หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2558
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
1 มีนาคม 2558
 
All Blogs
 
พรายพระกาฬ : จินตวีร์ วิวัธน์

เรื่อง : พรายพระกาฬ
ผู้เขียน : จินตวีร์ วิวัธน์
สำนักพิมพ์ : กรู๊ฟ
ปีที่พิมพ์ : 2555
เล่มเดียวจบ
ราคา 595 บาท



  รีวิวนิยายเรื่องนี้ มาตามคำเรียกร้องของเพื่อนนักอ่านท่านหนึ่งคือ คุณพุดพิชญา ครับ แต่แรกตั้งใจว่าจะรอหาฉบับปกแข็งที่ตามหามานานแสนนาน แต่ไม่มีโอกาสสักที ก็เลยถือโอกาสนำฉบับพิมพ์ใหม่ของสำนักพิมพ์กรู๊ฟมารีวิวครับ

      การปรากฏภาพอสูรกายขนาดยักษ์กลางบึงน้ำ อันมีชื่อว่า บึงวังเงือกฟ้า ที่อยู่ในเขต อำเภอคำฟ้า จังหวัดนพบุรี เป็นสิ่งดึงดูดความสนใจนักชีววิทยาอย่าง ดอกเตอร์วุฒิ วังศไพฑูรย์ จนต้องเดินทางมาพิสูจน์ พร้อมด้วยสมาชิกในทีมสำรวจอันประกอบด้วย วลัยนุช บุตรสาวแสนสวยที่เพิ่งเรียนจบจากเมืองนอก ดร.รวินทร์ รงครักษ์ ลูกศิษย์เอกของดอกเตอร์วุฒิ ชิตวีร์ รณวิชาญ บุตรชายของชัชวาล สหายของดอกเตอร์วุฒิ ซึ่งทำงานอยู่ที่ธนาคารคำฟ้า รวมถึง เอื้อพงศ์ เพื่อนหนุ่มนักโบราณคดีของวลัยนุชอีกด้วย สามหนุ่มที่ต่างก็แอบหลงรักสาวสวยนักเรียนนอกผู้นี้ โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว

      ทุกคนต่างสันนิษฐานถึงอสุรกายที่มีเพียงภาพถ่ายคล้ายงูยักษ์มหึมา มันปรากฎขึ้นเหมือนไดโนเสาร์ที่เคยสูญพันธุ์ไปนานแล้วในอดีตกาล และยังมีผู้พบเห็นแสงสว่างเรืองรองฉายผ่านขึ้นมาจากใต้บึงน้ำในบางราตรีอีกด้วย ชิตวีร์ สงสัยว่า อาจจะเป็นยานอวกาศจากนอกโลก ในขณะที่เอื้อพงศ์เอง ก็สนใจว่า บริเวณบึงวังเงือกฟ้าแห่งนี้ ในอดีตน่าจะเคยเป็นเมืองโบราณในยุคทวาราวดีมาก่อน แต่น่าแปลกว่า มันกลับไม่ปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์ใดๆเอ่ยถึงตำนานเมืองแห่งนี้มาก่อน นอกจากเสียงเล่าลือของชาวบ้าน เกี่ยวกับตำนาน พญาเงือกฟ้า และเมืองล่ม ที่จมลงไปอยู่ใต้บาดาลเพราะต้องคำสาป และกลายเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่แห่งนี้นั่นเอง

       การปรากฏตัวของชายแปลกประหลาดนามสีมา ยิ่งทำให้การสำรวจของทีมนักวิจัยพบกับสิ่งมหัศจรรย์มากยิ่งขึ้นไปอีก สีมา เป็นชายสูงวัยที่มีสง่าราศีผิดแผกไปจากชาวบ้านทั่วไป เขาอาสาเข้ามาช่วยทีมดอกเตอร์วุฒิ ออกสำรวจบริเวณบึงวังเงือกฟ้า พร้อมกับลูกน้องท่าทางแปลกประหลาด รวมถึงบุรุษหนุ่มแสนผา แต่แรกที่วลัยนุชพบกับแสนผาและสีมา หญิงสาวกลับรู้สึกคุ้นเคยกับคนทั้งสองอย่างประหลาด

