หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2556
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
11 มิถุนายน 2556
 
All Blogs
 
ไฟโหยเชื้อ : ม.มธุการี

เรื่อง : ไฟโหยเชื้อ
ผู้เขียน : ม.มธุการี
ปีที่พิมพ์ : 2530
สำนักพิมพ์ : ศิลปาบรรณาคาร
ราคา : 350 บาท (2 เล่มจบ)



          คราวนี้ผมขอเปลี่ยนแนวจากสยองขวัญระทึกขวัญที่เคยรีวิวเป็นประจำ มาเป็นนิยายชีวิตสักเรื่องนะครับ งานเขียนของ ม.มธุการี หรือเพชรน้ำค้าง หรือ ดาหลา สุมาลิน มีจุดเด่นอย่างยิ่งในเรื่องสำนวนภาษาที่เป็นเอกลักษณ์ ชนิดที่หยิบมาอ่านโดยไม่ทันได้ดูชื่อคนเขียน เพียงไม่กี่บรรทัด ก็แทบจะสัมผัสได้ถึงความเป็น ม.มธุการี ได้ทันที

       สำหรับนิยายเรื่องนี้ได้มาจากร้านหนังสือเก่า น่าเสียดายที่ไม่มีปกประกอบ พยายามเสิร์ชหาก็ไม่พบเช่นกันครับน่าเสียดายมากๆ อย่างไรก็ตามสำหรับเนื้อหาในเรื่องก็เข้มข้นชวนอ่านอยู่ไม่น้อย สำหรับแฟนๆของ ม.มธุการี น่าจะชอบครับ

        คิดว่าเรื่องนี้ น่าจะอยู่ในช่วงกลางของงานเขียนท่าน ที่ได้พัฒนาฝีมือการประพันธ์นิยายในแนวสะท้อนชีวิตและสังคมได้อย่างโดดเด่นยิ่ง ทั้งสำนวนภาษาที่เฉียบคม ชื่อตัวละครแต่ละตัว บทสนทนาของตัวละคร และการวางโครงเรื่องที่ตัวละครทุกตัวสัมพันธ์กัน ก่อนจะคลี่คลายไปสู่พลอตที่หลากหลายแนวทาง ในเวลาต่อมา

          ในยุคนี้ มีนิยายหลายเรื่องทีเดียวที่ผมชอบ เช่น ระบำไฟ สังคมพลาสติค จากที่นี่... ถึงดวงดาว ทางสายทาส หรือที่ดังๆอย่าง หัวใจสองภาค เป็นต้น

     สำหรับเรื่อง ไฟโหยเชื้อนี่ก็เช่นกัน เป็นนวนิยายที่สะท้อนถึงความฝันของตัวละครแต่ละตัว ทั้งนางเอก ลินลา นักศึกษารัฐศาสตร์ จุฬาฯ ปีสุดท้าย ที่มีความฝันจะเป็นนักเขียน ทัพไทย นักเขียนหนุ่มใหญ่ชื่อดังวัยห้าสิบเศษ ที่โหยหาไฟฝันมาหล่อเลี้ยง ในยามที่ฝันนั้นเริ่มแห้งเหือดไปกับกาลเวลา ดอกเตอร์อาจผจญ ชายหนุ่มรุ่นพี่ของลินลา อดีตประธานเชียร์ที่เคยมีปัญหาสมัยลินลาเรียนปีหนึ่ง ที่บัดนี้เขาได้กลับมาเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัย กับอดีตพี่-น้องร่วมสถาบัน ที่มีความผูกพันกันยาวนาน เกินกว่าที่เขาเองจะคาดคิด

        ร่วมด้วยตัวละคร ที่ผู้เขียนค่อยๆคลี่ผ่านตัวอักษรออกมา ทีละคน ทีละคน ไม่ว่าจะเป็นปชาบดี ภรรยาของอาจผจญที่แต่งงานกันระหว่างชายหนุ่มเรียนปริญญาเอกที่เมืองนอก บัณรสี ภรรยาน้อยของทัพไท วายุ เด็กหนุ่มที่หลงรักลินลา บุษบาบัน อาจารย์สาวที่หลงรักอาจผจญจนยอมทุกอย่างแม้แต่จะแย่งเขามาจากภรรยา ทุกคนต่างโลดแล่นในบทบาทของตัวเอง โดยที่คนอ่าน มิอาจคาดเดา ถึงบทอวสาน...

