หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2557
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
30 มิถุนายน 2557
 
All Blogs
 
ชั่วชีวิตของผม : ก.เจษฎาพงศ์

เรื่อง : ชั่วชีวิตของผม
ผู้เขียน : ก.เจษฎาพงศ์
ปีที่พิมพ์ : 2510
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น



   เป็นนวนิยายหายาก ที่ผมตั้งใจจะหามาอ่านให้ได้ แต่ก็ไม่สบโอกาสสักครั้ง จวบจนกระทั่ง ได้พบโฆษณาขายในเว็บหนังสือเก่าแห่งหนึ่ง แต่ก็น่าเสียดายที่มีเพียงเล่มสอง เพียงเล่มเดียว แต่ตอนนั้นก็ตัดสินใจซื้อมาหวังว่าสักวันคงได้พบเล่มหนึ่ง... และก็ให้บังเอิญในเวลาไล่เลี่ยกัน มีโอกาสพบ ชั่วชีวิตของผม"เล่มหนึ่ง"วางขายที่สวนจตุจักรพอดี ครบสองเล่มดังต้องการ เลยขอนำนวนิยายแสนน่ารักสุดประทับใจเรื่องนี้มารีวิวในเวลานี้เลยครับ

  จาก “เรื่องของหนู” ที่นำเสนอเรื่องราวของมนุษย์ ผ่านมุมมองของหนูพุกตัวหนึ่งอย่างน่าสนใจ มาสู่นวนิยายในดวงใจของใครหลายๆคน นวนิยายเอกที่นำเสนอเรื่องราวสุดแสนโรแมนติคของพระเอก นางเอก ในยุคสงครามโลก ผ่านมุมมอง “ชั่วชีวิต” ของสุนัขไทยนัยน์ตาสีน้ำข้าว ที่ชื่อเจ้าหรั่ง ตัวเอกของเรื่องตัวนี้

   เรื่องราวของเจ้าหรั่งที่เกิดมาภายใต้บ้านของผู้มีอันจะกิน แถบโบสถ์พราหมณ์ เสาชิงช้า ในช่วงปี พ.ศ. 2480 พร้อมกับพี่ๆน้องๆอีกสี่ตัว มันจดจำคุณจุ่นและคุณอ้น บุตรชายวัยเรียนของเจ้าของบ้านที่ตั้งชื่อให้มันได้เป็นอย่างดี หลังจากนั้นไม่นาน พี่น้องของมันที่หน้าตาน่ารัก ต่างก็มีคนมาขอไปเลี้ยงจนหมด เหลือเจ้าหรั่งเพียงตัวเดียว เจ้าของบ้านจึงนำมันผูกตาไปปล่อยที่อื่นช่วงที่คุณอ้นและคุณจุ่นไปโรงเรียน แต่เจ้าหรั่งที่ฉลาดเฉลียวช่างสังเกตก็สามารถแกะรอยกลับมาที่บ้านได้ถูก คุณอ้นกลัวมันจะถูกนำไปปล่อยทิ้งอีก จึงวางแผนกับน้องชาย แวะไปเยี่ยมเยียนบ้านคุณย่าของตนแถวสี่พระยา

      ที่นั่นเอง หรั่งได้พบกับนายใหม่ของมัน ผู้ที่จะผูกพันกับมันไปตลอดชีวิต นั่นก็คือเด็กหญิงตัวน้อยๆ จอมเฮี้ยวแก่นแก้ว แต่จริงใจและรักสุนัขอย่างมันโดยไม่รังเกียจ คุณเต่า หรือ หม่อมหลวงแสงแก้ว เทวัญในวัยเพียงแปดขวบ บุตรสาวคนเล็กของคุณชายที่กำพร้าแม่ตั้งแต่ยังเยาว์วัย

     คุณเต่ามีพี่น้องหลายคน คุณโต พี่ชายก็เริ่มเป็นหนุ่มไม่สนใจน้องสาวมากนัก เพราะมีเพื่อนฝูงมากมาย ในขณะที่คุณแต้วพี่สาวคนรองก็ยุ่งเกี่ยวกับการเรียน เจ้าหรั่งมองเห็นความเหงาที่ซ่อนไว้ในตัวเจ้านายน้อยๆของมันและเข้าใจเป็นอย่างดี แม้ว่าไม่อาจจะพูดอะไรได้เลย
โลกของมันเริ่มขยายกว้างมากขึ้นพร้อมกับการเจริญเติบโต มันหลบออกทางช่องสังกะสีของบ้านไปเที่ยวตามที่ต่างๆ รู้จักทั้งหมาข้างบ้านอย่างเจ้าเสือ หมาวัดเจ้าถิ่นอย่างเจ้าเบิ้ม หมาผอมโซจรจัดที่มาเป็นคู่หูอย่างเจ้าเขียว หรือแม้แต่หมาผู้ดีหมาฝรั่งทั้งหลาย จนกลายเป็นมิตรภาพระหว่างเพื่อนหมาด้วยกัน นอกจากนี้มันยังมีโอกาสตามคุณเต่าขึ้นรถรางไปเที่ยวสวนลุมพินีอยู่เสมอ

        แล้ววันหนึ่ง คุณโต กับเพื่อนก็นัดกันออกไปเที่ยวเล่นตามประสาเด็กผู้ชาย คุณเต่าเห็นพี่ชายไปเที่ยวเลยขอติดไปด้วยพร้อมกับเจ้าหรั่งคู่ใจ แต่แล้ว หนูน้อยก็ถูกพี่ชายกับเพื่อนพามาถึงแค่สี่แยกสถานเสาวภา ก็ปล่อยทิ้งเอาไว้ให้กลับบ้านเอง คุณเต่าเจ็บใจเลยยืนร้องไห้โฮอยู่ที่นั่นเอง

