หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2558
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
26 ตุลาคม 2558
 
All Blogs
 
บาดาลนคร : ก่ำฟ้า เฟือนจันทร์

เรื่อง : บาดาลนคร
ผู้ประพันธ์ : ก่ำฟ้า เฟือนจันทร์
สำนักพิมพ์ : โชคชัยเทเวศร์
ปีที่พิมพ์ : 2528
สองเล่มเจบ



         จาก “พิภพสนธยา” ภาคแรกที่ผมเคยรีวิวไปก่อนหน้านี้แล้ว ภาคต่อของบาดาลนคร ก็ได้มาโดยไม่คาดฝันเช่นเดียวกันครับ ก็เลยขอถือโอกาสรีวิวให้ครบสมบูรณ์ในผลงานทั้งหมดของก่ำฟ้า เฟือนจันทร์ เป็นเรื่องสุดท้ายของนามปากกานี้ หลังจากที่มีโอกาสได้รีวิวไปแล้ว 3 เรื่อง คือ พิภพสนธยา บุปผาเพลิง และภวังค์ ครับ

            จากความเดิมในพิภพสนธยา คณะสำรวจของพันเอกกรัณย์ นันทนเศรณี พร้อมกุฎาภาหรือกิ๋ว บุตรี รวมถึงวาทิตคนรัก และทีมงานเดินทางผ่านเข้าสู่เขตป่าทึบและเผชิญกับสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติต่างๆ ตั้งแต่เทือกวงเดือน ทุ่งคนธรรพ์ จนถึงหุบกาสิง และในที่สุดทั้งหมดก็เดินทางมาถึงผาหุบมาร เส้นทางที่ดิ่งลงสู่ใต้บาดาล

หน้าผานั้นที่จริงมันคือ ผนังหุบกาสิง ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือนั่นเอง แต่แทนที่จะเป็นดินปนหินเหมือนผนังด้านอื่นๆ ส่วนนี้กลับแข็งแกร่งด้วยหน้าผาใหญ่ทั้งท่อน เอียงทำมุมลาดเทขึ้นไปยังระดับแนวป่าเบื้องบน
     ต่ำใต้ลงมา ทุกคนมองเห็นร่องรอยของการเชื่อมต่อกับพื้นดินก้นหุบในอดีตชัดเจนเพราะมีชานหินเว้าแหว่งยื่นออกมาจากหน้าผาในระดับเดียวกับพื้นก้น แล้วจึงถึงรอยแยกซึ่งมีขนาดความกว้างประมาณ 10 เมตร ส่วนความยาวนั้นยังไม่ได้สำรวจแน่ชัด ผนังรอยแยกหรือผาหุบมารตามที่ชาวบ้านเรียกกันก็คือ หน้าผาหินแกร่งนั่นเอง มันตัดตรงแนวลงไปเบื้องล่าง ราวกับถูกฝานจากกันด้วยมีดมหายักษ์

  “เราจะไต่ลงไปตามแนวเหวนี้!”


           แต่แล้ว ก่อนการไต่ลงสู่บึ้งนรกบาดาลเบื้องล่าง คณะสำรวจพบซากโครงกระดูกมนุษย์โบราณอยู่บริเวณแคมป์เหนือหุบผา และคืนนั้นกุฎาภาก็ฝันถึงขุนพลในชุดโบราณที่อ้างว่าเป็นวิญญาณจากเจ้าของโครงกระดูก เพื่อมาเตือนเธอและคณะให้เดินทางกลับ ก่อนที่ทุกคนจะไม่มีโอกาสอีก แม้จะหวั่นกลัวด้วยสังหรณ์ประหลาด แต่หญิงสาวก็ตัดสินใจลงไปเผชิญความลี้ลับมหัศจรรย์ใต้โลกพร้อมคณะสำรวจและบิดาของตัวเอง...

