หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2556
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
16 ธันวาคม 2556
 
All Blogs
 
หัวใจสองภาค : ม.มธุการี

เรื่อง : หัวใจสองภาค
ผู้เขียน : ม.มธุการี
ปีที่พิมพ์ : 2528
สำนักพิมพ์ : ศิลปาบรรณาคาร
สองเล่มจบ


    กลับมาอีกครั้งกับผลงานสุดประทับใจของ ม.มธุการี นักเขียนในดวงใจของเพื่อนนักอ่านหลายท่าน ที่มีสำนวนเป็นเอกลักษณ์ นวนิยายเรื่องนี้สร้างเป็นละครโทรทัศน์ไม่ต่ำกว่าสองครั้ง ครั้งแรกที่ผมจำได้ คุณอลิษา ขจรชัยกุล รับบทตะวันฉาย นางเอกของเรื่อง ในขณะที่ คุณนพพล โกมารชุน รับบทเสี่ยชัค และ คุณพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง รับบท ดนตร์ ตัวละครเอกทั้งสามที่มีตัวแปรของความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง

     พลอตเรื่องของหัวใจสองภาค อาจจะไม่ซับซ้อน ตื่นเต้น หรือแหวกแนวจากนวนิยายโรแมนติคทั่วไป แต่สิ่งที่โดดเด่นคือสำนวนภาษาเฉพาะตัวจริงๆ ของคุณ ม.มธุการี ที่แฝงไว้ด้วยข้อคิด คำพูดที่เชือดเฉือนเฉียบคมและกินใจ นำพาผู้อ่านเหมือนกับไปนั่งอยู่ในใจของตัวละคร ทั้งสุข เศร้า เหงารันทด และซาบซึ้งไปกับอารมณ์เหล่านั้น จนจับใจนักอ่านมาตราบจนถึงปัจจุบัน

      ตะวันฉาย อัศวฤทธิ์ บุตรีเพียงคนเดียวของ ราญ อัศวฤทธิ์ กับอดีตภรรยาชาวออสเตรเลีย แคธรีน เดินทางกลับมาหาบิดาที่เมืองไทย โดยหารู้ไม่ว่า นายราญ มีหนี้สินนับล้านรอคอยอยู่ เจ้าหนี้รายสำคัญของนายราญ คือ นายอารยะ เศรษฐีนักธุรกิจสูงวัย และเสี่ยชัค ชายหนุ่มผู้สร้างฐานะขึ้นมาด้วยความมานะบากบั่น ชัคมีเพื่อนตายที่รักกันมากคือ ดนตร์ ลูกชายของอารยะนั่นเอง

     ทั้งสองคนผูกพันกันตั้งแต่วัยเยาว์ ทั้งที่อุปนิสัยแตกต่างกันราวกับกลางวันและกลางคืน ในขณะที่ดนตร์ เป็นหนุ่มเพลย์บอย ใช้ชีวิตอย่างรื่นรมย์ ชัคกลับเงียบขรึม เอาการเอางาน เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย

       เขามองตะวันฉายอย่างดูถูก เมื่อรู้ว่าหล่อนถูกดึงเข้ามาอยู่ในเกมการค้าของบิดา เข้าใจว่านายราญที่มีหนี้สินพ้นตัว ต้องการจะขายลูกสาว เพื่อชดใช้หนี้ และดูเหมือนว่านายอารยะ จะสนใจตะวันฉายอยู่ไม่น้อย

        ในขณะที่ดนตร์เอง เมื่อได้รู้จักกับตะวันฉาย ชายหนุ่มก็หลงรักอย่างหัวปักหัวปำ โดยไม่สนใจคำตักเตือนของชัค ว่าเขาอาจจะต้องอกหัก ตะวันฉายเองก็ไม่ชอบชัค หล่อนรู้สึกว่าเขาเป็นคนอ่านยาก ซ้ำได้ข้อมูลจากนายอารยะที่หล่อนหลงศรัทธา คอยเป่าหูว่าชัคเคยแย่งอารดา ผู้หญิงที่เขาเคยจะแต่งงานด้วยโดยทำให้หล่อนท้อง แล้วทิ้งไปอย่างเหี้ยมโหด ทำให้ ภาพพจน์ของชัค ยิ่งดูเลวร้ายในสายตาของหล่อนมากขึ้น

