หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
กันยายน 2559
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
25 กันยายน 2559
 
All Blogs
 
นครไฟเย็น : ตรี อภิรุม





เรื่อง : นครไฟเย็น
ผู้ประพันธ์ : ตรี อภิรุม
สำนักพิมพ์ : บรรณาคาร
ปีที่พิมพ์ : 2530
สองเล่มจบ




       นครไฟเย็น หรือภาคต่อ ของ “แก้วพญางู” ที่ผมเคยรีวิวไปเมื่อหลายปีก่อน เรื่องราวแต่เดิมของแก้วพญางู ที่กล่าวถึง ทวีชาติ ทศวรรษวงศ์ หนุ่มกรุงเทพฯ ยุคปัจจุบัน ที่หลุดพ้นทวารแห่งมิติกาลเวลาเข้าไปสู่อาณาจักรรัตนาปุระ ซึ่งมีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ทวิชาติ ต้องการแก้วพญางู ซึ่งอยู่ในแคว้นทรุป เมืองศัตรูของรัตนาปุระ และชิงตัวเจ้าหญิงสุพัตราฉวี ที่ถูกชาวมหินทร์ อีกนครหนึ่งฉุดคร่าไป การเดินทางผ่านมหินทร์นคร ที่ต้องผ่านด่าน ไฟเย็น อาศัยแก้วพญางู เป็นเครื่องนำทาง จะนำพาเขาให้มาพบกับเธอ และนั่นอาจจะเป็นหนทางเดียว ที่จะนำพาให้เขาเดินทางย้อนเวลากลับสู่สุวรรณภูมิ แผ่นดินเกิดของตนเองได้สำเร็จ

        บัดนี้ ทวิชาติสามารถนำแก้วพญางูมาครอบครองได้สำเร็จแล้ว นครทรุปล่มสลาย รวมถึงเจ้าหญิงอันตราคนีนางแม่มดกระหายสวาทที่มีใบหน้าอัปลักษณ์ 

         เขาและสมาชิกเดนตายชาวรัตนาปุระ อันประกอบด้วย มริด วาทยกร และภุมวาร สี่หนุ่มฉกรรจ์ ต่างเดินทางผ่านดินแดนมหัศจรรย์ เพื่อหาทางเข้าสู่ มหินทร์นคร หรืออีกนามหนึ่งคือ นครไฟเย็นให้ได้

       “มหินนทร์หรือนครไฟเย็น เป็นแผ่นดินมหาวิบาก เต็มไปด้วยอันตรายนานัปประการ ทั้งดินแดนก็ลำบากทุรกันดาร ยิ่งเหนือกว่าทรุปสักสองเท่า จุดสำคัญที่สุดมีอยู่สามแห่ง”
     “สูเคยบอกตูครั้งหนึ่งแล้ว หนึ่ง หมู่บ้านผีดิบ สองบ่อน้ำกรด สาม ภูเขาไฟเย็น โดยเฉพาะแหล่งสุดท้าย เวลาเที่ยงคืน ไฟประลัยกัลป์จะเย็นลงประมาณสิบนาที ด่านนี้แหละที่ชาวมหินทร์ใช้ผ่านติดต่อกับโลกภายนอก”

          บนเส้นทางที่ประกอบด้วยภยันตรายต่างๆ และการผจญภัยอันน่าตื่นตาตื่นใจ ทั้งสี่บุรุษหนุ่ม ต้องเผชิญหน้ากับต้นไม้เถาวัลย์มฤตยูที่กินมนุษย์เป็นอาหาร งูเหลือมยักษ์ หรือนครผาสุกของเจ้าชายเวหังค์ ที่เป็นอสุรกายกระหายเลือด รวมถึง ปีศาจสามมิติ ที่มีรูปกายเป็นก้อนศิลา บุรุษฉกรรจ์โหดทมิฬและหญิงสาวโสภาในร่างเดียวกัน นามบุปผาวนาลัย ซึ่งมีอดีตอันลึกลับน่าสะพรึงยิ่ง