        การผจญภัยในดินแดนลี้ลับใต้โลกเริ่มต้นขึ้น ด้วยจินตนาการอันสุดแสนมหัศจรรย์ ผสมผสานกับข้อมูลการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์เป็นอย่างดีของผู้เขียน ไม่ว่าจะเป็นการเผชิญไข่ไดโนเสาร์ การถูกตามล่าจากแมงมุมประหลาด มนุษย์โบราณผิวขาวซีดไม่ต่างกับแป้ง ป่าเห็ดราสยองขวัญ หรือสิ่งมีชีวิตประหลาดในลำธารใต้พิภพ ที่ผู้เขียนบรรยายอย่างเห็นภาพ...

  ฝูงปลาหายไปไม่นาน อะไรบางอย่างก็ลอยมาช้าๆ มันเหมือนดอกไม้น้ำที่ตายแล้วหลุดลอยมา ขนาดใหญ่เท่าดอกบานชื่น ลักษณะก็คล้ายคลึงกัน คือทั่วทั้งดอกประกอบไปด้วย “กลีบ”เล็กๆมากมาย ซับซ้อน แต่กลีบของมันกลมยาว ไม่แบนเรียบเหมือนกลีบดอกบานชื่น สีขาวขุ่นเช่นเดียวกับปลาและสัตว์อื่นในถ้ำที่ไม่กระทบแสงแดดเลย สิ่งที่แปลกประหลาดในตัวมันมีอยู่อย่างเดียว
        นั่นคือตรงใจกลางดอกอันมีลักษณะเหมือนเกสรมากมายนั้น มันไม่ใช่เกสร แต่เหมือนปากขนาดจิ๋วมากมาย ยุ่บยั่บ หุบเข้าหุบออก เหมือนกระหายหิวตลอดเวลา
มันลอยมาด้วยกันสอง สาม ดอก กระจายห่างๆกัน แอบแฝงอยู่ข้างก้อนหินที่เรี่ยผิวน้ำ ท่าทางเหมือนรอคอยอาหารอยู่อย่างอดทนและเยือกเย็น...


        การเผชิญหน้ากับมฤตยูใต้พิภพของกลุ่มนักสำรวจ ผ่านพ้นไปตราบจนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง และทำให้กุฎาภาพร้อมนายพรานเที่ยงพลัดหายไปจากกลุ่ม

       นักสำรวจทั้งหมดต้องฝ่าปิรามิดผลึกเย็นอันแปลกประหลาด เข้าสู่อาณาบริเวณ ขุมทองใต้พิภพ และพานพบกับกุฎาภาในภายหลัง หญิงสาว จึงบอกความจริงอันลี้ลับยิ่งกว่า เมื่อเธอได้เผชิญหน้ากับชาวบาดาลนครคนแรก ที่มีชื่อว่า น็อกซ่า...

         หญิงสาวผู้นั้นมีลักษณะเหมือนมนุษย์ชาวคอเคเซียนทุกประการ น็อกซ่าเป็นนักโทษหญิงที่ถูกส่งตัวผ่านออกมาลงโทษที่ด้านนอกอาณาจักรบาดาลนคร และโชคดีที่กุฎาภาด้วยชีวิตเอาไว้ได้ และเมื่อเธอรอดชีวิตจึงสามารถเดินทางกลับเข้าสู่บาดาลนครได้อีกครั้งหนึ่ง น็อกซ่าเล่าให้ทุกคนฟังว่า อาณาจักรบาดาลนครแท้จริงก็คือ ทวีปแอตแลนติสที่เคยจมหายลงไปใต้สมุทรในอดีตกาล และประชาชนชาวแอตแลนติสก็ได้สร้างอาณาจักรใต้บาดาลของตนเองขึ้นมาใหม่ในนามนครเฮดีเซีย เส้นทางเดียวที่จะนำลงไปสู่มหานครใต้พิภพ คือปล่องอุโมงค์เปลี่ยนมิติ ผ่านนายทวารของนครแห่งนี้

