หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2556
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
15 กรกฏาคม 2556
 
All Blogs
 
สุสานภูเตศวร : จินตวีร์ วิวัธน์

เรื่อง : สุสานภูเตศวร
ผู้เขียน : จินตวีร์ วิวัธน์
ปีที่พิมพ์ : 2523
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น
ราคา : 190 บาท (สองเล่มจบ)



          กลับมาอีกครั้งกับนวนิยายสไตล์ จินตวีร์ วิวัธน์ครับ สุสานภูเตศวร เป็นนวนิยายผจญภัยลึกลับ ที่เคยลงเป็นตอนๆในนิตยสารสกุลไทยมาก่อน นำมารวมเล่มเป็นครั้งแรกของสำนักพิมพ์รวมสาส์น และหลังจากนั้นอีกเกือบสามสิบปี คือ พ.ศ. 2551 สำนักพิมพ์ พี วาทิน ของต่วยตูนส์ ได้นำมาพิมพ์ใหม่อีกครั้ง พร้อมกับ การปรากฏของนวนิยายในภาคละครโทรทัศน์ ที่นำแสดงโดยคุณศรีริต้า และหลังจากนั้นเธอก็รับบทนางเอกของคุณจินตวีร์ อีกครั้ง ในบทเจ้าอุรคา ในเรื่องมณีสวาท นั่นเอง

     เนื้อหาในละครทีวี ผมไม่ได้ดูต่อเนื่องครับ เลยไม่แน่ใจว่าแตกต่างจากในหนังสือแค่ไหน แต่สำหรับการอ่านจากหนังสือ นิยายเรื่องนี้มาในสไตล์ “ก่ำฟ้า เฟือนจันทร์” เหมือนกับ บุปผาเพลิง พิภพสนธยา บาดาลนคร นั่นเองครับ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น เมื่อ นิลพัตรา ไกรรณชิต ฝันเห็นซากปราสาทโบราณและเสียงกรรโชกอันไร้ที่มา บอกให้เธอกลับไป ก่อนที่ความตายและคำสาปแช่งจะสัมฤทธิ์ผล กับตัวเธอและทุกคน ก่อนที่หญิงสาวจะมองเห็นร่างอสูรร้ายเจ้าของเสียงนั่นปรากฏขึ้น มันเป็นอสุรกายที่หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวและส่งเสียงร้องขับไล่ให้เธอเดินทางกลับ

   ความกลัวสุดขีด ทำให้นิลพัตรากรีดร้องออกมาสุดเสียง...

ก่อนจะสะดุ้งตื่นขึ้นมา ในอ้อมแขนของ พันเอก นภศูล ผู้เป็นบิดา!

       เป็นฝันร้ายที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางของคณะนักสำรวจโบราณคดีของ พันเอกนภศูล ไกรรณชิตและ นิลพัตรา บุตรสาว โดยมี อาจารย์ศุภสร นักโบราณคดี และชายหนุ่มสหายทั้งสามคนคือ สมภพ จุฑา และ เทิดณรงค์ อติโยธิน ซึ่งเทิดณรงค์นั้นเป็นคนรักของนิลพัตรา ร่วมทีมสำรวจมาด้วยกัน รวมถึงกลุ่มนายพรานนำทางที่ชื่อพรานแก้วอีกด้วย

อาจารย์ศุภสร นักโบราณคดี ได้พบเศษศิลาจารึกแผ่นหนึ่งระบุซากเมืองดึกดำบรรพ์ในแถบพรมแดนไทย-พม่า โดยมีองค์ราชาปกครองนาม ภูเตศวร และนั่นเองคือจุดเริ่มต้นการออกสำรวจหาเมืองโบราณในแผ่นจารึก และในคืนแรกของการเดินทางนั้นเองที่หญิงสาวเกิดนิมิตฝันประหลาดน่ากลัวเกิดขึ้น

   “ตบะบุญนี้... กล่าวยกย่อง พระบาทภูเตศวรเจ้า... เฉลิมพระยศเยี่ยงจอมราชันย์ เกริกกฤษฎา... มหานครใหญ่... แลสุสานแห่งท้าวเธอ... ย่อมซ่อนเร้นเป็นนิจกาล... คำสาปนั้นศักดิ์สิทธิ์ ทรงมหิทธานุภาพ... ย่อมยังสรรพสัตว์ผู้ล่วงล้ำให้เถิงซึ่งวิบัติหายนะ... โอมสิทธิสรวงแกล้ว จุ่งบันดาลพรชัยแด่ข้าน้อย... มหานครแห่งภูเตศวร... พึงอย่าได้ล่วงล้ำ... จักเป็นไปดั่งคำสาปจงทุกประการแล...”