        “ประมาณพันปีแห่งอดีต มหาดเล็กหนุ่มรูปงามนามมัธยะ แอบได้เสียกับราชธิดากษัตริย์ถึงห้าพระองค์รวด แต่ละนางต่างหึงหวงช่วงชิงมหาดเล็ก ข่าวรู้ถึงพระราชา ทรงกริ้ว สาปให้มัธยะ มีสามมิติ หนึ่ง มาณพหิน สอง สาวสวย และสาม... ตามปกติไม่ปรากฏหรอก”
        “จะปรากฏเมื่อใด ท่านนักพรต?”
        ขุนทัพหนุ่มถามอย่างตื่นเต้น
       “บุปผาวนาลัยเกิดอารมณ์สวาทสุดขีด หล่อนจะสำนึกถึงความเป็นบุรุษแห่งตน และโมโหกลายร่างปีศาจจอมพลังสังหารเหยื่อ ใครที่แลเห็นมิติที่สามจะต้องตายทั้งสิ้น...”


       แต่ในที่สุดทั้งสี่หนุ่ม ก็สามารถผ่านด่านมรณะรวมถึงบุปผาวนาลัยไปได้อย่างหวุดหวิด ทว่าสิ่งที่ ทวิชาติไม่รู้ก็คือ เจ้าหญิงอันตราคนี ผู้อัปลักษณ์ แห่งนครทรุป คอยสะกดรอยติดตาม เพื่อแย่งชิง แก้วพญางูกลับคืนมานั่นเอง ภายหลังจากนครทรุปล่มสลาย พังพินาศลงกับพื้นธรณี เมื่อแก้วพญางูถูกช่วงชิงมา เจ้าหญิงจึงแค้นพระทัย และตั้งใจจะเอาคืนให้สาสมกับสิ่งที่ทวิชาติ ทำกับพระนางเอาไว้...

         ระหว่างนั้นเอง ที่คณะนักเดินทาง พบกับ เจ้ายุ่งและเจ้าเหยิง หนูพุกสองตัวที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกัน หนูพุกแสนรู้ที่เคยเป็นข้าช่วงใช้ ของทวิชาติ มาแต่ในอดีตชาติ ได้ช่วยพาให้คณะนักเดินทางผ่านภยันตรายต่างๆ มาได้ จากหมู่บ้านผีดิบ บ่อน้ำกรดจนกระทั่งเข้าสู่เขตนครไฟเย็น ณ ปากอุโมงค์ไฟประลัยกัลป์ ด่านสุดท้าย และ เจ้าหญิงอันตราคนี ก็ปรากฏตัวขึ้น ด้วยหวังจะชิงแก้วพญางู แล้วข้ามไปฝั่งนครมหินทร์ แต่ทวิชาติวางกลลวงเอาไว้แล้ว เจ้าหญิงจึงได้แก้วมณีปลอมไปโดยไม่รู้ตัว ส่วนนางเอง ก็คิดว่า จะลวงให้กลุ่มทวิชาติ ตายในกองเพลิงแทนให้สาแก่ใจ เมื่อเห็นพวกมัน กำลังก้าวเดินข้ามเข้าสู่เขตทะเลเพลิงเบื้องหน้า...

           บัดดล ความร้อนลดวูบ เปลวสีเหลืองส้มแปรสภาพเป็นน้ำเงินล้วน ทวิชาติถือแก้วพญางูอันศักดิ์สิทธิ์มณีศิลาแห่งนครทรุป เปล่งรัศมีเลื่อมรุ้งประภัสสร สามสมุนกอดเอวกันตลอดเหมือนเล่มเกมงูกินหาง พากันเคลื่อนสู่พื้นที่เตโชธาตุ
        “โพรงถ้ำฝั่งตรงข้ามเราแสงสว่างเรือง”
         “นั่นแหละ ทวารสู่เวียงมหินทร์”
    ทันใดนั้นร่างหนึ่งกระโดดโลดเต้นระเริงอาบเปลวไฟสีน้ำเงิน
เจ้าหญิงอันตราคนีผู้อัปลักษณ์นั่นเอง!
   “เอ๊ะ ดวงแก้วของตูไร้แสงเลื่อมรุ้ง... ของปลอม!”
          หล่อนขว้างผลุงอย่างโกรธจัด บัณฑิตหนุ่มเบี่ยงศีรษะหลบ พ้นจากอาวุธบินเพียงนิ้วเดียว แม่มดบอดปราดเข้าแย่งเครื่องรางระยับแสง ยื้อยุดอุตลุด
     “องค์หญิง... รีบหลบไปให้พ้นแหล่งไฟเย็น”
     แต่นางไม่ยอมเชื่อ เจ้ายุ่ง หนูพุกผู้ซื่อสัตย์ จึงโผล่จากย่ามไต่ขึ้นมากัดข้อมือของอันตราคนี จนจมเขี้ยว เจ้าหญิงหลุดจากการเกาะกุม
        วินาทีนั้น...
พรึ่บ!
       เตโชธาตุแปรสภาพเป็นไฟประลัยกัลป์ ร้อนเถกิงเยี่ยงนรกสันดาป
  “กรี๊ดดดด!”
            อันตราคนีชักแด่กๆ ไหม้เกรียมร่างหงิกงอชั่วพริบตา


