หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2558
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
13 ธันวาคม 2558
 
All Blogs
 
สวนพฤกษา : สุภาวดี

เรื่อง : สวนพฤกษา
ผู้ประพันธ์ : สุภาวดี
สำนักพิมพ์ : คลังวิทยา
ปีที่พิมพ์ : 2504
เล่มเดียวจบ




       ผมมีโอกาสรู้จักงานเขียนของ สุภาวดี นักเขียนรุ่นครู ตั้งแต่เริ่มอ่าน “สวนผึ้ง” นวนิยายแนวแปลกหลากหลายรสที่เคยรีวิวไปก่อนหน้า ก่อนที่จะมีโอกาสอ่านเรื่องอื่นๆ ตามคำแนะนำของมิตรนักอ่านท่านหนึ่งคือคุณหน่อย ดุจจันทร์ ในเรื่องห้องขวัญ ตามมาด้วย นิยายชื่อแปลกอีกเรื่องของท่านคือ “สตาร์” แต่เสียดายที่ยังไม่มีโอกาสรีวิวสักที จนกระทั่งมาถึงนิยายเรื่องนี้... สวนพฤกษา นวนิยายรักรุ่นเก่าที่สะท้อนภาพชีวิตหนุ่มสาวยุคกึ่งพุทธกาลผ่านปลายปากกาของผู้เขียนท่านนี้ครับ

   ชีวิตมนุษย์นี้ช่างไม่แตกต่างอะไรกับต้นไม้หลากหลายพันธุ์ ในสวนพฤกษา อันกว้างใหญ่ไพศาล คือโลก ชีวิตมนุษย์เฉกเช่นพฤกษาชาติทั้งหลายที่มีคุณประโยชน์และไม่มีประโยชน์ ทั้งที่มีค่าและไม่มีค่า ต่างแก่งแย่งที่อยู่บนพื้นพิภพนี้ เพื่อชูอวดความดีเด่นหรือสำคัญของตัวเอง เพื่อตัวอยู่แม้จะทำให้คนอื่นตาย ก็ยังดีกว่าจะตาย แต่ผู้ที่จะตายนั้น ไม่มีความสำคัญเปรียบเหมือนหญ้าคก็สมควรจะตาย ให้ต้นสักใหญ่อยู่ เพื่อเป็นหัวหน้าหมู่แมกไม้ที่มีคุณประโยชน์ ตรงกับพุทธภาษิตบทหนึ่งที่ว่า
     “ชีวิตของคนโง่สั้นนิดเดียว ชีวิตของคนฉลาดยืนนาน...”

          บทเริ่มต้นของสวนพฤกษา เริ่มต้นด้วยความคิดคำนึงของ ปทุม สาวใหญ่มารดาม่ายของ ธัชทรง และบงกช เธอเคยแต่งงานใช้ชีวิตอยู่กับนายธวัช ภายหลัง ธวัช ซึ่งมีตำแหน่งก้าวหน้าเป็นถึงรัฐมนตรี เข้าใจผิดกับเธอ จึงขอหย่าขาดและไปแต่งงานกับดวงมาลย์ มีชีวิตที่สุขสมบูรณ์ ในขณะที่ชีวิตของปทุมกลับลำบากข้นแค้น โชคดีที่ ธัชทรง ได้รับความเอ็นดูจากคุณพวงแก้ว คุณย่าบุญธรรมที่ขอเขามาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก และส่งเสียให้ไปเรียนการเกษตรที่สหรัฐอเมริกา จนจบกลับมา

      ข้างบ้านซอมซ่อของเธอ ก็คือเรือนทรงฝาชีครอบหลังงามของครอบครัวนายภมรและนางฌลา ที่เคยยากชนแต่สร้างตัวจนประสบความสำเร็จ เป็นนักธุรกิจ และซื้อบ้านหลังนี้ให้ลูกสาวฝาแฝดวัยแรกรุ่นสองคนมาอาศัยอยู่ นั่นก็คือ ชมพู และ ชูพักตร์ สองพี่น้องที่หน้าตาเหมือนกัน แต่นิสัยแตกต่างกันคนละขั้ว ชมพู ถือตัว ไม่ชอบสุงสิงกับใคร ขณะที่ชูพักตร์หรือแขก เป็นมิตรและช่างพูดช่างเจรจา เป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไปรวมทั้งปทุม ที่อยู่บ้านติดกันด้วย