        “สิงห์การพนันอย่างคุณราญ... ทุกอย่างในชีวิตของแกมีเพื่อขายทั้งนั้น” ชัคพูดต่อเนิบๆ “และหากชีวิตของแกขายได้ แกก็คงขายไปแล้ว ลูกสาวแกเป็นสมบัติมีค่าที่สุดที่แกมีอยู่ เพราะแกร่อนขายได้ไม่รู้จักจบจักสิ้น... อาจจะตลอดชีวิตของแกเอง”
ดนตร์ปัดแก้วเหล้าไปทางหนึ่ง มีแววเจ็บปวดในดวงตา
     “แตฉันไม่คิดว่าตะวันฉายจะยอมเป็นเหยื่อให้พ่อของเธอง่ายๆขนาดนั้น”
       “คน!” ชัคยักไหล่ “คนทุกคนมีค่าตัวเหมือนกันทุกคน จะมากน้อยต่างกันเท่านั้น เงินหมื่น... เงินแสน หล่อนอาจจะเมิน...ก็ลองเทิดเงินล้านเข้าไปสิ ดูซิจะตาลุกรบตะครุบไหม? หากนายมีเงิน นายซื้ออะไรได้ทั้งโลก.. จำไว้... ซื้อได้แม้กระทั่งวิญญาณของคน โลกทุกวันนี้มันหมุนได้ด้วยพลังเงินตรา!”

       นายราญเล่นการพนัน และเป็นหนิ้สินมหาศาล ด้วยโรคหัวใจที่เป็นโรคประจำตัว วันหนึ่งเมื่อเขามาเจรจาธุรกิจกับเสี่ยชัค กลับไปแล้ว ก็อาการกำเริบหนักจนเสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน ความจริงทุกอย่างจึงเปิดเผยว่าเขามีหนี้สินและบ้านที่ติดจำนองเอาไว้จำนวนหลายล้านบาท ในขณะที่ดนตร์เดินทางไปต่างประเทศ โดยไม่มีใครสามารถติดต่อได้

           อารยะเสนอตัวเข้ามากอบกู้สถานการณ์ โดยแลกกับตัวของตะวันฉาย แต่แล้วชัคก็ตัดหน้าเศรษฐีหน้าเลือดนั้นไปเสียก่อน เขายื่นมือเข้ามารับผิดชอบต่อหนี้สินทั้งหมดของนายราญ โดยขอให้หล่อนมาอยู่กับเขา ไม่ต่างกับฐานะของเมียเก็บ แม้จะไม่ได้มีอะไรกันก็ตาม ซึ่งตะวันฉายก็เจ็บปวดอยู่ไม่น้อย ว่าหล่อนแทบไม่ต่างกับวัตถุชิ้นหนึ่ง ที่ถูกแย่งชิง โดยไม่เหลือศักดิ์ศรีใดๆไว้เลย

          หากเจตนาแท้จริง ก็เพื่อเก็บรักษาตะวันฉายเอาไว้ให้กับ ดนตร์ เพื่อนรักเท่านั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป ด้วยเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านเข้ามา ชัคจึงเริ่มรู้สึกว่า หัวใจของเขาส่วนหนึ่งได้แบ่งภาคไปไว้ให้กับตะวันฉายเสียแล้ว ในขณะที่อีกภาคหนึ่งนั้นเล่า คือหน้าที่ของความเป็นเพื่อน ที่ต้องเก็บรักษาของรักชิ้นนี้เอาไว้ให้กับดนตร์เท่านั้น!
         ตะวันฉายเองก็ผูกพันกับชัคไม่น้อย ยิ่งเมื่อเขาพา “ตาตั้ม” เด็กชายตัวน้อย ที่ชัคบอกว่าเป็นลูกของเขามาให้หล่อนช่วยเลี้ยงดู ตาตั้มเกิดจากแม่ที่ไปมีสามีใหม่แล้วอยู่ฟิลิปปินส์ เวลานั้นตะวันฉายจึงผูกพันและเริ่มมองเห็นมุมมองที่อ่อนโยน แตกต่างจากท่าทีเย็นชา เคร่งขรึม มันทำให้หล่อนเริ่มรู้สึกว่า หัวใจของตนเอง เปลี่ยนแปลงไปแล้ว...