     ทั้งสี่คนวางแผนเข้าสู่นครมหินทร์ และสามารถใช้อุบายช่วยเหลือลักพาเจ้าหญิงสุพัตราฉวี คืนกลับสู่นครรัตนาปุระได้สำเร็จ และในระหว่างการเดินทางหนีจากพวกมหินทร์นั้นเอง ด้วยความประทับใจจนกลายเป็นความรัก สุพัตราฉวี ได้มอบพรหมจารี ให้กับทวิชาติ แม้ว่า จะบั่นทอนชีวิตของตนเองลงไปกว่ากึ่งหนึ่งก็ตาม นั่นทำให้พลังแห่งแก้วพญางูบรรลุผล

       เขาอำลาเธอ เดินทางกลับคืนสู่แคว้นสุวรรณภูมิ แม้ว่าจะอาลัยรักสักเพียงใด และแล้ว ชายหนุ่มก็เคลื่อนร่างผ่านทวารแห่งมิติกาลเวลา กลับคืนสู่โลกปัจจุบันได้สำเร็จ

        เขาเจอ สุรภาพ สหายที่หน้าตาเหมือนสินธุวาโย นักรบแห่งนครรัตนาปุระ อีกครั้ง ทุกคนเข้าใจว่าทวิชาติเสียชีวิตไปแล้ว รวมถึงคุณนิภาพรรณ มารดาของเขาที่เดินทางมาที่ไร่ของสุรภาพ พร้อมตรีนุช สาวคู่หมั้นที่เขาไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อน และทวิชาติก็ต้องตกตะลึง เมื่อพบว่าตรีนุชมีหน้าตาพิมพ์เดียวกับสุพัตราฉวีไม่มีผิด สองหนุ่มสาวรู้สึกผูกพันกันอย่างประหลาด และในตอนท้าย เมื่อคุณนิภาพรรณ แนะนำให้เขารู้จักกับเพื่อนของเธอ ที่ติดรถมาด้วยกัน ทวิชาติก็ยิ่งประหลาดใจ ว่าหญิงผู้นั้นหน้าตาคล้ายบุหลันนารินทร์ ไม่มีผิด

   “อุ๊ยตาย คุณทวิชาติหรือคะ?”
     ผู้ทักเป็นสาวใหญ่ร่างอ้วนเตี้ย ตะโพกมหึมาผายเครียดงอนเช้ง จริตจะก้านแพรวพราวราวกับนางละครที่เล่นบทส่อเสียด
     “ใช่ครับ”
       “คุณคงไม่รู้จักดิฉันหรอก ดิฉัน เฉิดฉาย สวัสดิโสภาคย์...”


     เรียกว่า ตัวละครเอกของ คุณตรี อภิรุม ได้ถือโอกาสออกมาแสดงบทให้ผู้อ่านหายคิดถึง ในบทสุดท้ายนี่เองครับ

     ปล. สำหรับรูปปก คราวนี้ ขออนุญาตนำมาจากไฟล์ร้านหนังสือ ไข่มุกด์ครับ
          ****************




Create Date : 25 กันยายน 2559
Last Update : 25 กันยายน 2559 18:05:14 น. 2 comments
Counter : 1038 Pageviews.

 
ช่วงนี้มีละครออนแอร์ของตรี อภิรุม พอดีเลยครับ


โดย: leehua (สมาชิกหมายเลข 755059 ) วันที่: 28 กันยายน 2559 เวลา:23:40:47 น.  

 
คุณ leehua : ผมชอบทั้ง เทพบุตรสุดเวหา ทายาทอสูร จนมาถึง นาคี เลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 17 ตุลาคม 2559 เวลา:11:12:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 62 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.