หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2557
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
4 สิงหาคม 2557
 
All Blogs
 
ถนนสายสุดท้าย : โบตั๋น

เรื่อง : ถนนสายสุดท้าย
ผู้เขียน : โบตั๋น
ปีที่พิมพ์ : 2527
สำนักพิมพ์ : ศิลปาบรรณาคาร
สองเล่มจบ



     นิยายของโบตั๋น โดดเด่นในการสะท้อนภาพความจริงในสังคม โดยเฉพาะในสังคมชาวบ้านทั่วไปที่หาเช้ากินค่ำ ที่บางครั้งเป็นเหมือนเรื่องจริงที่เกิดขึ้นและพบเห็นได้ตามข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ทั่วไป ถนนสายสุดท้ายก็เช่นกัน นิยายเรืองนี้ สะท้อนภาพของ “ดิถี” หนุ่มใหญ่ที่ถีบตัวเองขึ้นมาจากกรรมกรก่อสร้าง ช่างทาสี จนกลายเป็นเจ้าของกิจการเสาเข็มก่อสร้างที่มีลูกน้องในโรงงานของตัวเองนับสิบคน

    ไม่มีใครรู้ประวัตินายจ้างหนุ่มใหญ่รูปงามผู้นี้ นอกจากรู้ว่าเขายังครองตัวเป็นหนุ่มโสดเนื้อหอม และร่ำรวยขึ้นจากการค้า ที่ไม่ใช่วิธีการที่สะอาดเท่าใดนัก

       ที่โรงงานของดิถี นางถวิล คนงานคนหนึ่ง มาขอให้เขาช่วยรับหลานสาวของแกที่อยู่ต่างจังหวัดให้เข้ามาทำงานเป็นกรรมกรด้วย ดิถีตกปากรับคำ และนั่นก็ทำให้เขาได้รู้จักกับแตง หรือประอร สาวน้อยแสนสวยสะดุดตา ในขณะที่ฝ่ายหนึ่งต้องการถีบตัวเองขึ้นมาจากสภาพกรรมกรหาเช้ากินค่ำ และอีกฝ่าย มักมากในกามตัณหา ในที่สุด ดิถี ก็ได้แตงเป็นเมียอย่างลับๆ สำหรับเขาแล้ว ผู้หญิงเป็นแค่เครื่องบำรุงบำเรอความสุขทางเพศเท่านั้น

       และหลังจากนั้น เขาเพิ่งรู้ว่า แตงยังมีน้องสาววัยเรียนอีกคนหนึ่งชื่อหนูเล็ก หรือวิชชุอร ซึ่งเรียนชั้นมัธยมอยู่ต่างจังหวัด แต่ดิถีก็ไม่สนใจอะไรมากนัก เพราะตอนนี้โรงงานและโครงการก่อสร้างของเขากำลังถูกตรวจสอบจากสถาปนิกสาว นารีนาฎ ที่สำคัญหล่อนคือลูกสาวอธิบดีที่เขาคุ้นเคยและมีการรับมอบเงินใต้โต๊ะกันด้วยจำนวนมหาศาลอยู่ด้วย

      นารีนาฎพบความผิดปกติในการสั่งซื้อวัสดุ อุปกรณ์ก่อสร้างมากมาย แต่ ดิถี ก็ใช้เล่ห์กลและมาดเสี่ยใหญ่บุคลิกดี หวังผลประโยชน์โดยการทำให้หล่อนเกิดความประทับใจและตกหลุมรัก จนยอมแต่งงานด้วย แม้จะรู้ภายหลังว่า เขามีลูกติดมากับเมียเก่าสองคน คือพรดิษฐา และอินทุอร ฝาแฝดต่างเพศ ที่อยู่ในวัยรุ่นทั้งคู่ก็ตาม