            และคณะนักสำรวจทั้งหมด ก็มีโอกาสได้เห็นบาดาลนคร จากปากอุโมงค์เปลี่ยนมิติ อันเป็นเส้นทางลงสู่ใต้บาดาลแห่งนี้เป็นโอกาสเดียวและโอกาสสุดท้าย สู่ภาพเงาแห่งนครเฮดีเซีย ด้วยอานุภาพของนายทวารแห่งปล่องเปลี่ยนมิติ ผู้ดูแลอารักขาหนทางเดียวอันเข้าสู่ตัวเมือง

ที่นั่น... อาคารบ้านเรือน เทวสถาน อนุสรณ์สถานและสภาพชีวิตของชาวเมืองล้วนเปิดเผยให้เห็นเหมือนมองภาพที่เกิดขึ้นจริงๆในอดีตกาลอันนานโพ้น ชาวเมืองหญิงชายรูปร่างสูงใหญ่ ผิวขาวจัด ผมสีทอง แต่งกายห่มกรอมยาวคลุมถึงพื้น แบบชนชาวกรีกโบราณ เดินไปมาตามพื้นถนนหน้าเทวสถานมหึมา รูปทรงสถาปัตยกรรม ไม่เหมือนชนชาติใดในพื้นพิภพ เพราะมีทั้งอาคารทรงปิรามิดด้านเรียบ ปิรามิดแบบชั้นและแม้กระทั่งเทวสถานที่ละม้ายซิกกูรัตของชาวเมโสโปเตเมียโบราณ... ดูราวกับที่นี่เป็นแหล่งรวมหลอมของอารยธรรมเก่าแก่ที่สุดทุกแห่งในโลกที่ล่มสลายดับสูญไปแสนนานแล้ว แต่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ที่นี่ในสภาพเหมือนเดิมที่สุด
       ที่สำคัญที่สุดก็คืออารยธรรมนี้ล้วนยังไม่ตาย หากมีชีวิตชีวาพร้อมด้วยเจ้าของอารยธรรมซึ่งกำลังเดินไป เดินมา ประกอบธุรกิจประจำวันของตนด้วยใบหน้าสดชื่นแจ่มใส
           “บาดาลนคร...อา...”

        แม้จะเห็นเพียงเสี้ยววินาที อันเป็นโอกาสสำคัญของนักสำรวจ หลังจากนั้น ทวารแห่งมิติก็ดูดร่างน็อกซ่ากลับคืนลงสู่บาดาลนคร และปิดเส้นทางแห่งปล่องเปลี่ยนมิติไปตลอดกาล...
แรงสั่นสะเทือนเหมือนแผ่นดินไหวเกิดขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้มันได้ส่งให้คณะสำรวจทั้งหมด ถูกส่งผ่านทวารแห่งมิติ มาทะลุออกสู่เส้นทางแห่งเทือกวงเดือน อันเป็นต้นทางเข้าสู่ป่าทะเยวา ดินแดนพิภพสนธยาแต่แรก ในชั่วพริบตา

         ทุกคนเดินทางย้อนกลับมาสู่ปัจจุบันกาล โดยทิ้งความทรงจำและทุกอย่างเอาไว้ที่ใต้ผืนพิภพ นอกเหนือจากชีวิตของแต่ละคนเท่านั้น

        แม้จะไม่เหลือข้อมูลใดๆสำหรับนำมาเปิดเผยแก่ชาวโลก แต่สำหรับวาทิต ทินลักษณ์ แล้ว เขากลับมีความสุขที่สุด ที่กุฎาภา คนรักของเขาปลอดภัย เขาขอเธอแต่งงาน ภายหลังการเผชิญภัยและฝ่าฟันอุปสรรคภยันตรายต่างๆมาด้วยกันจนแทบเอาชีวิตไม่รอด และรู้ดีว่าหัวใจของเธอและเขาตรงกันทุกประการ

