หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2559
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
2829 
 
21 กุมภาพันธ์ 2559
 
All Blogs
 
ธาตรี : ดวงดาว

เรื่อง : ธาตรี
ผู้ประพันธ์ : ดวงดาว
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น
ปีที่พิมพ์ : 2512
เล่มเดียวจบ



        สวัสดีวันมาฆบูชาแด่เพื่อนนักอ่านทุกท่านด้วยครับ สำหรับวันนี้ ขอนำเสนอรีวิวผลงานอมตะของนักเขียนที่หลายคนคุ้นเคย กับ ผลงานอมตะอย่าง เชลยศักดิ์ เคหาสน์สีแดง และสำหรับเรื่องนี้ ที่อาจจะไม่คุ้นหูสักเท่าไร... ธาตรี ซึ่งเป็นชื่อพระเอกของเรื่องครับ นิยายเรื่องนี้เปิดฉากมาด้วยคำบรรยายว่า

     ธาตรี ธาตรีพันธ์ ยืนกอดอกพิงขอบหน้าต่าง ซึ่งแลลงไปเห็นสนามหญ้ากว้าง มีถนนยาวเหยียดทอดไปสู่ประตูบ้าน ณ ที่นั้นเองเป็นจุดหมายที่สายตาของเขาแลไปถึงสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นแผ่นผ้าบางๆ ใหญ่ๆ ตาหมากรุกสีขาวดำกำลังสะบัดปลิวอยู่เหนือประตูนั้น คือธงประกาศเลหลังทรัพย์สิน อันมิใช่แต่จะนำความสิ้นเนื้อประดาตัวมาสู่สิ่งเดียว มันยังเป็นเครื่องมือโฆษณาที่ขยี้ชื่อเสียงเกียรติยศของเขาให้พินาศย่อยยับไปด้วย...

         บทแรกของธาตรี  ก็เปิดตัวภาพชายหนุ่มใหญ่วัยสามสิบเศษ รูปร่างสูงใหญ่ผึ่งผายใจคอกว้างขวาง แต่การใช้ชีวิตที่ผิดพลาด ทำให้ทรัพย์สินมรดกทั้งหมดต้องสูญเสียไปและกลายเป็นบุคคลล้มละลาย แต่แรก คุณเกษร หญิงชราที่มีที่ติดกันต้องการให้เขาแต่งงานครองคู่กับศศิธร บุตรสาวของท่าน แต่เมื่อเหตุการณ์พลิกผัน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับศศิธรที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ต้องยุติลงโดยปริยาย

       ธาตรี ตัดสินใจเดินทางขึ้นเหนือเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ และบนขบวนรถไฟสายเหนือนั้นเอง เขาก็ได้เจอกับมิตรสมัยเรียนโดยบังเอิญ
ธาตรี วรพัฒน์! สหายที่มีชื่อเดียวกันกับเขา แต่รูปร่างหน้าตาแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ในสมัยนั้น ธาตรี ธาตรีพันธ์ที่รูปร่างหน้าตาดี ได้รับฉายาว่า เสือดาว ในขณะที่ ธาตรี วรพัฒน์ ได้รับฉายาว่า กระทิงเถื่อน ซึ่งบัดนี้ชายหนุ่มบอกกับเขาว่า วางแผนจะเดินทางไปปักษ์ใต้ เพื่อรับมรดกจากคุณลุง แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อคืนนั้นเอง รถไฟขบวนของสองหนุ่ม ก็ถูกบอมบ์!

        กระทิงเถื่อนได้รับบาดเจ็บสาหัส ในขณะที่ธาตรี ธาตรีพันธ์ รอดตายอย่างปาฏิหาริย์ กระทิงเถื่อนหรือธาตรี วรพัฒน์ ซึ่งยังพอมีสติอยู่บ้าง จึงขอร้องให้สหายชื่อเดียวกับเขา เดินทางไปยังสงขลา เพื่อรับสมอ้าง เป็นตัวเขาให้ทันกำหนดเวลาของนายวิจารณ์ ผู้จัดการมรดกก่อน แล้วเขาจะตามไปภายหลัง

      เมื่อต้องตกกระไดพลอยโจน ทำให้ธาตรี ต้องเดินทางลงไปยังปักษ์ใต้ และที่นั่นเอง นอกจากจะพบกับนายวิจารณ์ที่มีท่าทีไม่ชอบหน้าเขาตั้งแต่แรกแล้ว ธาตรี ยังรู้อีกว่า เขามีผู้ร่วมรับมรดกอีกคนหนึ่ง คือ เด็กสาวรูปงามวัยสิบแปดปี นามระจิต...