   “เธออาจจะยังไม่มีประสบการณ์ที่มากพอ ในชีวิตอยู่ในโลกเพียงด้านเดียว และมองโลกเพียงด้านเดียว และมองโลกในแง่มุมเดียว”     เขาพูดเรื่อยๆ ตามองหล่อนแน่วนิ่ง
   “พนันกันก็ได้ว่าชีวิตของเธอคงเรียบและง่ายมาตั้งแต่เกิด เหมือนผ้าผืนขาวๆ ที่ไม่เคยยับ”
      
“หมายความว่า... เพราะดิฉันไม่... ยับ ดิฉันจึงเขียนเรื่องดีๆไม่ได้ อย่างนั้นใช่ไหมคะ?”  หล่อนถามเสียงแผ่ว
   
  “เธออาจจะยังไม่เข้าใจถึงความหมายของคำว่า “ยับ”ที่ฉันพูดถึง คำว่า “ยับ” ในที่นี้ คือ “ยับ”ในอารมณ์ โลกนี้เคล้าไปด้วยคนดีที่สุดไปจนถึงคนเลวที่สุด... เธอไม่จำเป็นจะต้องเป็นคนเลว เพื่อเขียนบทของคนเลว แต่เธอจำเป็นต้องมีจินตนาการที่เลว... ที่หยาบ... และเละเทะในบางครั้ง ดึงความเลวนั้นออกมาให้คนอ่านเห็นในจินตนาการเช่นกันว่าคนเลวฉกาจฉกรรจ์อย่างไร ...
      
ใครจะเป็นนักเขียนก็ได้ ถ้าเพียงแต่เขาจะเขียนหนังสือเป็นและมีจินตนาการ แต่ผลงานจะ “ด้าน” หรือดิ้นได้อย่างมีชีวิตชีวา มันเป็นเรื่องของศิลปะของแต่ละบุคคล นั่นคือความหมายของคำว่า พรสวรรค์ และนั่นก็คือสิ่งที่ทำให้เกิดความแตกต่างในระหว่างนักเขียน
        ...ระหว่างใครคนหนึ่งที่โด่งดังเป็นพลุแตกอยู่ปลายฟ้า กับใครคนหนึ่ง ที่ยังคืบคลานอยู่ปากถ้ำและหาทางเข้าไม่ได้”


    ประโยคนี้ผมแทบจะจดเก็บเอาไว้ เป็นคู่มือการเขียนนิยายได้สักตอนเลยทีเดียวครับ นี่เป็นประโยคที่ ทัพไทยสอนลินลาเกี่ยวกับการเขียนหนังสือ จากความประทับใจต่อเด็กสาวผู้มีไฟฝันอันลุกโชน กลับกลายเป็นความรัก ทั้งที่เขาเองก็มี ยุดา เป็นภรรยาจดทะเบียน และมีภรรยาน้อยคือ บัณรสี อยู่แล้ว ปมปัญหาขมวดเกลียวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อบัณรสี รู้ความจริง หล่อนจึงหันไปหาอาจผจญ หลานชายของทัพไทย และด้วยความมึนเมา บัณรสีและอาจผจญจึงได้เสียกันทั้งที่ชายหนุ่มเองก็ไม่ได้หลงรัก ภรรยาน้อยของอาตัวเองเลย

          ทุกอย่างคงจะถูกเก็บเป็นความลับ ถ้าหากว่า บัณรสีไม่เกิดตั้งครรภ์ขึ้นมาเสียก่อน และ ปชาบดี ภรรยาตามกฎหมายของเขาเดินทางกลับมาจากเมืองนอกพอดี
บัณรสี กลายสภาพเป็นเมียน้อยของอาจผจญ หลังจากเคยเป็นเมียน้อยของทัพไทยมาแล้ว...

