มีการศึกษา (Education) ไม่ได้แปลว่า มีความรู้ (Knowledge)
กระดาษหนึ่งแผ่น..ไม่ได้ทำให้คนฉลาดขึ้น การเรียนรู้..ไม่ได้มีอยู่แต่ในห้องเรียน
การต่อยอดจากสิ่งที่ดี ย่อมได้สิ่งที่ดีกว่า
Group Blog
 
<<
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
25 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
ประทับใจมั๊ย? กับการไหว้ขอบคุณลูกค้า

เมื่อวานเย็น (24 เม.ย.) มีนัดกับรุ่นน้องและเพื่อน เลยไปนั่งทานสุกี้ในร้าน "เอ็มเคสุกี้" สาขาโลตัสมีนบุรี สาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่การกิน แต่เป็นสิ่งที่สังเกตได้จากพนักงานในร้าน นั่นคือ "การไหว้ขอบคุณลูกค้า" ของพนักงาน เมื่อตอนที่ลูกค้าทานเสร็จและลุกเดินออกไป ผมสังเกตเห็นว่าลักษณะการไหว้ เป็นการไหว้ที่ดูสวยงาม ไม่ขัดสายตา ยกมือขึ้นมาพนมแล้วก้มศีรษะ พร้อมกับพูดขอบคุณ และมีหน้าตาที่ยิ้มแย้มแจ่มใสทุกคน


ภาพจากเว็บไซต์ http://www.thailand-search.com/

-----------------------------------------------------

เมื่อช่วงวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา ผมไม่ได้เดินทางไหน ก็เลยวนเวียนหลบอากาศร้อน อยู่ตามห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯนี่แหละ มีวันหนึ่งผมไปแฟชั่นไอส์แลนด์ และเข้าไปนั่งทานอาหารในร้าน "เจียงลูกชิ้นปลา" ไปคนเดียว แต่ด้วยความที่รวบเอามื้อเช้ากับมื้อกลางวัน มาทานตอนมื้อบ่ายๆ นอกจากจะสั่งก๊วยเตี๋ยวเส้นเล็กต้มยำทรงเครื่องแล้ว ยังมีติ๋มซำอีก 4 เข่ง น้องพนักงานเสริฟที่ยกมา ถามยิ้มๆ ว่า "พี่ทานหมดหรือคะ" ผมก็ว่า "หมดซิครับ"


ภาพจากเว็บไซต์ http://iamtanapon.multiply.com/

ระหว่างที่กำลังทาน ผมก็สังเกตพนักงานโดยรวมๆ พบว่า เวลาที่มีลูกค้าเดินเข้า-ออก คนที่อยู่ในเส้นทางที่ลูกค้าเดินผ่าน จะยกมือไหว้ทักทาย หรือขอบคุณลูกค้าแต่ละคน ด้วยลักษณะการไหว้ที่ผมเห็นว่า สวยงามและไม่ขัดสายตา ยกมือไหว้และก้มศีรษะ ปากพูดทักทายหรือขอบคุณ และใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ทำให้ผมรู้สึกชื่นชมพนักงานทุกคนของร้านเจียงลูกชิ้นปลา


ภาพจากเว็บไซต์ http://www.siaminfobiz.com/

หลังจากผมเดินออกจากร้าน ผมหันไปมองแคชเชียร์ของบิ๊กซีซึ่งอยู่ใกล้กัน สักพักใหญ่ๆ เฮ้อ...มันต่างกันลิบลับเลยครับ ถ้าท่านมีโอกาสผ่านไป ลองไปพิสูจน์ด้วยสายตาท่านว่า เป็นอย่างที่ผมเจอมาหรือไม่ อย่างไร

-----------------------------------------------------

ผมเคยรู้สึกอึดอัดขัดสายตา กับการไหว้ที่... เอ่อ.. ขอใช้คำว่า "ทุเรศ" ของพนักงานแคชเชียร์ (ส่วนใหญ่) ของห้างดิสเคาท์สโตร์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น โลตัส คาร์ฟูร์ หรือบิ๊กซี แทบจะทุกสาขาที่ผมเคยไป และมั่นใจว่าคุณผู้อ่านก็คงเคยเห็นเหมือนผม พอคิดเงิน ทอนเงิน ให้ลูกค้าเสร็จแล้ว จะยกมือไหว้ ...ไม่ซิ ผมไม่อยากใช้คำว่า "ไหว้" ซะด้วยซ้ำ เพราะลักษณะกิริยาแบบนั้น มันไม่น่าจะเรียกว่าการ "ไหว้"