     การเดินทางกลางป่าทึบ คณะนักสำรวจต้องผจญภัยกับสิ่งอัศจรรย์เหนือธรรมชาติมากมาย ทั้งนางไม้ ปีศาจผีกระสือที่มีอำนาจสะกดจิต รวมถึง หญิงสาวชาวป่า ลึกลับ “มะแตนาย” ผู้มีจี้ห้อยคอประหลาดเป็นรูปอสูรสามหน้าน่าสะพรึง ที่พลัดเข้ามาร่วมทีมกับคณะนักเดินทาง ท่ามกลางความสงสัยของหลายๆคน

    เห็นจะมีแต่อาจารย์ศุภสรเท่านั้น ที่อ่านอักขระบนสร้อยประหลาดนั้นได้ และอสูรสามหน้านั้นมีนามว่า “ตรีพักตราสูร”

         การเดินทาง จากแดนไพรอันลึกลับ จนในที่สุดก็ผ่านลึกลงสู่ใต้บาดาล จนเข้าสู่เขตอาณาจักรภูเตศวร โดยกว่าจะรู้ตัว ทั้งหมดก็ถูกลวงให้เข้ามาติดกับดักในถ้ำใต้ดินแห่งนี้เสียแล้ว มันเป็นถ้ำที่ปิดตาย มีซากกระดูกมนุษย์ที่เคยมาสำรวจและถูกขังไว้ในนี้จนตายกองอยู่ด้วย...
โดยมะแตนาย หรือ นิธิเทพินทร์ นางผู้เป็นเทวีประจำนครของภูเตศวรนั่นเอง

      แท้จริงภูเตศวร หรืออาณาจักร โมเฮนโจ ดาโร คืออาณาจักรลึกลับในลุ่มน้ำสินธุที่แผ่ขยายลงมาถึงดินแดนแถบนี้ มีอายุกว่าห้าพันปี โดยที่ไม่มีใครรู้จักมาก่อน และเกิดขึ้นก่อนการรุกรานของชนเผ่าอารยัน นั่นเอง

        คณะนักสำรวจสามารถเอาชีวิตรอดจากถ้ำใต้ดินและคูหาอัญมณีออกมาได้อย่างปลอดภัยโดยพบกับดีเตอร์ ชมิดช์ นักโบราณคดีตะวันตกที่รอดชีวิตเพียงคนเดียวและติดอยู่ภายในอาณาจักรภูเตศวรแห่งนี้ การค้นพบเมืองโบราณและจารึกที่ยังหลงเหลืออยู่จึงทำให้ทราบว่า นครแห่งนี้มีนามว่าอโฆราลัย

        จากนั้นทั้งหมดจึงออกเดินทางเข้าสู่นครอโฆราลัย เพื่อตรงเข้าสู่สุสานหลวง ของภูเตศวร

        “ณ ที่นี้คือแหล่งสถิตแห่งวิญญาณของกษัตริย์ ณ ที่นี้คือแหล่งซึ่งพึงงดเว้นย่างกรายเข้ารบกวนความสงบแห่งดวงวิญญาณ ณ ที่นี้คือแหล่งนิทราสุดท้ายของจอมคนแห่งอโฆราลัย มันผู้ใดบังอาจย่างเท้าล่วงธรณีประตูย่อมจักได้รับโทษทัณฑ์อันมหันต์ ร่างของมันจักถูกฉีกทิ้งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยอุ้งหัตถ์แห่ง “ฆุม” ผู้พิทักษ์ดวงวิญญาณแห่งผู้นิทรารมณ์ แลมักจักต้องทนทรมานอยู่ครบเจ็ดทิวาวารจึงจักเสียชีวิต แลเมื่อเสียชีวิตแล้ว ดวงวิญญาณมันผู้บังอาจล่วงล้ำสุสานแห่งกษัตริย์จักตกอยู่ในวงล้อมแห่งไฟนรกเป็นอนิจกาล”

