หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
232425262728 
 
26 กุมภาพันธ์ 2557
 
All Blogs
 
ปรารถนาอาถรรพณ์ : นาวิกา

เรื่อง : ปรารถนาอาถรรพณ์
ผู้เขียน : นาวิกา
ปีที่พิมพ์ : 2537
สำนักพิมพ์ : โชคชัยเทเวศร์
สองเล่มจบ



      ก่อนอื่นต้องขอสารภาพว่าผมมีโอกาสได้อ่านงานของนักเขียนรุ่นครู นาม “นาวิกา” ค่อนข้างน้อยมากครับ ทั้งที่ทราบมาว่าท่านมีผลงานที่ต่อเนื่องยาวนานมานานหลายสิบปี และมีหลายนามปากกาในการเขียนนวนิยาย รวมทั้งนามปากกาโด่งดังที่สุดในนาม อาริตา ที่นักอ่านนวนิยายหลายท่านรู้จักเป็นอย่างดี

       ในความทรงจำวัยเด็ก เคยอ่านงานในนามปากกา อาริตา ครั้งแรก ในห้องสมุดโรงเรียน เรื่อง ดาวแดง คุ้นว่าน่าจะเป็นเรื่องแรกในชีวิตของท่าน แต่ภายหลังจากนั้นก็ได้อ่านบ้างประปรายในหน้านิตยสาร ทราบแต่ว่าผลงานของท่าน ถูกนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์โด่งดังมากมายหลายต่อหลายเรื่อง รวมทั้ง สามีตีตรา นวนิยายเรื่องล่าสุดที่กำลังเข้มข้นทางช่องสามตอนนี้อีกด้วย

     สำหรับปรารถนาอาถรรพณ์ เป็นนวนิยายแนวลึกลับข้ามภพชาติ ที่ผมไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก ในนามปากกานี้ (เท่าที่เห็น น่าจะเป็นเรื่องภวาภพ) เรื่องนี้เคยลงเป็นตอนๆในนิตยสารบางกอก – ทานตะวัน ในอดีต กว่ายี่สิบปีมาแล้ว ไม่กี่วันก่อนมีโอกาสไปตลาดนัดสวนจตุจักร แล้วเห็นเรื่องนี้วางจำหน่ายอยู่พอดี คิดน่าสนใจและฟื้นความทรงจำไปในตัว ก็เลยขอนำมารีวิวให้กับเพื่อนนักอ่านด้วยครับ

      เรื่องราวของปรารถนาอาถรรพณ์ กล่าวย้อนกลับไปในช่วง ปี พ.ศ. 2511 ครอบครัวของนันทนา กับเรวัติที่มีลูกสาวถึงหกคนแล้ว เดินทางอพยพมาอยู่บ้านสวนฝั่งธน หญิงสาวกำลังตั้งท้องลูกคนที่เจ็ดอยู่ ในคืนวันหนึ่งเกิดเหตุอาเพศประหลาด นันทนารู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว และนอนหลับไป หล่อนฝันว่าพลัดหลงเดินทางไปในแดนเปลี่ยวร้าง และทันใดนั้นเองก็มีภูตผีปีศาจเข้ามากลุ้มรุมทำร้าย จนต้องวิ่งหนีสุดชีวิตและหาทางออกไม่ได้ ในช่วงสติสัมปชัญญะใกล้หลุดลอยนั้นเอง เคราะห์ดี มีเทพธิดาผู้เลอโฉมนางหนึ่ง มาช่วยเอาไว้พอดี

    นางฟ้าแสนสวยนามสาวิตรี ได้ขอเดินทางไปกับเธอด้วยและด้วยความรู้สึกถูกชะตา ทำให้นันทนาเอ่ยปากอนุญาต แต่ทันใดนั้นเอง มีเทพบุตรหนุ่มอีกองค์หนึ่งเข้ามาขัดขวางเอาไว้ด้วยท่าทางโกรธเกรี้ยวอย่างน่ากลัว เทพรูปงามนามวิษุวัต บอกว่า จะไม่ยินยอมให้นางลงไปจุติเป็นมนุษย์โดยเด็ดขาด เพราะนางกับเขามีสัญญารักมั่นคงต่อกันไว้แล้ว

