หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2557
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
15 ธันวาคม 2557
 
All Blogs
 
ทะเลอารมณ์ : แกมกาญจน์ ศุภวรรณ

เรื่อง : ทะเลอารมณ์
ผู้เขียน : แกมกาญจน์ ศุภวรรณ
สำนักพิมพ์ : แพร่พิทยา
ปีที่พิมพ์ : 2511
เล่มเดียวจบ



         ผมเคยอ่านงานของ แกมกาญจน์ ศุภวรรณอยู่ไม่กี่เรื่อง และทั้งหมดก็ล้วนเป็นนวนิยายโรแมนติคพาฝัน อย่าง บัวทะเล อัญมณี แก้วน้ำค้าง หรือ เล่ห์รัก ในนามปากกา แก้ว กิริยา แต่สำหรับ ทะเลอารมณ์แล้ว นวนิยายเรื่องนี้จัดเป็นแนวชีวิตที่เข้มข้นในอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เพิ่งเคยได้อ่านจากผู้เขียนในนามปากกานี้เป็นครั้งแรก

      จากคำนำของสำนักพิมพ์ “ผู้เขียนได้หยิบเอากรณีที่ว่า ทำไมสามีที่แสนดีมีความซื่อสัตย์ต่อเมีย และรักลูกเป็นชีวิตจิตใจ แต่ก็ต้องมีเมียน้อย และทำไมผู้หญิงที่แสนดี มีความรู้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองได้เป็นอย่างดี จึงยอมเป็นเมียน้อยขึ้นมาวิจัยให้เห็นกันถึงเหตุผล ด้วยศิลปะการประพันธ์อันประกอบด้วยลีลาและสำนวนโวหารที่ดีเยี่ยม...”

      ครอบครัวของลัทธิและลัดดา สองสามีภรรยาวัยกลางคน ดูเหมือนจะดำเนินไปอย่างสวยงามและราบรื่น ตามแบบฉบับครอบครัวตัวอย่างทั่วไป ในเมื่อลัทธิเองก็เป็นทนายความที่มีหน้าที่การงานมั่นคง มีภรรยาที่ลาออกจากการเป็นครูมาทำหน้าที่แม่บ้าน เลี้ยงดูลูกทั้งสามจนเติบโตและย่างเข้าสู่วัยรุ่น ตู๋หรือตรูตา ลูกสาวคนโตเพิ่งเรียนปีแรกในมหาวิทยาลัย ต้อง หรือต้องลักษณ์ น้องสาวคนรองเรียนชั้นประถมปลายเช่นเดียวกัน ดนัยหรือเต้ย น้องชายคนเล็กที่ยังติดแม่อยู่

      ภายใต้ฉากหน้าของครอบครัวอันแสนสุข อยู่ร่วมกันมากว่าสิบปี ลัทธิกลับไม่เคยรู้สึกเลยความรักเป็นอย่างไร เขามีแต่ “หน้าที่” ของการเป็นสามีที่ดี ในขณะที่ ลัดดา ผู้ลาออกจากการเป็นครู มาทำหน้าที่แม่บ้าน ก็ยังใช้ความเป็นครูที่ยึดระเบียบแบบแผนและความถูกต้อง สร้างกรอบชีวิตให้กับทุกคนในครอบครัว ไม่ต่างกับลูกๆและสามี คือลูกศิษย์ในชั้นเรียน และเธอคือครูของทุกคนในบ้าน...

     ลัทธิเองก็เคยชินกับชีวิตเช่นนี้ เขาไม่เคยหลุดออกนอกกรอบ มันเป็นมาตั้งแต่เขายังเป็นเด็กหนุ่มที่พ่อแม่จัดหาลูกสะใภ้มาให้เขาแต่งงาน เพราะเขาคือลูกที่ดี และทำหน้าตามหน้าที่ทุกอย่างโดยไม่เคยบกพร่อง ตราบจนกระทั่งเขามีโอกาสได้รู้จักกับโศภิน...