       พรดิษฐาและอินทุอร เป็นเด็กที่ขาดความอบอุ่นมาตั้งแต่เยาว์วัย แม่ทะเลาะกับพ่อ และหนีหายจากไปโดยไม่เคยกลับมาเลย เด็กหนุ่มจึงประชดตัวเอง ด้วยการสำมะเลเทเมา เพราะคิดว่าไม่มีใครรักเขา แม้แต่พ่อก็เอาแต่ทำงานไม่เคยสนใจลูก ส่วนอินทุอร ก็เป็นเด็กมีปัญหาขังตัวเองอยู่ในห้อง

     แตงรับรู้การแต่งงานอย่างโก้หรูของดิถีสามีตัวเองกับนารีนาฎด้วยความเจ็บใจโดยไม่สามารถทำอะไรได้เลย เพราะหล่อนเป็นได้แค่เมียเก็บ... มันช่างเป็นชีวิตคู่ที่ขมขื่น เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นกับพ่อแม่ของตนมาแล้วในอดีต บังอร แม่ของแตง อยู่กินกับพ่อจนมีลูกคือแตงและน้องเล็ก แต่แล้ว บังอร ก็หนีตามชายชู้ชื่อดิษฐ์ไป โดยไม่เคยกลับมาเหลียวแล ลูกกำพร้าทั้งสองอีกเลย ทำให้ชีวิตของแตง ต้องขาดความอบอุ่น และเมื่อมาพบกับดิถี ที่ตนเองหลงรัก ก็ยังถูกเขาหลอกให้เป็นเมียเก็บโดยไม่อาจเปิดเผยกับสังคมภายนอกได้

     น้องเล็กเรียนจบชั้นมัธยมแล้ว และเข้ามาเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ แตงจึงให้น้องเล็กมาอยู่กับตนที่บ้านพักในโรงงาน ความสวยงามน่าเอ็นดูของน้องเล็ก ทำให้พรดิษฐา ลูกชายของดิถี ที่แม้จะอ่อนวัยกว่าเกือบสามปี ติดใจ จากเด็กหนุ่มใจแตกไม่สนใจเรียน เขากลับตัวกลับใจ มาเรียนหนังสืออีกครั้งจนสามารถสอบเข้าเรียนต่อวิศวะได้ ด้วยความหวังว่าจะทำให้น้องเล็กประทับใจและยอมรับในตัวเขา จนดิถีเองก็ประหลาดใจอยู่ไม่น้อย

      เขารู้แต่ว่า ลูกชายเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นก็เพราะน้องสาวของแตง ในขณะที่แตงเองก็เชียร์ให้น้องเล็กเป็นแฟนกับพรดิษฐา เพราะสำหรับตัวแตงเอง ไม่เหลือความภาคภูมิใจหรืออนาคตใดๆอีกต่อไปแล้ว แตงรักน้องมากและรู้ว่าพรดิษฐาเองก็จริงใจกับน้องสาวของเธอจึงได้แต่ฝากความหวังเดียวที่เหลืออยู่ไว้กับน้องสาวที่ตนเองรักสุดชีวิต แต่แล้วทุกอย่างก็พังพินาศ เมื่อดิถีได้เห็นหน้าของน้องเล็ก

น้องเล็กหรือวิชชุอร หน้าตาละม้ายเหมือนกับบังอร ราวกับพิมพ์เดียวกัน และเมื่อเขาสืบประวัติต่อมา จึงรู้ว่าแท้จริงแล้ว ทั้งแตงและน้องเล็กก็คือลูกของบังอรนั่นเอง ส่วนชายชู้ที่พาบังอรหนีมาก็คือกรรมกรก่อสร้างชื่อดิษฐ์ในอดีต และชายคนนั้นก็คือ ดิถีในเวลานี้นั่นเอง!