   เวลานั้นเป็นเวลาใกล้เที่ยง ถนนจึงว่างเปล่าระอุจนยางมาตอยอ่อนตัว แสงแดดแผดกล้าอย่างไม่ปรานี น่าสงสารคุณเต่าผู้ว้าเหว่ของผมเสียจริงๆ ผมเลียแก้มเช็ดน้ำตาให้เธอ พยายามส่งเสียงครางเพื่อให้เธอสนใจและหยุดร้องไห้ แต่เสียงของเธอก็กลบเสียงของผมหมด ได้ยินแต่เสียงร้องไห้โฮๆของคุณเต่าก้องถนนอันเปล่าเปลี่ยวนั้น ผมนึกอยากให้คุณชายกลับมาเดี๋ยวนั้นจริงๆ จะได้ปลอบลูกสาว แต่ผู้ที่ผ่านมามิใช่คุณชาย กลับเป็นหนุ่มน้อยในเครื่องแบบยุวชนทหารขี่จักรยานเร่เข้ามา เขาหยุดจักรยานใกล้ๆตัวคุณเต่า ใช้ขายันดินคร่อมจักรยานเอาไว้

  “หลงทางหรือหนู?” เขาตะโกนแข่งกับเสียงคุณเต่า
“หนู”หยุดร้องไห้ แต่ยังสื้อฮักๆอยู่ จ้องตาผู้ถามอย่างรวนๆน้ำมูกน้ำตายังเลอะเทอะเต็มหน้า
      และนั่นเอง ที่ทำให้ เจ้าหรั่ง ได้รู้จักกับ “คุณวาที” ยุวชนทหาร ผู้เข้ามาช่วยเหลือคุณเต่าของมัน เขาเอ็นดูเด็กหญิงมอมแมมที่มีนัยน์ตากระจ่างใสบริสุทธิ์ จนพาหนูน้อยไปเที่ยวและเลี้ยงข้าวปลอบขวัญจนรู้ว่าคุณเต่าเองขาดแม่มาตั้งแต่เด็กพอติดพี่ชาย พี่ชายก็หนีไปเล่นกับเพื่อนคนอื่นเสียอีก และนั่นก็ยิ่งสร้างความผูกพันระหว่างหนุ่มน้อยวัยสิบแปดปี กับ เด็กหญิงตัวน้อยวัยแปดขวบ มาอีกยาวนานเกินกว่าที่มันจะคาดคิด...

     วาที ต้องไปเรียนต่อที่อเมริกา เด็กหนุ่มพยายามแวะมาหาแม่หนูน้อย “เด็กเก็บตก” ที่เขาเรียกอย่างเอ็นดูก่อนจากไป แต่น่าเสียดายที่คุณย่าของคุณเต่า ไม่ยอมให้พบ เขาจึงได้แต่ฝาก เจ้าหรั่ง เพื่อนยากให้ช่วยดูแลเด็กเก็บตกของเขาเอาไว้ ก่อนที่จากไป...

     สงครามมหาเอเชียบูรพาเริ่มต้นขึ้นแล้ว กองทัพญี่ปุ่นบุกเข้าสู่แดนสยาม ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามก็ทิ้งระเบิดลงมาเพื่อต่อสู้กับข้าศึก และนั่นก็ยิ่งทำให้การติดต่อระหว่างนักเรียนไทยในสหรัฐกลับมายังเมืองไทยบ้านเกิดยากขึ้นกว่าเดิม แต่ก็หาทำให้ความผูกพันระหว่างเด็กหญิงตัวน้อย กับคุณวาที ลดลงได้ไม่ ทั้งคู่ติดต่อผ่านทางจดหมาย และวาที ก็ฝากตุ๊กตาที่ระลึกมาให้มิตรน้อยของเขา ผ่านทางน้องชายที่ชื่อศรา ในขณะเดียวกันก็หมั้นหมาย วาที พี่ชายให้กับคุณอารยา เตรียมไว้เมื่อเขากลับมาจากเมืองนอกด้วยเช่นกัน
       อารยา ไม่ชอบใจที่เห็นความผูกพันระหว่าง วาที กับ คุณเต่า เลยพาลเกลียดเจ้าหรั่งไปด้วย

        หลังจากนั้น เพื่อหนีภัยระเบิดลงพระนคร ครอบครัวของคุณเต่าจึงอพยพไปอยู่หัวเมืองชายทะเล ที่นั่น เจ้าหรั่งได้เพื่อนใหม่ชือลานุยต์ เป็นหมาฝรั่งสีดำปลอดไปทั้งตัว นอกจากนี้ยังมีแม่หมามาคลอดลูกแล้วทิ้งไว้ให้คุณเต่าเลี้ยงอีกหลายตัว เป็นครอบครัวใหม่ของบรรดาหมาๆที่มีเจ้าหรั่งเป็นหัวโจก ลานุยต์มีเจ้านายชื่อ “นล” และมีโอกาสรู้จักกับคุณเต่า คุณนล ชอบพอนิสัยแก่นแก้วร่าเริงของเธอมาก จนคุณชายมารู้ภายหลัง ถึงทราบว่า พี่นลของ คุณเต่า ก็คือ พระองค์เจ้าอนลนภจร ที่เสด็จลี้ภัยจากพระนคร มาอาศัยอยู่ที่ไร่ติดกันนี้เอง