       ชัคมีน้องสาวชื่อดาลัด หญิงสาวไปเรียนต่อที่อเมริกาพอดี และชัคขอร้องให้ดาลัด ช่วยตามหาดนตร์ เด็กสาวพบกับ พี่ดนตร์โดยบังเอิญ และเมื่อดนตร์รู้ข่าวว่าตะวันฉายไปอยู่กับชัค ความเข้าใจผิดและหึงหวง ทำให้ดนตร์แค้นเพื่อนรัก จนอยากจะตอบแทนความแค้นให้สาสม

        คืนวันหนึ่ง เมื่อเขาและดาลัดเมาเหล้า ผนวกกับอารมณ์ที่เก็บกักเอาไว้ระเบิดออกมา ดนตร์จึงระบายออกด้วยการข่มขืนดาลัด โดยที่เด็กสาวไม่อาจขัดขืน

           ในขณะที่บิดาของชัค ต้องการให้เขาแต่งงานกับลินจง ลูกสาวเพื่อน จึงติดต่อให้ชัค โดยที่ชายหนุ่มไม่อาจปฏิเสธ ส่วนหนึ่งของใจ เขาพยายามหักห้ามใจตัวเอง ไม่ให้เกิดความรักต่อตะวันฉาย จึงยินยอมตามความประสงค์นั้น เพื่อให้ตัดใจจาก และดนตร์ ก็เดินทางกลับมาพอดีพร้อมกับเข้าใจเหตุผลของเพื่อนรัก เมื่อเห็นความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ชัคจึงพยายามหักห้ามหัวใจตัวเอง

           แต่แล้วดาลัดก็โทรศัพท์กลับมาหาตะวันฉาย ขอปรึกษาเรื่องทำแท้ง เด็กสาวตั้งครรภ์โดยที่ดนตร์เป็นพ่อของเด็ก!
      ดนตร์รู้เรื่องทั้งหมด และด้วยความรู้สึกผิด เขาต้องการรับผิดชอบเรื่องราวทั้งหมด รวมถึงรู้ความจริงเกี่ยวกับตาตั้ม เด็กที่เกิดจากอารดากับเขาเองในอดีต

         ดนตร์เคยรักกับอารดา อดีตผู้หญิงคนรักของนายอารยะในขณะนั้นและเกิดพลาดพลั้ง ทำให้อารดาตั้งครรภ์ แต่ด้วยวันวัยในเวลานั้น เขาแนะนำให้อารดาเอาเด็กออกเพราะไม่อยากให้บิดารู้ โดยไม่รู้ว่าเสี่ยชัคยื่นมือเข้ามาแก้ปัญหาให้ พาอารดาไปอาศัยบ้านพักต่างจังหวัดของเขา จนหล่อนคลอดลูกออก และชัคก็จดทะเบียนรับเด็กน้อยคนนั้นเป็นลูก โดยทุกคนรวมถึงอารยะ ก็เข้าใจว่าชัคเป็นสามีของอารดา
ต่อมาหญิงสาวก็รู้จักกับนักดนตรีชาวฟิลิปปินส์ และแต่งงานไปมีครอบครัวอยู่ที่นั่น ดนตร์สกนึกผิดและเดินทางกลับไปอเมริกา เพื่อเคลียร์ปัญหาทั้งหมดกับดาลัด

         ตะวันฉาย รู้สึกผิด เมื่อเข้าใจว่า เป็นตัวขัดขวาง การแต่งงานของชัค กับลินจง และเข้าใจว่าชัคทำทุกอย่างทั้งหมดเพื่อเพื่อน เพื่อมิตรภาพของเขาเท่านั้น แท้จริง... เขาไม่เคยมีหัวใจรักให้หล่อนเลยสักนิดเดียว ดังนั้น เมื่อนายอารยะ เสนอตัวเข้ามา เพื่อขอแต่งงานกับเธอ หญิงสาวจึงตอบตกลง...

       “ผมเชื่ออยู่เรื่อยมาว่า ความสุขอะไรก็ตามที่ซื้อได้ด้วยเงิน... ความสุขนั้นไม่เคยเที่ยงแท้ถาวร และความรักอะไรก็ตามที่ซื้อได้ด้วยเงิน รักนั้นก็ไม่ใช่รักที่แท้จริง”
        “คุณลองใช้เงินซื้อดูแล้วหรือคะ?”
        “แทบทุกอย่างทีเดียวแหละ... ไม่เคยมีอะไรที่เที่ยงแท้ในชีวิตของผมสักอย่าง เหตุนี้เอง ยามผมมีเพื่อนที่เข้าใจ... ผมจึงรักเพื่อน ทุ่มเททุกอย่างให้เพื่อน ยามนั้นผมดึงตัวเองออกไปจากวัตถุที่ผมครอบครองอยู่ไปเป็นคนโดดเดี่ยว ที่มีความจริงใจ.. มีความรัก มีศรัทาในมิตรภาพ ไม่มีใคในโลกนี้ เห็นคุณค่าของมิตรภาพมากเท่าผมดอกนะตะวันฉาย...”