       และต่อมานั้นเอง ที่วลัยนุชเริ่มฝันเห็นภาพในนิมิตและร่างของตนเองปรากฏขึ้นในอดีต ในนามเจ้าหญิงสราวตี และนครติราปุระ

       เมืองนั้นเสมือนผุดขึ้นจากอดีตมาปรากฏแก่ตาอย่างน่าอัศจรรย์ หล่อนมองเห็นชัดถึงยอดแหลมของปราสาทราชมณเฑียรที่เสียดยอดเยี่ยมฟ้า ช่อบราลีชดช้อยที่ประทบแสงเดือนและแสงดาว เป็นประกายพร่างพราว เห็นกระทั่งยอดมณฑปอันงามไพจิตร จำหลักลายประดับกระจกวาววับ...

แต่แล้ว...
เสียง “เปรี้ยง”ดังสนั่นหวั่นไหว จนสะท้านสะเทือนไปทั้งแผ่นดินแผ่นฟ้า วลัยนุชสะดุ้งอกครั้ง หล่อนมองเห็นประกายไฟเป็นเส้นหงิกงอเหมือนกริชสายฟ้าขนาดมหึมาที่พุ่งจากสรวงสวรรค์สู่ใจกลางเมือง แสงสว่างที่แลบแปลบออกมานั้นกระจ่างสักร้อยเท่าของแสงไฟ ตามติดด้วยเสียงครืนนนน ใหญ่และยาวทอดสะท้อนติดต่อกันไปยาวนาน
        พลันยอดแหลมของปราสาทราชวังอันโอฬารตระหง่านงามก็ขาดสะบั้นเหมือนถูกฟาดกลาง หลังคาหมู่พระมณเฑียรยุบยวบลง ในขณะที่ส่วนประกอบอื่นๆ ของหมู่มณฑิราลัยปรกระจายจากกันด้วยแรงมหาวายุอันเป็นบ้า
       และพื้นดินตรงบริเวณหมู่ราชฐานยุบยวบลงไปเหมือนถูกพระธรณีสูบ พาเอาหมู่ราชมณเฑียรที่แตกแยกภิณทนาการจมหายลงไปในรอยแยกของพื้นพสุธาอย่างรวดเร็วน่าพิศวง พริบตาต่อมา ก็ไม่เหลือแม้แต่ซากของปราสาทราชวังให้เห็นอีกต่อไป!
        บริเวณที่ดินถล่มลงไปนั้นกลายเป็นแอ่งลึก มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล น้ำจากฝนที่ตกกระหน่ำไม่ลืมหูลืมตา ทำให้แอ่งน้ำกลายเป็นแอ่งขนาดใหญ่ขึ้นมาโดยพลัน

      นั่นเองคือที่มาของบึงวังเงือกฟ้า ที่หล่อนมาพำนักอยู่แห่งนี้...

       ในท่ามกลางการสืบหาสัตว์ประหลาดที่โผล่พ้นบึงน้ำออกมา รวมถึงการค้นพบศิลาจารึกโบราณ กล่าวถึงนครในยุคทวาราวดีที่ล่มสลายไปแล้ว อันมีชื่อว่า ติราปุระหรือเมืองล่าง ความลับ ความหลัง และความแค้น กำลังจะถูกเปิดเผย และรอการชดใช้...

       ติราปุระ เมื่อหนึ่งพันสี่ร้อยกว่าปีมาแล้ว อันหมายถึงนครริมฝั่งน้ำ นี่คือเมืองหลวงอันยิ่งใหญ่แห่งมหาอาณาจักรทวาราวดีด้านล่าง ที่เรียกขานว่าเมืองล่าง องค์ราชากาฬราช ปกครองด้วยทศพิธราชธรรม ทรงมีพระธิดาผู้เลอโฉมนาม เจ้าหญิงสราวตี และมีเอกอาลักษณ์ผู้เชี่ยวชาญในภาษาและจารึกนาม พรหมมินทร์ รวมถึงเจ้าชายผาคำรน ผู้เป็นพระญาติและเชี่ยวชาญในการสู้รบ ทั้งอาลักษณ์พรหมมินทร์ และเจ้าผาคำรน ต่างแอบหลงรักเจ้าหญิงสราวตี แต่แล้วทั้งสองก็ต้องหัวใจสลาย เมื่อทราบว่า นครอินทปุระแห่งอาณาจักรจามปา ส่งราชทูตมาเจริญสัมพันธไมตรีและขอเจ้าหญิงมาอภิเษกกับเจ้าชายอินทโกสีย์...

