หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
เมษายน 2556
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
3 เมษายน 2556
 
All Blogs
 
นิราศพระอาราม : จินตนา ปิ่นเฉลียว

นิราศพระอาราม
ผู้เขียน จินตนา ปิ่นเฉลียว
สำนักพิมพ์ ประพันธ์สาส์น
ปีที่พิมพ์ 1 ธันวาคม 2525
ราคา 20 บาท





          หลังจากมีโอกาสรีวิว เพลงมนุษย์ รวมบทกวีอันหลากหลายไปแล้ว นี่คืองานวรรณกรรมร้อยกรอง ในนามจินตนา ปิ่นเฉลียว ที่ได้รับรางวัลทางวรรณคดี ชมเชยพิเศษ ของมูลนิธิ จอห์น เอฟ เคเนดี้ ประจำปี พ.ศ. 2515 ก่อนจะถึงงานที่หลายคนรู้จักกันดี คือ อยุธยาวสาน ซึ่งได้รับรางวัลเดียวกันในปี พ.ศ. 2516 และอยุธยาวสานก็ได้รับเลือกเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาในระดับมัธยมศึกษาอยู่สมัยหนึ่ง

   กวีนิพนธ์ นิราศพระอาราม เรื่องนี้ ท่านได้ประพันธ์ขึ้นในรูปกลอนสุภาพหรือกลอนแปด จำนวน 239 บทร้อยเรียงในลักษณะกลอนนิราศ ที่ขึ้นต้นด้วย

   นิราศรุด อยุธยา ธานีเก่า
หมายชมพระ พุทธาราม งามเพริศเพรา
แต่เพรงเนา นฤนาท ศิลป์ชาติไทย
   ด้วยใจรัก ศิลปกรรม อันล้ำค่า
จึงเพียรมา เพื่อพิศ วินิจฉัย
ชมพระอา รามเก่า เศร้า อาลัย
หากภูมิใจ ศิลป์ศาสตร์ แห่งชา
ติเรา

       กลอนนิราศเรื่องนี้ดำเนินตามขนบของนิราศทั่วไป บรรยายสภาพวัดวาอารามในพระนครศรีอยุธยาควบคู่ไปกับความนึกคิดของกวี ที่สอดแทรกทัศนะต่างๆลงไป ก่อนจะจบลงด้วย

  นิราศรุด อยุธยา มาจนจบ
ยังไม่ครบ ความใน ใคร่ไขขาน
เกรงยาวยืด ชืดช้า น่ารำคาญ
พจน์พิชาน เชิงกลอน ก็อ่อนเยาว์

  ที่ค้นคิด เขียนได้ ด้วยใจรัก
ดาลใจจาก ซากปรัก หักพังเก่า
อีกอาราม งานตระหง่าน ดาลใจเรา
ถึงจะเขลา เขียนไป ด้วยใจจริง

   หวังฝากรส พจนา ประสาซื่อ
วานอย่าถือ ถ้ากล่าว กร้าวเกินหญิง
รักวัดวัง ครั้งอยุธย์ สุดประวิง
จึงเขียนสิ่ง ส่อไว้ อาลัยเอย

    สำหรับผู้มีใจรักเป็นนักกลอน และผู้นิยมอ่านบทกวี นี่คืออีกต้นแบบหนึ่งของงานเขียนกลอน ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ

     ขอแถมด้วยบทสัมภาษณ์ท้ายเล่ม ที่นำมาจากบทสัมภาษณ์อีกครั้งหนึ่งครับ มีเกี่ยวเนื่องกับ “เพลงมนุษย์”ที่เคยรีวิวไปแล้วด้วยครับ

    เกี่ยวกับผู้เขียน (ในนิตยสารตะวันออก ปีที่ 2 ฉบับที่ 30 (18) ศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2524

          ใบหน้าอิ่มเอิบของกวีสตรีท่านหนึ่งนามว่า “จินตนา ปิ่นเฉลียว” ส่งรอยยิ้มอันอ่อนหวานและด้วยอัธยาศัยอันดีต้อนรับผู้สื่อข่าว “ตะวันออก” เพื่อพบปะพูดคุยกับกวีสตรีท่านนี้ ซึ่งมีผลงานขีดเขียนหลายด้านด้วยกัน เคยได้รับรางวัลเป็นเกียรติภูมิและกำลังใจในการทำงานด้านวรรณกรรม อาทิเช่น รางวัล ประกวดเรื่องสั้นในนิตยสาร “สยามสมัย” เมื่อ พ.ศ. 2505 และชนะการประกวดชุมนุมกลอนชาวบ้านทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวี (ช่อง 9) จากนั้นเธอก็ชนะการประกวดบทร้อยกรองของมูลนิธิ จอห์น เอฟ เคนเนดี้ ในปี พ.ศ. 2515 เรื่อง นิราศพระอาราม ซึ่งเป็นกลอนบรรยายถึงวัดวาอารามต่างๆ ของกรุงศรีอยุธยาไว้อย่างละเอียด ...