        แม้ว่า เมื่อดนตร์ ที่บัดนี้อยู่ในฐานะของ “เพื่อน” พยายามจะเตือนสติหล่อนเอาไว้ ไม่ให้ทุกอย่างสายเกินไปก็ตาม

         “หากคุณรักนายชัคแล้ว ไม่ได้เดินตามหัวใจตัวเองไปน่ะซี... ผมแก่โลกมากกว่าคุณแยะ มากพอที่จะรู้ว่าความรักมันไม่ได้เกิดขึ้นง่ายดายเลย คนเราจึงมักจะมักง่ายกับความรักแรกๆของตัวเอง ไม่ถนอมรักษา... ไม่แคร์เท่าที่ควร จนกาลเวลาผ่านไป จึงได้คิดว่าไอ้เรื่องจะกลับมารักใคร่อย่างนั้น มันเป็นไปไม่ได้เสียแล้ว แล้วมันก็จะผ่านไป... เป็นอดีต เป็นความทรงจำที่ไม่อาจจะลืม... เป็นความเจ็บปวดเหมือนเช่นความรู้สึกที่ผมมีต่อคุณ ผมจะไม่พูดถึงมันอีกหรอก เพราะยิ่งวันผมก็ยิ่งไม่มีสิทธิ์ที่จะเผยความในใจ... ความรักไม่เคยตายหรอกนะตะวันฉาย ผมหมายถึงรักที่แท้จริง มันอาจแปรรูปร่างบ้าง แต่มันไม่เคยตาย... อีกสิบปีข้างหน้า ผมอาจจะมีลูกเป็นพรวน แต่ผมก็ยังมีคุณอยู่ในหัวใจ ในรูปของมิตรภาพที่บริสุทธิ์”
       “คุณเป็นคน... วิ่งตามหาหัวใจตัวเองไหมคะ?” หล่อนถามเสียงแผ่ว
        “แน่นอนสิ... นอกเสียจากว่า มีความจำเป็นบังคับให้ผมต้องเปลี่ยนเส้นทางของตัวเอง”
เสียงนั้นอ่อนเบาแฝงความเศร้าหมอง
         “ฉะนั้น ผมจึงอยากเตือนคุณว่า อย่าพยายามสร้างความจำเป็นใดๆ โดยไม่จำเป็น” เขาพูดต่อ “แล้วคุณจะเสียดายและเจ็บปวด เจ็บปวดที่คุณ ไม่มีโอกาสที่จะหันมาวิ่งตามหัวใจตัวเองไปอีกแล้ว”

           และตะวันฉายก็ได้เผชิญหน้ากับนายอารยะ ก่อนจะเข้าสู่พิธีแต่งงาน หญิงสาวได้เอ่ยกับเขาด้วยหัวใจที่กล้าหาญที่แม้แต่อารยะเองก็ยังต้องอึ้ง...