        ทว่า สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่า คือขุนนางหนุ่มผู้พ่ายรัก นาม ปาณฑพ ในอดีตมันเป็นเพียงเด็กชายชาวเจินละ ที่มารดาพาอพยพมาพึ่งใบบุญแห่งติราปุระ และพระนางกาฬวัณณา ขนิษฐาแห่งองค์กาฬราช รับชุบเลี้ยงอุปการะไว้ แต่ด้วยจิตใจมักใหญ่ใฝ่สูง เพราะมันถูกชาวเมืองดูถูกว่าเป็นเพียงไพร่เมืองขอมเท่านั้น ทำให้ปาณฑพคิดผูกพยาบาท และเมื่อมันเติบโตเจริญวัยเป็นหนุ่มก็เกิดความรักในเจ้าหญิงสราวตีเช่นกัน

     เมื่อทราบว่าความหวังทั้งมวลหลุดลอยไป มันจึงหาหนทางเพื่อทำลายทุกสิ่ง รวมถึงนครติราปุระแห่งนี้ด้วย

       มันจึงร่วมมือกับหมอผีขมังเวทย์ และติดต่อกับพระเจ้าภวะวรมันแห่งเจินละให้ยาตราทัพมาตีกรุงติราปุระ โดยจะเป็นไส้ศึกเปิดประตูเมืองรับ ปาณฑพหวังว่าเมื่อติราปุระกลายเป็นเมืองประเทศราชของเจินละไปแล้ว มันจะได้ปกครองเมืองนี้พร้อมกับครอบครองเจ้าหญิงสราวตีต่อไป...

       พ่อมดขมังเวทย์ได้มอบดาบปีศาจให้กับปาณฑพเพื่อแลกเปลี่ยนกับปูนบำเหน็จมหาศาลในอนาคต ดาบปีศาจอันมีพลานุภาพในการสาปแช่งและปราบศัตรูทุกสารทิศ ในระหว่างการต่อสู้อันนองเลือดนั้นเอง พระเจ้ากาฬราช มีบัญชาให้เจ้าชายอินทโกสีย์ พาเจ้าหญิงสราวตีหนีออกจากกำแพงเมืองไปพึ่งใบบุญอินทปุระ ขณะที่อาลักษณ์พรหมินทร์เองก็ออกไปธุระนอกเมืองพอดี เมื่อมาถึงหน้าประตูกำแพงจึงถูกทหารเจินละสังหารจนดับดิ้นอยู่นอกประตูเมือง

    การสู้รบดำเนินไปอย่างดุเดือด เจ้าชายผาคำรน นำทหารออกสู้รบอย่างสุดความสามารถ จนทัพเจินละแตกกระเจิงไป เมื่อเห็นว่าแผนการไม่สำเร็จ ปาณฑพผู้คิดคดจึงเลือกใช้วิธีการสุดท้าย

       ขุนนางหนุ่มหนีเตลิดออกจากวังมาสู่ริมบึงใหญ่ ปักดาบลง ณ ริมฝั่งพร้อมกับตั้งใจประกาศคำสาปแช่งด้วยคาถาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งรับมาจากพ่อเฒ่า
      “โอม! ด้วยเดชะแห่งพลังปีศาจในดาบศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้ ข้าขอสาปแช่งให้ชาวเมืองติราปุระทุกคนในกำแพงเมืองจุ่งประสบความพินาศฉิบหาย โอม สิทธิการิยะ! ขอให้อำนาจพลังปีศาจจุ่งดลบันดาลให้บ้านเมืองท่วมทบถล่มลงสู่ก้นบึง แลแปรสภาพชีวิตทุกชีวิตในเมืองให้กลายเป็นอสูรร้ายครองวิญญาณอยู่ด้วยความทุกข์ทรมานอย่ารู้ผุดรู้เกิดตลอดไป!”