  อยากทราบประวัติส่วนตัว เอาอย่างคร่าวๆ พื้นเพการศึกษา การงาน และความเป็นอยู่ปัจจุบัน

   ไม่มีอะไรมากค่ะ เริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนใกล้บ้าน ชื่อโรงเรียน โพธิทัต ตอนนี้เลิกสอนไปแล้ว เรียนจนจบมัธยมปีที่ 6 ก็ไปสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สอบเข้าได้ก็เรียนเรื่อยมา จนจบปีที่สอง หรือ ม.8 ติดบอร์ด เป็นที่ 3 ทั่วประเทศ รู้สึกตื่นเต้นมาก ระหว่างที่เรียนอยู่นี้ก็เริ่มมีผลงานกลอนส่งออกไปลงหนังสือพิมพ์หลายชิ้น จนสอบเข้าจุฬาฯ ในคณะอักษรศาสตร์ มีกิจกรรมมากและได้ร่วมงานกาพย์กลอนกับนักกลอนอื่นมากขึ้น

   เรียนอยู่ 4 ปี จนจบในปี พ.ศ. 2507 ก็มาทำงานที่สำนักงานพลังงานแห่งชาติคือที่นี่

มีแรงบันดาลใจอะไรที่ทำให้มาชอบเขียนบทกวีอย่างทุกวันนี้?

        อันนี้เกิดจากสิ่งแวดล้อมเป็นเหตุแรก คือพ่อชอบเขียนกลอน เป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอน แล้วก็ชอบอ่านวรรณคดี เวลาอ่านถึงตรงที่ชอบก็มักอ่านดังๆ ให้ลูกฟังด้วย ลูกทั้งสามจึงมีหัวทางด้านนี้หมด เพราะได้ฟังอยู่เรื่อยๆ

ความตั้งใจจริงๆ ต่องานบทกวีแต่ละชิ้น ต้องการจะสะท้อนภาพอะไรให้ผู้อ่านได้รับทราบบ้าง?

          ตอนแรกที่ยังมีไฟอยู่ ต้องการสะท้อนภาพสิ่งที่พบเห็นไม่ดี ไม่งามให้สังคมรับทราบ ตอนที่เขียนยังเป็นสาวอยู่ มีไฟแรง เขียนอะไรออกมาก็เป็นไปด้วยความแรงตามประสาวัยรุ่น เช่นมีความรู้สึกว่าสังคมไม่ดี จะต้องออกไปต่อสู้เพื่อสังคม นับว่าเป็นความคิดแบบเด็กๆ ตอนแก่นี่ จึงทราบว่า อยู่ว่าต่อสู้เพื่อสังคมเลย สู้เพื่อตัวเราเองก็แทบไม่ไหวแล้ว (หัวเราะ) เพราะฉะนั้น งานเขียนในตอนเป็นสาว กับตอนแก่ จึงต่างกัน เห็นได้ชัด ตอนสาวๆ ความคิดแรง ตอนแก่ อะไรๆ ก็อ่อนไปหมด

จริงไหม ต่อคำกล่าวที่ว่า “ส่วนมาก กวีมักมีอารมณ์อ่อนไหวง่าย” ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

        ถ้าดูจากตัวเอง ก็จริง แต่ไม่ทราบว่าคนอื่นจะเป็นเหมือนกันหรือเปล่า คิดว่าคงมีบ้าง เพราะอารมณ์อ่อนไหวง่าย ทำให้รู้สึกไว เวลาถูกกระทบปั๊บ รู้สึกปุ๊บ ทำให้ถ่ายทอดความรู้สึกถูกกระทบออกมาได้ง่าย นับว่าเป็นแรงผลักดันให้สร้างผลงานอย่างหนึ่ง