      ครอบครัวของศรา คือคุณวาทย์ เห็นว่า ศราแวะเวียนมาหาคุณเต่าบ่อยครั้ง และชอบใจเด็กหญิงตัวน้อย เลยเอ่ยปากกับคุณชาย ว่าขอหมั้นหมายเด็กคู่นี้เอาไว้ก่อน โดยไม่ได้บอกคุณเต่า เพียงแต่การหมั้นหมายนั้น เป็นที่รู้กันว่าไม่ได้บังคับใจ ถ้าหากในอนาคต คุณเต่าเกิดชอบพอกับใคร ก็สามารถถอนหมั้นได้ ในขณะที่ศราเองก็เริ่มรู้สึกชอบพอคุณเต่า เมื่อเวลาผ่านไป จากเด็กหญิงหน้ากลมแป้น ก็กลายเป็นเด็กสาวแสนสวยที่อ่อนหวานน่ารัก

   เวลาที่ผ่านไปนับแปดปี เจ้าหรั่งหมาหนุ่มฉกรรจ์ ก็กลายเป็น “เจ้าหมาแก่” ของคุณเต่าไปเสียแล้ว มันยังจงรักภักดีต่อนายหญิงของมันไม่เปลี่ยนแปร รวมถึงจดจำที่คุณวาที ฝากมันช่วยดูแล “เด็กเก็บตก”คนนี้เอาไว้ได้เป็นอย่างดี คุณเต่าชอบนำจดหมายที่คุณวาทีเขียนมาอ่านให้มันฟังอยู่บ่อยๆ คุณวาทีจะถามถึงหมาน้อยที่ติดตามเจ้านายอย่างซื่อสัตย์ตัวนั้นอยู่เสมอ

   “คุณเต่าขอรับ
         เดือนนี้ขอรายงานตัวว่าเป็นสุขสบายดี ไม่เจ็บไม่ไข้ การเรียนปกติ มรรยาทเรียบร้อย ไปกินเหล้ากับเพื่อนๆอาทิตย์ละหนเท่านั้นเอง ผู้ปกครองไม่ต้องห่วง กระผมห่วงแต่ผู้ปกครองกลัวจะไปยืนร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่กลางถนน ศราบอกมาว่า คุณเป็นสุภาพสตรีรุ่นสาวโตเต็มที่แล้ว แต่ผมไม่เชื่อ เราไม่ได้พบกันเจ็ดแปดปีเท่านั้นนี่นา ผมยังไมโตขึ้นเลย คุณจะโตไปได้อย่างไรในเวลาเท่าๆกัน จริงไหมครับผม
      เจ้าหรั่งผู้พิทักษ์ คงสบายดีกระมัง ผมนึกสภาพของมันตอนแก่ไม่ออกเลยจนนิดเดียว เพราะตอนจากมามันเป็นลูกหมาตัวนิดเดียว แต่เมื่อศราเล่ามาว่ามันแก่หง่อมเหมือนๆกับที่คุณเล่ามา ผมก็จำต้องเชื่อ เพราะมีพยานถึงสองปาก และได้ฝากอาหารกระป๋องสำหรับสุนัขมาให้มันและเพื่อนของมันด้วยแล้ว ให้มันกินน้ำเนื้อต้มข้นๆกับผักต้มเละๆ และนมสดซื้อจากแขก ผมขอช่วยออกเงินในการนี้ครึ่งหนึ่ง เพราะไม่ต้องการให้คุณอดขนมจนผอมเพื่อใช้เงินในการเลี้ยงหมา อย่าเพ่อให้มันตายเสียก่อนผมกลับ ในอีกสามสี่เดือนข้างหน้านะขอรับ เกล้ากระผมคิดถึงมันเป็นอย่างยิ่ง...

     ทั้งเจ้าหรั่งและนายสาวของมันต่างก็เฝ้ารอคอยการกลับมาของเขา จนกระทั่ง ในเช้าวันหนึ่ง ระหว่างที่ไอ้หรั่งกับผองเพื่อนของมันกำลังนั่งเล่นกันอยู่นั้นเอง หมาตัวหนึ่งในกลุ่มก็ชูคอขึ้นหูตั้งชัน เหมือนรับรู้ถึงการมาของคนแปลกหน้า...

     ผมหันไปบ้าง ตำตะลึงอยู่ครู่หนึ่งด้วยความไม่แน่ใจ
บุรุษหนุ่มฉกรรจ์ผู้หนึ่งยืนเก้ๆกังๆ อยู่ตรงขอบบ่อทราย เขาสูงขึ้น ใบหน้าเข้มขึ้น มิใช่หนุ่มน้อยหน้าอ่อนเยาว์ดังแต่ก่อนแล้ว แต่เขาเป็นหนุ่มเต็มตัวเลยทีเดียว สิ่งเดียวที่ผมจำได้เป็นแม่นมั่นก็คือดวงตาอันมีแววขี้เล่นช่างแหย่เย้า และใจดี... เขาคือ คุณวาที นั่นเอง!

    และนั่นเอง ที่คุณวาที ได้พบกับเด็กเก็บตก นายตัวเล็กๆของเจ้าหรั่ง อีกครั้ง คราวนี้ เขารู้หัวใจตัวเองว่านอกจากความเอ็นดูสงสารต่อหนูน้อยคนนั้นแล้ว สิ่งที่เพิ่มพูนขึ้นมามากกว่านั้น ก็คือ ความรัก!
แต่อุปสรรคก็ผ่านเข้ามาทดสอบทั้งคู่อีกครั้ง เมื่อ วาที รู้ว่าคุณเต่าเป็นคู่หมั้นของศราน้องชายเขา ในขณะที่คุณเต่าเอง ก็ไม่ล่วงรู้มาก่อนเช่นกัน ความเข้าใจผิด ทำให้วาที พยายามหักใจ หันไปทำดีกับคุณอารยา ในขณะที่คุณเต่าเอง ก็ไม่ต้องการเป็นน้องสะใภ้ของวาที ชายที่เธอรัก เมื่อ “พี่อนล” หรือ พระองค์เจ้าอนลนภจร ขอเธอแต่งงาน คุณเต่าจึงตัดสินใจตอบรับคำขอนั้น!