ส่วนใหญ่ที่เห็นคือ การยกมือขึ้นมาประกบกันตรงหน้าอก ยกข้อศอกสองข้างขึ้น (เหมือนปีกไก่ทอดโดนน้ำมันร้อน) คอตึง หน้าเชิด และแทบไม่เคยได้ยิน ว่ามีการพูดขอบคุณรึเปล่า ในจำนวนสามห้างใหญ่ที่ผมเอ่ยชื่อมานี้ ในสายตาของผม (ขอย้ำ...ในสายตาของผม ที่ประสบมาด้วยตนเอง) พนักงานของ "เทสโก้โลตัส" ทำกิริยาที่พวกเขาเรียกว่าการไหว้นั้นได้ทุเรศที่สุด อาจจะเป็นเพราะผมเข้าโลตัสบ่อยกว่าห้างอื่นก็ได้ ก็เลยได้เห็นบ่อยหน่อย และหลายๆ สาขาก็ไม่ค่อยต่างกัน ไปยืนดูได้เลย

ที่ว่าทุเรศที่สุดนั้น ก็เพราะว่า นอกจากกิริยาการยกมืออย่างที่ผมอธิบายแล้ว คุณจะได้เห็นว่า พนักงานแคชเชียร์(บางคน) ของห้างโลตัส(บางสาขา) ยกมือพนมเอียงมาทางอกด้านซ้าย (หรือทางที่ลูกค้ากำลังเดินออกไป) แต่ใบหน้ามันจะหันไปทางด้านขวา (หรือทางที่ลูกค้ารายใหม่กำลังเดินเข้ามา) คุณลองคิดดูซิว่า มันทุเรศแค่ไหน มือไหว้ทางหนึ่ง หน้าหันไปอีกทางหนึ่ง ผมไม่รู้ว่า พวกเขาจะรีบกันไปขนาดไหน ส่งเงินทอนหรือใบเสร็จให้ลูกค้าแล้ว จะไหว้ขอบคุณ (ทั้งๆ ที่ก็ไหว้ไม่ได้เรื่องอยู่แล้ว) หันหน้าตามไปอีกสักนิด ก่อนที่จะหันตัวมารับลูกค้ารายต่อไป มันจะเสียเวลาสักเท่าไรเชียว



ผมเลยคิดในใจว่า "ใครไปบังคับให้มันไหว้ว๊ะ?"

ความมีจิตใจในการให้บริการนั้น มันไม่มีในสายเลือดหรือดีเอ็นเอของคนไทย มาตั้งแต่ชาติไหนๆ แล้ว เพราะสภาพชีวิตและสังคมของคนไทยในอดีต เราไม่ใช่ผู้ให้บริการ คนที่ทำงานบริการคือ "ทาส" หรือ "บ่าวไพร่" ซึ่งเพิ่งจะเลิกระบบทาสอย่างเป็นทางการเมื่อร้อยกว่าปีนี่เอง (แต่ที่ไม่เป็นทางการก็คือ ระบบทาสยังมีหลงเหลืออยู่ในสังคมปัจจุบัน เพียงแต่มันมีวิวัฒนาการที่เปลี่ยนไป และใช้คำเรียกอื่นแทนคำว่าทาส)

คนไทยไม่ใช่คนที่มีจิตใจให้บริการ คนไทยเราเป็นนักสู้ คนไทยไม่เคยยอมแพ้ใคร เราเก่งเรื่องนี้ต่างหาก จวบจนทุกวันนี้ก็ยังมีให้เห็น ชกมวยชนะก็ฉลอง ถ้าชกแพ้ก็ต้องจัดนัดล้างตาทุกทีไป (จนกว่าจะชนะอีกทีนั่นแหละ) ใครทำอะไรใหญ่ เราต้องทำให้ใหญ่กว่า, ใครทำอะไรสูง เราต้องทำให้สูงกว่า, ใครทำอะไรนาน เราต้องทำให้นานกว่า ฯลฯ ดังนั้น เราจึงมักได้ยินกิจกรรมอะไรต่างๆ มากมาย ที่ลงท้ายด้วยคำว่า "...ที่สุดในโลก" แทบจะทุกงาน