       หญิงสาวมาพร้อมกับเจ๊สำเนียง เพื่อนต่างวัย ที่เข้ามาปรึกษาเรื่องทางกฎหมายเกี่ยวกับการค้าขาย เขาจึงรู้ว่า โศภิน เปิดร้านตัดเสื้ออยู่ข้างสำนักงานทนายความของเขานั่นเอง โศภินมีน้องชายอยู่คนหนึ่ง กำลังเรียนอยู่ปีสุดท้ายชื่อพิรัส เธอทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อหวังให้น้องชายประสบความสำเร็จ แม้ว่าครอบครัวจะค่อนข้างยากจนและมีกันอยู่เพียงแค่สองคนพี่น้องเท่านั้น การเข้ามาช่วยเหลือทางกฎหมายของทนายความหนุ่มใหญ่อย่างลัทธิ โดยไม่หวังผลตอบแทน ทำให้หญิงสาวอดรู้สึกประทับใจ ทั้งบุคลิกและความดีของเขาไม่ได้ แม้ว่าเธอเองก็รู้ว่าเขามีภรรยาและลูกๆที่น่ารักอยู่แล้ว โศภินได้แต่ปลอบใจว่านั่นเป็นเพียงความรู้สึก ศรัทธา ที่มีให้กับลัทธิเพียงเท่านั้น

      ในขณะที่หนุ่มใหญ่เอง ก็เริ่มรู้สึกถึงชีวิตที่อยู่ในกรอบอันเข้มงวดของผู้เป็นภรรยา วันหนึ่งที่เขารับลูกสาวกลับมาทานข้าวเย็นกับเธอช้าไปแค่ครึ่งชั่วโมง เขาก็ได้รับอาการเย็นชาของลัดดา และท่าทางมึนตึง เหมือนกับว่าเป็นความผิดฉกาจฉกรรจ์เสียเหลือเกิน...

        “นี่หรือคือความหมายสำหรับพ่อบ้านในวันหยุดงาน?” ชายหนุ่มถามตัวเองอย่างประชดประชัน วันนี้เขามีงานค้างอยู่นิดหน่อย แต่พอทำๆไปแล้วก็เพลินจึงลืมคิดถึงเวลาไปชั่วขณะหนึ่ง จึงได้กลายมาเป็นความผิดร้ายแรง
       ดูๆไปแล้ว ก็คล้ายกับว่า หล่อนขีดตารางให้เขาเดินจากเวลานั้น ถึงเท่านั้นกิน นอน ทำงาน เหมือนกับที่หล่อนเคยควบคุมลูกศิษย์ของหล่อน หล่อนไม่พยายามเข้าใจหรอกว่าเขานั้นแก่เกินกว่าที่จะเป็นลูกศิษย์ของหล่อน ทั้งไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตอยู่อย่างมนุษย์หุ่นยนต์
           ความจริงลัดดาน่าจะรู้ดีว่า เขาไม่ต้องการอะไรมากมายเลยสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน ขอให้เขาแต่เพียงการใช้ชีวิตเสรีชนภายในบ้านของตัวเองเท่านั้น คิดๆก็น่าขันที่ทนายความคนหนึ่งกำลังพยายามที่จะเรียกร้องสิทธิของเสรีชน ภายในหลังคาบ้านของตัวเอง! แต่ลัทธิกำลังมีความคิดต่อต้านเช่นนั้นจริงๆ จากปฏิกิริยาที่ได้รับจากภรรยาของเขาเมื่อครู่นี้...


            และเหตุการณ์ต่างๆก็ยิ่งผ่านเข้ามาทดสอบหัวใจของเขา ให้เริ่มมองเห็นตัวตนของลัดดา มากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็เหมือนกับจะผลักผู้หญิงอีกคนหนึ่งให้ผ่านเข้ามาสู่ชีวิตของเขา ให้เขาได้รู้จักกับเธอมากขึ้นเช่นเดียวกัน
        เธอคือคนเดียวที่เข้าใจและรับฟังปัญหาต่างๆให้กับเขาได้ ผู้หญิงที่พร้อมจะก้าวเดินไปกับเขาและ “รับฟัง”เขาอย่างเต็มใจ ก็คือ โศภินนั่นเอง มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใดลัทธิก็ตอบไม่ได้ และเขาก็รู้ว่า โศภินเองก็รู้สึกกับเขาไม่แตกต่างกัน

       ทั้งสองพยายามหักห้ามใจตัวเอง จากขอบเขตของศีลธรรม ความดีงาม ความถูกต้องทั้งหลาย แต่ก็ยิ่งเหมือนกับความรู้สึกจากหัวใจจะเหนี่ยวรั้งและดึงให้ทั้งคู่กลับเข้ามาใกล้ชิดกันมากขึ้น มากขึ้น จนในที่สุด...

       คนแรกที่เห็นความผิดปกตินี้ก็คือตรูตรา เด็กสาวเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของพ่อ และในขณะเดียวกัน เธอก็มีโอกาสได้รู้จักกับชายหนุ่มรุ่นพี่ที่เข้ามาสนิทสนม จนเกิดความรักขึ้น
พี่รัส หรือพี่พิรัส คือชายหนุ่มคนนั้น หล่อนและพิรัสรักกันสุดหัวใจ โดยที่ตรูตาไม่รู้เลยว่า เขาคือน้องชายของโศภิน...