        แต่เทพนารีสาวิตรี หายินยอมไม่ นางเอ่ยปากโต้เถียงอย่างไม่ยอมลดละ จนในที่สุด เทพหนุ่มรูปงามที่มีพักตร์บึ้งตึงองค์นั้นต้องยอมพ่ายแพ้ต่อเหตุผล แต่ก็ไม่วายกำชับไว้ก่อนจากไปว่า จะขอติดตามมายังโลกมนุษย์ เพื่อทำทุกอย่างให้เทพธิดาสาวิตรี นางผู้เป็นที่รักของตน ได้กลับคืนไปสู่สรวงสวรรค์และครองรักกันเหมือนดังเดิมให้จงได้!

        ใครเล่าจะล่วงรู้ว่า สัจจะสัญญาและความปรารถนาอันเป็นพลังอาถรรพณ์อันแรงกล้านั้น จะบังเกิดผลในอีกยี่สิบกว่าปีต่อมา!!

        ศารทวิษุวัต ชายหนุ่มรูปงาม ลูกชายคนเดียวและคนสุดท้อง ของคุณนันทนาได้ถือกำเนิดขึ้นมาเป็นชายหนุ่มที่งามพร้อมทุกประการ เขามีพี่สาวถึงหกคนในครอบครัว และมีน้าชายอีกคนหนึ่งคือบรรพต โดยในจำนวนพี่สาวทั้งหกนั้นมี ชนกนุช พี่สาวคนหนึ่งเป็นนางแบบสาวสวยมีชื่อเสียง แต่ในขณะเดียวกันหญิงสาวเองก็มีปมความรักเร้นในหัวใจที่ไม่สมหวังและไม่อาจบอกใครได้

        แรงกดดันนั้นทำให้ชนกนุชเบี่ยงเบนความรักความเสน่หานั้นไปมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับเพื่อนสาวเพศเดียวกัน ที่เป็นสาวทอมบอยชื่อ ลายรวง และอยู่กินร่วมกันฉันสามีภรรยา ด้วยพฤติการณ์เช่นนี้ทำให้หญิงสาวเป็นที่ตะขิดตะขวงใจของทุกคนในบ้าน แต่ก็ไม่มีใครพูดถึง

         ศารทวิษุวัต เองมีโอกาสรู้จักลายรวง และรู้ว่าฝ่ายนั้นมีน้องสาวชื่อ แต้ม หรือดวงตะวัน เพียงครั้งแรกที่เห็นดวงตะวัน ชายหนุ่มก็รู้สึกว่า เขาตกหลุมรักหญิงสาวแสนสวยผู้นี้เข้าเสียแล้ว และมั่นใจว่าดวงตะวันก็รู้สึกไม่ต่างกันกับเขา

           ความรักระหว่างคนสองคนที่รู้หัวใจตัวเองดี มันควรจะดำเนินไปอย่างสวยงามราบรื่นปราศจากอุปสรรคใดๆ ถ้าไม่หากว่าแรงปรารถนาอาถรรพณ์ของเทพวิษุวัต จะไม่เริ่มต้นขึ้น!

