หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2559
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
2829 
 
1 กุมภาพันธ์ 2559
 
All Blogs
 
พรายนางแก้ว : ธิตินัดดา

เรื่อง : พรายนางแก้ว
ผู้ประพันธ์ : ธิตินัดดา
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น
ปีที่พิมพ์ : 2526
เล่มเดียวจบ



        ธิตินัดดา หรือ ภราดร ศักดา นักเขียนอาวุโส ผู้มีผลงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอันยาวนานอย่างเสน่ห์นางงิ้ว กลิ่นแก้วตำหนักขาว หรือ แสงเพลิงที่เกริงทอ โดยเฉพาะในนามปากกา ธิตินัดดา ที่ท่านใช้สำหรับเขียนนวนิยายในแนวลึกลับ สยองขวัญ และผมเคยรีวิวไปบ้างแล้ว ในเรื่อง คฤหาสน์พระจันทร์ของท่าน สำหรับ พรายนางแก้ว เรื่องนี้ ใช้ฉากหลัง เป็นดอยนางแก้ว และพื้นที่ในเขตจังหวัดเชียงราย รวมถึงตำนานท้องถิ่น มาผูกเป็นเรื่องราวลึกลับ สยองขวัญ ได้อย่างน่าติดตาม

        เปิดเรื่อง ด้วยฉากยามสนธยา ชายหนุ่มชาวกรุง ขับรถผ่านเขตลำน้ำกวงและลำน้ำแม่ลาว ด้วยเส้นทางสายใหม่ จากเชียงรายมายังเชียงใหม่และเกิดอุบัติเหตุรถเสียกลางทาง เมื่อนั้นหนุ่มชาวกรุงพบว่าตนเองอยู่บริเวณเขตดอยนางแก้ว ที่ค่อนข้างเงียบสงัด แต่น่าประหลาด เขาเดินทะลุผ่านเข้าไปในร่มเงาป่าละเมาะข้างทาง และพบหญิงสาวแสนสวยนั่งเล่นอยู่ ด้วยใจคะนองและอารมณ์เปลี่ยวในบรรยากาศเป็นใจ ชายหนุ่มลวนลามหญิงสาว แต่แล้ว ทุกอย่างก็กลับตาลปัตร

       หลายวันต่อมามีคนพบศพเขาเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาในเขตบริเวณแห่งนั้น...

       ผ่านไปหลายปีต่อมา อนุกร ราชการัณย์ ชายหนุ่มชาวกรุง เดินทางมาเที่ยวเชียงราย และผ่านดอยนางแก้ว พร้อมสหายชาวเหนือ เขาได้ยินเสียงเรียกชื่อเขาอย่างประหลาด ระหว่างรถเสียกลางทาง และรู้จากเพื่อนว่าแถบนั้น เคยมีคนเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนามาแล้ว แต่ชายหนุ่มไม่เชื่อในเรื่องเหล่านี้ เขาพบหญิงสาวแสนสวยกำลังนั่งรอเขาอยู่ในดงไม้ หล่อนบอกว่า ชื่อไหมแก้ว และรอคอยให้เขามาช่วยปลดปล่อยคำสาปอาถรรพ์... สิ่งที่น่าประหลาดยิ่งกว่า คือ อนุกร พบว่า ใบหน้าแสนสวยของไหมแก้ว ช่างละม้ายภาพหญิงสาวในความฝันของเขาราวกับเป็นคนเดียวกัน

        แต่แล้ว เมื่อสหายเดินเข้ามาตาม ร่างนั้นก็หายลับไปราวกับไม่มีตัวตน เขาเดินทางกลับมาบ้านพัก และคืนนั้นเอง ที่เขาเห็นชายชรามาเคาะประตูเรียก พร้อมกับส่ง คัมภีร์สมุดข่อยโบราณมาให้ ชายชรา เรียกชื่อเขาว่า “อินตา” และขอร้องให้เขา ตามหา ชายชื่อชาญ ซึ่งอยู่ปราสาทบ้านท่า... จากนั้น เขาก็พบว่าตัวเองตื่นขึ้นมา และมีสมุดข่อยโบราณ วางอยู่ข้างกาย