       แต่ทันใดนั้นเอง เจ้าชายผาคำรนก็ปรากฏองค์ขึ้น ทรงใช้ดาบสังหารปาณฑพจนทรุดนิ่งลงไปและมันก็คลานหนีออกไปตายนอกเมือง งมิได้ต้องอำนาจแห่งคำสาปนั้นไปด้วย

       ด้วยความเป็นห่วงทุกคนที่อยู่ในเมืองติราปุระ เจ้าชายผาคำรนจึงตัดสินพระทัยเสด็จกลับเข้าไปในเมืองเพื่อช่วยเหลือพระเจ้ากาฬราชออกมา ทว่าก็ทรงช้าเกินไป ทั้งพระองค์เอง ประชาราษฏร์ทุกคนรวมถึงองค์ราชันย์กาฬราช ล้วนถูกธรณีสูบลงไปใต้พื้นปฐพี และกลายเป็นดวงวิญญาณที่ไม่มีโอกาสได้ผุดเกิด อยู่ภายในบึงน้ำแห่งนี้...

        จำเนียรกาลผ่านไป ตำนานเล่าขานถึงปีศาจที่จะปรากฏกายขึ้นทุกห้าร้อยปี ก็ถูกแต่งเติมเสริมต่อขึ้นเรื่อยๆ องค์กาฬราชก็คือพญาเงือกฟ้าที่ทุกคนยำเกรงนั่นเอง พระองค์และเจ้าชายผาคำรน ต่างรอคอยให้ ผู้หลุดพ้นไปผุดเกิดได้กลับคืนมาสู่สถานที่นี้อีกครั้ง พร้อมกัน ในเวลาอันเหมาะสม เพื่อรอการชำระและตัดสินความทั้งหมด...

       แท้จริงองค์กาฬราชก็คือลุงสีมาของทุกคนนั่นเอง รวมถึงแสนผาก็คือเจ้าชายผาคำรน ผู้หวังให้เจ้าหญิงสราวตี หรือวลัยนุชจดจำอดีตได้ แต่ความทรงจำนั้นได้เลือนหายไปพร้อมกับชาติภพใหม่แล้ว เธอจึงเพียงแต่คุ้นหน้าเขาเท่านั้น ส่วนอาลักษณ์พรหมินทร์ ก็คือ เอื้อพงศ์ นักโบราณคดีหนุ่มที่เคยหลงรักวลัยนุชมาก่อนนั่นเอง เจ้าชายอินทโกสีย์ ผู้พาเจ้าหญิงสราวตี หนีพ้นกำแพงเมืองไปได้ จนไม่ถูกคำสาปนรกนั้น ก็คือ ชิตวีร์ และท้ายที่สุด ปาณฑพผู้อำมหิต ก็คือ ดอกเตอร์รวินทร์ ผู้แอบหลงรักวลัยนุชนั่นเอง...

     และการพิพากษาในห้วงเวลานั้นก็มาถึง...

   รวินทร์ถูกดูดให้ดำดิ่งลงสู่ความตายก้นบึงน้ำ ชีวิตของเขาสูญสิ้นลงเพื่อปลดปล่อยดวงวิญญาณบริสุทธิ์แห่งชาวติราปุระทั้งมวลให้ได้ไปผุดเกิด และหลังจากนั้น ตำนานหลักฐานต่างๆของนครลี้ลับนอกแผนที่แห่งนี้ ก็เลือนหายโดยไม่เหลือสิ่งใดไว้เป็นอนุสรณ์อีกต่อไป...

       เหลือเพียงตำนานแห่งพรายน้ำในบึงวังเงือกฟ้า อันมาจากองค์กาฬราชหรือพญาเงือกฟ้า ในนาม พรายพระกาฬ เท่านั้น!!

           นิยายเรื่องยาวขนาดเจ็ดสิบตอนนี้ เคยลงเป็นตอนๆในนิตยสารบางกอก ในเวลาเดียวกับที่วังไวกูณฑ์ ของผู้เขียนคนเดียวกันลงตีพิมพ์ในสกุลไทย ทั้งสองเรื่องสองรส ผมจำได้ว่ารอติดตามอ่านทุกสัปดาห์ด้วยความสนุกสนาน นี่เป็นอีกความทรงจำหนึ่งในวัยเยาว์ที่ยังไม่เคยเลือนลืมเลยเช่นกันครับ