    ณ ดินแดนแห่งสรวงสวรรค์นั้นเอง เทพวิษุวัตได้ทอดเนตรมองเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลกมนุษย์ ความรักความผูกพันที่มีต่อ สาวิตรี ในอดีต ยังไม่เคยเสื่อมคลายแม้ว่าอีกฝ่ายจะถือกำเนิดเป็นมนุษย์เพศชายไปแล้วก็ตาม เทพวิษุวัตจึงตัดสินใจ ทำการฝ่าฝืนโองการสวรรค์ครั้งสำคัญ เพื่อขัดขวางไม่ให้ความรักของหนุ่มสาวทั้งคู่สัมฤทธิ์ผลเพราะรู้ดีว่า เมื่อใดก็ตามที่ ศารทวิษุวัต ไปมีความสัมพันธ์กับดวงตะวันแล้ว ก็จะเริ่มต้นสัญญาและความผูกพันครั้งใหม่เกิดขึ้นกับหญิงสาวผู้นั้น และในที่สุดวิญญาณของสาวิตรีนั้น ก็จะเลื่อนห่างจากตัวของเขาไปตลอดกาล

      เทพวิษุวัตไม่อาจหักใจยอมรับได้!

    ...ฤาสัตย์สัญญาแห่งรักแลปรารถนา ที่เขากับเทพธิดาสาวิตรีเคยให้ไว้แก่กันจะกลายเป็นโมฆะไปเสียแล้ว?

  ตราบขุนคิริข้น ขาดสลาย แลแม่
รักบ่หายตราบหาย หกฟ้า
สุริยจันทรขจาย จากโลก ไปฤา
ไฟแล่นล้างสี่หล้า ห่อนล้างอาลัย

(จากนิราศนรินทร์)

         หลังจากนั้นเอง เมื่อศารทวิษุวัต เริ่มเกิดความฝันประหลาดขึ้นบ่อยครั้ง เขาเห็นตัวเองอยู่ในดินแดนสวยงามหากไม่คุ้นตา และพานพบกับบุรุษเพศในพัสตราภรณ์สีกุหลาบ ผู้ชายที่ตัวใหญ่แข็งแรงล่ำสัน มีดวงหน้าคมเข้มราวกับสลักเสลาด้วยแท่งสำริด
บุรุษผู้มาทวงถามหาความรักจากเขา!

        “ข้าไม่ได้ก่อกวน ข้าเพียงแต่ตามค้นหาเจ้า เพราะเจ้าเป็นของข้า”
    “อย่ามารบกวนผม และอย่าอ้างความเป็นเจ้าของในตัวผมด้วย”
     เสียงของศารทวิษุวัตเฉียบขาด
        “เจ้าลืมหมด... ข้าชือวิษุวัต นั่นคือชื่อข้า”
    “แต่ผมชื่อศารทวิษุวัต”
      “แต่เจ้าไม่เคยภูมิใจในชื่อตัวเอง... วันที่เจ้าเกิดน่ะเป็นวันที่กลางคืนกับกลางวันยาวเท่ากัน ซึ่งในรอบปีกว่าจะถึงวันนั้นได้ มีแค่สองครั้ง... เจ้าได้เกิดใหม่ในเวลาโคจรที่เหมาะของท่านอาทิตย์”
     น้ำเสียงนั้นบอกความยำเกรงเมื่อเอ่ยนาม
       “จุดราตรีเสมอภาคในเทศกาลศารท”
       “มาสิ มาหาข้าใกล้ๆ”
        สองแขนนั้นกางออกเหมือนเชิญชวนให้เขาเข้าไปหา แต่ศารทวิษุวัตส่ายหน้า ผู้ชายคนนี้ทำท่าสนิทเสน่หาออกมาให้เห็นๆ ชายหนุ่มขนลุกเกรียว ผู้ชายแท้ๆ ผู้ชายที่มองอย่างไรไม่เป็นอื่นไปอีกแล้ว ร่างสูงใหญ่นั้นยืนสงบนิ่ง มีแต่พัสตราภรณ์สีกุหลาบที่ไหวพลิ้ว
      “คุณต้องการอะไรจากผม”
        “ความรัก”