        ศรา เห็นจดหมายที่พี่ชายเขียนติดต่อกับคุณเต่ามาโดยตลอด เขาเข้าใจความรักของพี่วาที และคุณเต่า จึงตัดสินใจเป็นฝ่ายถอยออกมาเสียเอง แต่ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว คุณเต่าตัดสินใจหมั้นหมายกับท่านอนล ก่อนที่ท่านจะเสด็จไปธุระที่ต่างประเทศ ในขณะที่คุณวาที อกหักจากหญิงสาวที่เขารักจนสุดหัวใจ จนต้องหลบหน้าหนีไปอเมริกา มีข่าวคราวว่าเขาควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า เพื่อให้ลืมภาพเด็กหญิงตัวน้อยที่เขารู้จักเมื่อแปดปีก่อนหน้านั้นนั่นเอง

     แต่แล้ว ท่านอนลก็ประสบอุบัติเหตุจนสิ้นพระชนม์ คุณเต่าตัดสินใจไว้ทุกข์ ให้กับชายที่เธอไม่อาจมอบหัวใจรักให้ได้ ในท่ามกลางเวลาแห่งความโศกเศร้าที่ผ่านไปนับปี สำหรับเจ้าหรั่งแล้ว มันได้แต่รอคอย ว่าเมื่อไรเจ้านายหนุ่มน้อย อดีตยุวชนทหารคนนั้นจะกลับมารับ เด็กเก็บตกของมันคืนไปเสียที เพื่อนๆของมันต่างจากไปกันหมดแล้ว เหลือแต่มัน เจ้าหรั่ง สุนัขชราที่กำลังรอวันตายและรำลึกถึงวันเวลาแห่งอดีตที่สวยงามของมันกับเจ้านายทั้งสองเท่านั้น...

        ตราบจนกระทั่งพลบค่ำวันหนึ่ง เมื่อคุณเต่าผู้เศร้าสร้อยกลับมาที่บ้าน สัญชาตญาณแม้ว่านัยน์ตาจะฝ้าฟาง แต่เจ้าหรั่งก็รับรู้ว่ามีใครบางคน เดินตามเจ้านายสาวของมันมาโดยที่เธอเองไม่รู้ตัว

       เธอจรดหน้าผากกับจมูกชื้นๆของผม แต่ผมหลบหน้าหนี เพราะจะมองว่าใครตามมาข้างหลัง คุณเต่าไม่เข้าใจ เธอหัวเราะน้อยๆ เหมือนเมื่อยังเด็ก
       “ตาแก่แสนงอน โมโหหรือที่ถูกปล่อยให้อยู่บ้านคนเดียว แน่ะ! ข้าซื้อนมมาฝาก” เธอชูกระป๋องนมให้ดู ผมชะโงกหน้าหลบคุณเต่า ไปดู “เขา” ข้างหลัง “เขา”ยิ้มกับผมด้วยดวงตาเป็นประกาย ผมจำ “เขา” ได้แล้วล่ะครับ
       สิบสองปีแห่งการรอคอยไม่ผิดหวัง! ผมกำลังจะตายตาหลับ เพราะผู้ฝากได้กลับมารับ “ของฝาก”ของเขาคืนไปแล้ว
 

    “เจ้าหรั่ง ขอเด็กเก็บตกที่ฉันฝากไว้คืนเถอะนะ” เป็นเสียงห้าวที่คุ้นหู

    คุณเต่าเหลียวกลับไป พลันตกตะลึงเหมือนกับไม่แน่ใจ
“ท้องฟ้า มหาสมุทร และแม่ธรณีเป็นพยาน วาที ลืมคุณไม่ลง!”
คุณเต่ากระพริบตาถี่ๆ ทำอะไรไม่ถูกจนกระทั่งได้รับการโอบเอาไว้อย่างทะนุถนอม
     “คุณเต่าเล่า คิดถึงวาทีบ้างไหม?”
     คุณเต่าพยักหน้าน้อยๆ พูดอะไรไม่ออก ได้แต่สะอื้นอย่างน่าสงสาร
         “เราจะแต่งงานกันโดยเร็วที่สุด ช้ากว่าที่คาดไว้เกือบสองปี แต่ไม่เป็นไร ยิ่งช้าก็ยิ่งฝันถึงมาก ยิ่งฝันถึงมากก็ยิ่งรักมากขึ้น...”
       คุณวาที เชยคางยอดรักของเขาขึ้นแล้วก้มลงจุมพิตอย่างแสนเสน่หา

           ผมมองภาพนั้นด้วยความปลาบปลื้มใจ อยากให้บรรดาเพื่อนฝูงพรรคพวกทั้งหลายฟื้นขึ้นมาชมชื่นด้วยกันกับผมเหลือเกิน... เสียดายนักที่ไม่มีใครอายุยืนเท่าผม
       พอแล้ว สมปรารถนาแล้ว... ความหวังตลอดชั่วชีวิตของผม!!


      ผมอ่านนวนิยายเรื่องนี้ด้วยความประทับใจ นอกเหนือจากการสะท้อนพฤติกรรมสัตว์อย่างผู้ที่เข้าใจและรักสัตว์เลี้ยงของคนเขียน ความโรแมนติคของเรื่อง ยังสะท้อนภาพเหตุการณ์ในยุคสงครามโลก และเกร็ดประวัติศาสตร์เล็กๆน้อยๆในยุคสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี จนนึกเสียดายว่า น่าจะมีผู้นำเรื่องนี้มาพิมพ์ใหม่สักครั้ง เพื่อให้เพื่อนนักอ่านยุคนี้ ได้ซึมซับความประทับใจของสัตว์เลี้ยงผู้ซื่อสัตย์ต่อมนุษย์ เฉกเช่นเจ้าหรั่งในนวนิยายเรื่องนี้...
            ***********************

 




Create Date : 30 มิถุนายน 2557
Last Update : 30 มิถุนายน 2557 15:59:09 น. 25 comments
Counter : 1968 Pageviews.