         เขาพบว่า ระจิตเป็นเด็กสาวที่มีจิตใจงดงาม น่ารัก เธอรู้มาว่า ธาตรี วรพัฒน์ มีมารดาที่ลำบาก และเป็นทายาทแท้จริงของคุณลุง ในขณะที่เธอเป็นเด็กที่ถูกอุปการะมาเท่านั้น ทำให้ระจิตอยากจะยกมรดกทั้งหมดให้กับธาตรี และเรียกเขาว่า “น้ารี” ด้วยความเข้าใจผิด เด็กสาวเองก่อนหน้านั้นก็มีคนรักชื่อขจร แต่ต่อมา ขจร ก็ไปมีหญิงคนรักคนอื่นซึ่งฐานะดีกว่าเธอคือสุดา เพื่อนรักของระจิตเอง และหนีไปอยู่กรุงเทพฯ ด้วยกัน แต่ต่อมา เมื่อขจร รู้ว่า ระจิตได้รับมรดก จึงย้อนกลับมาขอคืนดีด้วย โดยปล่อยให้สุดา ตั้งครรภ์ และต้องไปทำแท้งในที่สุด

        ที่สงขลานั่นเอง ธาตรี มีโอกาสรู้จักคหบดีสูงวัยชื่อบัณฑิต ราชวิทยา และเขาเพิ่งรู้ว่า ศศิธร หญิงสาวข้างบ้านที่คุ้นเคยกัน ก็เพิ่งแต่งงานแล้วย้ายลงมาอยู่ที่นี่ด้วย ศศิธร รู้ความจริงข้อนี้พร้อมสามีของเธอ แต่นายบัณฑิตก็ช่วยเก็บเป็นความลับ เพราะเข้าใจเหตุการณ์ที่เขาต้องช่วยเหลือ กระทิงเถื่อน นั่นเอง

        บัณฑิตและศศิธร เป็นมิตรที่คอยช่วยเหลือระหว่างที่รอการจัดการพินัยกรรม และตกลงกันไม่ได้ เพราะต่างก็ไม่ยอมรับส่วนมรดกที่เหลือของแต่ละคน ระหว่างนั้นเอง เมื่อต้องอยู่ใกล้ชิดกันในบ้านเดียวกัน ซ้ำระจิตเองก็ประสบอุบัติเหตุจนต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ก็ยิ่งทำให้ธาตรี และระจิต มีความรู้สึกที่ดีต่อกันมากขึ้นทุกขณะ ระจิตพยายามนึกว่า น้ารี ของเธอ มีศักดิ์เป็นน้า เธอจึงพยายามหักใจจากเขา และหันไปตอบรับไมตรี ของนายขจร คนรักเก่า ที่เคยเป็นรักแรกของเธอมาก่อน แม้ว่าบัดนี้ ระจิตจะเริ่มรู้สึกตัวว่าเธอไม่ได้รักนายขจร อย่างคนรักแล้วก็ตาม ในขณะที่ขจรเอง ก็พยายามหาทางรวบรัดหญิงสาวมาเป็นของตัวเอง เพื่อหวังมรดก และตัวมันเองก็วางแผนที่จะแต่งงานกับหญิงสาวมีฐานะอีกคน ที่อยู่กรุงเทพฯ อีกด้วย

       ธาตรี มีโอกาสกลับขึ้นไปธุระที่กรุงเทพฯ เขาจึงมีโอกาสรู้จักกับสุดา โดยบังเอิญ สุดา บัดนี้ สภาพร่างกายเจ็บป่วยด้วยโรคร้าย ใกล้ตาย จึงสารภาพความจริงทุกอย่าง รวมถึงความชั่วร้ายของนายขจร นั่นยิ่งทำให้ ธาตรี เป็นห่วงระจิต หลานสาวกำมะลอของเขามากขึ้นทุกขณะ ซ้ำเขายังได้เห็นการ์ดแต่งงานของขจร กับสาวสังคมอีกคน ที่ขจรหลอกลวง เพื่อหวังเงินของเจ้าหล่อนอีกด้วย เขาตัดสินใจรีบเดินทางกลับมาที่ปักษ์ใต้ เพื่อบอกความจริงกับระจิตด้วยความรัก และความเป็นห่วง