  
      เขารู้ว่าตนเองไม่ได้เบี่ยงเบนทางเพศใดๆ ซ้ำยังไม่อาจจดจำความรักความหลังในอดีตชาติกับเทพหนุ่มผู้นั้นได้อีกด้วย ศารทวิษุวัตรู้แต่ว่าในปัจจุบันภพ เขามีเพียงคุณแต้ม หรือดวงตะวัน หญิงสาวเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เขารักและประสงค์จะร่วมชีวิตด้วย ชายหนุ่มปฏิเสธไมตรีจากเทพผู้นั้นอย่างไม่ไยดี

         และด้วยความรักที่มั่นคงต่อสาวิตรี ในอดีตภพนั่นเอง ทำให้ เทพวิษุวัต ฝ่าฝืนองค์มหาเทพ นำพากายทิพย์ของชายหนุ่มขึ้นไปบนสรวงสวรรค์ หมายจะให้เขาจดจำอดีตชาติของตัวเองให้ได้ จนกระทั่งเกิดเหตุ วิษุวัต ได้ฉวยคว้าดวงแก้วจากสรวงสวรรค์ติดมือลงมาด้วย

      พลังอำนาจจากแก้ววิเศษ ทำให้ปวงปีศาจทั้งหลายที่เทพวิษุวัตต้องการบงการให้ทำร้าย ดวงตะวัน ไม่อาจลงมือได้ ศารทวิษุวัต พยายามหาทุกวิถีทางเพื่อให้เขาและดวงตะวันไม่มีโอกาสพรากจากกัน และในที่สุดชายหนุ่มหญิงสาวก็มีความสัมพันธ์ต่อกัน เขาขอให้หล่อนแต่งงานและจดทะเบียนสมรส หวังว่า เมื่อมีความสัมพันธ์ล้ำลึกกับเธอแล้ว จะทำให้เทพวิษุวัต รามือลงในที่สุด

   แต่เขาคิดผิด!

       ในขณะเดียวกันชนกนุช ซึ่งเคยมีปมรักในอดีตโดยไม่อาจคลี่คลาย ก็สามารถเปิดเผยปมนั้นออกมาได้สำเร็จ ในความจริงแล้ว หล่อนหลงรักน้าชายของตัวเอง คือบรรพต แต่ด้วยความรู้สึกผิดบาปกับตัวเอง ทำให้พยายามปกปิดเอาไว้ และหักห้ามใจ แปรเปลี่ยนความรักมาเป็นทอมอย่างลายรวงแทน ตราบจนเกิดเหตุการณ์ในวันหนึ่ง ที่บรรพตเอง ก็เปิดเผยความรู้สึกในใจ ที่เขามีต่อหลานสาวคนนี้โดยไม่แตกต่างกันเลย

         ทุกอย่างจึงทำให้หล่อนได้ปลดเปลื้องปมในใจตนเองออกหมดสิ้น และรู้ว่าตนเอง ไม่ได้รักชอบลายรวงเลยสักนิดเดียว ทุกอย่างเป็นไปเพราะความผิดหวังในรักจากน้าชายตอนแรกนั่นต่างหาก เมื่อคิดได้ ชนกนุชจึงตัดสินสารภาพความในใจ และบอกกับทอมสาวเพื่อขอเลิกการคบหาในแบบเดิม ลายรวงเสียใจ จนคลุ้มคลั่งและเกิดอุบัติเหตุ

          ในช่วงเวลานั้นเอง ที่เทพวิษุวัต ใช้โอกาสให้วิญญาณในอาณัติ เข้าสิงสู่ร่างพี่สาวของดวงตะวัน และบีบบังคับให้น้องสาว ถอนหมั้น ถอนตัวออกห่างจากชายหนุ่ม เพราะรู้ดีว่า ดวงตะวัน ทั้งรักทั้งเกรงใจ ลายรวงมากเพียงใด แต่ดวงตะวันเข้มแข็งกว่าที่คิด หญิงสาวปฏิเสธและเริ่มสงสัยว่าลายรวงผิดปกติไปจากเดิม บางทีพี่สาวของเธออาจจะไม่ใช่พี่ลายรวงคนเดิมอีกต่อไปแล้วก็ได้...