ดังนั้น เมื่อความเต็มใจในการให้บริการมันไม่อยู่ในสายเลือด การจะทำอะไรสักอย่างที่คิดว่าจะทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ จึงเป็นการลอกเลียนแบบมาจากตำราต่างประเทศ และมาบังคับให้พนักงาน(ส่วนใหญ่)ต้องปฏิบัติ การที่กระทำอะไรก็แล้วแต่ ถ้ามาจากการถูกบังคับ ไม่ได้ออกมาจากความเต็มใจ แล้วล่ะก้อ...มันก็ทุเรศอย่างที่เห็นนี่แหละครับ

ธรรมเนียมการไหว้ การทักทาย การขอบคุณ สิ่งเหล่านี้เพิ่งเกิดขึ้นกับสังคมไทยไม่นาน ถ้าจำไม่ผิด มันเกิดขึ้นหลังการเลิกทาสด้วยซ้ำไป ผมเคยอ่านเจอว่า น่าจะเพิ่งมีขึ้นสมัยรัชกาลที่ 6 นี่เอง (ผิดถูกอย่างไรต้องขออภัย) แต่จำไม่ได้ว่าท่านใดเป็นผู้ริเริ่ม แต่ก็มีสาเหตุมาจากการที่ได้เห็นเมืองนอกเขามีธรรมเนียมเหล่านี้กัน ก็เลยต้องการสร้างเอกลักษณ์ของไทยขึ้นมาบ้าง (ดังนั้น ถ้าดูในหนังในละครย้อนยุค ก่อนสมัยรัชกาลที่ 6 หากมีการไหว้ทักทาย หรือการกล่าวสวัสดี อะไรเหล่านี้ แสดงว่าคนเขียนบทไม่ได้ทำการบ้าน) คำว่า อรุณสวัสดิ์ ราตรีสวัสดิ์ ฯลฯ เหล่านี้ก็เกิดในยุคที่ว่านี่แหละครับ

อย่างนี้รึเปล่า ที่เขาเรียกว่า การณรงค์กันแต่ภาพลักษณ์ภายนอก แต่ภายในจิตใจยังขาดการปลูกฝัง ผมรู้สึกว่าตัวเองมีอายุอยู่มาเกินครึ่งชีวิตของอายุเฉลี่ยแล้ว ทำให้ความรู้สึกนึกคิดต่างๆ เวลามองย้อนกลับไปดูคนรุ่นหลัง มันจึงเกิดการเปรียบเทียบ ระหว่างสภาพสังคมวันนี้ กับสภาพสังคมตอนที่ผมอายุเท่าพวกเขาเหล่านั้น มันต่างกันมากจริงๆ แต่ทว่า...ในแต่ละวันที่เราก้าวเดินไป บางทีมันก็ไม่ทันได้รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง แต่พอหันมองย้อนกลับไปลึกๆ จะเห็นความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด

นี่เป็นลิขิตฟ้าหรือเปล่า (อิอิ ใช้คำนี้ เพราะเพิ่งดูสามก๊กตอนจบเมื่อคืนครับ)

ใครทำดีก็ชมครับ ใครทำไม่ดีก็ต้องตำหนิ เป็นเรื่องธรรมดา
ใครที่ถูกตำหนิ ก็ควรนำข้อตำหนินั้นมาไตร่ตรอง และแก้ไข
เพื่อที่จะได้ไม่ถูกตำหนิในเรื่องเดิมๆ อีก

ฝากไว้ให้พิจารณาครับ


Create Date : 25 เมษายน 2551
Last Update : 29 มิถุนายน 2551 10:13:24 น. 11 comments
Counter : 929 Pageviews.