        หล่อนรู้หน้าที่ของการเป็นเมียน้อยที่ดี มันเหมือนอาชีพที่หล่อนชินชากับมัน รู้ตลอดเวลาว่าจะต้องทำตัวอย่างไรจึงจะไม่ก่อปัญหาและสร้างความน่ารำคาญ หล่อนอยู่ในกรอบเล็กๆของหล่อน ไม่เรียกร้องและรับเท่าที่เขาจะยื่นมาให้ เท่าไหร่ก็เท่านั้น ความไม่สงบสุขมันจะเกิดขึ้นทันที ถ้าหล่อน “ดีมานด์”เกินกว่าที่เขาจะให้ได้ ความวุ่นวายทางอารมณ์จะเกิดขึ้นและอารมณ์ก็เป็นสิ่งน่ากลัว ถ้าหากไม่มีการควบคุมให้ดี มันถึงจุดระเบิดของมันได้ และเมื่อใดที่มาถึงจุดระเบิด เมื่อนั้นหล่อนก็คงรู้ว่าหล่อนจะต้องสูญเสียเขาไป มันเป็นอาชีพที่ต้องใช้ความอดทน มากกว่าอาชีพชนิดอื่น...

      สำหรับลินลา หญิงสาวไม่ได้รักทัพไทย นอกจากความศรัทธาเชื่อมั่น แต่สำหรับ อาจผจญ เขาคือ พี่อาจ... คือความผูกพันที่ลินลามีมาตั้งแต่เริ่มเข้าเป็นนิสิตจุฬาฯ โดยที่ชายหนุ่มมิอาจล่วงรู้

    “เธอไปบ้านเขา ไปช่วยเหลือใกล้ชิดออกอย่างนั้น”

       "พี่อาจไม่ทราบอะไรทั้งนั้นค่ะ”

       “สรุปแล้วเป็นความรักข้างเดียว? จะไม่ชอกช้ำเกินไปหน่อยหรือ? เธอไม่ใช่คนโง่งมงายขนาดจะไปหลงรักใครข้างเดียว”

          “ความรักของดิฉันผิดกับความรักของคุณทัพไทยค่ะ” เสียงของหล่อนแข็งขึ้นมานิดหนึ่ง   “คุณทัพไทยรักใครก็ปรารถนาที่จะครอบครองเป็นเจ้าของ แต่ความรักของดิฉันเป็นแค่ความชื่นชมในหัวใจ เหมือนการเฝ้ามองดวงดาวในยามค่ำคืน ไม่ได้ปรารถนาที่จะจับจองมาเป็นของตน ก็ได้แต่เฝ้ารัก... มันไม่ช้ำชอกเหมือนอย่างที่คุณทัพคิดหรอกค่ะ มันเป็นสุขในเมื่อเราไม่เร่าร้อนที่จะได้สิ่งใดมา... เราก็ไม่อาจที่สูญเสียมันไป ความรักมันคงอยู่ที่นั่นตลอดกาล...”

     “ฟ้าคืนนี้มืดไม่มีดาวสักดวง... ไม่งั้นฉันคงจะอิจฉาดาวดวงนั้นเป็นบ้าเป็นหลัง!” เสียงของทัพไทยขื่น ความรักอ่อนหวานชนิดนั้น เขายังไม่เคยได้จากใคร เมียของเขาทุกคนไม่มีใครรู้จักความรักชนิดนั้น แต่ละคนมุ่งจะกอบโกย... ตักตวง

   ความรัก ความใคร่ กิเลส ตัณหาของตัวละครแต่ละตัว ดูเหมือนจะยิ่งขมวดปมทวีความเข้มข้นมากขึ้นจนไม่อาจล่วงรู้ว่าผู้เขียนจะคลายเกลียวนั้นได้อย่างไร นี่คื่อเสน่ห์อย่างหนึ่งของงานเขียน ของ ม. มธุการี       และเมื่อความจริงเรื่องบัณรสีถูกเปิดเผย อาจผจญ ต้องตัดสินใจลาออกจากงานที่เขารัก ในขณะที่ความหึงหวงของยุดาต่อทัพไทย อดีตสามี จนถึงกล่าวร้ายให้ลินลาว่าเป็นเมียเก็บคนล่าสุดของทัพไทย จนหญิงสาวต้องลาออกจากมหาวิทยาลัยกลับไปใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านต่างจังหวัด และสุดท้าย ไฟฝันที่หญิงสาวมีต่องานเขียน กำลังจะมอดดับลงโดยปราศจากเชื้อไฟช่วยเติมเต็มอีกต่อไป

