Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2560
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
30 มิถุนายน 2560
 
All Blogs
 

รู้สึกดีต่อกัน แต่จบแบบเจ็บ ๆ



  สวัสดีค่ะ ขอเล่าเรื่องของเพื่อนสนิทที่มาปรึกษาอย่างละเอียดนะคะ

เพื่อนเป็นผู้หญิง อายุ 30 ปลาย ๆ รู้จักพี่ผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 40 ปี ทั้งคู่แต่งงานแล้วนานกว่า 10 ปี สมมุติผู้ชายชื่อพี่เอ และ เพื่อนชื่อ บี 
พี่เอมีบุตรแล้ว แต่บียังไม่มีบุตร ทั้งสองครอบครัวอบอุ่นดี เคยไปมาหาสู่กัน เริ่มรู้จักกันในกลุ่มไลน์เกี่ยวกับธุรกิจ ซึ่งพี่เอเป็นคนเข้ามาทักบีก่อน เนื่องจากบีเข้าไปทีหลัง โดยมากพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องการลงทุน ซึ่งพี่เอเป็นคนคอยแนะนำบี ภายหลังมีความไว้วางใจกันมากถึงกับร่วมลงทุนด้วยกัน และทั้งคู่ถูกโกงจากคนในกลุ่ม เป็นเหตุที่ทำให้พี่เอและบี ต้องติดต่อกัน ปรึกษากัน และนัดพบเจอกันเพื่อวางแผนงาน ใช้เวลาคบหากัน 2-3 ปี จากที่เคยคุยกันแต่เรื่องธุรกิจ เริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น คุยเรื่องส่วนตัวกันเยอะขึ้น เปิดบัญชีร่วมกัน ไว้วางใจกันทุกอย่าง ถึงขั้นทราบเลขที่บัตรเครดิต และเลข 3 ตัวหลัง เพื่อใช้ซื้อสินค้าได้ ทราบรหัสเข้าเวบของอีกฝ่าย เพื่อทำธุรกรรมการเงินแทนกันได้ โดยทั้ง 2 ครอบครัว มีการไปมาหาสู่กัน และทุกฝ่ายเห็นชอบกับความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากยอมรับว่า ทั้งสองคนเป็นคนดี ไม่คดโกง และคบได้ ทั้งภรรยาของพี่เอ และสามีของบี ต่างสนับสนุนให้พี่เอและบีคบหากัน เนื่องด้วยเป็นคนโปร่งใสทางการเงิน และเป็นคนดี ดังนั้น พี่เอและบี จึงติดต่อกันเรื่อยมา มีการวางแผนการทำงานชัดเจน และมีบุคคลที่ 3-4 เข้ามาร่วมทำงานด้วย 
พี่เอและบีคุยกันเกือบทุกวันตลอด 2-3 ปีที่คบหากัน โดยในช่วง 2 ปีแรกเกี่ยวกับเรื่องงานเป็นส่วนใหญ่ แต่พักหลัง ๆ เนื่องจากความใกล้ชิดกันมากขึ้น ทั้งคู่เริ่มแบ่งปันความสุขและทุกข์ร่วมกัน มีความเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้น สามารถร้องไห้ด้วยกันและหัวเราะด้วยกันได้ เวลาที่ฝ่ายหนึ่งมีปัญหา  อีกฝ่ายจะพูดคุยปลอบใจ บางครั้งปรับทุกข์กันถึงเกือบสว่าง เริ่มเล่าความลับของกันและกันที่ไม่เคยบอกใคร เริ่มคุยกันหวานขึ้น โทรหากันบ่อยขึ้น วีดีโอคอลคุยกันทุกวัน ทักตอนเช้า และก่อนนอน ใช้เวลาคุยกันวันละมากกว่า 3 ชั่วโมง ลักษณะการคุยค่อย ๆ เริ่มเปลี่ยนไปทีละนิด เริ่มนัดเจอกันแค่ 2 คนบ่อยขึ้น จากที่เคยพบเจอกันเพื่อวางแผนการทำงาน กลายเป็นนัดเจอกันเพื่อกินอาหาร ดูหนัง ความสัมพันธ์ค่อย ๆ ก่อขึ้นทีละน้อยโดยเริ่มจากความประทับใจ และความจริงใจต่อกัน คบหากันเป็นเพื่อนร่วมธุรกิจ เป็นพี่เป็นน้อง จนเริ่มสนิทสนมกันเป็นพิเศษ 