        ปล. สำหรับปกล่างเป็นฉบับที่ตามหา ขอนำไฟล์รูปมาจากเว็บร้านลุกกิตติครับ แต่น่าเสียดายที่ยังไม่ไมโอกาสได้ครอบครองสักที ผมชอบปกทั้งสองแบบ ของกรูฟจะเป็นสไตล์แฟนตาซีหวานๆ ในขณะที่ ปกเดิมของสำนักพิมพ์โชคชัยเทเวศร์จะให้ความรู้สึกระทึกขวัญแบบคลาสิคอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวครับผม




Create Date : 01 มีนาคม 2558
Last Update : 1 มีนาคม 2558 15:31:51 น. 15 comments
Counter : 1643 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ ไม่เคยอ่านงานของผู้เขียนนี้เลยค่ะ แวะมาอ่านเก็บข้อมูลนะคะ

เพิ่งเห็นจาก group blog คุณสามปอยหลวงคือเจ้าของนามปากกาหมอกมุงเมืองใช่ไหมคะ โอเคยอ่านเรื่องทวารบถแล้วชอบค่ะ


โดย: ออโอ วันที่: 1 มีนาคม 2558 เวลา:18:13:18 น.  

 
สวัสดียามค่ำครับ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
สามปอยหลวง Book Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: **mp5** วันที่: 1 มีนาคม 2558 เวลา:22:01:19 น.  

 
งานของคุณจินตวีร์ เข้ามาอ่านรีวิวของคุณสามปอยหลวงแล้วค่อยไปเลือกซื้อเอาครับ คงไม่ได้เก็บทุกเล่มแน่ๆครับ


โดย: leehua (สมาชิกหมายเลข 755059 ) วันที่: 3 มีนาคม 2558 เวลา:13:01:28 น.  

 
สนุกค่ะ อยากแนะนำให้อ่านกันค่ะ ภาษาเขียนก็ร่วมสมัย นิยมนักเขียนท่านนี้ค่ะ


โดย: ไรวินท์ วันที่: 3 มีนาคม 2558 เวลา:20:34:56 น.  

 
มาสวัสดีเจ้าของบล็อกนี้ค่ะ
ได้แต่อ่านรีวิวงานคุณจินตวีร์ วิวัธน์ในบล็อกนี้
แต่ก็ยังไม่เคยอ่านหนังสือจริงๆ สักที
คือกลัวความหนา และรู้สึกไม่คุ้นเคยกับพล็อตเลยค่ะ




โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 3 มีนาคม 2558 เวลา:22:11:45 น.  

 
คุณ ออโอ : ครับผม หมอกมุงเมืองตัวจริงครับ แหะ แหะ ขอบคุณมากนะครับสำหรับทวารบถ อ่านแล้วเป็นอย่างไรบ้างแนะนำได้เลยครับยินดีอย่างยิ่ง

คุณ **mp5** : ขอบคุณมากครับ

คุณ leehua : ของคุณจินตวีร์ ส่วนใหญ่ผมเองก็สะสมมาตั้งแต่เด็กครับ เลยพยายามเสาะหา แต่จะเป็นร่นปกแข็งเสียมากกว่าครับ

คุณไรวินท์ : เป็นอีกเรื่องที่ชอบมากครับ

คุณตูน : ส่วนใหญ่งานของท่านจะเป็นประเภทสองเล่มจบ (ปกแข็ง) ทั้งนั้นเลยครับ ที่ผมเห็นเป็นเล่มบางๆ และกรู๊ฟนำมาพิมพ์ใหม่ น่าจะเป็นเรื่องมิติเร้น กับ ขุมทรัพย์โสมประภา ครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 6 มีนาคม 2558 เวลา:7:57:50 น.  

 
ขอบคุณอาจารย์มากเลยนะค่ะ ที่อุตส่าห์มารีวิวให้ หวังว่าอาจารย์คงจำผู้เรียกร้องให้รีวิวเรื่องนี่ได้นะค่ะ อิอิ ตอนนันใช้ชื่อว่าพุดพิชญาค่ะ คิดไปคิดมาใช้ชื่อจริงเลยดีกว่า เดือนพัตรา^^ ขอบคุณสำหรับรีวิวอีกครั้งนะค่ะ


โดย: เดือนพัตรา IP: 171.98.53.109 วันที่: 9 มีนาคม 2558 เวลา:21:25:21 น.  