        นี่คือคำสาปที่จารึกอยู่ในสุสานที่พวกเขาค้นพบ และฆุม ก็คือ อสูรร้ายในฝัน ของนิลพัตรานั่นเอง มันคือส่วนผสมของลิงยักษ์กับมนุษย์ ทำหน้าที่ผู้พิทักษ์วิญญาณในสุสานแห่งนี้

        ณ ที่นั้นเอง คณะสำรวจจึงได้พบกับศพอายุห้าพันกว่าปีที่กำลังรอคอยพวกเขาเข้ามาพบ ระหว่างการสืบค้นของคณะพันเอกนภศูลนั้นเอง นิลพัตรา ก็หายตัวไปอย่างลึกลับพร้อมกับศพประหลาด ทุกคนพยายามออกติดตามหาหญิงสาวแต่ไม่พบตัว จนกระทั่งการปรากฏตัวของ “กาฬจักร” ดวงวิญญาณของนักรบแห่งภูเตศวร ผู้มาแถลงความจริง ว่าสุสานที่พวกเขาค้นพบหาใช่สุสานแห่งภูเตศวรไม่ แต่เป็นเพียงสุสานของกาฬจักรเท่านั้น

         กาฬจักรผู้ภักดี ยอมปลิดชีพตัวเองเพื่อปกปักพิทักษ์สุสานแห่งราชันย์นี้ไว้ให้พ้นจากสายตามนุษย์ภายนอก เมื่อสิ้นชีวิตลงร่างนั้นจึงกลายสภาพเป็น “ฆุม”อมนุษย์ มีหน้าที่สังหารทุกผู้ที่ล่วงล้ำเข้ามา
กาฬจักร มีความผูกพันในอดีตชาติกับนิลพัตรามาก่อนจึงพยายามเข้าฝัน เพื่อห้ามไม่ให้หญิงสาวเดินทางมาที่นี่ แต่เมื่อไม่สำเร็จ หนทางสุดท้าย คือการสะกดนางให้อยู่ในอาณัติเพื่อต่อรองกับ พันเอกนภศูลหัวหน้าคณะให้เดินทางกลับไป ก่อนที่ทุกคนจะประสบกับความตาย!

      “นิธิเทพพินทร์ เป็นเทวีผู้อภิบาลรักษา...อโฆราลัยมีเทพเจ้าสูงสุดสามองค์ คือนิธิเทพินทร์ผู้อภิบาล ตรีพักตราสูรผู้ปราบปรามและผู้ทำลาย กับฆุม เทพแห่งความตาย”

        ในที่สุด การเดินทางสู่สุสานภูเตศวร ของคณะสำรวจก็มาถึงจุดสิ้นสุด พันเอกนภศูลตัดสินใจเดินทางย้อนกลับออกมา ก่อนแสงตะวันจะขึ้นสู่ขอบฟ้า และจากนั้นกาฬจักรใช้พลังอำนาจสุดท้ายที่มีอยู่ทำลายผาหินให้ถล่มลงมาปิดกั้นทางเข้าอาณาจักรอโฆราลัยไปตลอดกาล

    นิยายเรื่องนี้เป็นิยายปกสวยอีกเรื่องหนึ่งที่รวมสาส์นจัดพิมพ์ขึ้นในสไตล์เดียวกับ สาบนรสิงห์ ถ้ามีโอกาสเมื่อใดจะนำมารีวิวนะครับ




Create Date : 15 กรกฎาคม 2556
Last Update : 24 กรกฎาคม 2556 11:43:54 น. 17 comments
Counter : 1976 Pageviews.

 
อ่านบล็อกนี้ ทำให้รู้จักงานของจินตวีร์ เยอะขึ้นมาก จนอยากอ่านเลยค่ะ(เคยอ่าน แต่ไม่มาก)


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 15 กรกฎาคม 2556 เวลา:15:04:22 น.  