        ชูพักตร์ ไม่ชอบนายถนัด วราภรณ์ ที่มาติดพันพี่สาวของเธอ ในขณะเดียวกัน เมื่อเด็กสาวมีโอกาสรู้จักกับ ธัชทรง ทำให้เด็กสาวรู้สึกประทับใจในความเป็นสุภาพบุรุษของเขา และเกิดความรักขึ้นโดยไม่รู้ตัว แม้จะรู้ว่า เขาเองมีคนรักอยู่แล้ว เป็นดาราสาวแสนสวยที่ชื่อ โศภนา ก็ตาม

        ในขณะเดียวกัน สมโภชน์ บุตรชายคุณพระสรรพ์วิทยาการ ก็มาติดพันชูพักตร์ หญิงสาวเองแม้จะไม่ชอบชายหนุ่มผู้นั้นอย่างชู้สาว แต่ก็คบหาอย่างเพื่อนมากกว่า

        ชูพักตร์หรือแขกเริ่มสนิทสนมกับธัชทรงมากขึ้น เขานึกเอ็นดูความน่ารักไร้เดียงสาของเธอไม่ต่างกับน้องสาวคนหนึ่ง จนพบว่า โศภนา เป็นหญิงสาวที่เชื่อมั่นตัวเองสูงเกินไป เมื่อทั้งสองเกิดปัญหาทะเลาะกันด้วยความเข้าใจผิด โศภนาซึ่งถือว่าตัวเองทั้งสวยและเก่ง และไม่เห็นคุณค่าของชายหนุ่ม จึงตัดรอนเขาอย่างไม่ไยดีก่อนจะเดินทางกลับไปยังต่างประเทศ และธัชทรงเองก็หยิ่งในศักดิ์ศรีพอที่จะไม่ง้องอนเธอ โศภนาหันไปคบกับสุรินทร์ชายหนุ่มคนใหม่ที่เข้ามาติดพัน ในขณะที่ชายหนุ่มเองก็เจ็บปวดอยู่ไม่น้อย

     ชูพักตร์พยายามชักชวนให้เขาออกไปเที่ยวเพื่อลืมความทุกข์ใจ ทั้งสองตั้งใจจะขับรถไปอยุธยา ในช่วงวันหยุดวันหนึ่ง ในขณะที่ชมพูชวนให้ชูพักตร์ไปธุระกับเธอที่บางแสน ชูพักตร์ปฏิเสธ ทำให้พี่สาวฝาแฝดวางแผนแกล้ง โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เมื่อชูพักตร์และธัชทรงเกิดเปลี่ยนใจขับรถต่อไปถึงโคราช และเกิดรถเสียขึ้นระหว่างทาง ทำให้ทั้งคุ่ไม่สามารถเดินทางกลับพระนครได้ทัน

     ระหว่างที่อยู่โคราชนั้นเอง ธัชทรงได้พบกับนวลพิศ ภรรยาวัยสาวรุ่นของคุณพระสรรพ์วิทยาการที่เพิ่งแต่งงานใหม่ไม่นาน และเป็นบิดาของสมโภชน์นั่นเอง นวลพิศ จึงชวนให้ทั้งคู่มาพักที่บ้านของเธอเพื่อกันข้อครหา แต่อย่างไรก็ตาม ในเช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อ ธัชทรงและชูพักตร์กลับมาถึง ทั้งคู่ก็ต้องเผชิญหน้ากับนายภมรบิดาของเธอรอคอยอยู่แล้วด้วยความเป็นห่วง

      และภมรนั่นเอง ที่ยื่นข้อเสนอให้เขาต้องรับผิดชอบแต่งงานกับชูพักตร์...