 
เรื่องนี้ยังไม่เคยอ่านเลยครับ


โดย: ruennara วันที่: 18 มีนาคม 2558 เวลา:20:39:42 น.  

 
สวัสดีครับคุณเดือนพัตรา หวังว่าคงถูกใจสำหรับเรื่องนี้นะครับ

คุณ ruennara: เรื่องนี้เป็นแนวลึกลับผสมตำนานท้องถิ่นที่สนุกเรื่องหนึ่งของคุณจินตวีร์เลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 19 มีนาคม 2558 เวลา:9:50:43 น.  

 
เรื่องนี้สนุกมากครับ ตอนอ่านครั้งแรกนั้นแทบวางไม่ลงเลย


โดย: Lek IP: 27.145.158.254 วันที่: 1 เมษายน 2558 เวลา:0:21:08 น.  

 
สวัสดีครับคุณ Lek ผมยังจำได้ว่าตอนอ่านในบางกอกนี่ติดงอมแงมเลยครับ ลุ้นให้วางแผงเร็วๆ เป็นนิยายทีไม่ใช่แนวกอธิค แต่สนุกมากเรื่องหนึ่งเลยครับ (ปกติจะชอบอ่านสไตล์กอธิคของท่านมากกว่าแนวอื่นๆครับ)


โดย: สามปอยหลวง IP: 122.154.3.131 วันที่: 1 เมษายน 2558 เวลา:11:03:43 น.  

 
มายืนยันว่าเรื่องนี้สนุกจริงๆค่ะ ตอนแรกเห็นความหนาคิดว่าคงอ่านเป็นอาทิตย์ แต่เอาจริงๆ ไม่ถึง 2 วัน ก็จบค่ะ สนุกจนวางไม่ลงเลย


โดย: Tarn IP: 27.145.13.116 วันที่: 3 มีนาคม 2559 เวลา:13:27:11 น.  

 
สวัสดีครับคุณ Tarn เป็นนิยายที่อ่านสนุกเรื่องหนึ่งเลยครับ จัดอยู่ในนิยายจินตวีร์ ในดวงใจ ที่ไม่ใช่สไตล์กอธิค ของผมเลยครับ
ประทับใจขนาดนำชื่อ "ชิตวีร์" พระเอกของเรื่อง มาเป็นพระเอกในนิยาย ฝันร้ายกลางฤดูร้อน ของตัวเองอีกต่างหากด้วยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 4 มีนาคม 2559 เวลา:7:47:44 น.  

 
ว่าแต่คุณสามปอยหลวง ไม่เขียนรีวิว กึ่งหล้าบาดาลเหรอคะ พอดีเราอยากจะอ่านรีวิวก่อนอ่านหนังสือ แต่หาไม่เจอน่ะค่ะ
ตอนนี้อ่านกึ่งหล้าบาดาล จบไปอีกเล่ม ออกจะเฉยๆมากกว่าค่ะ เห็นบางคนบอกสนุกมาก แต่เราว่าไม่ได้ลึกลับซับซ้อนอะไรมากมาย สนุกกว่าภวังค์นิดนึงค่ะ


โดย: Tarn IP: 27.145.13.116 วันที่: 4 มีนาคม 2559 เวลา:16:58:18 น.  

 
สวัสดีครับคุณ Tarn เรื่อง กึ่งหล้าบาดาล ผมเคยอ่าน นานมากแล้วครับ ฉบับสำนักพิมพ์บรรณาคารยุคนั้น แนวเรื่องจะออกไปทางมิติเร้น ผสม ภวังค์หน่อยๆครับ เป็นเรื่องในยุคแรกๆ ของคุณจินตวีร์ ที่ฉีกสไตล์ไปทางไซไฟ ครับ พอดีเห็นทางกรูฟนำมาจัดพิมพ์ใหม่แล้ว ก็เลยตั้งใจว่าจะริีวิวเป็นเรื่องหลังๆ เหมือนกับเรื่องที่ยังค้างอยู่ อย่าง มณีสวาท ที่เพิ่งทำเป็นละครไปเหมือนกันครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 5 มีนาคม 2559 เวลา:7:40:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 61 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.