     ดิถีรู้แล้วว่าความทุกข์ทรมานเหมือนอยู่ในกองเพลิงนรกนั้นเป็นอย่างไร เมื่อเห็นลูกที่เกิดกับเมียตัวเอง กำลังรักกัน และต้องการจะแต่งงานกัน แต่เขาปริปากบอกใครไม่ได้ แม้แต่แตง หญิงสาวที่เขายังรักเธอและรู้ว่าแตงเกลียดผู้ชายชื่อดิษฐ์ที่เคยทำลายครอบครัวของหล่อนมาก่อนตั้งแต่ยังเด็ก ถ้าแตงรู้ความจริงเรื่องนี้ หล่อนจะต้องเกลียดเขาและจากเขาไปตลอดกาล...

        การเข้ามาขัดขวางของเขายิ่งทำให้แตงเข้าใจผิดมากยิ่งขึ้น หล่อนคิดว่า ดิถีดูถูกหล่อนให้เป็นเมียเก็บคนเดียวยังไม่พอ แต่ยังดูถูกน้องสาวของหล่อนอีกด้วย แตงคว้าปืนออกมายิงดิถี แต่ก็ยังช้ากว่าบุญหลาย คนงานในโรงงานที่เคียดแค้นดิถี แล้วเอาปืนมายิงเขาจนเสียชีวิต

     ดิถีต้องการให้คนงานทำงานโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เขาจึงวางแผนผสมยาขยันลงไปในถังน้ำ หลอกให้คนงานดื่มกินทุกวัน จนทุกคนติดยาโดยไม่รู้ตัว แต่ต่อมาด้วยผลของยาเสพย์ติด ทำให้หลายคนก็ล้มป่วยลงและไม่ได้รับการดูแลใดๆจากดิถี แต่บุญหลายและเพื่อนไหวตัวทันเสียก่อน จนล่วงรู้ความจริงและด้วยความโกรธแค้น กรรมกรหนุ่มจึงตัดสินใจบุกเข้าไปที่บ้านของดิถี และยิงเขาในจังหวะที่ดิถีกำลังทะเลาะทุ่มเถียงกับแตงอยู่พอดี

       ก่อนตาย ดิถีสารภาพความจริงทั้งหมด รวมถึงการหายตัวไปของบังอร... เขาทะเลาะกับเมียจนพลั้งมือฆ่าหล่อนตาย และนำบังอรไปโบกปูนฝังทับไว้ใต้แทงค์น้ำโดยไม่เคยมีใครล่วงรู้ และบัดนี้กรรมนั้นได้ตามสนองแล้ว...

     พรดิษฐาและหนูเล็กหัวใจสลาย เมื่อรู้ว่าต่างเป็นพี่น้อง ลูกแม่คนเดียวกัน ทั้งคู่พยายามหักใจตนเองด้วยความเจ็บปวด แต่อย่างน้อยที่สุดก็ยังโชคดีที่ไม่มีอะไรเกินเลยกันไปกว่านั้น ในขณะที่อนงนาฏเองก็เพิ่งรู้ว่าหนุ่มใหญ่ที่หล่อนหลงรักจนยอมแต่งงานด้วย แท้จริงเขามีหน้ากากที่ซ้อนทับเอาไว้เบื้องหลังลึกเร้นเกินกว่าที่หล่อนจะล่วงรู้

         ในที่สุดถนนชีวิตของ ดิถี ก็ดำเนินมาถึงสายสุดท้ายปลายทางอันน่าอนาถใจ โดยไม่เหลือโอกาสใดๆไว้แก้ตัวอีกแล้ว แต่สำหรับลูกของเขาที่ยังมีชีวิตอยู่ ยังต้องก้าวเดินต่อไป พรดิษฐาสัญญากับตัวเองว่าเขาจะดูแลพี่ทั้งสามด้วยสมองและสองมือของตัวเอง โดยไม่หลงเดินทางไปตามเส้นทางแบบผิดๆที่พ่อของเขาเคยเดินมาแล้ว...

 หมายเหตุ : นิยายเรื่องนี้เคยนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์ครับ รู้สึกว่าคุณแอน ทองประสมจะรับบทน้องเล็ก วิชชุอร ครับ



Create Date : 04 สิงหาคม 2557
Last Update : 4 สิงหาคม 2557 13:10:22 น. 12 comments
Counter : 2378 Pageviews.