       ธัชทรงยอมรับข้อเสนอ แม้ในใจจะเต็มไปด้วยทิษฐิว่านายภมรจับเขาให้ผูกมัดกับลูกสาวตัวเอง และทำให้ความรู้สึกที่เริ่มแปรเปลี่ยนไปต่อชูพักตร์ กลายเป็นความเข้าใจผิดและซ้ำร้าย เมื่อโศภนาเดินทางกลับมาเมืองไทย คราวนี้หล่อนต้องการกลับมาขอคืนดีกับธัชทรง จนทำให้ ชูพักตร์ต้องเป็นฝ่ายหลีกทางให้ ทั้งที่หัวใจเจ็บปวด

       แต่ครั้งนี้นั่นเอง ที่ทำให้ธัชทรงรู้หัวใจตัวเอง เมื่อชมพูสารภาพกับทุกคนว่าเป็นแผนการแกล้งน้องสาวฝาแฝดของเธอเอง โดยไม่คิดว่าเรื่องราวจะบานปลายไปถึงเพียงนี้ และ ฉากงอนง้อในสวนกลางราตรี เป็นอีกฉากหนึ่งที่ “สุภาวดี” เขียนได้อย่างน่ารักไม่น้อย

    “พี่ธัชทรง” เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงน้อยใจ ชูพักตร์ลุกขึ้นืนมือไขว้หลัง ท่าทางโกรธจัด แต่ทว่าเขายังนั่งสูบบุหรี่เฉย
      “ก็ได้ พรุ่งนี้จะเอาไปคืนให้ที่บ้าน สำหรับคืนนี้ลาก่อน”

     “ประเดี๋ยวก่อน คนสวยอย่าเพิ่งไป” เขารีบลุกขึ้น กั้นเธอไว้ ร่างเขาสูงกว่าเธอหน่อยหนึ่ง ดวงตาของชูพักตร์จึงอยู่ตรงริมฝีปากที่ยิ้มนิดๆของเขาพอดี เธอกลับเห็นว่าเป็นยิ้มยั่วเยาะเธอ จึงพูดเสียงขุ่นด้วยความไม่พอใจ

   “อย่ามาคนสวยกับแขกนะ แขกไม่ใช่โศภนานะ จะบอกให้”
        “ทราบแล้วว่าแต่คุณแขกน่ะลงมานั่งอยู่ที่นี่ทำไม ต้องการทรบเรื่องที่ผมไปพบคุณพ่อมาใช่ไห” เขาพูดเรียบก็จริง แต่ถ้อยคำติดจะประชดนิดหน่อย หญิงสาวจึงสงบเงียบลงบ้าง เชิดหน้าอย่างไว้ตัว
      “มีอะไรจะเล่าก็เล่ามาแล้วกัน จะรีบขึ้นตึก”

       “ครับ” เขาแสร้งทำเสียงนอบน้อม “คุณพระว่าขออภัยที่ใช้คำว่าบังคับ และขอถอนคำพูดเมื่อทราบแน่ชัดแล้วว่าไม่ใช่การกระทำของผมคนเคราะห์ร้าย และทราบว่าผมไม่ได้แตะต้องลูกสาวของคุณพ่อให้มัวหมองแม้แต่ขี้เล็บมือ”
      “อวดดี! เกลียดหน้านัก ตั้งแต่นี้ต่อไปอย่ามาพูดกับแขกอีกนะ แขกจะไม่พูดกับพี่ธัชทรงคอยดูสิ” เธอกระทืบเท้าและสะบัดหน้าเหมือนเด็กๆ ธัชทรงแสร้งตีหน้าขรึม

   “ทำไมจึงเกลียด ผมไปทำอะไรให้”
      “ไม่รู้! แขกจะเกลียด เกลียดที่สุดในโลก ไปละ”
     “เดี๋ยวก่อน ราตรีช่อนั้น ขอเถอะ”
    เขาเอื้อมมือไปจับแขนของเธอดึงไว้ ชูพักตร์ชะงัก เหลียวมาหน้าตื่น      “ปล่อย” เธอขอร้อง และก็ไม่มีแรงที่จะสะบัด “ดอกไม้ช่อนั้น ขอได้ไหม?”
    “เอาไปทำไม”

      “เอาไปนอนแนบหมอน”
       เธอลังเล แต่รู้สึกตัวว่าร้อนซ่าไปหมดทั้งร่างแทบจะยืนไม่อยู่ แววตาของธัชทรงที่มองดูเธอทั้งวิงวอนและบังคับ ชูพักตร์หลบไปทางหนึ่งอย่างมีพิรุธ หลับหูหลับตาส่งราตรีทั้งช่อให้เขาด้วยมือสั่น แต่ธัชทรงไม่ชั่วแต่รับดอกไม้ เขาจับมือเธอดึงเข้ามาหาอ้อมแขนของเขา...