จนในที่สุดทั้งสองเริ่มมีความสัมพันธ์ในลักษณะของชายหญิงมากกว่าเพื่อนร่วมธุรกิจ แต่เมื่อบีถามพี่เอก็ตอบว่าไม่ได้คิดอะไร (ขอเล่าก่อนหน้านี้ ประวัติของพี่เอเป็นคนดีมากเพียงแต่เจ้าชู้ และหลังแต่งงานก็มีแอบนอกใจบ้าง คือไปนอนกับผู้หญิงคนอื่น แต่ภรรยาไม่เคยทราบ ซึ่งข้อเสียของพี่เอคือเรื่องนี้ เจ้าชู้ และมักจะโกหกเพื่อให้ภรรยาสบายใจ คนโดยทั่วไปไม่ทราบว่าพี่เอเจ้าชู้ เนื่องจากเป็นคนสุภาพและดูนุ่มนวล ใจดี มักมีผู้หญิงมาติดพันบ่อยครั้ง) ความสัมพันธ์ของพี่เอและบีเกือบจะมีอะไรกันหลายครั้ง แต่ก็หยุดเอาไว้ได้ ซึ่งบีเองยอมรับว่าเริ่มหวั่นไหวเอนเอียงไปทางพี่เอ (นิสัยของบีเป็นคนตรงไปตรงมา ซีเรียสเรื่องsex และไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ หรือความสัมพันธ์ในลักษณะนี้กับใคร นอกจากสามี) บีบอกพี่เอไปตามตรงว่ารู้สึกกับพี่เอเปลี่ยนไปตั้งแต่ความสัมพันธ์มันเริ่มเปลี่ยน คือ เริ่มมีการสัมผัสตัวกันมากขึ้น โอบกอด การวางตัว การพูดคุยมันเปลี่ยนหมด บอกคิดถึง เป็นห่วง วีดีโอคอลทุกวัน ใช้เวลาด้วยกันวันละไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง บีเริ่มคุยซีเรียสมากขึ้นถึงเรื่องของความสัมพันธ์ว่ามันคืออะไรกันแน่ และควรจะจบในรูปแบบใด ขอบเขตอยู่ที่ตรงไหน เพราะมันมากขึ้น ๆ ทุกวัน พี่เอยืนยันแต่ว่าไม่เคยคิด และไม่คิด ซึ่งตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงในทางปฏิบัติ เพราะทุกอย่างเริ่มออกไปในทางชู้สาวมากขึ้นเรื่อย ๆ จนบีหวั่นไหว และเริ่มถอนตัวไม่ขึ้น 
เมื่อบีเริ่มกลัวว่าพี่เอจะทิ้งไปก็เริ่มเรียกร้อง เริ่มกังวล เริ่มมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด ส่วนพี่เอบอกบีว่ารู้สึกผิดและไม่อยากทำต่อแล้ว จึงขอหยุดความสัมพันธ์ทุกอย่างลง บีเครียดและเริ่มมีอาการซึมเศร้า ร้องไห้บ่อยครั้ง และขอร้องพี่เอให้อยู่ข้าง ๆ กันไปก่อน ทุกอย่างยังคงเป็นความลับ ซึ่งต่างฝ่ายต่างรู้ว่าความสัมพันธ์มันไปต่อไม่ได้ แต่มันยังไม่สามารถทำใจได้ในตอนนี้ ต่อมาพี่เอมีความตึงเครียดมากขึ้น ทั้งจากเรื่องงานและเรื่องอื่น ๆ ทำให้ไม่สามารถทนเครียดกับเรื่องของบีต่อไปได้ จึงตัดสินใจเล่าให้ภรรยาฟัง ภรรยาของพี่เอจึงโทรหาบี