  อยากฟังความเห็นของพี่ ต่องานบทกวีของคนรุ่นใหม่ปัจจุบันว่าเป็นยังไงบ้าง

           คนรุ่นใหม่มีความปรารถนาดีต่อบ้านเมือง มีอุดมคติ เห็นอะไรผิดก็อยากแก้ไข คงเหมือนความรู้สึกของตัวดิฉันเอง เมื่อ 20 ปีก่อน แต่การจะแก้ไขอะไรให้ดีขึ้นนั้น ต้องใช้เวลาค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งสิ่งนี้คนหนุ่มสาวที่มีไฟร้อนอาจจะไม่ทันใจ จึงจะสังเกตเห็นว่าบทกวีของคนหนุ่มสาวสมัยนี้มักรุนแรง ต่างกับนักกลอนอาวุโส

พี่เห็นยังไงต่อภาวการณ์ดำรงอยู่ของรูปแบบของบทกวีอย่างปัจจุบัน

          กวีรุ่นใหม่ดิ้นรน หารูปแบบให้แตกต่างไปจากเดิม เช่นเรื่องสัมผัส นักเขียนรุ่นใหม่อาจไม่เอื้อสัมผัสมากนัก นี่เป็นการค้นหาอิสระในด้านการเขียน คู่กันไป อิสระในทางความคิดเห็น

     งานเขียนของกวีรุ่นเก่าๆ ที่พี่ชื่นชอบเป็นพิเศษมีใครบ้าง

       เก่าขนาดไหนล่ะคะ? ชอบเยอะเลย กวีโบราณชอบศรีปราชญ์ นรินทร์อินทร์ สุนทรภู่ ดิฉันชอบอ่านวรรณคดี อ่านอย่างหลงใหลเลยทีเดียว

ไม่ทราบว่าพี่ยึดแนวการเขียนหรือลีลาของใครเป็นหลักในการเขียน

      รู้สึกว่าจะไม่ได้ยึดใคร ตอนเริ่มเขียนเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์แสงทอง หรือหลวงบุณยมานพพาณิช ท่านเป็นอาจารย์ท่านแรกและท่านเดียวในการเขียนกลอนของดิฉัน วิธีการเขียนของท่านไม่เหมือนใคร คือมีการฉีกคำดูแปลกออกไป ดิฉันเขียนตามท่านในตอนต้นๆ ต่อมาก็เปลี่ยนไป คิดว่าตอนนี้ เขียนกลอนเหมือน “จินตนา ปิ่นเฉลียว”

 มีความคิดเห็นอย่างไรระหว่างกวียุคสมัยก่อนๆ ที่ผ่านมากับสมัยปัจจุบัน

   ต่างกันราวหน้ามือเป็นหลังเท้า (หัวเราะ) เมื่อก่อนกวีเขียนกลอนเลี้ยงชีวิตได้ คุณพุ่มยังเคยว่า “เหลือแต่กลอนกับชีวิตอยู่ติดกาย จึงพากเพียรเขียนถวายขายปัญญา” สมัยนี้ ถ้าเขียนกลอนขายอย่างเดียว คงอดตายแน่ เพราะความนิยมของคนในเรื่องกลอนต่างกันมากเหลือเกิน

  กับสภาพสังคมปัจจุบัน นักกวีควรตั้งเป้าหมายหรือมุ่งหวังเขียนงานประเภทไหน ให้ผู้อ่านได้รับรู้

แนวสะท้อนสังคมแล้วชี้แนะแนวทางบ้างน่าจะไปได้กับยุคสมัยปัจจุบัน นักกลอนควรสะท้อนภาพสังคมและหาทางชี้แจงแนะนำด้วย แต่ต้องทำให้แนบเนียน นักกลอนไม่ใช่ศาสดาที่จะไปสั่งสอนใครเขา

ช่วยวิจารณ์งานของพี่ในบทกวีเรื่อง “เพลงมนุษย์” ให้ฟังสักหน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง

       รู้สึกว่ายังไม่เข้าขั้น ตั้งใจจะเขียนให้ดีกว่านี้ แต่ก็ออกมาได้เพียงแค่นี้เอง ใจจริงอยากสะท้อนภาพสงคราม เพราะเกลียดสงครามมาก แต่สะท้อนได้เท่านี้ ก็เห็นว่าไม่ลึกซึ้ง และยังไม่บาดอารมณ์ จึงไม่ค่อยพอใจเท่าไร