       ตราบจนกระทั่ง ความสงสัยมีมากขึ้น และตรูตาตัดสินใจแอบตามพ่อไปที่สำนักงานทนายความ และรู้ว่า เขาไปมีความสัมพันธ์ของโศภินอย่างลึกซึ้ง พ่อที่เป็นสุภาพบุรุษ เป็นพ่อบ้าน เป็นแฟมิลีแมนที่พร้อมบริบูรณ์ เหมือนรูปปั้นอันไร้รอยตำหนิที่หล่อนเคารพบูชา บัดนี้ ตรูตามองเห็นรอยร้าวที่บาดลึกลงไปในรูปปั้นนั้น ก่อนที่มันจะพังทลายลงไปไม่เหลือชิ้นดี...

        หล่อนไม่อาจบอกเรื่องนี้กับมารดาได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่อาจเก็บมันเอาไว้กับตัวเองได้ แม้ว่าพ่อจะพยายามอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ตรูตาก็ไม่พร้อมจะรับฟัง พ่อกับแม่ ไม่ใช่ภาพครอบครัวในอุดมคติอันแสนสวยนั้นอีกต่อไป

           ตรูตาจึงหันมาทุ่มโทษความโกรธทั้งหมดลงที่พิรัส และขอเลิกกับเขา โดยที่ชายหนุ่มไม่รู้เรื่องราวนี้มาก่อน และเมื่อเขารับรู้ในภายหลัง ด้วยความเสียใจที่ถูกปฏิเสธความรัก และคิดว่าเพราะพี่สาวเป็นต้นเหตุ พี่โศภินพี่สาวที่แสนดีในอดีต แต่กลับยอมเป็นเมียน้อยคนอื่น ทำให้เขาย้อนกลับไปที่บ้าน และบริภาษใส่โศภินด้วยความโทมนัส แล้วผลุนผลันจากไป โดยไม่ฟังคำอธิบายใดๆทั้งสิ้น

         โศภินเอง ก็รู้สึกผิดบาปในใจ หล่อนไม่ได้ต้องการเป็นมือที่สาม แย่งเขามาจากลัดดาแม้แต่น้อย หรือบางทีสำหรับความรักหล่อนอาจจะเลือกใช้หัวใจมากกว่าสมอง! แต่บัดนี้ แม้แต่น้องชายของตัวเอง ก็ยังรังเกียจ ในห้วงเวลาแห่งความทุกข์ที่ถาโถมเข้ามานั้น โศภินพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์... กับลัทธิ!

         ท่ามกลางปมแห่งชีวิตผู้คนรอบข้างที่กำลังเขม็งเกลียว ดูเหมือนว่าลัดดาจะไม่รับรู้เรื่องราวใดๆเหล่านั้นเลย หล่อนยังคงเป็นแม่บ้านที่เข้มงวดจริงจังกับชีวิต ในเมื่อสามีกลับบ้านตรงเวลา ลูกสาวเรียนหนังสือโดยไม่ตกบกพร่อง ส่วนอารมณ์ความรู้สึกนอกเหนือจากนั้น หล่อนไม่รับรู้ เพราะทุกเวลานาที ของลัดดา คือราคาข้าวสาร กะปิ น้ำปลา ค่าใช้จ่าย หรือใครใช้เงินเกินกำหนดที่หล่อนจ่ายให้ในแต่ละวัน...

      จนกระทั่ง ต้องลักษณ์เกิดป่วยกะทันหัน และต้องเข้าโรงพยาบาล เพื่อผ่าตัดในเวลาอันโคม่านั้น ทั้งหล่อนและลัทธิ จึงรับรู้ความหมายของการเป็นพ่อแม่ที่มีต่อลูก โดยไม่รู้ว่าในเวลาเดียวกันนั้นเอง ที่โศภินเกิดตกเลือด...

     หล่อนเสียชีวิตลงพร้อมกับเด็กในครรภ์...

        พิรัสรับรู้เรื่องนี้ด้วยความสำนึกผิด เขาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำร้ายจิตใจพี่สาว ในขณะที่ลัทธิเองก็ช็อคไปไม่น้อยกว่ากัน เขาเหมือนตกอยู่ในนรกทั้งเป็น... ในงานศพของโศภินนั้นเอง พิรัสมีโอกาสได้พบกับตรูตา อีกครั้ง เด็กสาวเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น และให้อภัยเขา ทั้งคู่สัญญาว่าจะเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง...