 
เคยสังเกตเหมือนกันจากการไหว้ของเจ้าหน้าที่รับเงินของห้างหรือร้านค้าต่างๆ

คิดว่าไม่ต้องไหว้จะดีกว่า
เห็นก้ออดหัวเราะว่าขณะที่ไหว้นิ้วของเขาครบ10นิ้วไหมหรือหักงอไว้สักนิ้ว2นิ้ว..ป่าว





โดย: gripenator วันที่: 25 เมษายน 2551 เวลา:16:33:17 น.  

 
เห็นด้วยกับคุณ gripenator ครับ ที่ว่า "..ไม่ต้องไหว้จะดีกว่า.." ผมเคยเจอเจ้าหน้าที่บางคน จำไม่ได้ว่าห้างไหน หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักเชียว เราก็แอบมองแอบปลื้ม (ประมาณว่าหลงใหลรูปลักษณ์ภายนอก ฮ่าๆๆ)

แต่พอเธอยกมือไหว้ขอบคุณในแบบของเธอ ความรู้สึกดีๆ มันหายไปหมดเลย แบบนี้เรียกว่า ข้างนอกสุกใส ข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง รึเปล่าครับ

นี่ถ้าเธอแค่ส่งเงินทอนเฉยๆ โดยมีหน้าตาเป็นอาวุธ ก็คงทำให้เราประทับใจ มากกว่าการที่เธอมายกมือทำท่าไหว้ซะอีก เฮ้อ...


โดย: ครูเอก วันที่: 25 เมษายน 2551 เวลา:20:02:52 น.  

 
ครู โอพียังอ่านม่ายจบนะจ๊ะแต่ทราบเบื้องหลังของเอ็มเคสุกี้คือเจ้าของเคยลงหนังสืออยู่ในบุญ
เค้าเป็นปฏิบัติธรรมทรๅบมาว่าพนักงานมีการฝึกด้วยทำวัตรเย็นทุกคนถือศิลห้า มีพระมานำปฏิบัตรธรรม
อาทิตย์ละครั้งประจำเค้าส่งพนักงานไปปฏิบัตธรรมเช่นถือศิลแปด ๑ อาทิตย์ ตามทีต่างๆเค้าฝึกคนเค้าให้เป็นคนดีของสังคมและครอบครัว มีหลายบริษัททำเหมือนกๅาานเช่น Q house..ของคุณอนันท์ โอพีไปนั่งสมาธิที่นั้นบ่อย
เค้ามีห้องปฏบัตธรรม พระอๅจารย์มาอาทิตย์ละครั้งและบริษัทดีเทค จีอีโอ ชาวสวิตพาคุณพ่อปฏิบัติ มิเดิ้นเวย์โอพีอ่านถึงความประทับใจของคุณพ่อ จีอีโอ ของดีเทค เค้าทำงานอยู่กะอืมมม เกียวกับคณะกรรมการโนเบลและสันติภๅพฯฝรั่งนิน่าทึ่งนะค่ะนั่งสมาธิได้ดีกว่าคนไทยแปลกแต่จริง จบก่อนดีกว่าเด่วยาวว บ๊ๅยยย


โดย: Opey วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:9:51:23 น.  

 


โดย: Opey วันที่: 27 เมษายน 2551 เวลา:8:47:05 น.  

 




..... ครูเป็นไรรึเปล่า รึครูป่วยเงียบไปเลย เป็นห่วงจ๊ะ คิดถึงมั้กมาก


โดย: Opey วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:1:18:56 น.  

 
เห็นด้วยอย่างมากเลยค่ะ เคยเจอด้วย เราจ่ายด้วยเงินสด จำนวนมากกว่าคนที่จ่ายด้วยบัตรเครดิตก่อนหน้าเรา เค้าไหว้คนก่อนหน้าเรา เราก็เลยถามว่าต้องจ่ายบัตรเหรอถึงจะไหว้ ถ้าไม่ไหว้เหมือนกันก็ไม่เป็นไรหรอก แต่เงินสดหนะ เอาไปใช้ได้เลย เค้าก็ทำท่าไม่สนใจ จนเราต้องคุยกับผู้จัดการ ตอนหลังเราก็เห็นไม่ไหว้อีกเลย ที่ Jusco ค่ะ