        ทุกอย่างมีคำตอบในบทสุดท้ายของ ไฟโหยเชื้อครับ

       จากนี้คือ บทสรุปเพื่อไม่ให้เพื่อนนักอ่านค้างคาใจนะครับ : นิยายเรื่องนี้ จบลงด้วยความสุข เมื่อท้ายสุด ทัพไทย ยอมเปิดเผยความจริง ว่าเขาเป็นโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เพื่อแก้ข้อกล่าวหาให้เด็กสาวที่เขาหลงรัก และยอมละทิษฐิ เล่าให้อาจผจญรู้ว่า ลินลา หลงรักชายหนุ่ม ทำให้อาจผจญรู้ใจตัวเองเป็นครั้งแรก เขาตัดสินใจเดินทางไปตามหาหัวใจตัวเอง
“คิดถึง เลยมารับ” นั่นคือคำสารภาพที่ง่ายและตรงไปตรงมาที่สุด
ไม่มีการพูดอะไรที่ลึกซึ้ง เพราะหัวใจสองดวงมันลึกซึ้งพอ ยังมีเวลาอีกมากมายนักสำหรับการชิดใกล้... การได้ศึกษาและเรียนรู้ในกันและกัน วันคืนที่จะได้เติมเชื้อเพลิงให้กบชีวิตของแต่ละฝ่ายให้สาสมกับความโหยหิวที่ได้รับ
อดีตจะผ่านไป ความชอกช้ำหมองมัวจะถูกปิดตาย และฉากชีวิตสดใสใหม่ๆจะผ่านเข้ามา หัวใจที่โหยหิวสองดวงจะถูกเติมด้วยเชื้อเพลิงแห่งความรักอันเป็นนิรันดร์

       สำหรับนิยายเรื่องนี้ น่าเสียดายที่ไม่เห็นมีการพิมพ์ใหม่ เลยครับ ถ้าจะหาอ่าน น่าจะมีในห้องสมุดประชาชนหรือห้องสมุดทั่วไปครับ



Create Date : 11 มิถุนายน 2556
Last Update : 11 มิถุนายน 2556 19:38:20 น. 25 comments
Counter : 2096 Pageviews.

 
นิยายของม.มธุการี สะเทือนอารมณ์ตามเคย
ลางเลือนมากว่าเคยอ่านหรือเปล่า


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 11 มิถุนายน 2556 เวลา:20:22:08 น.  

 
อ่านรีวิวไปนิดเดียวก็ไม่กล้าอ่านต่อค่ะ เพราะเล่มนี้ไปหาซื้อมาได้ค่ะ แต่เป็นปกแข็งมือสองนะคะ เล่มที่ได้เป็นพิมพ์คร้งแรก ปี 2530 เหมือนกันค่ะ แต่เป็นรูปผู้หญิงผมสั้นที่ใส่เสื้อแบบมีดอกกุหลาบเยอะๆน่ะค่ะ (ไม่รู้ว่าหนังสือนี้เขาไปทำปกใหม่หรือเปล่าน่ะค่ะ ถึงได้ไม่เหมือนในรูปนี้ ไม่กล้าแกะปกออกมาน่ะค่ะ ถ้าแกะก็หลุดเลย)

อ่านรีวิวไปแค่นิดหน่อยก็อยากอ่านเล่มนี้แล้วค่ะ แต่คงต้องพยายามอ่านกุหลาบที่ไร้หนามให้จบก่อน วางไปสองทีแล้วค่ะ มันซึนๆยังไงไม่รู้


โดย: Sab Zab' วันที่: 11 มิถุนายน 2556 เวลา:21:26:23 น.  

