เรื่อง กุ้ง กุ้ง...........
วันนี้ตื่นอนมาไม่สายเท่าไหร่ แต่แดดแรงมากๆอ่ะ...
ลงมาด้านล่าง แม่กลับมาจากไปข้างนอกมา ซื้อสุกี้ เย็นตาโฟกลับมาด้วย...หญิงก็เพิ่งตื่นนอนพอดี...
พี่โจมตื่นมา เราบอกให้แกขึ้นไปนอนบนห้องเรา.....
วันนี้กะว่าจะไปหาหนังเช่ามาดูอ่ะ......
เมื่อคืนนี้ไปกินกุ้งอบ(เผา)มาอ่ะ ก็อร่อยดี....

ลักษณะและนินัยของกุ้งก้ามกราม
กุ้งเป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง ลำตัวค่อนข้างกลม หายใจด้วยเหงือก กุ้งเป็นสัตว์เลือดเย็น เจริญเติบโตด้วยการลอดคราบ โดยปกติชอบหลบซ่อนตัวอยูเงียบ ๆ ตามพื้นน้ำหรือในวอกมือด ๆ จะออกหากินในเวลากลางคืน กุ้งกินทั้งพืชและสัตว์เป็นอาหาร เช่น กิน กุ้งด้วยกันเอง ลูกปลา ไส้เดือน สัตว์หน้าดินขนาดเล็กชนิดต่าง ๆ ข้าว เนื้อมะพร้าวตลอดจนซากสัตว์
กุ้งแบ่งออกเป็น ๒ พวกใหญ่ ๆ คือ กุ้งทะเล อาศัยอยู่ในน้ำเค็ม เช่น กุ้งกุลาดำ กุ้งแช่บ๊วย กุ้งตะกาด เป็นต้น อีกพวกหนึ่งคือ กุ้งน้ำจืด อาศัยอ ยู่ในน้ำจืด ได้แก่ กุ้งก้ามกราม กุ้งกะต่อม และกุ้งฝอย เป็นต้น กุ้งทะเลและกุ้งน้ำจืดมีลักษณะแตกต่างกันพอสังเกตได้ดังนี้
กุ้งทุกชนิดมีขาเดิน ๕ คู่ อยู่บริเวณอก มีลักษณะยาวเป็นปล้อง ๆ และมีขาว่ายน้ำ ๕ คู่ อยู่บริเวณท้อง มีลักษณะแบบบาง แต่กุ้งทะเลที่ปลาย ขาเดิน ๓ คู่แรกเป็นก้ามส่วนกุ้งน้ำจืดที่ปลายขาเดิน ๒ คู่แรกเป็นก้าม
กุ้งทะเลมีเปลือกหุ้มด้านข้างท้องช้อนเรียงกันเป็นระเบียบ แต่กุ้งน้ำจืดมีเปลือกหุ้มด้านข้างท้องของคู่ที่ ๒ ซ้อนทับคู่ท ี่ ๑ และคู่ที่ ๓
กุ้งน้ำจึดมีลักษณะหัวโต ตัวสั้น ก้ามคู่ที่ ๒ ใหญ่กว่าคู่แรกมาก กุ้งน้ำจืดมีหลายชนิด แต่ชนิดที่ใหญ่ที่สุดคือ กุ้งก้ามกราม ถิ่นอาศัย
กุ้งก้ามกรามมีถิ่นกำเนิดในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ พบในหลายประเทศ ได้แก่ ไทย พม่า มาเลเซีย อินเดีย บังคลาเทศ ศรีลังกา อิ นโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เขมร และเวียดนาม พบอยู่ตามแม่น้ำที่ติดต่อกับทะเล เพราะตัวอ่อนจะต้องอยู่ในน้ำกร่อยระยะหนึ่งแล้วจึงเคลื่อนย้าย ไปอยู่ในน้ำจืด จนโตเต็มวัย
สำหรับในบ้านเรานั้นมีพบหลายแห่ง เช่น ในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำประแสร์ แม่น้ำจันทบุรี แม่น้ำตาปี ทะเลสาบสงขลา และแม่น้ำโกลก เป็นต้น







ชื่อไทย
กุ้งก้ามกราม, นาง, หลวง
ชื่อสามัญ
GIANT FRESHWATER PRAWN
ชื่อวิทยาศาสตร์
Macrobrachium rosenbergii
ถิ่นอาศัย
ปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายในจังหวัดต่าง ๆ แถบภาคกลางของประเทศไทย เช่น สุพรรณบุรี นครปฐมฉะเชิงเทรา ฯลฯ แต่โดยธรรมชาติจะอยู่ในแม่น้ำ ลำคลอง แทบทุกจังหวัดในภาคกลางและภาคใต้ ทั้งในน้ำจืดและน้ำกร่อย
อาหาร
ชอบกินไส้เดือน ตัวอ่อนของลูกน้ำ ลูกไร ซากของสัตว์และในบางโอกาสก็กินพวกเดียวกันเอง
ขนาด
ความยาวประมาณ 13-31 เซนติเมตร
ประโยชน์
เนื้อมีรสอร่อย ไม่ว่าจะนำไปต้มยำ ทอด หรือเผา ก็มีรสชาติถูกปาก มันกุ้งคือตับ และตับอ่อน ส่วนแก้วกุ้งก็คือรังไข่ ซึ่งมีไข่อ่อนอยู่เต็ม



Create Date : 26 มีนาคม 2549
Last Update : 26 มีนาคม 2549 10:15:56 น.
Counter : 1131 Pageviews.

3 comments
  
สวัสดีเช้าวันอาทิตย์ มีความสุขมากๆๆนะคะตกกะใจนึกว่าเข้าบล๊อคผิด วันนี้สาระดีมากๆค่ะ



โดย: อพันตรี IP: 203.113.16.241 วันที่: 26 มีนาคม 2549 เวลา:11:10:59 น.
  
ขอบคุณสำหรับสาระกุ้งๆ ค่ะ เพราะกุ้งนี่ของชอบมากๆ เลยค่ะ
โดย: jan_tanoshii วันที่: 26 มีนาคม 2549 เวลา:19:34:17 น.
  
หวัดดีจ้าคิดถึงมากนะไม่ได้เข้ามานานขอโทษนะแต่ยังคิดถึงเสมอนะจ๊ะ
โดย: oryzaja วันที่: 27 มีนาคม 2549 เวลา:9:55:20 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

sananda
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




" HIDDEN="true" AUTOSTART="true"LOOP="2" MASTERSOUND>
มีนาคม 2549

 
 
 
8
11
14
16
22
24
27
31
 
 
All Blog
Friends Blog
[Add sananda's blog to your weblog]
MY VIP Friend