 
ขอบคุณมากๆเลยค่ะสำหรับรีวิวนี้ ละเอียด ละเมียดละไม มีคุณประโยชน์กับผู้ที่ไม่สามารถหาหนังสือเล่มมาอ่านได้ค่ะ

ตอนที่รู้ว่าเล่าเรื่องผ่านสัตว์เลี้ยงเรากลัวมากเลย กลัวว่าจะเศร้าเหมือนเรื่องมอม เราอ่านเรื่องแบบนั้นไม่ได้ มันจะร้องไห้หนักมากๆ แล้วจะทำให้รู้สึกแย่เพราะความรู้สึกจะติดค้างในอารมณ์อีกนานมากกว่าจะดีขึ้น

นิยายสมัยก่อนน่ารักตามยุคสมัยนะคะ หน้าปกก็สวยมีเสน่ห์มากๆ เนื้อหาและสำนวนภาษามันคลาสสิค ละมุนละไม น้ำใสไหลริน ไม่ปรู๊ดปร๊าดแบบยุคสมัยที่ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่เพียงบนปลายนิ้ว

อีกอย่างอ่านนิยายสมัยก่อนเราจะได้เห็นประวัติศาตร์ของยุคสมัยด้วย ได้เห็นบ้านเมืองตอนนั้น มันมีอะไรเกิดขี้นบ้าง ทำให้เราได้ย้อนอดีตกันดีค่ะ

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับรีวิวที่มีค่ารีวิวนี้


โดย: ดุจจันทร์ IP: 171.4.193.132 วันที่: 30 มิถุนายน 2557 เวลา:19:30:54 น.  

 
สวัสดีค่ะ อ.หนุ่ม ^^

เป็นหนังสือหายากจริงๆนะคะ
หลายเรื่องไม่ค่อยเห็นเลยค่ะ
เมื่อก่อนขอบสั่งซื้อนิยายหายากจากเคล็ดไทย
หลังๆอ่านนิยายสมัยใหม่ซะมากค่ะ
เลยไม่มีนิยายนักเขียนรุ่นเก่าเท่าไหร่เลย

เรื่องนี้อ่านรีวิวแล้วก็ได้อีกมุมมองนึง น่าสนใจมากเลยค่ะ

ขอบคุณมากๆนะคะ



โดย: lovereason วันที่: 1 กรกฎาคม 2557 เวลา:11:27:42 น.  

 
แวะมาอ่านรีวิวด้วยความประทับใจเช่นกันค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ


โดย: นักอ่านรุ่นเก๋า IP: 192.99.14.34 วันที่: 1 กรกฎาคม 2557 เวลา:11:54:13 น.  

 
อ่านรีวิวแล้วประทับใจจริงๆครับ ทั้งเรื่องความรักของหนุ่มสาวและเจ้าหรั่งด้วย แถมยังมีภาษาสวยๆ อีกด้วย


โดย: Nat_NM วันที่: 1 กรกฎาคม 2557 เวลา:16:16:02 น.  

 

อ่านจากรีวิวแล้ว ชวนให้หามาอ่านมากเลยค่ะ
แต่คงหายากมากๆ


โดย: กล้ายางสีขาว วันที่: 1 กรกฎาคม 2557 เวลา:19:22:57 น.  

 
เห็นรูปปกแล้ว รุ้เลยว่าหายากจริง ๆ


โดย: Pdจิงกุเบล วันที่: 2 กรกฎาคม 2557 เวลา:14:14:50 น.  

 
เด็กใหม่ ทักทายครับ


โดย: สมาชิกหมายเลข 1404403 วันที่: 3 กรกฎาคม 2557 เวลา:14:44:02 น.  

 
น่าอ่านอีกแล้ววว เรื่องนี้เล่าเรื่องแนวๆ สิทธิของสัตว์ ทำนองนั้นหรือเปล่าคะ


โดย: ชบาหลอด วันที่: 3 กรกฎาคม 2557 เวลา:21:06:19 น.  

 
น่าอ่านมากเลยค่ะอาจารย์หนุ่ม รู้สึกว่าจะไม่เคยอ่านงานของ ก.เจษฎาพงศ์ มาก่อนเลย


โดย: กุลธิดา (kdunagin ) วันที่: 4 กรกฎาคม 2557 เวลา:1:41:01 น.  

 
คุณหน่อย : ผมอ่านเรื่องนี้ด้วยความเพลิดเพลินมากเลยครับ สำนวนภาษาสละสลวย ให้ทั้งความรู้สึกรื่นรมย์แม้กระทั่งสะเทือนใจในบางฉาก หรือบางครั้งก็อมยิ้มกับความน่ารักของเจ้าหรั่ง คนเขียนใส่ความรู้สึกนึกคิดอย่างคนที่รักและเข้าใจสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างดีเลยครับ

คุณนุ่น : เสียดายอยากให้นำเรื่องนี้มาพิมพ์ใหม่ หรือนำมาเป็นหนังสือนอกเวลาเรียนก็ดีไม่น้อยเลยครับ เด็กร่นใหม่ๆนอกจากจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนไทยในยุคสงครามโลกแล้วยังซึมซับความรักของสุนัขที่ผูกพันกับคนอย่างน่าประทับใจอีกด้วยครับ