 
แวะมากรี๊ดค่ะ เห็นรีวิวของ ม.มธุการีนักเขียนคนโปรดไม่ได้เลย ต้องอ่านให้ได้ค่ะ
ชบาหลอดเป็นอีกคนที่หลงใหลในงานเขียนและสำนวนของ ม.มธุการีอย่างมาก มันโดนใจทุกประโยคทุกตัวอักษรเลย...ชอบที่สุดค่ะ
เรื่องนี้ยังไม่อ่านเลยค่ะเพราะหาอ่านไม่ได้เลย อยากให้ สนพ.เพื่อนดีเอางานของ ม.มธุการีและเพชรน้ำค้างมาพิมพ์ใหม่ให้ครบทุกเล่มเลยนะคะ เพราะหาซื้อยากมากจริงๆ ก็ได้แต่อ่านรีวิวรอไปก่อน...แต่อย่าง "ระบำไฟ" กับ "หัวใจสองภาค" นี่ก็ชอบมากค่ะ ยก ม.มธุการีเป็นนักเขียนอันดับหนึ่งในดวงใจเลยค่ะ


โดย: ชบาหลอด วันที่: 11 มิถุนายน 2556 เวลา:23:44:26 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ อาจารย์ ^^

วันนี้มาแนวชีวิตด้วย
ชื่อเรื่องสุดๆจริงๆเลยค่ะ



โดย: lovereason วันที่: 12 มิถุนายน 2556 เวลา:0:46:10 น.  

 
อ่านรีวิวแล้วอยากอ่านขึ้นมาทันที
จะหาได้ไหมนะ เล่มนี้


โดย: Serverlus วันที่: 12 มิถุนายน 2556 เวลา:9:10:50 น.  

 
แค่ชื่อเรื่องก็รู้สึกโหยยยย...แล้ว
ยิ่งอ่านรีวิวยิ่งอยากอ่านมาก ๆ


โดย: แม่ไก่ วันที่: 12 มิถุนายน 2556 เวลา:10:23:49 น.  

 
เรื่องนี้ยังไม่เคยอ่านเลยครับ น่าสนใจมาก
ที่ผมชอบมากที่สุดคือ จากที่นี่ถึงดวงดาวครับ เรื่องอื่นๆก็ระบำไฟ,ความรักสีดำ,คนละโลก,ริษยา,หัวใจสองภาค,สังคมพลาสติค


โดย: ภาคภูมิ IP: 88.131.84.229 วันที่: 12 มิถุนายน 2556 เวลา:11:57:36 น.  

 
ผมเองก็เป็นคนที่ชอบงานของคุณ ม.มธุการี
แต่เล่มนี้ยังไม่เคยอ่านเลยครับ


โดย: Boyne Byron วันที่: 12 มิถุนายน 2556 เวลา:16:03:18 น.  

 
คุณพุด : เรื่องนี้เท่าที่จำได้เคยลงเป็นตอนๆในนิตยสาร หญิงไทย ด้วยครับ แต่ตอนรวมเล่มหาอ่านยากพอสมควร

คุณ Sab Zab' : น่าจะเป็นเล่มเดียวกันครับ แต่ของผมตอนซื้อไม่มีปกมาด้วย อยากเห็นหน้าปกที่คุณ Sab Zab' เอ่ยถึงจังเลยครับ ถ้ามีโอกาสได้นำมาลงประกอบด้วยคงจะช่วยให้เห็นภาพขึ้นเยอะเลยครับ ส่วนกุหลาบที่ไร้หนาม เคยอ่านผ่านๆครับ เห็นอีกที ก็นำไปสร้างเป็นละครช่อง 7 ไปแล้ว

คุณชบาหลอด : แฟนคลับของ ม.มธุการี ต้องเป็นกล่มเฉพาะมากๆกล่มหนึ่งเลยครับ ผมคิดว่า อย่างแรก ต้องเปิดใจกว้างกับ แนวคิด พฤติกรรม ที่อยู่ระหว่างเส้นแบ่งศีลธรรมของตัวละครหลายๆตัวได้ ถ้าข้ามจุดนี้ไปได้แล้ว จะอ่านงานของ ม.มธุการี ได้อย่างสุนรียะเป็นอย่างยิ่งเลยครับ (จำได้ลางๆ ว่าตอนอ่านสกุลไทย เมื่อระบำไฟ ลงถึงตอนที่ ตรีประดับ ย้อนกลับไป มีเพศสัมพันธ์กับ พยส อดีตสามี อีกครั้ง มีผู้อ่านท่านหนึ่งถึงกับเขียนจดหมายไป ตำหนิคนเขียน ขนาดบอกว่าอ่านมาถึงตอนนี้ต้องขว้างหนังสือทิ้งเลยทีเดียว เพราะรับพฤติกรรมตัวละครไม่ได้)