    “เธอพูดตรงดี มีอะไรอีกไหม?”
   “มีอีกมากทีเดียวค่ะ...”
     หล่อนตอบหน้าตาเฉย
       “คุณอารยะเป็นคนขาดสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง... สิ่งนั้นจำเป็นที่มนุษย์เราทุกคนต้องมี แต่มีใครไม่กี่คนนักหรอกที่ตระหนักถึงความจริงนี้... บางคนจึงไม่เคยมีมัน มิหนำซ้ำยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหน้าตามันเป็นอย่างไร”
เขาขมวดคิ้วฉงน
       “ความจริงใจอย่างไรล่ะคะ!” หล่อนพูดเสียงหนักๆ “ความจริงใจต่อมิตร! ดิฉันจะไม่ข้องใจ หากคุณอารยะจะบอกว่าไม่มีเพื่อนแท้ในชีวิตแม้สักคน... กับเพื่อน คุณอารยะก็ยังดีดลูกคิดถึงทางได้และทางเสีย กลัวที่ชีวิตจะเสียไปมากกว่าจะได้มา... ไม่เคยให้อะไรโดยไม่หวังผลตอบแทนที่คุ้มกันหรือยิ่งใหญ่กว่า”
“เธอพูดแทนพ่อของเธอกระมัง?”
“คุณอารยะมีเพื่อนแท้ๆสักคนไหมคะ ที่ไม่เกี่ยวข้องกันทางธุรกิจ ...เพื่อนแท้ๆที่รู้ใจ เข้าใจ เพื่อแท้ที่คุณอารยะคิดว่าจะให้เขาได้ทุกสิ่งในชีวิตของตัวเอง โดยไม่แคร์ว่าจะได้อะไรตอบแทนมาบ้าง... เพื่อนแท้ที่เป็นสุขหากจะต้องทุกข์ทรมานเพื่อเขา... เพื่อนแท้ที่รักเสมอชีวิต!”
“ยังมีความรักชนิดนั้นอยู่อีกรึในโลกนี้?” เขาหัวเราะขันๆ
“มีค่ะ...”

              และในที่สุด นายอารยะก็รู้จักและเข้าใจความหมายอย่างที่ตะวันฉายพูดถึง ในตอนท้ายสุดของเรื่อง เขายอมปล่อยตะวันฉายให้กลับมาหาชัค เมื่อรู้ว่าทั้งสองรักกัน และความสุขที่ได้จากการเสียสละเพื่อคนที่ตนเองรัก มีค่ายิ่งกว่าราคาของผลประโยชน์ใดๆที่เคยได้รับ!

       สำหรับ “หัวใจสองภาค” นิยายเรื่องนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นนิยายรักประโลมโลกย์ที่อ่านเพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว หลายประโยคที่พูดผ่านตัวละคร หรือความคิดของตัวละครในเรื่อง ก็ให้แง่คิดแก่ผู้อ่านได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เป็นที่น่ายินดี ที่นิยายเรื่องนี้ได้รับการพิมพ์ซ้ำใหม่อีก โดยสำนักพิมพ์เพื่อนดีในปัจจุบัน เพื่อให้นักอ่านได้เสาะหามาเสพย์งานวรรณกรรมชั้นครูอีกเรื่องหนึ่งครับ...




Create Date : 16 ธันวาคม 2556
Last Update : 16 ธันวาคม 2556 15:11:03 น. 16 comments
Counter : 2457 Pageviews.

 
เป็นอีกเรื่องที่ชอบมากๆๆๆ ค่ะ ถึงจะอ่านนานแล้วแต่ความอิ่มเอมยังกรุ่นๆ อยู่ในความรู้สึก ประทับใจเสี่ยชัคมาก อ่านจบนี่เพ้อถึงเสี่ยชัคไปสามวันเจ็ดวัน ชอบตะวันฉาย ชอบดนตร์ ถ้ามีเวลาว่างจะหยิบเรื่องนี้มาอ่านอีกครั้งค่ะ


โดย: ชบาหลอด วันที่: 16 ธันวาคม 2556 เวลา:16:08:19 น.  

 
เรื่องนี้รู้สึกคุ้นมากเลยค่ะ สงสัยเคยดูละคร
แต่หนังสือจากภาพปกที่จำได้ไม่น่าจะเคยอ่านนะคะ
ชักอยากหามาอ่านบ้าง


โดย: polyj วันที่: 16 ธันวาคม 2556 เวลา:17:39:14 น.  

 
ไม่เคยอ่านเรื่องนี้ครับ แต่เคยดูที่เป็นละครช่อง 3


โดย: Nat_NM วันที่: 16 ธันวาคม 2556 เวลา:17:45:41 น.  

 
เคยดูเป็นละครบ้างนิดหน่อยครับ...


โดย: อุ้มสม วันที่: 16 ธันวาคม 2556 เวลา:18:36:19 น.  

 
ไม่กล้าอ่านรีวิวเลยค่ะ ตั้งใจซื้อหนังสือค่ะ


โดย: Sab Zab' วันที่: 16 ธันวาคม 2556 เวลา:22:20:28 น.  

 
อ่านแล้วค่ะ
เป็นเล่มแรกและเล่มเดียวที่อ่านงานของ ม.มธุการี


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 16 ธันวาคม 2556 เวลา:23:23:29 น.  