       เขาสืบรู้จากพ่อหลวงสุธรรม ที่มาพักอาศัยอยู่ด้วยว่า บ้านท่าอยู่ลำพูน ที่นั่นเป็นแหล่งผลิต “ปราสาท” ซึ่งทำจากกระดาษสำหรับใช้เผาให้กับคนตายไปแล้ว เพื่อให้มีที่อาศัย ปราสาทแต่ละหลังสร้างขึ้นอย่างสวยงาม โดยเฉพาะฝีมือของนายชาญ คนบ้านท่า ที่นั่นเอง เขาพบ “ปราสาท” หลังประหลาด แทนที่จะสร้างเป็นบ้านเรือนอย่างสวยงาม กลับสร้างเป็นรูปถ้ำ ที่มีมือข้างหนึ่งยื่นออกมาจากปากถ้ำ นายชาญบอกว่า เขาทำขึ้นจากความฝันประหลาด ที่มีชายชรามาเข้าฝันบอกเอาไว้ และเป็นชายคนเดียวกันกับที่นำสมุดข่อยเล่มนั้นมาให้อนุกร นั่นเอง

         ที่นั่น นอกจากได้พบปราสาทรูปถ้ำอันน่าพิศวงแล้ว เขายังได้พบกับชายหนุ่มใหญ่ที่ต้องการมาหาปราสาทหลังนี้ด้วยเช่นกัน ชื่อว่า คำตัน และอนุกร ยังได้พบกับหญิงสาววัยแรกดรุณี ที่หน้าตาเหมือนกับไหมแก้วราวกับพิมพ์เดียวกัน หล่อนมีชื่อว่าเกศรา

       เกศรา เป็นเด็กสาวที่อาภัพ หล่อนมีพี่ชายชื่อสงกรานต์ เป็นคหบดีใหญ๋ในตัวเมืองลำพูน แต่เพราะเกิดมามารดาก็ตาย จึงทำให้หลายคนรังเกียจ รวมถึงพี่ชายร่วมสายเลือดด้วย ซ้ำยังหน้าตาเหมือนกับ “ป้าไหมแก้ว” ที่เคยมีเหตุการณ์ในอดีตเป็นรอยแผลเป็นของตระกูลอีกด้วย

        เกศรา เป็นเจ้าของสมุดข่อยประหลาดนั้นเอง และวันหนึ่งมีชายชรามาเข้าฝันเธอ บอกว่าจะนำสมุดข่อยไปให้ใครคนหนึ่ง เพื่อถอนคำสาป เมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าสมุดข่อยหายไปแล้ว หญิงสาวได้พบกับอนุกร และต่างก็เกิดความประทับใจซึ่งกันและกัน โดยไม่รู้เลยว่า คำตัน เป็น “สาย” ให้กับใครบางคน ที่ต้องการตามหาสมุดข่อย เล่มนั้นเช่นกัน

         สมุดข่อยที่จารึกลายแทงสำหรับตามหาสมบัติและสถานที่ฝังร่างของ ไหมแก้ว ในอดีตเอาไว้ สถานที่ซึ่งจองจำดวงวิญญาณของเธอ ในดอยนางแก้วโดยไม่ให้ไปผุดไปเกิดนั่นเอง

       เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นด้วยรักสามเส้า ระหว่าง สิงห์คำ ไหมแก้ว และ อินตาหรืออนุกรในภพปัจจุบัน

          ไหมแก้วเกิดในตระกูลใหญ่ แต่ ลาวแก้วมารดาของเธอต้องอาญาจากเจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ในสมัยนั้น สาเหตุเพราะลาวแก้ว และและนางยี่โถมารดาของอินตา ต่างก็เข้ามาอยู่ในคุ้มของเจ้าอุปราช เจ้าแก้วนวรัตน์ ซึ่งเป็นอนุชาของเจ้าอินทวรโรสสุริยวงศ์ ซึ่งท่านได้ส่งเจ้าศุขเกษมไปศึกษาต่อที่เมืองมะละแหม่งของพม่าในยุคนั้น โดยมีสองนางตามติดไปรับใช้ด้วย แต่เจ้าศุขเกษมกลับชอบพอกับ มะเมี๊ยะและลอบพานางปลอมตัวเข้ามาอยู่ในคุ้มด้วย โดยที่สองนางต่างร่วมกันปิดบังความลับนี้เอาไว้

