักที่แสนอบอุ่นและเป็นกันเองเหมือนกับอยู่บ้านตัวเองละก็ติดต่อได้ที่ 020-55612603 หรือ e-mail: phongsavay@yahoo.com เพื่อสอบถามข้อมูลหรือติดต่อจองที่พักได้ค่ะ

เมื่อติ๊กหาที่พักเจอก็ไม่รีรอรีบอาบน้ำนอนเอาแรงเพื่อปฏิบัติภาระกิจในวันรุ่งขึ้นตั้งแต่เช้า โดยเราได้ขอเช่ารถจักรยานของลุงกับป้าไปปั่นรอบเมืองหลวงพระบางกันกับพี่แอ้ด แต่ก่อนไปเราก็เดินออกไปหาอะไรมาทานเป็นอาหารเช้าจากตลาดเช้าที่อยู่ตรงหน้าปากซอยบ้านพักพอดี เราเดินชมกันเพลินจนสายแล้วแดดเริ่มออกมาค่อนข้างร้อนในวันนี้

Photobucket

มาดูภาพความประทับใจของนครหลวงพระบางระหว่างเส้นทางการปั่นจักยานกันค่ะ ก่อนที่จะพาชมความงามของวัดวาอารามแห่งหลวงพระบางกันต่อค่ะ

Photobucket

Photobucket

มาชมความงานของวัดลาวกันต่อดีกว่าค่ะ

Photobucket
Photobucket
Photobucket

วันนี้เราใช้เวลาทั้งหมดไปกับการปั่นจักรยานรอบเมืองหลวงพระบางกับการแวะชมวัดต่างๆ ตามเส้นทางที่ผ่านก็หมดวันพอดี ปั่นกลับมาอีกครั้งเขาก็ปิดถนนแล้วเพื่อเปิดตลาดไนท์ หรือถนนคนเดินที่เชียงใหม่บ้านเรา หรือที่คนที่นี้เขาเรียกว่า "ตลาดกลางคืน" เราก็เลยกลับที่พักเพื่อเอารถไปเก็บและกลับมาเดินตลาดกลางคืนต่อว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

Photobucket

เที่ยวมาทั้งวันเริ่มหิวแล้ว วันนี้อาหารเย็นเลยไปฝากท้องที่ร้านโจมา

Photobucket

และแล้ววันนี้เราก็ไม่ได้ขึ้นไปไหว้พระธาตุภูสีกันเพราะมัวแต่เพลิดเพลินกับการปั่นจักยานสำรวจเมืองกันจนทำให้เมื่อยขามากวันนี้เลยขอเลื่อนการขึ้นพระธาตุภูสีไปก่อนเป็นวันพรุ่งนี้ เพราะคุณป้าบอกว่าหากมาที่หลวงพระบางแล้วไม่ได้ขึ้นไปบนพระธาตุภูสีก็ถือว่ายังมาไม่ถึงเมืองนี้....

Photobucket
Photobucket

ระหว่างเดินเที่ยวชมตลาดเช้าอยู่นั้นเราก็ผ่านหน้าวัดแห่งหนึ่งที่อยู่ติดกับตลาดก็เลยแวะชมซะหน่อยคร้า

Photobucket
Photobucket
Photobucket
Photobucket

ใครที่มาหลวงพระบางแล้วไม่มาชมความงามของน้ำตกแห่งนี้ก็แสดงว่ายังมาไม่ถึงเหมือนกัน เพราะถ้าพูดถึงการเที่ยวน้ำตกของที่หลวงพระบางทุกคนก็ต้องพูดชื่อ "น้ำตกตาดแส้" เป็นชื่อแรกเสมอ และจุดเด่นของน้ำตกแห่งนี้คือ จะมีน้ำไหลตลอดปี และน้ำตกจะไหลตกเป็นชั้นๆ ลาดลงสู่แม่น้ำคานปลายทางของสายน้ำ และมีกิจกรรมท้าทายความเสียวใส้ด้วยการโหนเชือกและนั่งช้างชมความงามของธรรมชาติสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย

Photobucket

น้ำตกตาดกวางสีก็เป็น 1 ในน้ำตกที่มีชื่อเสียงของหลวงพระบาง ที่ใครๆ หลายคนชื่นชอบและหลงไหลในความใหญ่โตและสูงชันของมัน และจะต้องมายืนถ่ายรูปบนสะพานไม้ที่ทอดตัวผ่านด้านหน้าของน้ำตกแห่งนี้ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่เกิดน้ำหลากจนทำให้ตัวสะพ่นไม้หักทำให้ไปครั้งนี้ติ๊กไม่เห็นสะพานไม้แล้ว เห็นแต่ไม้กระดาน 2 แผน ที่พาดต่อกันเป้นทางเดินแก้ขัดเท่านั้นเอง

Photobucket
Photobucket

ขอจบทริปของวันที่ 3 ณ หลวงพระบาง ด้วยภาพสวยๆ ที่ถ่ายจากยอดพูสี เพราะกว่าจะขึ้นไปถึงก็ 18.00 น. แล้วก็เลยได้ภาพรอบเมืองและพระอาทิตย์ตกมาฝากกันคร้า

อย่าลืมติดตามชมวันที่ 4 ของการเดินทางค่ะ...วันนี้ขอพักไว้ก่อน



Create Date : 12 ตุลาคม 2554
Last Update : 17 ตุลาคม 2554 15:49:41 น.
Counter : 3228 Pageviews.

3 comments
  


โดย: Kavanich96 วันที่: 13 ตุลาคม 2554 เวลา:9:08:04 น.
  
รายละเอียดครบ ขอบคุณค่ะ
โดย: ampere_hua (ampere_hua ) วันที่: 17 ตุลาคม 2554 เวลา:22:07:41 น.
  
โดย: sangkoe วันที่: 21 เมษายน 2559 เวลา:13:52:56 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

sangkoe
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]