 
เรื่องนี้ซื้อมา 3 เล่ม 3 ปกค่ะ ที่มีอยู่หลายเล่มเพราะจำไม่ได้ว่ามีแล้ว เป็นประเภทเห็นหนังสือของ ม. มธุการี ที่ไหนซื้อหมด จะมีแล้วหรือยังไม่มีค่อยว่ากันทีหลัง ขอให้ได้มาไว้ในครอบครองก่อน มีอีกหลายเรื่องเลยค่ะของนักเขียนท่านนี้ที่มีมากกว่าเล่มเดียว


โดย: กุลธิดา IP: 205.186.33.2 วันที่: 17 ธันวาคม 2556 เวลา:0:17:57 น.  

 
เห็นชื่อเรื่อง นึกว่าเป็นรักสามเส้า หนึ่งหญิงสองชายประมาณนั้น (ซึ่งแนว ๆ นี้ไม่ค่อยชอบอ่านเท่าไร )
แต่พออ่านรีวิวนี้ โอ้ เนื้อหามีอะไรลึกซึ้งกว่านั้นมากมาย

ขอบคุณสำหรับรีวิวดี ๆ ค่ะ
กำลังจะตั้งตนอ่านงานของ ม.มธุการี ในเร็ว ๆ นี้แล้วค่ะ (ดองไว้เรื่อย จนกองสูงแล้ว ก็ยังไม่ได้อ่านสักที )


โดย: Serverlus วันที่: 17 ธันวาคม 2556 เวลา:7:59:08 น.  

 
นิยายของนักเขียนท่านนี้ต้องอ่านตอนที่วัยถึงพร้อมแล้วจริง ๆ แหละค่ะ

มีหลายเล่ม(รวมทั้งเล่มนี้)ที่เคยอ่านตามแม่ตามพี่สมัยเด็ก ๆ แล้วไม่ค่อยชอบนัก แต่มาย้อนอ่านทีหลัง(โตขึ้นแล้ว)กลับซาบซึ้งมากมาย

รีวิวบล็อกนี้ช่วยทบทวนความทรงจำได้ดีจริง ๆ ค่ะ


โดย: แม่ไก่ วันที่: 17 ธันวาคม 2556 เวลา:11:32:48 น.  

 
เรื่องนี้อ่านนานแล้วค่ะ
ความชอบอยู่ในมาตรฐานของผู้เขียน แต่ยังไม่จับใจอย่างบางเรื่อง เช่น จากที่นี่ถึงดวงดาว


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 17 ธันวาคม 2556 เวลา:12:27:33 น.  

 
โหวตให้ค่า เรื่องนี้ยังไม่ได้อ่านหละ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 17 ธันวาคม 2556 เวลา:13:48:58 น.  

 
ยังไม่เคยอ่านเรื่องนี้เลยค่ะ แต่เคยเห็นเป็นละครแวบ..แวบ อะค่ะ แต่... ไม่ได้ดู


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 17 ธันวาคม 2556 เวลา:18:36:46 น.  

 
เคยอ่านนานแล้วค่ะ จำได้เลือนๆ เท่านั้น


โดย: คอเล่า วันที่: 18 ธันวาคม 2556 เวลา:9:37:34 น.  

 
คุณชบาหลอด : เรื่องนี้ผู้เขียนสร้างคาแรคเตอร์ตัวเอกฝ่ายชายได้ชัดเจน เป็นเหมือนขั้วตรงข้ามกันเลยครับ แต่ก็มีเสน่ห์และความโดดเด่นกันคนละแบบ

คุณ polyj : ภาพปกเล่มนี้เป็นฉบับพิมพ์ครั้งแรกครับ ถ้าล่าสุดจะมีปกอ่อนของสำนักพิมพ์เพื่อนดี พิมพ์ใหม่แล้วครับ ส่วนละครล่าสุดเป็นฝีมือกำกับของคุณพงษ์พัฒน์ครับ ดนตร์ รับบทโดยคุณบอย ปกรณ์ เสี่ยชัค ก็คือคุณปอ ทฤษฎี และ ตะวันฉาย ก็คือคุณแต้วนั่นเองครับ

คุณNat_NM : ตอนเป็นละครก็สนุกไปอีกแบบครับ

น้องอุ้มสม : ถ้ามีโอกาสได้อ่านในนิยาย จะได้อรรถรสจากสำนวนภาษาของ ม.มธุการี ที่มีความโดดเด่นมากเลยครับ