     ในเวลานั้นเอง สิงห์คำและอินตา ซึ่งหลงรักไหมแก้วอยู่ ต่างก็พยายามเอาชนะใจหญิงสาว โดยทั้งสองต่างเรียนเวทย์กับพระอาจารย์พรหมลือ ทำให้มีอิทธิฤทธิ์ต่างๆนานา สิงห์คำเจ้าเล่ห์กว่า จึงยุอาจารย์ให้เกลียดชังอินตา รวมถึง นำความลับเรื่องสองพี่เลี้ยงไปบอกกับเจ้าแก้วนวรัตน์ ทำให้ความแตก มันจึงยุยงให้ให้นางยี่โถและลาวแก้วหนีภัย ซึ่งทำให้ราชภัยนั้นยิ่งหนักหนาสาหัสขึ้นอีก

        ทั้งลาวแก้วและยี่โถ สองนางต่างหนีไปหลบซ่อนที่ดอยเชิงดอยแห่งหนึ่ง โดยมีกลุ่มชาวยาง ชาวพื้นเมืองคอยดูแลและได้รับความศรัทธาจากพวกยางเป็นอย่างมาก จึงเอาชื่อนางทั้งสองมาตั้งชื่อดอยว่า ดอยแม่ลาว และลำน้ำที่ไหลลงมาจากดอยลูกนี้ก็เรียกว่า “น้ำแม่ลาว” ส่วนดอยทางตะวันออกของดอยนางแก้ว ที่นางยี่โถมาอาศัยอยู่ก็เรียกชื่อมา ดอยแม่โถ

         แผนการชั่วร้ายของสิงห์คำ สำเร็จไปด้วยดี มันพาไหมแก้วหลบหนีมาด้วย และได้ครอบครองหญิงสาวเอาไว้ในที่สุด ทั้งที่รู้ว่าไหมแก้วเองก็เริ่มมีใจให้กับอินตามากกว่ามัน จนในที่สุดหญิงสาวก็ตั้งครรภ์ แต่สิงห์คำก็ระแวง ว่าทารกในครรภ์ไม่ใช่ลูกของมัน จึงจับตัวไหมแก้วมาขังไว้ที่ถ้ำใต้ดอยนางแก้ว โดยไม่สนใจคำทัดทานของอาจารย์พรหมลือผู้เป็นอาจารย์ สิงห์คำเผยธาตุแท้หฤโหดของตัวเองออกมา จนกระทั่งไหมแก้วคลอดทารกหญิงออกมา เดชะบุญน้าสาวของไหมแก้ว สามารถขโมยลูกของไหมแก้ว หนีรอดออกมาจากดอยนางแก้วได้เพียงคนเดียว ส่วนอินตา ก็ตามมาช่วยเหลือหญิงคนรัก จนต้องต่อสู้กับสิงห์คำ ในที่สุด อินตาก็พ่ายแพ้ ถูกสังหารสิ้นชีพอยู่ที่ดอยนางแก้วนั่นเอง

     สิงห์คำผู้มีอาคม จึงจัดการถล่มปากถ้ำใต้ดินเอาไว้ไหมแก้วพยายามหนีออกมา แต่ก็ทำได้เพียงแค่ยื่นมือออกมาได้เพียงข้างเดียว ร่างทั้งร่างถูกดินถล่มลงมาจนสิ้นชีวิต พร้อมกับไอ้สิงห์คำก็ยังลงอาคมขังดวงวิญญาณไหมแก้วเอาไว้ เพื่อไม่ให้มาพานพบกับอินตาอีก ไม่ว่าจะเป็นชาติภพไหนก็ตาม!!

        อาจารย์พรหมลือ ไม่สามารถสังหารลูกศิษย์ชั่วร้ายของตนเองได้ จึงได้เขียนบันทึกสำหรับให้อินตาที่กลับชาติมาเกิดใหม่ได้ใช้ท่องคาถาสำหรับเปิดทางแก่ดวงวิญญาณไหมแก้ว แต่แล้ว สิงห์คำที่ยังไม่ยอมไปผุดเกิดและอาศัยอยู่ในร่างอาจารย์ชัยยงค์ จึงจ้างคำตัน ให้มาตามหาสมุดข่อยมาให้มัน ชัยยงค์สืบรู้ว่า อนุกรได้สมุดข่อยมาจากเกศราแล้ว และกำลังเดินทางมาที่ดอยนางแก้ว มันจึงเตรียมมาขัดขวาง แต่ท้ายที่สุด ความดีก็ย่อมชนะความชั่ว