     แต่เขาก็มาช้าไปนิดเดียว เมื่อขจร หลอกลวงให้ระจิตหลงเชื่อ และพาขึ้นรถไปด้วยกัน โชคดีที่เด็กในบ้านจดจำได้ว่าทั้งคู่จะไปที่ไหน ทำให้ ธาตรี รีบตามไปช่วยเหลือ และพาระจิตกลับมาที่บ้านอีกครั้ง ก่อนจะกระชากหน้ากากเลวร้ายของนายขจรให้เธอได้เห็น

        ระจิตยิ่งรู้สึกผิดกับการกระทำของตน ในระหว่างนั้นเอง นายวิจารณ์ที่แอบชอบระจิตอยู่ ก็สืบรู้มาว่า ธาตรี สวมรอยมาแทน ธาตรี วรพัฒน์ ตัวจริง จึงหาทางเพื่อดำเนินคดี และกำจัดศัตรูหัวใจของตัวเองไปพร้อมกัน แต่แล้ว ไอ้กระทิงเถื่อน หรือธาตรี วรพัฒน์ ตัวจริง ก็เดินทางมาถึงพอดี และชี้แจงให้ทุกคนรับรู้ว่า เป็นแผนการของเขาเอง ที่ให้ธาตรี สหายรัก สวมรอยมารับมรดกแทนเขา ที่ยังนอนบาดเจ็บอยู่ที่ทางภาคเหนือ

        ระจิต รับรู้ว่าแท้จริง เธอรักธาตรี ธาตรีพันธ์หรือน้ารีของเธอ มาตั้งแต่แรก ในขณะที่ธาตรี เอง ก็เริ่มรับรู้หัวใจของเขา เมื่อระจิต มาขออำลาจากไป โดยไม่รับมรดกใดๆเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อภาพของระจิต กำลังจะก้าวเดินออกจากชีวิตของเขาไป ในฉากนี้เอง ที่ดวงดาว บรรยาย ความรู้สึกของธาตรี ไว้อย่างน่าประทับใจว่า...

อะไรที่เยือกเย็นประหนึ่งฝนหลั่งจากฟากฟ้า ชะล้างมวลความทุกข์โทมนัสที่หมักหมมในใจให้ละลายหายสูญ อะไรที่รุ่มร้อนแล้วลิ่วขึ้นสู่สายเลือด เตือนความเฉื่อยชาเบื่อหน่ายไร้เสียซึ่งความยินดียินร้ายให้อบอุ่นเกิดมีชีพขึ้น

       อะไรที่เป็นแสงสว่างฉายกราดเข้าสู่มุมมืดแห่งหัวใจอันมืดมน ให้ได้เห็นแจ้งความจริง!
         อะไรเหล่านั้น เมื่อรวมกันเข้าแล้วก็เปรียบได้กับโลกธาตุ ที่อาจบันดาลธรรมชาติ พื้นพิภพ ให้บังเกิดเป็นไปตามฤดูกาล
       ม่านกายสิทธิ์อันงดงามรูดออก เผยให้เห็นดวงจิตที่อ่อนละมุน พรั่งพร้อมด้วยความสวามิภักดิ์กตัญญู ทำให้เขาตื่นขึ้นจากอารมณ์เฉื่อยชาโฉดเขลา อึดใจก่อนที่จะสายเกินควร ถึงกาลกำหนดแล้วที่ชีวิตอันทุกข์โศกเร่ร่อนของเขาจักต้องจับอยู่ที่จุดหมายสักแห่งหนึ่ง ระจิต! ระจิตนี่เอง ธาตรี ก้าวยาวออกมานอกประตู เห็นหลังของหล่อนกำลังจะลับเข้าไปในห้อง
        “ระจิต ระจิต หยุดก่อน” เขาเรียก

และเมื่อความเข้าใจปรากฏในดวงใจของทั้งสองคน ความรักก็เริ่มผลิบานขึ้นอย่างงดงามในที่สุด...
             **************