คุณนุ่น : นอกเหนือจากความเป็นดราม่า ของเรื่องแล้ว สำนวนภาษาของ ม.มธุการี เป็นเอกลักษณ์และต้นแบบของนักเขียนรุ่นใหม่หลายท่านเลยทีเดียวครับ

คุณ Serverlus : สำหรับผมแล้ว มีความรู้สึกว่าเรื่องนี้หาอ่านยากมากเลยครับ เคยหาในงานสัปดาห์หนังสือฯ ก็ไม่พบ จนมาเจอในร้านหนังสือเก่า สภาพปกหาย แบบนี้ก็ยอมซื้อ ด้วยความอยากอ่านและก็ไม่ผิดหวังเช่นกันครับ เรื่องในแนวนี้ ที่โดดเด่นมากๆ ก็น่าจะเป็นระบำไฟ ทางสายทาส จากที่นี่... ถึงดวงดาว ครับ

คุณแม่ไก่ : ถ้าชอบงาน ของ ม.มธุการี ผมว่าเป็นเรื่องที่ "พีค"เรื่องหนึ่งเลยครับ

คุณหมอภูมิ : จากที่นี่ถึงดวงดาว ก็เป็นเรื่องที่ชอบมากพอๆกับเรื่องนี้เลยครับ ตัวละครแต่ละตัว ถูกสร้างพฤติกรรมให้ท้าทายศีลธรรมกันแทบทุกคน ยังจดจำภาพหมอพามวาด กับ ผู้พันมคธ และอารมณ์ของตัวละครที่คนเขียน เขียนได้อย่างจัดเต็มเรื่องหนึ่งเลยครับ อีกเรื่องที่ผมค่อนข้างชอบในงานยุคแรกๆของท่าน คือ คนมีคาว ในนามปาก ดาหลา สุมาลิน ครับ แต่ไม่ชอบตอนจบสักเท่าไร เพราะมันสะเทือนใจเหลือเกิน

คุณ Boyne Byron : ถ้าชอบงานในยุค สังคมพลาสติค ระบำไฟ น่าจะชอบเรื่องนี้ด้วยเช่นกันครับ เสียดายแต่หาอ่านยากเหลือเกิน คิดว่า อาจเป็นเพราะเรื่องนี้ยังไม่มีโอกาสทำเป็นละคร การนำมาพิมพ์ใหม่ก็เลยยากไปด้วย


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 12 มิถุนายน 2556 เวลา:18:58:42 น.  

 
ปล. อ่านนิยายเรื่องนี้แล้ว อดคิดไม่ได้ว่าคนเขียนน่าจะเรียนจบ รัฐศาสตร์ จุฬาฯ เพราะบรรยายบรรยากาศ ต่างๆ เหมือนกับมีประสบการณ์ในการเรียนจริงๆเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 12 มิถุนายน 2556 เวลา:19:02:44 น.  

 


แวะเอารูปมาฝากนะคะ


โดย: Sab Zab' วันที่: 12 มิถุนายน 2556 เวลา:19:54:26 น.  

 
คุณ Sab Zab' : ขอบคุณมากเลยครับ เป็นปกที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 13 มิถุนายน 2556 เวลา:8:02:32 น.  

 
อ่านรีวิวแล้วอยากอ่านจังค่ะ ขอจัดตารางชีวิตให้ลงตัวอีกสักพักนะคะ เทอมนี้โหมเรียนหนักเป็นพิเศษอะค่ะเลยไม่ค่อยได้อ่านนิยายเลย


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 13 มิถุนายน 2556 เวลา:16:01:24 น.  