 บทกวีของพี่ใน “เพลงมนุษย์” อ่านดูแล้วเห็นว่าต้องการสะท้อนภาพของสงครามในย่านเอเชียอาคเนย์ ไม่ทราบว่าพี่มองปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างไร

  มองดูด้วยความสะอิดสะเอียน (หัวเราะ) มันไม่น่าต้องรบกันขนาดนั้น อย่างที่ว่า “เสียงร้องไห้คือเสียงของ น้องกับพี่” และตอบคำถามไม่ได้ว่า ทำไปเพื่ออะไร ชาติเดียวกันแท้ๆ

นักกวีร่วมสมัยกับพี่มีใครบ้าง พอเอ่ยนามให้ทราบได้บ้างไหม?

     ก็มี เนาวรัตน์ พงศ์ไพบูลย์ นิภา บางยี่ขัน ทวีสุข ทองถาวร เป็นต้น

ชื่นชอบและอ่านกวีต่างประเทศคนใดบ้าง

     กวีต่างประเทศนี่ต้องบอกว่า ตัวเองเป็นเต่าพันปี ที่ไม่ได้อ่านของคนเขียนหน้าใหม่ อ่านแต่กวีเก่าอย่างเชลลี่ แปลกอย่างหนึ่ง ที่นักกลอนที่ดิฉันชอบ มักเป็นกลอนแนวหวานเป็นส่วนมาก คนที่ไม่หวาน ได้แก่ โคลริดจ์ เขียนกึ่งฝันกึ่งจริงได้ แปลกดี

  อยากทราบความแตกต่าง ระหว่างกวีนิพนธ์ กับบทร้อยกรอง ว่าเป็นอย่างไร

       กวีนิพนธ์เป็นผลงานระดับสูง ฝีมือกวีสร้างขึ้นมา ส่วนบทร้อยกรองนี้ นักกลอนทั่วไปก็ทำได้ อย่าง “ชักม้าชมเมือง” ของเนาวรัตน์ ก็เป็นกวีนิพนธ์ ได้

  อยากทราบทัศนะทางการเมืองของพี่ว่ามองปัญหาต่างๆยังไง ในปัจจุบัน

เรื่องนี้ต้องพูดกันนาน ขอไม่ตอบในตอนนี้ ก็แล้วกันค่ะ


   พี่ตั้งเป้าหมายของงานเขียนบทกวีไว้อย่างไรในอนาคต

          ตอนนี้เขียนกลอนน้อยลงมาก เพราะหันไปเขียนอย่างอื่นมากกว่า แต่จะเขียนเท่าที่ทำได้โดยพยายามให้ดีกว่าเดิม จะถามตัวเองว่า เขียนได้เท่าเดิมหรือว่าไม่มีอะไรใหม่ขึ้นเลย หากเป็นอย่างนั้นก็หยุดเขียนเสียจะดีกว่า จึงตั้งเป้าหมายไว้ว่า ถ้าเขียน ก็ต้องพยายามให้ดีขึ้น ถ้าไม่ดี ก็ไม่ควรเขียน

  พี่มีทัศนะอย่างไรกับนักวิจารณ์

ยังไม่เป็นกลางอย่างแท้จริง บางคนยังวิจารณ์ด้วยฉันทาคติและโมหาคติอยู่ ที่ดีๆ คงมีกระมัง แต่มีน้อย




Create Date : 03 เมษายน 2556
Last Update : 24 กรกฎาคม 2556 11:38:43 น. 13 comments
Counter : 1033 Pageviews.

 
Thank you very much


โดย: Kai (nookookai8 ) วันที่: 3 เมษายน 2556 เวลา:15:04:56 น.  

 
ตื่นตะลึง เจ้าของบ้านช่างเก็บหนังสือดีจังเลยค่ะ


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 3 เมษายน 2556 เวลา:17:03:57 น.  

 
เป็นอีกหนึ่งเล่มที่น่าจะหายาก คุณหมอกฯมีหนังสือเก่า ดีๆเยอะจังเลยคะ


โดย: กล้ายางสีขาว IP: 223.205.236.60 วันที่: 3 เมษายน 2556 เวลา:20:13:25 น.  

 
มาอ่านรีวิวค่ะ หนังสือเก่ามากเลย ไม่เคยอ่านเลยค่ะ ^^
ขอบคุณที่แวะไปที่บล็อคด้วยนะคะ



โดย: lovereason วันที่: 3 เมษายน 2556 เวลา:23:33:11 น.  