        อนุกรสามารถปลดปล่อยดวงวิญญาณของไหมแก้วได้สำเร็จ ด้วยความช่วยเหลือของอาจารย์พรหมลือหรือชายชราที่มาเข้าฝันเขาและเกศรานั่นเอง และแล้วชัยยงค์หรือสิงห์คำ ก็กลายเป็นดวงวิญญาณที่ถูกขังเอาไว้ที่ดอยนางแก้วทดแทนแทน

        ไหมแก้ว แม้จะรักและอาลัยอนุกรเพียงใด แต่ก็รู้ว่าเขาไม่ใช่อินตาในชาติภพเดิมอีกแล้ว เธอจึงขอให้เขาแต่งงานกับเกศรา ซึ่งเป็นทายาทของเธอเอง และหวังว่า ในชาติภพหน้า วิญญาณที่อาภัพรักของเธอ จะได้สมหวังในความรักอีกครั้งหนึ่ง

       และแล้วตำนานสยองขวัญของดอยนางแก้วก็ปิดฉากลงด้วยความรักความสมหวังของ อนุกรและเกศรา...
           ****************



Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2559 7:55:14 น. 7 comments
Counter : 1052 Pageviews.

 
ผูกเรื่องได้น่าสนใจมากเลยค่ะ ตอนที่เห็นหน้าปกนึกว่าเนื้อเรื่องจะเกี่ยวข้องกับพวกแมงมุมซะอีก^^


โดย: กรุงอินทร์ IP: 49.237.130.202 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:18:06:26 น.  

 
นามปากกานี้เพิ่งเคยได้ยินชื่อเนี่ยแหละ ...เนื้อเรื่องชวนอ่านจัง


โดย: นัทธ์ วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:20:27:44 น.  

 
เคยอ่านเรื่องนี้มาเหมือนกัน สนุกดีค่ะ เวลานั่งรถผ่านดอยนางแก้วทีไรนึกถึงเรื่องนี้ทุกทีเลย


โดย: หมูบูด วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:11:18:43 น.  

 
สวัสดีคุณสามปอยหลวงนะครับ

เนื้อเรื่องน่าสนใจมากครับ
เสียดายยังไม่เห็นฉบับพิมพ์ใหม่
ถ้าเจอแบบมือสองจะลองซื้อมาอ่านนะครับ


โดย: Jay IP: 171.4.21.248 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:13:51:46 น.  

 
คุณ กรุงอินทร์: เห็นปกครั้งแรกผมนึกว่าเป็นแนวแฟนตาซี เหมือนกันครับ แต่แนวนี้ก็อ่านได้สนุกไม่แพ้กันเลย

คุณนัทธ์ : ผู้เขียนเขียนนิยายหลายแนวเลยครับ ส่วนใหญ่ จะใช้นามปากกา ภราดร ศักดา ผลงานของท่านที่นำไปสร้างละคร อย่าง เสน่ห์นางงิ้ว แสงเพลิงที่เกริงทอ กลิ่นแก้วตำหนักขาว ครับ

คุณหมูบูด : ยังไม่เคยมีโอกาสผ่านไปทางนั้นเลยครับ ได้ยินชื่อ ดอยนางแก้ว จากนิยายเรื่องนี้ ตอนแรกยังนึกว่า เป็นจินตนาการของคนเขียนด้วยซ้ำ นอกจากชื่อ "แม่ลาว" ที่ผมุคุ้นจากเรื่อง "แม่ลาวเลือด" มาก่อนครับ

คุณ Jay : น่าอ่านมากเลยครับ เรื่องนี้ยังไม่เห็นพิมพ์ใหม่เหมือนกันครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:15:21:51 น.  

 
น่าสนุกมากครับ ผูกตำนานได้น่าสนใจดี ผมเคยอ่านของภราดร ศักดา เรื่องกลิ่นแก้วตำหนักขาว ขอบคุณที่แนะนำอีกนามปากกาให้รู้จักครับ


โดย: Jim-793009 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:8:49:55 น.  

 
คุณ Jim-793009 : เรื่องกลิ่นแก้วตำหนักขาว ผมเคยเห็นลงในนิตยสาร ภาพยนตร์บันเทิง หลายปีแล้วครับ แต่ไม่ได้โอกาสอ่านซะที จนมาสร้างเป็นละครช่องสาม ก็มีโอกาสได้ดูอยู่ไม่กี่ตอน เสียดายเหมือนกันครับ ท่าจะต้องหามาอ่านดูบ้างซะแล้ว


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:14:47:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 62 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.