 
เห็นด้วยกับคุณพุดค่ะ แต่ส่วนตัวเน้นอ่านรีวิวมากกว่า สนุกดีค่ะ (แต่รีวิวเรื่องนี้เขียนสั้นกว่าปกตินะคะ )


โดย: Sab Zab' วันที่: 15 กรกฎาคม 2556 เวลา:21:23:03 น.  

 
ยังไม่เคยอ่านอะค่ะ ละครก็ไม่ได้ดูเสียด้วยสิคะ


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 15 กรกฎาคม 2556 เวลา:21:43:18 น.  

 
ไม่เคยอ่าน แต่เคยดูค่ะ
ขอบคุณมากๆนะคะ


โดย: lovereason วันที่: 16 กรกฎาคม 2556 เวลา:0:00:07 น.  

 
ถ้าเรื่องนี้มีทุนสร้างเป็นหนังได้คงสนุกมากเลยค่ะ อ่านรีวิวก็มันส์แล้ว


โดย: คุณหนูฤดูร้อน IP: 183.89.150.235 วันที่: 16 กรกฎาคม 2556 เวลา:8:48:47 น.  

 
สภาพหนังสือของคุณสามปอยหลวงใหม่กิ๊กมากๆ ชอบจังเลย พิมพ์แรกสภาพนี้หายากมาก

เรื่องนี้ผมเคยฟังตอนทำเป็นละครวิทยุ คลื่น AM.สถานีนี้มีแต่ละครวิทยุออกกาศ ยาวเลยตั้งแต่ราว 9โมง - 3โมงเย็น พักเที่ยง 1 ชม เป็นภาคข่าว สนุกและตื่นเต้นไม่แพ้ บุปผาเพลิง

เมื่อหลายปีก่อนมีการนำมาทำเป็นละคร ออกอากาศทางช่อง 3 แต่ดูแล้วเหมือนคนละเรื่อง กับบทประพันธ์เดิมเลย เสียอรรถรสจากเค้าโครงเดิมไปเยอะมาก น่าเสียดายจริงๆ


โดย: อติรูป IP: 110.49.241.36 วันที่: 16 กรกฎาคม 2556 เวลา:12:50:43 น.  

 
เรื่องนี้อ่านในนิยายสนุกที่สุดครับ ส่วนภาคที่เป็นละครเหมือนกับเป็นคนละเรื่องเลยครับ


โดย: Lek IP: 171.100.58.146 วันที่: 16 กรกฎาคม 2556 เวลา:17:04:02 น.  

 
เคยดูละครแบบผ่านๆตาค่ะ เพราะได้ยินชื่อนางเอก เหมือนมีใครมาเรียกชื่อตัวเองยังไงก็ไม่รู้


โดย: กล้ายางสีขาว วันที่: 17 กรกฎาคม 2556 เวลา:13:32:50 น.  

 
มีอยู่ในกองดองแล้วครับ...


โดย: อุ้มสม วันที่: 17 กรกฎาคม 2556 เวลา:19:26:27 น.  

 
มั่นใจว่าดูละคร แต่มาอ่านเรื่องย่อแบบนี้ก็ชักไม่แน่ใจ
ตัวเองดูจริงหรือเปล่า


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 18 กรกฎาคม 2556 เวลา:8:25:15 น.  

 
คุณพุด : งานของคุณจินตวีร์ มีเอกลักษณ์เฉพาะครับ อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ท่านมีกลุ่ม "แฟนคลับ"ที่ติดตามงานเขียนอย่างเหนียวแน่น แม้จะเสียชีวิตไปกว่ายี่สิบปีแล้วก็ตามครับ

คุณ: Sab Zab' : ขอบคุณครับ ช่วงนี้อาจเขียนสั้นไปหน่อยครับ

คุณหวานเย็นฯ : ผมว่าในละคร น่าจะ "คนละเรื่อง"กับหนังสือเลยครับ แต่สำหรับผมคิดว่า อ่านหนังสือสนุกกว่าครับ

คุณนุ่น : ตอนเป็นละคร ผมเคยดูผ่านแวบๆ เหมือนกันครับ แต่ไม่ได้ติดตามจนจบ

คุณคุณหนูฤดูร้อน : ถ้าทำเป็นภาพยนตร์ ก็น่าสนุกนะครับ สงสัยคงจะต้องอลังการงานสร้างแน่ๆ จินตนาการคนเขียนสุดยอดไปเลยครับ