      และสำหรับเรื่องราวต่อไปจากนี้ เราคงไม่ต้องคาดเดาต่อสำหรับบทสรุปของนวนิยายรักหวานโรแมนติค ของ “สวนพฤกษา” เรื่องนี้!!
              ************




Create Date : 13 ธันวาคม 2558
Last Update : 13 ธันวาคม 2558 14:17:28 น. 6 comments
Counter : 757 Pageviews.

 
ปีที่พิมพ์ เรายังไม่เกิดเลย
ชอบ Blog นี้จัง ที่มีหนังสือเก่า ๆ มารีวิว เล่าสู่กัน


โดย: Serverlus วันที่: 14 ธันวาคม 2558 เวลา:20:18:09 น.  

 
เข้ามาอ่านรีวิวด้วยความสนุกค่ะ พล็อตแนวนี้เป็นพล็อตอมตะนิรันด์กาลจริงๆด้วย 55555 หนังสือพิมพ์เก่ามากๆเลยค่ะ


โดย: Sab Zab' วันที่: 16 ธันวาคม 2558 เวลา:13:18:30 น.  

 
ผมพยายามตามหากลิ่นปาริชาต
นิยายเล่มหนาๆที่เคยอ่านตอนเด็ก
หวังว่าคงเจอสักวันที่ร้านหนังสือเก่าๆ
(ผมชอบไปร้านหนังสือเก่าๆ
มากกว่าสั่งทางเวบไซต์
เพราะสนุกตรงที่ไป
แล้วได้เจอเล่มอื่นๆด้วย)

ป.ล.สังเกตว่างานเขียนของคุณสุภาวดี
มักเป็นเรื่องราวหลายรสชาติ
รวมอยู่ในนิยายเล่มเดียวกัน
ผมคิดว่าเป็นแนวการเขียนที่แปลกดีนะครับ


โดย: Jay IP: 223.207.165.229 วันที่: 17 ธันวาคม 2558 เวลา:7:49:22 น.  

 
คุณ Serverlus : ขอบคุณมากครับ จะพยายามเสาะหาหนังสือนิยายเก่าๆมานำเสนอเพื่อนนักอ่านครับ

คุณSab Zab' : เป็นพลอตอมตะจริงๆครับ เหมาะสร้างเป็นละครมากครับ

คุณ Jay : ของคุณสุภาวดี ผมมีโอกาสอ่านไปสามเรื่องครับ สวนผึ้ง ห้องขวัญ แล้วก็เรื่องนี้ พลอตจะหลากหลายเหมือนผสมกันหลายรสชาติเลยครับ เหลือสตาร์ อีกเรื่องที่กำลังจะอ่าน
กลิ่นปาริชาตกับ ชายแพร ผมเคยเห็นของคลังวิทยาพิมพ์ในอดีตเหมือนกันครับ แต่ปัจจุบันหายากไปเสียแล้ว


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 21 ธันวาคม 2558 เวลา:8:32:21 น.  

 
เป็นแฟนนิยายสุภาวดีค่ะ พยายามตามเก็บทุกเรื่อง เรื่องนี้ไม่เคยได้ยินเลย สงสัยคงต้องตามหาบ้างแล้ว ที่อยากอ่านก็ กลิ่นปาริชาติ ห้องขวัญ ขวัญใจเจ้า 3 เล่มนี้ หายากสุดๆ ถ้าคุณสามปอยหลวงหาเจอและได้อ่าน นำมารีวิวบ้างนะคะ

ขอบคุณนะคะที่แบ่งปันกัน


โดย: songsiri IP: 202.47.243.21 วันที่: 5 มกราคม 2559 เวลา:10:23:05 น.  

 
คุณ songsiri : ห้องขวัญ คงต้องรอสักนิดนะครับ กำลังอ่านอยู่ แต่ไม่ได้ต่อเนื่องครับ ส่วนขวัญใจเจ้า ผมยังไม่เคยเห็นเรื่องนี้เหมือนกันครับ และกลิ่นปาริชาต เมื่อวันก่อนผมเห็นฉบับพิมพ์ครั้งแรกวางขายอยู่ที่ร้านหนังสือในตลาดนัดสวนจตุจักรครับ แต่เก่าตามสภาพนะครับ เห็นติดไว้ที่ราคา 500 บาท ครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 5 มกราคม 2559 เวลา:13:09:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 62 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.