      ความล่วงรู้ไปถึงองค์มหาเทพ และวิษุวัตก็ถูกลงโทษที่แก้วมณีจากสรวงสวรรค์ถูกนำลงมายังโลกมนุษย์ ซ้ำยังฝ่าฝืนกฎของสวรรค์อีกด้วย เทพเทวาสหายของเขาพยายามช่วยเหลือแต่ก็ไม่บรรลุผล นอกจากขอแก้วมณีจากศารทวิษุวัตกลับคืนมาได้สำเร็จ

         ส่วนเทพบุตรวิษุวัตผู้ลุ่มหลงในรักนั้นเล่า? ก็ในเมื่อปรารถนาที่จะอยู่ร่วมกับสาวิตรีอันเป็นที่รัก จนยอมทำทุกอย่างแล้ว โทษทัณฑ์ที่ได้รับนั้น ก็คือการต้องจุติหรือลงไปเกิดเป็นมนุษย์นั่นเอง...

      เหตุการณ์บนโลกมนุษย์ หลังจากการจากไปของเทพวิษุวัตแล้ว ดวงตะวันก็ได้แต่งงานอยู่กินกับศารทวิษุวัตอย่างมีความสุข และทั้งคู่ก็ได้รับข่าวดี เมื่อหญิงสาวตั้งครรภ์ก่อนที่จะคลอดลูกคนแรก ซึ่งถือกำเนิดออกมา เด็กหญิงสาวิตรี... นาม ที่ได้สดับมาจากห้วงความฝันของเธอนั่นเอง

          โลกแห่งสรวงสวรรค์ช่างเล่นตลกนัก เพราะเมื่อเทพนารี จุติลงมาถือกำเนิดเป็นมนุษย์เพศชายแล้ว
        เทพบุตรอย่างวิษุวัต จึงต้องลงมาเกิดเป็นเด็กทารกเพศหญิงแทน ได้อยู่ร่วมกับศารทวิษุวัต อีกครั้ง ในฐานะของลูกสาวสุดที่รักภายในครอบครัวอันอบอุ่นพร้อมหน้า

  พร้อมกับลืมเลือนความทรงจำในอดีตภพจนหมดสิ้น...
     สิ้นแล้วซึ่งมนตราปรารถนาอันเป็นอาถรรพณ์ทั้งปวง!
            *******
 ปล. สำหรับภาพปกของนิยายเล่มนี้ น่าจะเป็นยุคหลังๆของสำนักพิมพ์ที่เป็นรูปถ่าย มากกว่ารูปวาดครับ เลยอาจจะดูไม่สะดุดตาสักเท่าไร แต่เนื้อเรื่องในนิยายเข้มข้นมากเลยครับ




Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2557 16:15:40 น. 19 comments
Counter : 1859 Pageviews.

 
แวะมาอ่านรีวิวค่ะ...เรื่องดูน่าสนุกมากเลย


โดย: Aneem วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:20:05:37 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ สามปอยหลวง เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 5 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ

แวะมาอ่านรีวิวค่ะ
เคยอ่านแต่นามปากกาอาริตาค่ะ


โดย: polyj วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:22:13:42 น.  

 
"ดาวแดง" เป็นนิยายการเมืองเรื่องแรกและเรื่องเดียวของอาริตาที่เขียนเมื่อปี ๒๕๑๙ นับเป็นนิยายเรื่องที่ ๓ จากนิยายทั้งหมดที่เขียนจำนวน ๓๐๐ กว่าเรื่อง

ส่วนนิยายเรื่องแรกที่เขียนคือ "เพลงอำลา"
ลงพิมพ์ในนิตยสารดรุณีเมื่อปี ๒๕๑๘ ครับ

ชื่นชมและขอบคุณที่รีวิวนิยายยุคก่อนให้อ่านกันเรื่อยๆ
ขอบคุณนะครับ


โดย: panda and lion IP: 58.9.177.109 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:22:42:39 น.  