โดย: nong IP: 125.24.12.50 วันที่: 29 เมษายน 2551 เวลา:8:41:28 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปบล็อก-และแชร์ความคิดเห็นเรื่องราคาข้าวนะคะ

เรื่องไหว้เ็ห็นด้วยค่ะถ้าเค้าเทรนพนักงานให้ไหว้ให้ดูเป็นธรรมชาติ
แต่ถ้าไหว้่แบบแข็งก็ไม่ต้องทำดีกว่า เพราะว่าเหมือนไล่เราออกจากร้านเลยอ่ะคะ่



โดย: ~ ShiriN ~ วันที่: 29 เมษายน 2551 เวลา:9:43:59 น.  

 
คงเป็นเพราะ ร้านอาหาร +ภัตรตาคาร+โรงแรม พนักงานเค้าได้รับ Service Charge มั้งคะ เลยบริการดีหน่อย (แบบว่าเต็มใจขึ้นมาหน่อย)
ส่วนประเภท Discount store กับ convenience store ได้เฉพาะเงินรายชั่วโมง เลยไม่ใส่ใจอะไรกับตรงนี้

แต่ก็เห็นด้วยจริงๆนะคะ ว่าถ้าไหว้ออกอย่างนั้น ก็อย่าไหว้ไปเลยจะดีกว่า อันนี้ไม่ได้ประชด แต่อยากให้เป็นอย่างนั้นจริงๆ

เวลาไปซื้อของที่ร้านค้าใหญ่ๆพวกนี้เหมือนกันค่ะ บางทีเค้าก็ไม่ได้ยกมือไหว้เรา คงเห็นว่าเราตัวเล็กด้วย (บางทีก็แต่งขาสั้น รองเท้าแตะไป) เค้าก็ไม่ได้ยกมือไหว้ ทั้งที่เราก็อายุขั้นเรียกป้าได้แล้ว

แต่ทุกครั้งที่พนักงานเค้ายกมือไหว้ เราเองก็จะยกมือไหว้กลับทุกครั้งนะคะ (ไม่ใช่อาการรับไหว้เฉยๆ) แต่บางทียกมือไหว้เค้าเก้อ ก็มี เฮ้อออ ...

คือจริงๆแล้ว รู้ว่า มือเค้ายุ่งมากๆ ทั้งสแกนบาร์โค้ด ทั้งนับตังค์ ทอนตังค์ ขอแค่พูดคำว่า ขอบคุณค่ะ ด้วยน้ำเสียงจริงใจ แค่นั้นก็พอแล้วค่ะ

ขอแค่นั้นจริงๆ

ป.ล. เวลาเข้าร้านอาหารแล้วพนักงานหน้าประตูเค้าไหว้สวย ดิฉันยิ่งไหว้สวยกลับเลยค่ะ อิ อิ ชอบ ชอบ พนักงานอย่างนี้จัง น่าชื่นชม ให้ออกหน้าตาเหมือนครูเอกเลยค่ะ


โดย: Shallow Grave วันที่: 29 เมษายน 2551 เวลา:15:11:36 น.  

 



คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: Opey วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:11:11:45 น.  

 



คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: Opey วันที่: 1 พฤษภาคม 2551 เวลา:8:00:22 น.  

 
เพิ่มเติมข้อมูลครับ
รูปแบบการไหว้ที่ทุเรศๆ นั้น เดี๋ยวนี้มันไม่ได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะ พนักงานแคชเชียร์ ห้างดิสเคาท์สโตร์แล้ว มันเริ่มลามไปถึงเจ้าหน้าที่ธนาคาร โรงพยาบาล และสถานที่ราชการบางแห่งด้วย มันเป็นเหมือนเชื้อไวรัส ที่แพร่กระจายโดยไม่มีวัคซีนป้องกันครับ


โดย: ครูเอก วันที่: 29 มิถุนายน 2551 เวลา:10:19:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ครูเอก
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 99 คน [?]