 
ได้อ่านฉบับพิมพ์ใหม่ ของชมรมเด็กค่ะ

ชอบอ่านงานของคุณโบตั๋นมากจริง ๆ ค่ะ


โดย: Serverlus วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:15:15:28 น.  

 
เรื่องนี้อ่านแล้วครับ ได้อารมณ์หดหู่ๆ


โดย: อุ้มสม วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:17:47:56 น.  

 
โอย...ลูกสาวกับพ่อ หดหู่มากกกก

ขอบคุณคุณโบตั๋นสำหรับนิยายที่สะท้อนความเป็นจริงของสังคมไม่ว่ายุคสมัยใดๆเรื่องแบบนี้มีให้เห็นเสมอ

ขอบคุณคุณหนุ่มด้วยค่ะที่รีวิว บอกตามตรงนิยายเครียดๆแบบนี้ให้อ่านเองคงไม่ไหว แต่ถ้ามีคนอ่านแล้วนำมาเล่าต่อให้ฟังอีกทียังพอรับได้ ขอบคุณอีกครั้งนะคะสำหรับนิยายที่เราไม่กล้าอ่าน


โดย: ดุจจันทร์ IP: 223.207.223.43 วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:21:01:43 น.  

 
งานของ โบตั๋น อ่านไม่กี่เรื่องค่ะ
รู้สึกมันเครียดเกินไปสำหรับเรา เหอ ๆ



โดย: Pdจิงกุเบล วันที่: 5 สิงหาคม 2557 เวลา:11:28:24 น.  

 
เศร้าจังเลยค่ะ
เรื่องนี้เหมือนจะเคยอ่านแต่ก็นานแล้ว
จำไม่ได้แล้วค่ะ

ขอบคุณมากๆค่ะ


โดย: lovereason วันที่: 5 สิงหาคม 2557 เวลา:21:51:24 น.  

 
โชคดีที่แตงไม่ใช่ลูกสาวนายดิถีนะคะ ไม่งั้นคงรับไม่ได้ค่ะ


โดย: Sab Zab' วันที่: 5 สิงหาคม 2557 เวลา:22:00:43 น.  

 
ชอบอ่านของคุณโบตั๋นเหมือนกันค่ะ ...


โดย: poongie วันที่: 6 สิงหาคม 2557 เวลา:19:46:53 น.  

 
คุณ Serverlus : แม้รู้ว่าจะอ่านแล้วเครียด แต่งานของโบตั๋น ก็มีเสน่ห์ชนิดที่อ่านแล้ววางไม่ลง เลยครับ

น้องอุ้มสม : เห็นด้วยเลยครับ แม้จะมีคู่ของน้องเล็กกับพรดิษฐา มาแทรกความหวานไว้บ้าง แต่ไปๆมาๆ ก็ลงเอยกันไม่ได้เสียอีก...

คุณหน่อย : ได้อารมณ์หดหู่จริงๆครับ แต่น่าแปลก ที่อ่านของโบตั๋นเกือบทุกเรื่อง แม้จะรู้ว่าเครียดแต่ก็วางไม่ลงเลยเหมือนกันครับ นี่เป็นเสน่ห์ที่หาได้ยากมากๆจากนักเขียนที่คิดจะเขียนในแนวนี้ เรียกว่าเป็นอัตลักษณ์หรือลายเซ็นที่ไม่มีใครเทียบเลยครับ

คุณ Pdจิงกุเบล : ผมแนะนำว่า ถ้าลองอ่านของโบตั๋น อาจจะลองเริ่มที่เรื่องเบาๆ อย่าง สัมปทานหัวใจ ดูก่อนก็ได้ครับ น่าจะเป็นแนวรักโรแมนติคในไม่กี่เรื่องของท่าน