 
นาวิกามีงานเขียนแนวนี้ด้วย ...จดไว้


โดย: นัทธ์ วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:22:43:28 น.  

 
คุณได้ทำการแปะให้กับคุณ สามปอยหลวง เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลืออีก 9 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ

เกิดเป็นผู้ชายเหรอ ..... น่าสนุกจังเลย


โดย: Pdจิงกุเบล วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:10:58:02 น.  

 
ในยุคหนึ่ง ได้อ่านนิยายจากนามปากกานี้บ้างประปราย แต่ไม่เคยเห็นเล่มนี้เลยแฮะ ท่าทางจะน่าสนใจดีนะคะ

ขอบคุณสำหรับรีวิวค่ะ

กดโหวต+แปะใจให้เลยค่า


โดย: แม่ไก่ วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:11:56:57 น.  

 
เพิ่งทราบว่าเป็นคนเดียวกับ อาริตา

แปะใจให้ค่ะ


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:13:18:28 น.  

 
แค่ชื่อเรื่องก็น่าอ่านแล้วค่ะ

แปะหัวใจให้นะคะ


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:19:26:06 น.  

 
เนื้อเรื่องน่าสนใจนะคะ และนักเขียนคนนี้กำลังดังทีเดียวด้วยละครที่ใครต่อใครต่างพูดถึงในขณะนี้ ชอบสำนวนนาวิกาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วค่ะ เรื่องนี้ถ้าหาอ่านได้อยากหามาอ่านค่ะ


โดย: ชบาหลอด วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:1:38:55 น.  

 
คุณชบาหลอดครับ
เรื่องนี้ซื้อได้ที่บูธโชคชัยเทเวศร์
ในงานสัปดาห์หนังสือเดือนเมษาครับ
บางทีอาจลดมากกว่า ๕๐ % (ปกแข็ง)


โดย: panda and lion IP: 58.9.107.91 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:4:46:41 น.  

 
มาอ่านรีวิวครับ + แปะ


โดย: Nat_NM วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:12:14:40 น.  

 
ขอบคุณสำหรับรีวิวนะครับอาจารย์ ไม่ค่อยเห็นผู้เขียนเขียนแนวนี้


โดย: อุ้มสม วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:17:19:28 น.  

 
คุณ Aneem : อ่านสนุกแล้วก็ประหลาดใจไม่น้อยกับพลอตกลับชาติมาเกิดแบบนี้ครับ

คุณpolyj: ขอบคุณครับ จริงๆผมว่า ทั้ง นามปากกา นาวิกา และอาริตา หรืออื่นๆ จะเป็นสไตล์ที่ไม่ต่างกันครับ

คุณ panda and lion : ขอบคุณสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมด้วยครับ เรื่องเพลงอำลา เป็นอีกเรื่องที่เคย "ฟัง"ในละครวิทยุด้วยครับ น่าเสียดายลืมเลือนไปหมดแล้ว

คุณ นัทธ์: ถ้าชอบแนวลึกลับหน่อยๆ ผสมระลึกชาติ + แฟนตาซี แนะนำครับ

คุณ Pdจิงกุเบล : ครับ อ่านถึงบทโรแมนซ์ของ เทพวิษุวัต ที่มีต่อ ศารทวิษุวัต ต้องนึกถึงภาพนางสาวิตรี แทนครับ ไม่งั้นจะรู้สึกแปลกไปบ้างครับ

คุณแม่ไก่: ผมเองก็อ่านงานของคุณอาริตาไม่กี่เรื่องเหมือนกันครับ แต่น้องที่ทำงานคนหนึ่ง เรียกว่าเป็นแฟนคลับของคุณอาริตาเลยครับ เห็นบอกว่าชอบแนวชีวิต สะท้อนสังคม แต่ถ้าเป็นแนวโจรสลัดในยุคหลังๆ จะไม่ค่อยชอบเท่าไร