คุณSab Zab' : ลองดูนะครับ เป็นเรื่องที่น่าอ่านและจบอย่างมีความสุขในไม่กี่เรื่องของ ม.มธุการีเลยครับ

คุณตูน : ผมแนะนำ 5 เรื่องเอกสำหรับผมที่ไม่ควรพลาดคือ ไฟโหยเชื้อ ระบำไฟ สังคมพลาสติค จากที่นี่ถึงดวงดาว และ ทางสายทาส ด้วยครับ

คุณไก่ : อยากให้มีการรวบรวมผลงานของท่านไว้เหมือนกันครับ บางทีผมก็จำไม่ได้ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ผมว่างานของคุณม.มธุการี ก็น่าจะมีไม่ต่ำกว่า 60-70 เรื่องทั้งในนามปากกา ดาหลา สุมาลิน เพชรน้ำค้าง หรือบางเรื่อง พอพิมพ์ใหม่ก็เปลี่ยนชื่อเรื่องก็มีครับ

คุณServerlus : แนะนำเลยครับ คิดว่า คุณ Serverlus น่าจะชอบ

คุณแม่ไก่ : หนังสือหลายเรื่องเลยครับ ตอนเด็กๆผมอ่านไม่ค่อยเข้าใจ ไม่สนุก แต่พอหยิบมาอ่านตอนโตขึ้นกลับชอบ ก็มีครับ

คุณพุด : จากที่นี่ถึงดวงดาว จัดเป็น top five นิยายของ ม.มธุการี ที่ชอบที่สุดเลยครับ

คุณสาวไกด์ใจซื่อ : ขอบคุณมากๆเลยครับ

คุณหวานเย็นฯ : ตอนเป็นละครผมก็มีโอกาสดูผ่านๆเหมือนกันครับ แต่อ่านในหนังสือมีความรู้สึกว่าได้อรรถรสของผู้ประพันธ์มากกว่า

คุณคอเล่า : เรื่องนี้พิมพ์หลายหนเหมือนกันครับ สร้างละครก็ประมาณ สอง สามครั้ง ด้วยครับ


โดย: สามปอยหลวง IP: 122.154.3.131 วันที่: 19 ธันวาคม 2556 เวลา:12:32:09 น.  

 
เป็นนิยายในดวงใจอีกเรื่องค่ะ เป็นนักเขียนที่ชอบด้วย ชอบคำพูดที่ตัวละครพูด เป็นคำพูดธรรมดาทั่วไป แต่กินใจ นิยายของท่านหลายเรื่องนางเอกไม่ใช่สาวน้อยบริสุทธิ์ มีไม่กี่เรื่องที่แฮปปี้เอ็นดิ้ง หนึ่งในนั้นคือหัวใจสองภาค ที่ทำเป็นละครมี 3 เวอร์ชั่น เวอร์ชั่นแรกก็อย่างที่คุณสามปอยหลวงบอกไป เป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด บทเหมาะกับนักแสดงที่สุด เสี่ยชัคนี่หน้าคุณนพพลลอยมาทีเดียว ต่อมาคุณบรู้คกับคุณซาร่า มาลากุล ล่าสุดคุณปอกับคุณแต้ว สำหรับตัวเองคิดว่าไม่สนุกทั้งสองชุดหลังเลย เสียดายบทประพันธ์ ที่จริงรุ่นคุณบรู้คก็พอถูไถนะ แต่คุณปอกับแต้วนี่ไม่เหมาะจริงๆค่ะ


โดย: แฟน ม.มธุการี (สมาชิกหมายเลข 1175306 ) วันที่: 8 มีนาคม 2557 เวลา:23:57:17 น.  

 
คุณแฟน ม.มธุการี : ขอบคุณที่แวะเข้ามาทักทายกันครับ ผมเองก็ชอบสำนวนของท่านมากเลยครับ เป็นเอกลัษณ์เรียกว่า อ่านแล้วแทบบอกได้เลยโดยไม่ต้องเงยหน้าดูชื่อคนเขียน ซึ่งหายากมากๆ ครับ
ล่าสุดที่ท่านเพิ่งเขียนจบในสกุลไทย และน่าจะรวมเล่มเร็วๆนี้ เป็นอีกเรื่องที่น่าอ่านมากเลยครับ... มายานิรมิต


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 9 มีนาคม 2557 เวลา:17:20:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 62 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.