ปล. ขอเพิ่มรูปปกหนังสือ "ธาตรี" ที่มีตีพิมพ์ก่อนปี 2500 สองเวอร์ชันครับ
     เวอร์ชันแรก เป็นของปี 2485 เป็นภาพวาด ส่วนเวอร์ชันต่อมา เป็นของปี 2495 เป็นภาพนางแบบประกอบปกคือคุณ วาสนา กระแสสินธุ์ นางแบบคนแรกที่แทรกในนวนิยายเรื่อง "ปริศนา" คนแรก ถ่ายภาพโดย ลมูล อติพยัคฆ์)

       สำหรับประวัติคร่าวๆและภาพปก จากเว็บร้านหนังสือ สุหนังสือเก่าครับ

     ธาตรี เป็นนวนิยายที่ดวงดาวได้ประพันธ์แนวชีวิตอย่างประหลาด และรสของเรื่องก็เพียบพร้อมสมบูรณ์ บทบาทของตัวละครและฉากในเรื่องละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งมีทั้งหวาน ขมขื่น สดชื่นและยอกย้อนซ่อนเงื่อน ยิ่งกว่านี้ ธาตรี ยังเป็นเรื่องที่แสดงถึงมุมกลับของตัวละครในเรื่องทุกคน
หม่อมเจ้าสวาสดิ์วัฒโนดม ประวิตร (28 เมษายน พ.ศ. 2454 - 1 กันยายน พ.ศ. 2544)[1] เป็นนักเขียนชาวไทย ใช้นามปากกาว่า ดวงดาว และบังใบ มีผลงานที่มีชื่อเสียง อาทิ "ผยอง", "เชลยศักดิ์", "เคหาสน์สีแดง" และ "ม่านไฟ" เป็นต้น

         หม่อมเจ้าสวาสดิ์วัฒโนดมโปรดการอ่านหนังสือตั้งแต่ท่านยังทรงพระเยาว์ และเป็นแรงบันดาลใจให้นิพนธ์นิยายต่าง ๆ ในเวลาต่อมา เมื่อพระชันษาได้ 17 ปี ทรงสนิทสนมกับหม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ (พระชันษา 23 ปี) พระโอรสในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ซึ่งประทับอยู่ที่วังใกล้กัน หม่อมเจ้าอากาศดำเกิงทรงกราบทูลให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงสู่ขอหม่อมเจ้าสวาสดิ์วัฒโนดม เป็นพระชายา ต่อหม่อมช้อย เมื่อ พ.ศ. 2471 แต่ทรงปฏิเสธเนื่องจากมิได้ทรงมีจิตปฏิพัทธ์ด้วย
ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี








Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2559 8:41:29 น. 7 comments
Counter : 902 Pageviews.

 
สวัสดีครับคุณสามปอยหลวง

ดูปีที่พิมพ์แล้วก็ทึ่งนะครับ
เพราะว่าเก่ามากๆเลย

อยากให้พิมพ์ใหม่บ้างจังเลยครับ
จะได้หามาอ่านบ้าง :)

ป.ล.เพื่อนผมบอกว่าผยอง
เคหาสน์สีแดง เชลยศักดิ์
มีการนำมาพิมพ์ใหม่
ผมเลยลองไปเดินหาดู
เจอแต่เชลยศักดิ์ครับ
วันหลังคงได้เจออีกสองเรื่อง


โดย: Jay IP: 171.4.23.91 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:19:15:38 น.  

 
สวัสดีค่า ^^
มาอ่านและแปะใจค่ะ

นิยายสมัยก่อนตั้งชื่อเรื่องตามตัวละครเยอะเลยนะคะ
แต่เรื่องนี้มาอีกแบบเป็นตัวละครชาย
คงเพราะตัวละครชายเด่นกว่าหญิงนะคะ

แนวสลับตัวกัน อ่านแล้วก็ยังสนุก
ถึงจะผ่านมาเป็นสิบๆ ปี
ก็ยังดีกว่าผู้หญิงปลอมเป็นผู้ชายอันนั้นไม่ค่อยอินเท่าไหร่ ><

ขอบคุณสำหรับรีวิวค่า
คราวก่อนมาแอบอ่านปดิวรัดา แต่ไม่ได้เมนท์ ><
ซื้อหนังสือมาเรียบร้อยแล้วค่ะ
อ่านดีอยู่นะคะ ขนาดบทประพันธ์นานมากๆ แล้ว
ขอบคุณอาจารย์หนุ่มมากๆ ค่า


โดย: lovereason วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:1:07:21 น.  