คุณพุด : เท่าที่ทราบ มี อาริตา นาวิกา สุนันทา มณีบุษย์ แล้วก็ กันยามาส ครับ แต่แนวเรื่องจะไม่แตกต่างกันตามนามปากกาครับ

คุณหวานเย็นฯ : ขอบคุณครับ

คุณชบาหลอด : ถ้าไปงานสัปดาห์หนังสือ ที่ศูนย์สิริกิติ์ ปลายเดือนนี้ ลองแวะไปดูก็ได้นะครับ บูท ของ โชคชัยเทเวศร์ มาออกทุกปีเลยครับ หลายเรื่องที่เป็นนิยายเก่า ลดราคาชนิดน่าใจหายแทนคนขายและคนเขียนเลยครับ

คุณ Nat_NM : ขอบคุณครับ

น้องอุ้มสม : เป็นอีกแนวที่มีอยู่ไม่กี่เรื่องของคนเขียนครับ แนะนำน้องอุ้มสม ลองอ่าน "ดาวแดง" ดูนะครับ เท่าที่ทราบเป็นนิยายที่ผู้เขียนชอบมากที่สุดครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 2 มีนาคม 2557 เวลา:17:41:05 น.  

 
คุณหมอกเคยอ่านเรื่องภวาภพของอาริตาไหมครับ นั่นก็น่ากลัวใช้ได้เลยทีเดียวครับ


โดย: allreddy IP: 192.99.14.36 วันที่: 3 มีนาคม 2557 เวลา:12:38:48 น.  

 
สวัสดีครับคุณหมอภูมิ เรื่องภวาภพ ผมเคยอ่านนานมากแหะ แหะ นานจนลืมเนื้อเรื่องไปแล้วด้วยครับ
ปล.คุณหมอเคยอ่าน "หนองบัวแดง" ของปณิดา หรือยังครับ รู้สึกว่าเรื่องนี้ก็ออกแนวกอธิคผสมฆาตกรรมด้วยครับ แต่หน้าปกนี่คนละเรื่องไปเลย


โดย: สามปอยหลวง IP: 122.154.3.131 วันที่: 3 มีนาคม 2557 เวลา:15:13:38 น.  

 
หนองบัวแดงชอบเรื่องครับ สลับซับซ้อนดี แต่ภาษาห้วนๆไปบ้างเลยอ่านแบบขัดใจไปบ้าง ตอนนั้นสร้างเป็นภาพยนตร์แต่ผมไม่เคยดู


โดย: allreddy IP: 192.99.14.34 วันที่: 4 มีนาคม 2557 เวลา:11:27:00 น.  

 
กำลังค่อยๆอ่านอยู่เลยครับเรื่องนี้ เห็นด้วยเรื่องภาษาห้วนๆครับ เนื้อเรื่องซับซ้อน เลยยิ่งอ่านช้าเข้าไปอีกครับเลยยังอ่านไม่จบซะที แต่คิดว่าถ้ามีโอกาสจะนำมารีวิวสักครั้งครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 5 มีนาคม 2557 เวลา:10:11:42 น.  

 
เรื่องนี้ไม่เคยอ่าน ไม่เคยเห็นเลยค่ะ แนวเรื่องแปลกดี


โดย: ชามินต์ IP: 1.10.201.28 วันที่: 12 พฤษภาคม 2557 เวลา:2:24:26 น.  

 
คุณชามินต์ : เป็นอีกแนวที่ฉีกแนวของคุณอาริตาออกไปครับ ผมว่าเป็นแนวที่สนุกดีเหมือนกันครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 14 พฤษภาคม 2557 เวลา:19:56:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 62 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.