คุณนุ่น : เรื่องนี้ตอนเป็นละคร ผมเองก็จำไม่ได้แล้วครับ คุ้นจากการอ่านมากกว่าครับ

คุณ Sab Zab' : คนเขียนยังไม่ใจร้ายเกินไปครับ ตอนอ่านมีเหตุการณ์ที่ พี่น้อง คือพรดิษฐา กับน้องเล็ก ไปจดทะเบียนกัน แต่ยังไม่มีอะไรกันทางพฤตินัย ก็มีฉากให้ลุ้นว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ หลายครั้งเหมือนกันครับ แต่คนเขียนแสดงให้เห็นว่า พรดิษฐา และน้องเล็ก รู้จักยับยั้งชั่งใจไว้ได้ จนความจริงเปิดเผยออกมาเสียก่อน

คุณ poongie : ยินดีที่ได้รู้จักแฟนคลับของคุณโบตั๋นอีกท่านครับ ผมเองก็ชอบงานของคุณโบตั๋นมากเช่นกันครับ รีวิวไว้หลายเรื่องเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นงานรุ่นแรกๆของท่านครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 13 สิงหาคม 2557 เวลา:19:54:09 น.  

 
ยังไม่เคยอ่านนิยายคุณโบตั๋นเลยสักเล่ม อ่านรีวิวนิยายเรื่องนี้ สนุกดีครับ เนื้อเรื่องน่าติดตาม แบบว่าพล็อตนิยายไทยจริงๆ


โดย: Nat_NM วันที่: 14 สิงหาคม 2557 เวลา:11:03:10 น.  

 
คุณ Nat_NM : หลายคนรู้จักงานของโบตั๋น จากละครโทรทัศน์ก่อนก็เยอะเลยครับ เพราะงานของท่านสะท้อนชีวิตเหมาะแก่การนำไปสร้างเป็นละครจริงๆ ผมเองก็เริ่มจากความประทับใจจากละครอย่างทองเนื้อเก้า (ยุคคุณอภิรดีเล่นเป็นลำยอง) เหมือนกันครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 15 สิงหาคม 2557 เวลา:8:47:29 น.  

 
เคยดูเวอร์ชั่นละครช่อง 7 สมัยยังเด็กครับ แต่ภาพจำเรื่องนี้ชัดมากสำหรับผม
ยิ่งเมื่อมาอ่านเรื่องย่ออีกครั้งตรงนี้ ภาพจำตอนนั้นยิ่งชัดมากยิ่งขึ้น และอยากดูละครเรื่องนี้อีกครั้ง จำได้ว่า ตอนนั้น คุณไพโรจน์ สังวริบุตร รับบทเป็น ดิถี ได้เยี่ยมมาก ส่วนนักแสดงคนอื่นๆ ที่รับบทเด่นก็ได้แก่ คุณ แอน ทองประสม รับบท วิชชุอร (น้องเล็ก), คุณธรรม์ โทณะวณิก รับบท พรดิษฐา, คุณกชกร นิมากรณ์ รับบท ประอร (แตง), คุณปรียานุช ปานประดับ รับบท นารีนาฏ, คุณณัชฌา รุจินานนท์ รับบท อินทุอร และคุณสุรัตนา ข้องตระกูล รับบทบังอร (แม่ของทั้ง วิชชุอร, ประอร, พรดิษฐา และ อินทุอร) ครับ


โดย: แฟนละคร IP: 125.24.216.69 วันที่: 14 กรกฎาคม 2558 เวลา:23:14:44 น.  

 
คุณแฟนละคร : ขอบคุณสำหรับข้อมูลอย่างมากเลยครับ ผมคุ้นแต่ว่าคุณแอนเล่นเรื่องนี้ แต่จำรายละเอียดอย่างอื่นไม่ค่อยได้เลยครับ ตอนนี้กำลังรีวิว โรงแรมวิปริต ที่สร้างเป็นละครตอนเด็กๆเหมือนกัน ก็พอจำภาพได้เลือนๆอีกเหมือนเดิมครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 19 กรกฎาคม 2558 เวลา:12:32:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 62 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.