และให้ทั้งสองเลิกติดต่อกัน บีจึงเล่าให้สามีของตัวเองฟังถึงเรื่องที่เกิดขึ้น สามีของบีไม่ว่าอะไรบอกแต่เพียงว่า "ใครหว่านอะไรก็จะเกี่ยวเก็บสิ่งนั้น บีโตแล้ว ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้ว รู้ว่าอะไรดี อะไรไม่ดีทั้งหมดแล้ว ไม่จำเป็นต้องสอนอีก ถ้าสิ่งไหนไม่ดีแล้วยังคงทำมัน ก็จะต้องเจ็บตัวนะ รอบนี้ทำผิดก็ต้องยอมรับความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้น" บียังคงทำใจไม่ได้ บีบอกสามีไปตามตรงว่ารู้สึกรักผู้ชายอีกคนหนึ่งด้วยเช่นกัน ไม่รู้ว่าเป็นความรักแบบไหน รู้แต่ไม่อยากเสียคนดี ๆ ที่เข้าใจเธอที่สุดไปจากชีวิตเลย เธอรู้ว่าไม่คู่ควรจะอยู่ข้าง ๆ เขาอีกต่อไป จึงขอแยกทาง แต่สามีไม่ยอมแยกทางเพราะยังคงรักบี ส่วนบียังคงพยายามติดต่อพี่เอกลับไป แต่พี่เอบล็อคทุกช่องทางการติดต่อ เรื่องงานที่ทำด้วยกัน เรื่องเงินก็ยังค้างคา ซึ่งพี่เอแจ้งเพียงสั้น ๆ ว่า ไม่ต้องการติดต่ออีก ไม่ต้องการอะไรเลย ยกให้ทั้งหมด
บีเสียใจมาก และเริ่มมีอาการซึมเศร้ารุนแรง ซึ่งบีได้เขียนจดหมายไปหาพี่เอว่าบีไม่โอเค ขอร้องให้เป็นเพื่อนกันก็ได้ ไม่เคยต้องการเป็นอย่างอื่นอยู่แล้ว ตลอดเวลาที่คบหากัน พี่เอบ่นเรื่องปัญหาภายในบ้าน บีก็ช่วยคิดช่วยวางแผนตลอดมา และไม่ได้คิดจะแย่งพี่เอมาเป็นของตนเอง การที่พี่เอมีครอบครัวที่ดีก็ถือเป็นความสุขของบีด้วยเช่นกัน เพียงแต่ความใกล้ชิดมันทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อกันมากเกินกว่าพี่น้อง ขอยุติความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาวลงทั้งหมด และเริ่มต้นใหม่เป็นพี่น้อง เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ไหม แต่พี่เอไม่ตอบใด ๆ ไม่สามารถติดต่อได้ บีเริ่มมีอาการซึมเศร้ารุนแรงมากขึ้น อารมณ์ค่อย ๆ เปลี่ยนจากที่รักมาก ความรู้สึกเริ่มกลายเป็นโกรธและเคียดแค้น เนื่องด้วยตลอดเวลาที่บีมีความรู้สึกเปลี่ยนไป บีได้บอกพี่เออย่างตรงไปตรงมา ส่วนพี่เอบอกเพียงว่าไม่ได้คิดอะไร แต่การกระทำมันไม่ตรงกับคำพูดเลย ยังคงปฏิบัติต่อบีเป็นคนพิเศษมาก (ผู้ชายเจ้าชู้อาจทำจนเคยชินก็เป็นได้) บีเริ่มคิดอยากจะทำให้พี่เอเจ็บบ้างเหมือนที่พี่เอทำให้บีเจ็บ เพราะบีถือความลับของพี่เอไว้มากมาย รวมถึงภรรยาของพี่เอก็ไม่เคยรู้เรื่องการเจ้าชู้ การนอกใจของพี่เอมาก่อน แต่บีก็รักพี่เอมาก ไม่อยากให้พี่เอเครียดไปกว่าเดิม และยังคงเสียใจที่พี่เอเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย บีรู้สึกทรมานในจิตใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะไม่สามารถเล่าให้ใครฟังได้ รวมถึงการที่ตนเองเป็นภรรยาที่ไม่ดี แต่ก็ไม่สามารถลดความรู้สึกที่มีต่อพี่เอได้ สิ่งที่บีต้องการ คือแค่ยังคงเป็นเพื่อนกัน เป็นที่ปรึกษา เป็นกำลังใจกัน แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถติดต่อพี่เอได้ บีกลายเป็นคนที่ดูไม่ดีนัก ในขณะที่พี่เอเงียบหายไป ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เริ่มต้นชีวิตใหม่กับภรรยาของตัวเอง ซึ่งภรรยาไม่เคยรู้เรื่องอื่น ๆ ที่ผ่านมาของพี่เอเลย
บีควรจะทำอย่างไร เนื่องจากตอนนี้บีอดทนเจ็บปวดมาเป็นเวลาหลายเดือน โดยปราศจากความห่วงใยใด ๆ จากพี่เอ และกลายเป็นคนมีอาการป่วยทางจิต เนื่องจากถูกกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรง ติดยานอนหลับ น้ำหนักลดลงไปมากกว่า 10 กิโล ในระยะเวลาอันรวดเร็ว บีอยากบอกภรรยาพี่เอถึงข้อเสียของพี่เอ และอยากแก้ไขสิ่งที่ถูกมองว่าบีผิดอยู่ฝ่ายเดียว แต่บีกลัวว่าบอกไปแล้วจะยิ่งทำให้ไม่มีโอกาสคุยกับพี่เออีก เพราะลึก ๆ แล้วสิ่งที่บีต้องการมากที่สุดคือความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไม่ใช่การแก้แค้น แต่โอกาสเป็นไปได้ยากมาก เพราะพี่เอบล็อคทุกช่องทางการติดต่อ เหลือแค่เพียงไม่ได้ย้ายบ้าน ดังนั้นการเขียนจดหมายจึงเป็นสิ่งเดียวที่บีทำได้ บีรู้สึกเสียใจกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะพี่เอเป็นคนที่บีไว้วางใจมาก และเล่าให้ฟังได้ทุกเรื่อง ทั้งคู่มีความรู้สึกดีต่อกัน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่ต้องจบแบบเจ็บ ๆ โดยภรรยาของพี่เอมองว่าบีเป็นคนไม่ดี ซึ่งจริง ๆ แล้วเรื่องนี้ ผิดกันทั้ง 2 ฝ่าย แต่ผู้ชายปล่อยมือเร็วกว่าจึงรอดตัว และความผิด ความเจ็บปวดจึงตกอยู่กับบี บีควรจะทำอย่างไร บีอยู่ด้วยความทรมานมาก ยิ่งสามีตัวเองให้อภัย แต่บียังคงตัดใจไม่ได้ มันยิ่งทำให้รู้สึกแย่ และอยากทำให้พี่เอเจ็บปวดบ้าง ในเมื่อไม่คิดจะติดต่อเป็นเพื่อนกันแล้ว เป็นศัตรูกันไปเลยดีไหม เพราะพี่เอบล็อค และไม่สนใจใด ๆ ต่อบีอีก ทำเป็นเหมือนไม่เคยรู้จักกัน ไม่มีอะไรเกิดขึ้น และดำเนินชีวิตต่อไปตามปกติ






 

Create Date : 30 มิถุนายน 2560
0 comments
Last Update : 30 มิถุนายน 2560 13:00:36 น.
Counter : 28 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


สมาชิกหมายเลข 2533784
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 2533784's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.