       นิยายเรื่องนี้อาจจะไม่จบลงแบบไม่สมหวัง นอกจากคู่รองคือพิรัสและตรูตาที่ปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด แต่สำหรับคู่เด่นที่ดำเนินเรื่องมาทั้งหมด คือลัทธิและโศภิน ต่างพบกับโศกนาฎกรรมชีวิตไปคนละแบบ คนหนึ่งตาย สวนอีกคนก็ตายทั้งเป็น

      ส่วนใหญ่เรื่องราวจะเป็นการแสดงความคิดเห็น การต่อสู้กันในความคิด ผิด-ถูก และศีลธรรมในใจของทั้งคู่มากกว่า ส่วนบทบาทของลัดดาจะโดดเด่นในเรื่องพฤติกรรมมากกว่า เรื่องนี้อดเสียดายนิดหนึ่งไม่ได้ครับ เหมือนกับว่าสุดท้าย ลัดดา เองก็ไม่ล่วงรู้เลยว่าสามีไปมีผู้หญิงคนอื่นและไม่ได้รู้สึกว่า เป็นเพราะพฤติกรรมของตัวเอง เป็นสาเหตุให้เกิดเรื่องราวเหล่านี้ตามมา แต่คิดในอีกแง่หนึ่ง บางที ในชีวิตจริง เหตุการณ์จริง ก็อาจจะไม่ใช่บทสรุปที่จะต้องลงตัวและคลี่คลายปมในทุกปัญหาก็ได้

ปล. ขอนำภาพปกทั้งชุด (หน้า-หลัง) มาลงประกอบด้านล่างด้วยครับ ผมว่าพอดูในภาพรวมทั้งเล่มแล้ว เป็นภาพที่สวยไม่น้อยเลยนะครับ






Create Date : 15 ธันวาคม 2557
Last Update : 15 ธันวาคม 2557 13:07:17 น. 6 comments
Counter : 1375 Pageviews.

 
อ่านงานของนักเขียนท่านนี้ 2-3 เล่มเองค่ะ แต่ค่อนข้างติดใจปมหน่วง ๆ อารมณ์ที่เขานำเสนอ เลยจดจำนามปากกาได้ติดใจ

เล่มนี้ไม่เคยเห็นเลย ปกสวยคลาสสิคสุด ๆ
ขอบคุณที่นำมารีวิวเล่าต่อค่ะ


โดย: แม่ไก่ วันที่: 16 ธันวาคม 2557 เวลา:11:37:18 น.  

 
อ่านรีวิวแล้วอยากหาฉบับเต็มมาอ่านจังค่ะ น่าจะเป็นแนวที่ชบาหลอดชอบ


โดย: ชบาหลอด วันที่: 18 ธันวาคม 2557 เวลา:19:30:00 น.  

 
ปกคลาสสิกมากๆเลยครับ


โดย: ruennara วันที่: 19 ธันวาคม 2557 เวลา:0:12:20 น.  

 
คุณแม่ไก่ : เรื่องนี้ประทับใจตั้งแต่ปกเลยครับ ยิ่งเมื่อได้อ่าน ก็ยิ่งชอบด้วยครับ

คุณชบาหลอด : เป็นแนวสะท้อนชีวิตเข้มข้นเรื่องหนึ่งเลยครับ คุณชบาหลอดชอบงานของ ม.มธุการี แนวนี้น่าจะชอบครับ

คุณ ruennara : ปกนิยายยุคเก่าๆ มีความสวยคลาสสิค เป็นรูปแบบเฉพาะเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 21 ธันวาคม 2557 เวลา:12:02:48 น.  

 
ปกสวยมาก ปมเรื่องก็สะเทือนใจผู้หญิงทีเดียวค่ะ
อ่านรีวิวแล้วรู้สึกเศร้าจริงๆ

ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆนะคะ


โดย: ชลบุรีมามี่คลับ วันที่: 23 ธันวาคม 2557 เวลา:13:39:48 น.  

 
คุณ ชลบุรีมามี่คลับ : เป็นปมปัญหาที่สะท้อนผ่านมุมมองนักเขียนสตรี ที่น่าสนใจไม่น้อยครับ อ่านแล้วอดนึกถึงงานของคุณกฤษณา อโศกสินในยุคหนึ่งที่สะท้อนปัญหาสังคมคล้ายๆกัน แต่เรื่องนี้จะผสมแนวหวานของคู่รอง ให้ไม่ถึงกับดาร์กจน เกินไปครับ


โดย: สามปอยหลวง IP: 122.154.3.131 วันที่: 24 ธันวาคม 2557 เวลา:11:24:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 62 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.