คุณอติรูป : ผมเคยฟังละครวิทยุ แต่เป็นเรื่องบ้านศิลาทรายกับสาบนรสิงห์ ครับ เรื่องสุสานฯ นี่อ่านครั้งแรกเลยจะสกุลไทย แล้วค่อยมาอ่านรวมเล่มอีกที ทิ้งห่างมาหลายสิบปีเลยครับค่อยได้มาอ่านแล้วรีวิวรอบนี้
เรื่องนี้ได้มาโดยบังเอิญมากเลยครับ ตอนแรกค้นเว็บที่จะหาภาพประกอบ ของคุณแกมกาญจน์ ศุภวรรณ ตอนรีวิว หนังสือของท่าน ปรากฏว่าไปออกที่เว็บขายหนังสืองานศพ แล้วก็มีเรื่องนี้ติดมาด้วย ก็เลยตัดสินใจสั่งซื้อ ไม่นึกว่าสภาพจะโอเคขนาดนี้เลยครับ

คุณLek : เห็นด้วยว่า อ่านหนังสือสนุกกว่าจริงๆครับ

คุณบอล : ใช่จริงๆด้วยครับ ตอนแรกยังนึกอยู่เลยว่าชื่อคุณบอลคล้ายชื่อใครสักคน

น้องอุ้มสม : ลองอ่านดูนะครับ เรื่องนี้ความหนาไม่เป็นอุปสรรคเลยครับ

คุณตูน : น่าจะผ่านๆตาบ้างนะครับเรื่องนี้


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 19 กรกฎาคม 2556 เวลา:8:01:24 น.  

 
เรื่องนี้เคยดูตอนทำเป็นละครค่ะ


โดย: ชบาหลอด วันที่: 19 กรกฎาคม 2556 เวลา:12:17:35 น.  

 
สวัสดีครับคุณชบาหลอด ตอนเป็นละคร ได้ดูแค่ไม่กี่ตอนเองครับ รู้สึกว่าเป็นละครแฟนตาซีชนิดเหนือจริงไปมากๆเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 26 กรกฎาคม 2556 เวลา:11:52:55 น.  

 
มีงานเขียนของคุณจินตวีร์ วิวัธน์ เยอะพิสมควรเเต่ก็ยังขาด ตอนนี้กำลังตามหาซื้ิส่วนที่เหลือ ชอบเเละศรัทธามากๆค่ะ เรื่องราวน่าติดตาม เป็นวีรณกรรมล้ำค่าที่หาไม่ได้เเล้วจริงๆๆตอนนี้หวงมากๆ ใครมีหนังสืออยากเเชร์กันยินดีนะคะ


โดย: เมย์ IP: 49.230.108.185 วันที่: 9 พฤษภาคม 2557 เวลา:2:10:44 น.  

 
สวัสดีครับคุณเมย์ อย่างน้อยก็รู้สึกว่าโชคดีที่ช่วงหลังๆ สำนักพิมพ์กรูฟของคุณหมอพงศกร ก็เห็นคุณค่างานของคุณจินตวีร์ ทะยอยนำมาพิมพ์ใหม่เรื่อยๆ ทำให้นักอ่านรุ่นหลังๆได้พอรู้จักไปด้วย
ล่าสุดผมเพิ่งไปสวนจตุจักร เห็น "อุโมงค์มาร"ฉบับพิมพ์ครั้งแรกวางจำหน่ายอยู่เหมือนกันครับ แต่เรื่องนี้กรูฟก็นำมาพิมพ์ใหม่แล้ว


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 10 พฤษภาคม 2557 เวลา:17:12:34 น.  

 
ชอบนิยายภูเตศวรมากค่ะ


โดย: อัญชิสา IP: 49.230.175.107 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:21:06:31 น.  

 
คุณ อัญชิสา : เป็นนิยายแนวผจญภัยแฟนตาซีของจินตวีร์ ที่สนุกมากเรื่องหนึ่งเลยครับ แต่ตอนทำเป็นละคร กลับรู้สึกว่าไม่สนุกเท่า อาจจะเพราะอ่านหนังสือให้จินตนาการมากกว่าก็ได้ครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:13:37:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 61 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.