คุณนักอ่านรุ่นเก๋า : ขอบคุณมากครับ ถ้ามีโอกาสจะนำงานของผู้เขียนมารีวิวอีกครับ

คุณNat_NM : เป็นนิยายรักอีกเรื่องที่ผมอ่านแล้วชอบมากๆครับ

คุณบอล : หายากจริงๆครับ สมกับชื่อ "ชั่วชีวิตของผม"เลยทีเดียว

คุณ Pdจิงกุเบล : ที่ได้มาก็บังเอิญจริงๆครับ เรียกว่า ต้องเสี่ยงซื้อมาก่อนเล่มนึง แล้วลุ้นให้เจออีกเล่มหนึ่ง ขอเรียกว่า "ธรรมะจัดสรร" สำหรับเหตุการณ์นี้จริงๆครับ

คุณสมาชิกหมายเลข 1404403 : ด้วยความยินดีครับ แวะเวียนเข้ามาทักทายกันได้เลยนะครับ

คุณชบาหลอด : เล่าผ่านมุมมองของสุนัข เหมือนกันครับ แต่เรื่องนี้จะดำเนินเรื่องผ่านเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ และรายละเอียดสภาพชีวิตของชาวกรุงเทพฯยุคนั้น ผู้เขียนบรรยายภาพ สถานเสาวภา สวมลุมพินี รถรางสายปากน้ำ สี่พระยา ในยุคนั้น รวมถึงบรรดาของกินของเล่นอย่าง ลูกคอแลน ลูกเล็บเหยี่ยว เขาดินวนา อย่างเห็นภาพเลยครับ

คุณไก่ : เป็นอีกนามปากกาหนึ่งของ ข.อักษราพันธ์ และ ศรีทอง ลดาวัลย์ เจ้าของเรือ่ง ดาวพระศุกร์ ดอกโศก ภาพอาถรรพ์ พลับพลึงสีชมพู ครับ แต่น่าเสียดายที่เรื่องนี้กลับไม่มีการนำมาพิมพ์ใหม่เหมือนเรื่องอื่นๆ อาจเพราะไม่มีการนำมาทำเป็นละครด้วยก็ได้ครับ
ผมอ่านในคำนำ พบว่า คนเขียน เก็บข้อมูลและมีแรงบันดาลใจในการเขียนมานานมากเลยครับ กว่าจะสร้างเรื่องนี้ออกมาได้สำเร็จ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 4 กรกฎาคม 2557 เวลา:7:46:07 น.  

 
เคยมีไว้ครอบครอง 1 ชุด ตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนมัธยมต้น สมัยที่หนังสือวางขายใหม่ ๆ อ่านแล้วประทับใจความผูกพันระหว่างหมากับคน หมากับหมา พ่อกับลูก (คุณชายกับลูก ๆ) พี่กับน้อง (คุณเต่ากับพี่-น้อง) พี่เลี้ยงกับเด็ก ตุณเต่ากับบรรดาสุภาพบุรุษที่เข้ามาในชีวิตของคุณเต่า เป็หนังสือที่ทรงคุณค่า ควรนำมาพิมพ์เผยแพร่ใหม่จริง ๆ
เสียดายที่หนังสือถูกน้ำท่วมเมื่อปี 2526 ภายใน 2-3 ปีที่ผ่านมาพยายามตามหาในเว็บจนเกือบจะได้เมื่อปี 2555 (โอนเงินค่า 480 บาท ให้แล้ว แต่เจ้าของเว็บคืนเงินมาให้ บอกว่าเกิดอุบัติเหตุทำให้หนังสือหาย ขณะที่กำลังนำไปส่งไปรษณีย์) เมื่อ 3-4 เดือนก่อน เพิ่งจะซื้อเล่ม 2 ได้จากอีกเว็บหนึ่ง (สงสัยเจ้าของเดียวกันกับที่คุณสามปอยหลวงซื้อไป) แต่ก็ไม่ได้โชคดีเหมือนคุณ เนื่องจากยังหาเล่ม 1 ไม่ได้ แต่ก็จะเก็บเรื่องย่อที่คุณกรุณาลงในกระทู้ไว้อ่านเตือนความทรงจำค่ะ
ขอบคุณที่แชร์สิ่งดี ๆ นะคะ


โดย: คนรุ่นเก่าที่ที่รักนิยายเรื่องนี้มาก IP: 125.27.94.188 วันที่: 21 กรกฎาคม 2557 เวลา:12:23:51 น.  

 
คุณ คนรุ่นเก่าที่ที่รักนิยายเรื่องนี้มาก : ยินดีที่ได้รู้จักกับเพื่อนนักอ่านที่ชอบเรื่องนี้เหมือนกันครับ ผมอ่านเรื่องนี้ด้วยความประทับใจ ความรักของเจ้าหรั่งกับเจ้านายและบรรดา "สหายสุนัข"ทั้งหลายของมัน จนจบเพลินโดยไม่รู้ตัวเลยครับ
พูดถึงน้ำท่วม ช่วงปีที่ผ่านมาก็เผชิญปัญหาเดียวกันเลยครับ แต่ของผมมาจากปลวกที่หนีน้ำขึ้นตู้ มารื้อดูทีหลัง หนังสือหลายเล่มกลายเป็นอาหารอันโอชะไปโดยไม่รู้ตัว เห็นสภาพแล้วต้องจำใจทิ้งทั้งที่เสียดายสุดชีวิตครับ
ถ้าเผื่อมีโอกาสพบเล่มหนึ่ง จะซื้อเก็บไว้หรือแจ้งให้ทราบนะครับ อย่างไรรบกวนทิ้งเบอร์อีเมล์ไว้หรือหลังไมค์ก็ได้นะครับ
ด้วยความยินดียิ่งครับผม


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 21 กรกฎาคม 2557 เวลา:15:05:40 น.  