 
คุณหวานเย็น : เอาใจช่วยให้ผ่านอุปสรรคไปได้ด้วยดีนะครับ สมัยเรียน ผมก็เป็นอย่างนี้เหมือนกัน แต่น่าแปลก ที่ว่า ยิ่งตอนไหนเจอช่วงสอบหนักๆ มักจะเกิดไอเดีย พลอตใหม่ๆขึ้นมาทุกที


โดย: สามปอยหลวง IP: 122.154.3.131 วันที่: 13 มิถุนายน 2556 เวลา:17:35:33 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ยามเช้าค่า อาจารย์



โดย: นุ้ย (ปริยาธร ) วันที่: 14 มิถุนายน 2556 เวลา:7:09:26 น.  

 
สวัสดีวันศุกร์(สุข) ด้วยครับคุณนุ้ย โจ้กน่าทานมากเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 14 มิถุนายน 2556 เวลา:9:13:07 น.  

 
น่าสนใจทีเดียวค่ะ


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 16 มิถุนายน 2556 เวลา:15:36:08 น.  

 
ถ้าคุณตูน ชอบ แนวของ ม.มธุการี ผมคิดว่าเป็นอีกเรื่อง ของท่าน ที่ไม่น่าพลาดครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 16 มิถุนายน 2556 เวลา:15:55:34 น.  

 
อยากให้พิมพ์ซ้ำจังค่ะ น่าอ่านมากกก


โดย: thezircon (thezircon ) วันที่: 17 มิถุนายน 2556 เวลา:11:47:39 น.  

 
คุณ thezircon : เป็นเรื่องที่อ่านจบด้วยความประทับใจครับ และแถมยังลุ้นตลอดว่าจะจบอย่างไรด้วยครับ งานของ ม.มธุการี เดาตอนจบไม่ถูกเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง IP: 122.154.3.131 วันที่: 17 มิถุนายน 2556 เวลา:15:38:56 น.  

 
ของ ม.มธุการี ชอบแค่บางเรื่อง ตอนช่วงหนึ่งจะอ่านแนวแบบนี้ได้ เรื่องนี้จะน่าจัดอยู่ในกลุ่มที่ชอบ แต่ก็อ่านไม่กี่เรื่องเองค่ะ มีทางสายใหม่ หัวใจสองภาค (เรื่องนี้รู้สึกจะเป็นละคร) ขอรักในฝัน หัวใจที่ไร้รัก ทางสายทาส ไฟโหยเชื้อ ระบำไฟ เมื่อถึงวันนั้น ชีวิตมิใช่นวนิยาย กลุ่มกาฝาก 2 เรื่องหลังนี่จำเนื้อเรื่องไม่ได้เลยสักนิด


โดย: ชามินต์ IP: 125.24.181.146 วันที่: 1 ตุลาคม 2556 เวลา:23:56:24 น.  

 
ผมชอบงานของท่านมากๆ ในช่วง ปี 2528-2532 อยู่ในช่วงนี้แหละครับ รู้สึกว่างานเขียนจะคมและสะท้อนชีวิตอันเป็นแนวถนัด ส่วนช่วงหลังจากนั้น งานของท่านจะคลี่คลายไป เป็นแนวต่างๆที่หลากหลายมากขึ้น แต่อาจจะไม่ได้มีโอกาสได้อ่านด้วยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 2 ตุลาคม 2556 เวลา:8:15:05 น.  

 
เจ็ปปวดที่สุดคงเป็นตรงบรรทัดที่ว่า สำหรับนิยายเรื่องนี้ น่าเสียดายที่ไม่เห็นมีการพิมพ์ใหม่ อยากอ่านมากเลยค่ะ

ขอบคุณสำหรับรีวิวค่ะ


โดย: ฉายดนัย IP: 125.24.138.61 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:16:58:16 น.  

 
สวัสดีครับคุณฉายดนัย ได้ลองเข้าไปดูในเว็บร้านอาทิตย์หรือยังครับ ผมเพิ่งเห็นลงจำหน่ายนวนิยายชุดของ ม.มธุการี หลายเล่มน่าสนใจมากเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:18:12:14 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณสามปอยหลวง

ครั้งที่แล้วที่คุณสามปอยหลวงแนะนำเข้าไปดูมาแล้ว แต่หมดค่ะ ตะกี้ลองเข้าไปดูอีกรอบมีมาหลายเรื่องเลยค่ะ

ขอบคุณมากนะคะ


โดย: ฉายดนัย IP: 171.96.240.108 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:20:26:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 62 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.