หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2559
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
25 สิงหาคม 2559
 
All Blogs
 
หัวใจปรารถนา : ส.คุปตาภา



เรื่อง : หัวใจปรารถนา
ผู้ประพันธ์ : ส.คุปตาภา
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น
ปีที่พิมพ์ : 2515
เล่มเดียวจบ




        ผมเคยได้ยินนามปากกา ส.คุปตาภา ครั้งแรก จากชื่อละครวิทยุ ที่นำบทประพันธ์ของท่านมาเล่นในเรื่องใต้บัญชาสวรรค์ และจากนั้น ก็เห็นนามปากกานี้ในผลงานตีพิมพ์ของสำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม ที่นำมาจัดพิมพ์ขึ้นใหม่ภายหลัง จึงได้รู้ว่าท่านเป็นนักเขียนรุ่นบรมครู ผู้มีผลงานมากมายในอดีต รวมถึงผลงานเลื่องชื่อ ในเรื่องยาวชุด “หัวใจปรารถนา-อาณาจักรใจ” ซึ่งจะได้รีวิวต่อเนื่องในโอกาสต่อไป

    สำหรับประวัติคร่าวๆของท่านนั้น ผมนำมาจากบล็อก http://s-guptabha.blogspot.com/2012/06/blog-post_2984.html
ซึ่งเพื่อนนักอ่านสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติชีวิตและแรงบันดาลใจในการเขียนนวนิยาย รวมถึง ความรู้สึกในช่วงสุดท้ายของชีวิตท่านที่มีผู้รวบรวมเอาไว้พิมพ์ในหนังสืองานพระราชทานเพลิงศพของท่าน ซึ่งผมได้อ่านจากบทความในบล็อกแล้ว ก็อดรู้สึกสะเทือนใจไม่น้อย

ประวัติ ส.คุปตาภา (สลวย โรจนสโรช)
   ท่านเกิดเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2462 สมรสกับพลเรือตรี สมบุญ โรจนสโรช จบการศึกษา อักษรศาสตร์บัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสมัครเข้าเป็นครูโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ก่อนจะได้ทุนไปเรียนต่างประเทศ

     ท่านเริ่มต้นเขียนหนังสือตั้งแต่เรียนจุฬาฯ แต่ยังไม่ได้ใช้นามจริง แต่เขียนด้วยลายมือ จนเป็นที่รู้จักกันภายหลัง และเพื่อนได้นำเรื่องสั้น “ลูกของพ่อ” ส่งไปลงในวารสารสวนกุหลาบวิทยาลัย จึงเริ่มใช้ ส.คุปตาภา ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

   ในช่วงสุดท้ายของท่าน (ข้อมูลจากคุณคงพร โรจนสโรช ในหนังสืองานพระราชทานเพลิงศพ) กล่าวว่า

ระยะหลัง แม่จะท้อแท้ หมดกำลังใจ เพราะมีคนพูดเรื่องงานเขียนของแม่ล้าสมัย แม่ได้เขียนระบายไว้ด้วยลายมือตัวเองบนกระดาษลายเส้นในสมุดเหลือใช้ หัวเรื่องว่า ชื่อดับ ดังนี้