 
ผมยังตามหาเพลงมนุษย์อยู่เลยครับ เหลือเล่มสุดท้ายแล้ว รอต่อไปๆ


โดย: ภาคภูมิ IP: 88.131.84.229 วันที่: 4 เมษายน 2556 เวลา:11:41:10 น.  

 
อาจารย์มีหนังสือเก่าๆ เยอะจังเลยครับ แถมสภาพดีมากๆเลยด้วย


โดย: อุ้มสม วันที่: 4 เมษายน 2556 เวลา:13:08:02 น.  

 
คุณ Kai : ขอบคุณครับ

น้องอุ้มสม : โชคดี ที่สมัยเด็กๆที่บ้านชอบอ่านหนังสือกันทั้งบ้านและสนับสนุนให้เราได้ซื้อหนังสืออ่านด้วยครับ เลยมีโอกาสเก็บงานดีๆอยู่หลายเล่มเหมือนกัน

คุณพุด : ตอนนี้ที่บ้านเริ่มจะกลายเป็นโกดังเก็บหนังสือไปแล้วครับ ปัญหาที่กลัวมากๆคือปลวกครับ เพราะที่บ้านเป็นบ้านไม้

คุณบอล : เป็นความชอบสะสมด้วยครับ โดยเฉพาะนักเขียนในดวงใจ อย่างคุณจินตวีร์ ครับ

คุณนุ่น : ขอบคุณครับ

คุณภาคภูมิ : คุณภาคภูมิติดต่อที่ผมหลังไมค์ หรือตามอีเมล์ MTHCU43@yahoo.com เพื่อทิ้งที่อยู่ตามไปรษณีย์ไว้ก็ได้ครับ ถ้าเผื่อผมมีโอกาสพบ เพลงมนุษย์ จะซื้อเก็บไว้ให้นะครับ
ของคุณจินตวีร์ ผมยังขาดอีกหลายเรื่องเลยครับ ความสนุกอยู่ที่การตามหานี่แหละครับ ถ้าคุณภาคภูมิมีโอกาสได้อ่าน "ยังไม่เสื่อมเสียงมนต์" เรื่องสั้นเรื่องแรกของท่านแล้ว กรุณาเล่าให้ฟังเป็นวิทยาทานบ้างนะครับ เป็นเรื่องที่ผมอยากทราบพลอตมากที่สุดเรื่องหนึ่งเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 4 เมษายน 2556 เวลา:18:46:37 น.  

 
ปล. เรื่องนี้พอพลิกดูหลังปก พบว่าซื้อมาจากห้าง new world บางลำภู เมื่อ 18 เมษา 28 จนตอนนี้ห้างนี้เหลือแต่อดีตไปซะแล้ว...


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 4 เมษายน 2556 เวลา:18:50:24 น.  

 
สวัสดีค่ะ...มีแต่หนังสือรุ่นเก่าๆทั้งนั้นเลยค่ะ...ดีจังเลย


โดย: Aneem วันที่: 4 เมษายน 2556 เวลา:20:32:06 น.  

 
ขอบคุณล่วงหน้าครับผม ผมส่งอีเมล์ให้แล้วครับ เรื่องยังไม่เสื่อมเสียงมนต์ ผมยังหาไม่พบครับ ตามหาจากสยามสมัยหลายเล่มแล้วแต่ยังไม่พบครับ เข้าใจว่าน่าจะอยู่ในช่วงปี 2500-2505 ครับ เพราะเป็นช่วงที่คุณจินตวีร์ยังศึกษาอยู่ที่จุฬาครับ


โดย: ภาคภูมิ IP: 171.99.141.230 วันที่: 4 เมษายน 2556 เวลา:21:00:31 น.  

 
คุณภาคภูมิ : ขอบคุณครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ

คุณ Aneem : สวัสดีครับ พอดีสะสมของนักเขียนคนโปรดครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 5 เมษายน 2556 เวลา:8:43:48 น.  

 
อาจารย์สะสมหนังสือหายากไว้เอยะจังค่ะ เล่มนี้หวานเย็นชอบหน้าปกค่ะ แลดูมีคุณค่าทางใจมาก ๆ เลย


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 7 เมษายน 2556 เวลา:9:27:56 น.  

 
คุณหวานเย็น : ชอบทั้งปกที่ตรงกับเนื้อหาในเรื่องมากเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 10 เมษายน 2556 เวลา:13:30:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 61 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.