 
คุณสามปอยหลวงคะ ขอบคุณนะคะที่มีน้ำใจจะช่วยมองหาเล่ม 1 ให้อีกแรงหนึ่ง หากพบกรุณาโทรแจ้งที่ 081 590 2425 (อัจฉรา) ด้วยนะคะ
ไม่ทราบว่าเคยอ่านเรื่อง นิกกับพิม ของ ว.ณ ประมวญมารค หรือยังคะ น่าอ่านเช่นกันค่ะ


โดย: คนรุ่นเก่าที่รักนิยายเรื่องนี้มาก IP: 125.27.68.77 วันที่: 22 กรกฎาคม 2557 เวลา:21:44:32 น.  

 
ด้วยความยินดีครับ เรื่องหาหนังสือบางทีก็เป็นเรื่องแปลกเหมือนกันครับ บางทีบทจะเจอก็เห็นผ่านตาโดยบังเอิญก็มีครับ บางทีตั้งใจหาแทบตายกลับไม่พบ
เรื่องนิกกับพิม ผมเคยรีวิวไว้เหมือนกันครับ เป็นหนังสือนิยายที่อ่านเพลินน่ารักไม่ต่างกับเรื่องนี้เลย แถมมีรูปภาพฝีพระหัตถ์พระราชทาน ว.ณ ประมวลมารค ประกอบตัวที่เป็นนิกด้วยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 23 กรกฎาคม 2557 เวลา:8:04:33 น.  

 
ชั่วชีวิตของผม ผมเคยอ่าน นานมากแล้วครับ อ่านหลายรอบ
นอกจากบทประพันธ์ที่ประทับใจแล้ว ผู้ประพันธ์ บรรยายถึงสภาพสิ่งแวดล้อม สังคมในสมัยนั้นได้ชัดเจนมากครับ มีทั้งการใช้ชีวิตในวัยเด็กในช่วงต้น และในวัยผู้ใหญ่ในช่วงท้าย

น่าเสียดาย ที่หนังสือทั้งสองเล่ม ได้หายไปเสียแล้ว ตอนรื้อบ้านแล้วสร้างใหม่
แต่ยังจำเนื้อเรื่องได้
แต่ก็คงเหมือนอีกหลายท่าน หนังสือบางเล่ม เรามีความสุขในการอ่าน ถึงแม้ว่าจะอ่านมาแล้วหลายครั้งก็ตาม


โดย: ชูศักดิ์ ปวัฒนกุล IP: 1.47.199.102 วันที่: 9 ตุลาคม 2557 เวลา:1:33:11 น.  

 
สวัสดีครับคุณชูศักดิ์ เป็นเรื่องที่ผมอ่านและประทับใจมากเลยครับ เคยอ่านงานของผู้เขียนมาก่อนแค่ไม่กี่เรื่อง แต่สำหรับเรื่องนี้แล้ว ผมยกให้เป็นอันดับหนึ่งเลยครับ
ผู้เขียนเขียนอย่างคนที่รักและเข้าใจธรรมชาติชีวิตของสุนัขอย่างแท้จริง ผ่านตัวเจ้าหรั่ง และยังสะท้อนภาพชีวิตคนยุคกึ่งพุทธกาลอย่างที่คุณชูศักดิ์บอก จนผมอยากจะให้นำมาพิมพ์ใหม่ เพื่อให้นักอ่านรุ่นใหม่ๆ ได้รู้จักนิยายเรื่องนี้


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 9 ตุลาคม 2557 เวลา:8:39:34 น.  

 
เคยอ่านเมื่อสมัยเด็ก เป็นเรื่องประทับใจเรื่องหนึ่งเลยค่ะ วันนี้หาได้แค่เล่มสอง ตามหาเล่มหนึ่งอยู่นานแล้ว ไม่เจอเลย. หากท่านใดทราบว่าเล่มหนึ่งขายอยู่ที่ไหน ขอความกรุณาแจ้งค่ะที่ tteerp@gmail.com. . ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ


โดย: Tteerp IP: 110.171.86.235 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2557 เวลา:8:13:16 น.  

 
สวัสดีครับคุณ Tteerp ถ้ามีโอกาสพบจะแจ้งให้ทราบทางเมล์นะครับ ส่วนใหญ่จะหาเล่มหนึ่งไม่ได้กันทั้งนั้นเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 30 พฤศจิกายน 2557 เวลา:17:06:02 น.  

 
รักมาก หนังสือที่มีคุณค่าแบบนี้ ทำอย่างไรจึงจะหาซื้อได้ เคยมีแต่จำไม่ได้ว่าหายไปได้อย่างไร แล้วไม่เคยเห็นที่ไหนอีกเลย หนังสือเล่มนี้ทำให้รักสุนัขและสัตว์เลี้ยงอื่นๆจิตใจอ่อนโยน น่าเสียใจอย่างยิ่งที่ไม่มีโอกาสเป็นเจ้าของอีก ผู้เขียนก็ถึงแก่กรรมแล้วใช่ไหมคะ


โดย: ตามหา ชั่วชีวิตของผม IP: 1.46.16.186 วันที่: 13 พฤษภาคม 2558 เวลา:16:56:26 น.  