          เมื่อสมัยสามสิบปีก่อน ข้าพเจ้าเขียนหนังสือประเภทนวนิยาย เรื่องสั้นและร้อยกรองมาก และยิ่งอยู่ที่กรมการศึกษานอกโรงเรียน ยิ่งเขียนมากขึ้น จนค่อยจางหายไป เพราะจดหมายหรือกำหนดการทำงานไม่ได้รับ จนบางท่านเจ้าของเรื่องโกรธไปก็มี ปรากฏว่า หลังจากนั้น ถ้ามีการเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ จะมีจดหมายตกค้างมาถึงข้าพเจ้าปึกหนึ่ง พร้อมกับคำบอกเจ้าของ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบคนใหม่บอกข้าพเจ้าว่า
        “ทำไมเขาไม่ส่งก็ไม่ทราบ เก็บไว้เป็นปึกจนพ้นกำหนด”
และบางครั้งเจ้าหน้าที่ก็มากระซิบบอกว่า “อาจารย์เลิกเขียนได้ไม๊คะ พวกหนูไม่มีที่ลง เช่นหนังสือวันเด็ก หนังสือของคุรุสภา ฯลฯ”
         “อาจารย์มีชื่อแล้ว เขาเกรงใจจะต้องรับของอาจารย์ลงก่อน” ข้าพเจ้าต้องอ้าปากค้าง ใช้คำว่า “ก็ได้” แล้วเรื่องที่ข้าพเจ้าจะต้องเขียนก็มีคนเขียนแทน
         ครั้งสุดท้าย ข้าพเจ้าลาออกจากราชการแล้ว นักศึกษาทบวงมหาวิทยาลัยมีชื่อปีสุดท้ายจะออกรับปริญญาบัตร ได้แสดงความเห็นกับข้าพเจ้าว่า “เรื่องหัวใจปรารถนาของอาจารย์น่ะสนุก แต่เรื่องอย่างนี้ ภาษาพูดอย่างนี้ ล้าสมัยไปแล้ว มันเรียบร้อยเกินไป และเด็กไม่ชอบ”
        แม่ได้เขียนระบายและจบไว้ห้วนๆแบบนี้

         ท่านเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอด เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2551 ณ สถาบันโรคทรวงอก

        สำหรับเรื่องหัวใจปรารถนานี้ แม้จะเป็นพลอตนวนิยายรักพาฝัน แต่ก็มีสำนวนภาษาละเมียดละไมสละสลวยอย่างฝีมือนักเขียนรุ่นครูหลายท่าน ผมแน่ใจว่า อย่างน้อยต้องมีนักอ่านหลายท่าน รวมถึงนักอ่านรุ่นใหม่ ที่นิยมผลงานที่สามารถอ่านด้วยความเต็มอิ่มในอารมณ์ ดื่มด่ำกับสุนทรียะทางภาษาและจรรโลงใจ จะต้องชื่นชอบในผลงานเรื่องนี้ของท่านอย่างแน่นอนครับ

       เรื่องราวของหัวใจปรารถนา ภาคแรกของนิยายชุดนี้ ผมนำมาจากส่วนย่อในอาณาจักรใจ ประกอบกันครับ เป็นการเล่าเรื่องผ่านตัวละครของ แพทย์หญิงมลุลี กุลแพทย์ บุตรีนายทหารนอกราชการ ที่ส่งเธอไปเรียนอังกฤษ จนจบแพทย์ และได้ฝึกงานอยู่ที่ รพ. ออกซ์บริดจ์ ที่นั่นเอง เธอได้รู้จักกับนายแพทย์อลัน ผู้ดูแล จนเกิดความผูกพัน และเข้าใจว่ามันเป็นความรัก จนกระทั่งเธอได้พบกับ แพทย์ฝึกหัดอีกคนหนึ่ง คือเจ้าสายฟ้า ณ เมืองนาย ซึ่งเป็นโอรสองค์เล็กของเจ้าฟ้าเมืองนาย แห่งประเทศพม่าในขณะนั้น เจ้าสายฟ้า ชวนเธอให้กลับมาจากอังกฤษด้วยกัน ในเวลานั้นเอง ที่ มลุลี ทราบว่าบิดาของเธอป่วยหนัก จึงตัดสินใจเดินทางกลับเมืองไทย พร้อมกับเจ้าสายฟ้า

         ซึ่งเมื่อมาถึงแผ่นดินไทย จึงพบว่า บิดาของเธอป่วยเป็นโรคเนื้องอกในสมอง มลุลีพยายามดูแลสุดความสามารถและบิดาของเธอก็เสียชีวิตลงในห้องผ่าตัดนั่นเอง หลังการเสียชีวิต มีปัญหาเรื่องมรดกระหว่างเธอกับมารดาเลี้ยง ทำให้มลุลีตัดสินใจ ยกกรรมสิทธิ์ที่ดินของตนให้แก่น้องสาวต่างมารดา และตกลงทำสัญญาเป็นแพทย์ผู้ช่วยของเจ้าสายฟ้า ที่โรงพยาบาลเมืองนาย