 
น่าอ่านมากเลยค่ะ ขนาดอ่านเรื่องที่คุณสามปอยหลวงย่อมา ยังอยากรู้น่าติดตามตอนจบเลยค่ะ แต่ติดว่าจะมาที่ไหนมาอ่านนี่ล่ะค่ะ


โดย: หมูบูด วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:10:36:55 น.  

 
เนื้อเรื่องน่าอ่านดีครับ ภาษาก็สวย ^^


โดย: Lek IP: 124.121.14.67 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:21:25:10 น.  

 
ประทับใจกับผลงานของดวงดาว นักเขียนท่านนี้ใช้ภาษาที่สวยงามในการเขียน ไม่เคยอ่านเรื่องนี้มาก่อน พออ่านถึงตอนที่บรรยายความรู้สึกของธาตรี การใช้สำนวนก็ยังคงประณีตละเอียดอ่อน ยอดเยี่ยมค่ะ ขอบคุณมากค่ะสำหรับรีวิว


โดย: นักอ่านรุ่นเก่า IP: 171.98.211.101 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:21:36:27 น.  

 
น่าสนใจครับเรื่องนี้ ขอบคุณสำหรับรีวิวหนังสือเก่าดีๆ งานของดวงดาว ผมเล็งๆ จะอ่านอีกสองเรื่อง คือ เชลยศักดิ์ กับ ผยอง คิดว่าน่าจะสนุกครับ


โดย: Jim-793009 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:17:21:53 น.  

 
คุณ Jay : เรื่องนี้ผมยังไม่เห็นพิมพ์ใหม่เลยครับ รู้สึกว่าท้ายสุดน่าจะเป็นฉบับรวมเล่มของสำนักพิมพ์รวมสาส์นครับ ที่สำนักพิมพ์พิมพ์คำ นำมาพิมพ์ใหม่ ผมเห็นอยุ่สามเรื่อง คือ เชลยศักดิ์ ผยอง และ เคหาสน์สีแดง ซึ่งน่าจะเป็นผลงานที่นำไปสร้างละครและหลายคนรู้จักกันดี

คุณนุ่น : ขอบคุณมากครับ เรื่องปดิวรัดา มีโอกาสได้ดูไม่กี่ตอนเองครับ ช่วงหลังๆห่างหายจากละครไปเยอะเลยครับ กว่าจะมีโอกาสเปิดทีวีดู เลยเวลาไปเยอะเลยครับ

คุณหมูบูด : เรื่องนี้อาจจะหายากหน่อยครับ นอกจากในเว็บขายหนังสือเก่า แต่ถ้าเป็นผลงานมาสเตอร์พีซของท่านอย่างเชลยศักดิ์ เคหาสน์สีแดง ผมเห็นมีจำหน่ายอยู่บ้างครับ ของสำนักพิมพ์พิมพ์คำ ที่นำมาพิมพ์ใหม่ไม่กี่ปีก่อน แนะนำว่าถ้ายังไม่เคยอ่านงานของ "ดวงดาว"มาก่อน เชลยศักดิ์ เป็นนิยายที่น่าอ่านมากเรื่องหนึ่งเลยครับ

คุณ Lek : เป็นนิยายที่โดดเด่นในสำนวนภาษาเรื่องหนึ่งเลยครับ บทท้ายนี่ผมชอบมากเลยขอนำมาพิมพ์ประกอบด้วยเลยครับ

คุณนักอ่านรุ่นเก๋า : ขอบคุณมากครับ เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ไม่เห็นนำมาตีพิมพ์ใหม่ น่าเสียดายเหมือนกันครับ ผมว่าพลอตเรื่องสนุก สำนวนก็ไพเราะสละสลวย และเล่มไม่หนามากด้วย

คุณ Jim-793009 : เชลยศักดิ์ สนุกมากเลยครับ เสียดายยังไม่มีโอกาสนำมารีวิวสักทีครับ ส่วนผยอง เป็นเรื่องที่ผมยังไม่มีโอกาสอ่านสักที ได้ดูแต่เวอร์ชัน ศรราม สุวนันท์ หลายปีมาแล้วครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:8:51:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 62 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.