เนื้อหาบทความ ภาพประกอบ ไฟล์ตัวอย่าง ทั้งหมดใน blog นี้ "สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พุทธศักราช ๒๕๓๗" อนุญาตให้นำไปเผยแพร่ได้ โดยต้องระบุแหล่งที่มาของเนื้อหาให้ชัดเจน เพื่อแสดงถึงการรับรู้ในความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ไม่อนุญาตในการนำไปใช้เพื่อการแสวงหาผลกำไรทางธุรกิจ โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร

ส่งข้อความหลังไมค์ถึงครูเอก
MSN : ysamroeng@hotmail.com
ชมรมนักเรียนสาธิตเสริมสมอง มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
กิตติกรรมประกาศ

ผมใช้คอมพิวเตอร์ครั้งแรก โดยมีหนังสือชื่อ "เรียน DBASE III PLUS ด้วยตนเอง" ของ พ.ต.ประพัฒน์ อุทโยภาศ เป็นเสมือนอาจารย์ และมี บร.โรเบิร์ต ปาแนสโต (ซดบ.) เป็นผู้ให้โอกาส และ้คำแนะนำ ถือเป็นก้าวแรก ที่้ผมจับคอมพิวเตอร์ และสนใจเรียนรู้ มาตั้งแต่วันนั้น นอกจากเรื่อง "การเขียนโปรแกรมด้วย Clipper" แล้ว ผมไม่เคย ไปเรียนคอมพิวเตอร์ จากสถาบันใด อาศัยที่เป็น คนชอบอ่านหนังสือ และซื้อหนังสือเยอะมาก บวกกับลงทุน ซื้อเครื่องไว้ใช้งานเอง (เครื่องแรก Intel 386DX-40) จึงได้ฝึกฝน เรียนรู้ ต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้
มีของมาขาย

1. หนังสือ "Excel for HR"


การใช้ไมโครซอฟต์เอ็กเซล ในงาน HR แบบมืออาชีพ พิมพ์ครั้งที่ 2 เป็นหนังสือที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ จากงานจริงๆ มาเป็นวัตถุดิบ เป็นหนังสือคอมพิวเตอร์เล่มแรก ที่เขียนขึ้นมาเพื่อ นักบริการทรัพยากรมนุษย์ (HR) โดยเฉพาะ เป็นตัวอย่างของการใช้โปรแกรม MS Excel ในงานประจำวันของ HR หาซื้อได้ที่ ร้านซีเอ็ดบุ๊ค ทุกสาขา, HR Center, ศูนย์หนังสือ สสท., ศูนย์หนังสือจุฬา, Thailand Book Tower, B2S เป็นต้น
หรือสั่งซื้อโดยตรงได้ที่ 02-347-1066, 081-423-9828
ราคาเล่มละ 200 บาท จัดส่งฟรี

2. CD รวมไฟล์ตัวอย่าง Excel จากงานจริง


มีไฟล์ตัวอย่างมากที่สุด สามารถนำไปใช้งานได้ทันที หรือใช้ศึกษาเทคนิคการเขียนสูตร Excel อัพเดตใหม่ทุกสัปดาห์
ของแท้ไม่มีวางจำหน่ายที่ไหน
สนใจสั่งซื้อโดยตรงที่ 02-347-1066, 081-423-9828
ราคาแผ่นละ 200 บาท ค่าจัดส่งฟรี

หมายเหตุ : ปัจจุบันมีจำหน่ายทั้งสิ้น 3 ชุด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://sites.google.com/site/excel4hr/product
กิจกรรมของพวกเราที่ผ่านมา

โครงการห้องสมุดเพื่อน้อง รร.บ้านซับงูเหลือม จ.ลพบุรี

โครงการห้องสมุดเพื่อคนพิการ มูลนิธิส่งเสริมและพัฒนาคนพิการ ปากเกร็ด
รูปภาพหรือข้อความแสดงความเห็น เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยอิสระ ของบุคคลทั่วไป และถูกส่งขึ้นแสดงในหน้า blog โดยอัตโนมัติ เจ้าของ blog มิได้มีส่วนรู้เห็น หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งไม่จำเป็นต้องร่วมรับผิดชอบ ต่อทุกความคิดเห็นใดๆ
Friends' blogs
[Add ครูเอก's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.