       ที่นั่นเอง... ณ เมืองนาย ดินแดนห่างไกลและกันดาร เหมือนไกลสุดขอบฟ้า เธอและเจ้าสายฟ้า ร่วมกันทำงาน เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ยากลำบาก และ มลุลี ก็เกิดป่วยด้วยโรคปอดจนเกือบเสียชีวิต แต่เจ้าสายฟ้า ก็ช่วยเหลือดูแลเธอจนหายเป็นปกติ นั่นเองที่ทำให้คนทั้งสองผูกพันกัน จนกลายเป็นความรักที่ลึกซึ้งขึ้นทุกขณะ หัวใจของเธอและเจ้าสายฟ้าต่างปรารถนาซึ่งกันและกัน...

 “หมอจะเล่นตลกอะไรกับผม หมอคิดจะทิ้งผมไปหรือ”
        มือหนึ่งยังจับข้อมือรวบไว้ แต่อีกมือหนึ่งเขาเชยคางดิฉันขึ้นมองอย่างจะค้นความในใจ “ผมอ่านสีหน้าหมอออกนะ หมอคิดอะไร ผมทายใจหมอออกทั้งนั้น
      “อาจจะจริง ต่อหน้าเจ้าสายฟ้า ดูเหมือนดิฉันจะซ่อนความในใจอะไรไว้ไม่ค่อยอยู่ สายตาและสีหน้ามันบ่งชัดไปหมด ดิฉันเคยพ่ายแพ้อำนาจใจ อำนาจความแข็งแกร่งของเขามากเพียงใด เมื่อตาต่อตาประสบกันดิฉันก็แพ้อีก ทุกครั้งประกายตาวูบโรจน์ขึ้นอย่างนั้น มันมีอิทธิพลเหนือดิฉันอย่างเหลือเกิน เช่นเดียวกับเจ้าสายฟ้าที่แพ้น้ำตาดิฉัน ทุกครั้งที่เขาเห็น น้ำตามันเริ่มปริ่มท้นออกมาหยาดลงบนแก้ม เจ้าสายฟ้าก็สิ้นความเข้มแข็ง เขาจะอ่อนเปียกเหมือนขี้ผึ้งที่ถูกแดดเผาเอาทีเดียว
       “เพราะเหตุใด หมอจึงจะใจดำทิ้งผมไปได้ ในเมื่อหมอก็รู้อยู่ว่าผมน่ะรักหมออย่างเหลือเกิน... ถ้าหมอไม่ใช่หมอ หมออาจจะฟังภาษาหัวใจออกกว่านี้ แต่นี่หมอไม่มีหูสำหรับจะฟังหัวใจรักเสียเลย”

        แต่ความรักของทั้งคู่ก็ต้องเผชิญกับอุปสรรค เมื่อ เจ้าพี่องค์โต ที่เป็นรัชทายาทเมืองนาย และเป็นคู่หมั้นของเจ้าหญิงสีป้อ ธิดาเจ้าลุงของเจ้าสายฟ้า เกิดไปแต่งงานกับหญิงชาวอังกฤษ เลยไม่ยอมเดินทางกลับทำให้ตำแหน่งรัชทายาท ตกทอดลงมาถึงเจ้าสายฟ้าโดยไม่คาดฝัน นั่นเองที่ทำให้เจ้าสายฟ้า ต้องมีหน้าที่ในการอภิเษกกับเจ้าหญิงสีป้อ ทั้งที่หัวใจของเขามอบให้กับ มลุลี ไปแล้วทั้งดวง!