กุฎาภาเบนหน้าหนีชายหนุ่ม เสียงใสหวานพลิ้วกล่าวตอบกึ่งยั่วเย้า กึ่งล้อเลียน อย่างชื่นฉ่ำ
      “เมื่อไรก็ได้ค่ะ...แต่ต้องสัญญานะว่า คุณวา จะไม่พากิ๋วไปฮันนีมูนถึงที่บาดาลนคร!”
    เสียงหัวเราะประสานเสียงกันในยามนั้น บ่งบอกถึงความสุขที่เปี่ยมล้นในหัวใจสองดวง ที่เชื่อมผสานกันสนิทแน่น หลังจากผ่านการผจญภัยอันเหลือเชื่อมาด้วยกันแล้วอย่างโชกโชน...


               *****************



Create Date : 26 ตุลาคม 2558
Last Update : 26 ตุลาคม 2558 9:29:40 น. 8 comments
Counter : 1034 Pageviews.

 
แค่ปก ก็รู้ซึ้งถึงความเก่าเลยค่ะ


โดย: Prophet_Doll วันที่: 26 ตุลาคม 2558 เวลา:13:20:02 น.  

 
เนื้อเรื่องดูท่าว่าน่าจะเป็นแนวที่เราชอบนะเนี่ย


โดย: PZOBRIAN วันที่: 26 ตุลาคม 2558 เวลา:15:16:56 น.  

 
หวัดดีค่ะพี่หนุ่ม ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมบล๊อกนะคะ

ไปเดินงานหนังสือแล้วบอกว่าได้มาไม่กี่เล่มนี่ กี่สิบเล่มคะ อิๆๆ
สงสัยต้องเป็นหนังสือเก่าๆ เตรียมเข้าคิวมารีวิวแน่ๆเลย

ปล. สำนวนการเขียนรีวิวของพี่่หนุ่มอ่านเพลินมากค่ะ สมแล้วที่เป็นนักเขียนคุณภาพ ^^


โดย: คนสวยที่ไม่เคยสวย วันที่: 26 ตุลาคม 2558 เวลา:17:23:40 น.  

 
รอพี่หนุ่มรีวิวนิยายที่ไปซื้อมางานสัปดาห์หนังสือนะคะ อิๆๆๆๆ


โดย: คนสวยที่ไม่เคยสวย วันที่: 28 ตุลาคม 2558 เวลา:13:35:19 น.  

 
รู้จักนักเขียนคนนี้เพราะคุณสามปอยหลวงเลยค่ะ


โดย: Sab Zab' วันที่: 28 ตุลาคม 2558 เวลา:16:45:17 น.  

 
คุณ Prophet_Dol: เป็นนวนิยายเก่าแต่ล้ำสมัยเรื่องหนึ่งเลยครับ หน้าปกคลาสสิคมากครับ

คุณ PZOBRIAN : ถ้าชอบไซไฟผสมลึกลับ เรื่องนี้สนุกครับ

น้อนขนุน : รีวิวเรื่องหน้ามาจากงานสัปดาห์ฯ สดๆร้อนๆ เลยครับ

คุณ Sab Zab' : ขอบคุณมากเลยครับ คุณจินตวีร์ เป็นนักเขียนในดวงใจและเป็นครูทางงานเขียนด้วย เลยตั้งใจว่าถ้าเป็นไปได้ จะรีวิวงานนิยายในนามปากกานี้ให้ครบครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 2 พฤศจิกายน 2558 เวลา:7:54:54 น.  

 
รบกวนสอบถาม ว่าซื้อหนังสือนี้มาจากไหนเหรอจ๊ะ?


โดย: BAHAMAS วันที่: 11 พฤศจิกายน 2558 เวลา:23:36:06 น.  

 
คุณ BAHAMAS : แถวสวนจตุจักรครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 12 พฤศจิกายน 2558 เวลา:8:42:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 61 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.