 
คุณตามหา ชั่วชีวิตของผม : เรื่องนี้น่าจะอยู่ในดวงใจของนักอ่านหลายๆท่านเลยครับ สำหรับผมเองเมื่ออ่านจบก็จัดเข้าหมวดนิยายในดวงใจเช่นเดียวกัน และไม่สงสัยเลยว่า ทำไมคนอ่านหลายท่านถึงชอบนิยายเรื่องนี้ คนเขียน "ถอดหัวใจ"ของเจ้าหรั่งออกมาเขียน เหมือนกับเข้าไปอยู่ในใจของมันจริงๆ
ประวัติผู้เขียน ผมพยายามสอบถามกับทางสำนักพิมพ์ ที่เคยพิมพ์งานของท่านอยู่เหมือนกันครับ แต่ก็ไม่ได้คำตอบ และไม่มีข่าวคราวใดๆเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 14 พฤษภาคม 2558 เวลา:7:26:42 น.  

 
ขอบคุณค่ะคุณสามปอยหลวง ว่างๆจะเข้ามาคุยใหม่นะคะ


โดย: ตามหา ชั่วชีวิตของผม IP: 1.46.82.176 วันที่: 15 พฤษภาคม 2558 เวลา:20:52:33 น.  

 
ขอบคุณค่ะคุณสามปอยหลวง ว่างๆจะเข้ามาคุยใหม่นะคะ


โดย: ตามหา ชั่วชีวิตของผม IP: 1.46.82.176 วันที่: 15 พฤษภาคม 2558 เวลา:20:57:29 น.  

 
คุณ ตามหา ชั่วชีวิตของผม : ด้วยความยินดีครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 17 พฤษภาคม 2558 เวลา:16:32:15 น.  

 
ขอบพระคุณ คุณสามปอยหลวงมาก ๆ ค่ะที่ช่วยตามหา ชั่วชีวิตของผม ให้จนพบ และอุตส่าห์ส่งข่าว ดิฉันถือเป็นเรื่องดี ๆ ที่พบคนมีน้ำใจเช่นคุณสามปอยหลวง แม้ว่าตอนนี้เขาจะขายไปแล้ว ส่วนดิฉันเองก็ยอมเป็นเจ้าของเล่มที่ขอถ่ายเอกสารมาจ่ากห้องสมุดนิด้าต่อไป แม้ว่าจะไม่ได้บรรยากาศของตัวรูปเล่ม แต่อรรถรสก็ยังคงอยู่เป็นที่ชื่นอกชื่นใจที่ได้อ่านและมีไว้ในครอบครองค่ะ (ต้องทำใจให้พอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่แล้วค่ะ)
ขอเล่าเรื่องดี ๆ อีกเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาอันเนื่องมาจากการตามหาหนังสือเรื่องนี้ให้คุณสามปอยหลวงทราบดังนี้ค่ะ
คือเมื่อช่วงต้นปี 58 มีผู้ชายคนหนึ่งได้เบอร์โทรที่ดิฉันฝากไว้ให้คุณสามปอยหลวงในกระทู้นี้ แกอยากทราบว่าดิฉันหาหนังสือเรื่องนี้ได้หรือยัง เพราะแกเองก็กำลังหาให้คุณแม่ (คุณแม่รุ่นอายุ 60 กว่า ซึ่งมากกว่าดิฉันไม่กี่ปี) ดิฉันมีความปลื้มใจแทนคุณแม่ที่มีลูกชายน่ารักแบบนี้ จึงแนะนำไปว่า ถ้าอยู่กรุงเทพให้ไปห้องสมุดนิด้า เพื่อขอถ่ายเอกสารให้คุณแม่ได้อ่าน ส่วนดิฉันอยู่ต่างจังหวัดยังไม่สามรถทำได้
หลายวันต่อมา หลานชายคนเดิม (ขออนุญาตนับญาติกับเด็กดี ๆ เช่นนี้ค่ะ) โทรมาแจ้งเบอร์ร้านถ่ายเอกสารที่นิด้าที่สามารถจัดการถ่ายเอกสาร เย็บเล่มและส่งไปรษณีย์มาให้ดิฉันได้ ซึ่งแกได้ไปจัดการให้คุณแม่ได้มาเรียบร้อยแล้ว
ดิฉันจึงได้ฉบับถ่ายเอกสารมาครอบครอง แม้ว่าจะเสียค่าใช้จ่ายสูงกว่าเล่มที่ซื้อขายกันในตลาดหนังสือเก่าก็ตามค่ะ
นี่คือเรื่องดี ๆ ที่ดิฉันได้รับจากการตามหาหนังสือสุดรักเรื่องนี้
ขอบคุณทั้งสองท่านนะคะ


โดย: คนรุ่นเก่าที่รักหนังสือเรื่องนี้มาก (อัจฉรา) IP: 1.10.251.54 วันที่: 25 สิงหาคม 2558 เวลา:20:37:36 น.  

 
สวัสดีครับคุณอัจฉรา ด้วยความยินดีอย่างยิ่งเลยครับ สำหรับนิยายเรื่องนี้น่าจะเป็นนิยายในดวงใจของหลายๆท่าน ผมเองก็เพียรตามหามานานไม่น้อย เจอเล่มแรกแล้วค่อยมาเจออีกเล่มหนึ่งในอีกร้านหนึ่งเมื่อหลายเดือนต่อมา ไม่รู้ว่าจะเรียกปาฏิหาริย์หรือความบังเอิญ แต่ก็มีความสุขจากการได้อ่านเรื่องนี้ การเขียนรีวิวจึงเหมือนกับการแบ่งปันสิ่งดีๆที่เราอ่านพบให้กับเพื่อนนักอ่านด้วยกันครับ และถ้ามีโอกาสได้ช่วยเหลือหนังสือเรื่องไหน แจ้งมาได้เลยนะครับ ด้วยความยินดียิ่งครับ





โดย: สามปอยหลวง วันที่: 2 กันยายน 2558 เวลา:14:29:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 62 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.