          และหญิงสาวก็หยิ่งในเกียรติศักดิ์ของตัวเองเพียงพอ ที่จะไม่ยอมเป็นภรรยาของเจ้าสายฟ้า เมื่อบรรดาญาติพี่น้องของเขาไม่ต้องการตัวเธอ โดยเฉพาะคำขอร้องขององค์มหาเทวี มารดาของชายที่เธอรัก

  ทรงถอนพระทัย
    “แล้วฉันนี่อีก ที่มาขอร้องให้เธอ สละลูกสายฟ้า... ฉัน..”


       ดังนั้น หมอมลุลี จึงตัดสินใจแยกทางกลับจากเมืองมัณฑะเลย์ ขณะที่เจ้าสายฟ้า ถูกบรรดาญาติวงศ์ หลอกพาตัวไปแต่งงานที่สีป้อ

        ก่อนเธอจะกลับเมืองไทย หมอมลุลีได้เข้าไปกราบลาพระพุทธนิมิต พระประธานองค์ใหญ่ของเมืองมัณฑะเลย์ สถานที่ที่เธอเคยอธิษฐานร่วมกับเจ้าสายฟ้า ให้หัวใจที่ปรารถนานั้นสมหวัง บัดนี้ เธอได้รับความรักจากเจ้าสายฟ้าแล้วอย่างเต็มเปี่ยม แต่ก็ต้องมารับความระทมทุกข์ จากรักด้วยเช่นกัน

     มลุลี กลับมาที่นี่อีกครั้งเพียงลำพัง และเธอก็ได้อธิษฐานขอตายในอ้อมอกของเจ้าสายฟ้า บุคคลที่ตนรักในบั้นปลายของชีวิต

     วรรคสุดท้ายของ “หัวใจปรารถนา” ทิ้งท้ายเอาไว้อย่างสะเทือนใจว่า
“... อีกสักเมื่อใด หัวใจที่ปรารถนาอย่างนั้นของดิฉันจะประสบสุข... เมื่อใดพระจะบันดาลให้เป็นไปได้... ดิฉันกราบอยู่ที่นั่น หมอบราบอยู่ตรงนั้นหลายครั้งแล้วที่ดิฉันผิดหวัง แต่ครั้งนี้ครั้งสุดท้ายที่ดิฉันวิงวอนขอ... อกอันอบอุ่นของเจ้าสายฟ้า...

        ชีวิตอันอาภัพของหมอมลุลีที่ต้องระเหเร่ร่อน จากอังกฤษสู่พม่า และจำจาก เมืองนายและเจ้าสายฟ้าผู้เป็นที่รัก ด้วยหัวใจที่รานร้าว คืนกลับสู่เมืองไทย ทว่า เหตุการณ์ภายหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร คำตอบและบทสรุปแห่งแรงอธิษฐานนั้น จะอยู่ในภาคสุดท้ายของเรื่องนี้ คือ “อาณาจักรใจ” ครับ
             ************************




Create Date : 25 สิงหาคม 2559
Last Update : 25 สิงหาคม 2559 13:17:55 น. 2 comments
Counter : 621 Pageviews.

 
ส.คุปตาภา เป็นนามปากกาของนักเขียนรุ่นครูที่ผมเพิ่งได้ยินชื่อเมื่อไม่กี่ปีมานี่เอง เห็นงานเขียนของท่านหลายเรื่อง แต่ยังไม่เคยลองอ่านสักเรื่องเลยครับ แต่คิดว่าคงต้องลองบ้างแล้ว เพราะส่วนตัวเป็นคนชอบอ่านนิยายสำนวนภาษาเก่าๆ อ่านแล้วรู้เลยว่าทำไมงานเขียนเก่าๆ ถึงเป็นอมตะ

ขอบคุณที่นำเรื่องนี้มารีวิวให้ได้รู้จักนะครับ


โดย: Jim-793009 วันที่: 26 สิงหาคม 2559 เวลา:9:37:12 น.  

 
คุณ Jim-793009 : เรื่องนี้ เป็นอีกเรื่องที่อ่านสนุกครับ ผมรีวิวภาคต่อ ในอาณาจักรใจ ไว้แล้ว ครับ ฝากติดตามด้วยนะครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 29 สิงหาคม 2559 เวลา:10:47:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 62 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.