Group Blog
มิถุนายน 2553

 
 
1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
16
17
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
30
 
 
All Blog
The Matrix Really บทที่ ๓ สิ่งที่สูงส่ง และยิ่งใหญ่ที่สุด


.

บทที่ ๓

สิ่งที่สูงส่ง และยิ่งใหญ่ที่สุด


“ ขอต้อนรับ สู่ความจริงแห่งธรรมชาติ ของชีวิตทั้งปวง ”

อยากรู้มั๊ยว่า อะไรคือ เมทริกซ์ ที่แท้จริง

แท้จริงแล้วทุก ๆ ชีวิต ทั้งหลายทั้งปวงบนโลกนี้ และทั่วทั้งจักรวาล

ไม่ได้มีร่างกายเป็นของตัวเองเลย มีแต่เพียงจิตใจดวงเดิมของตนเอง

ที่เป็นตัวเป็นผู้ควบคุมร่างกายนี้ อยู่ในวัฏจักรแห่งชีวิต เวียนว่ายตายเกิด

โดยไม่รู้ว่าตัวเองเกิดมาจากไหน ไม่รู้ว่าทำไมคนเราจึงเกิดมาแตกต่างกัน

ไม่เหมือนกัน บางคนเกิดมาหน้าตาดี บางคนหน้าตาไม่ดี บางคนรวย

บางคนจน บางคนโรคมาก บางคนโรคน้อย บางคนโชคดี บางคนโชคร้าย

ไม่รู้ว่าเมื่อตายแล้วจะไปอยู่ที่ไหนกันต่อไป เกิดแล้วก็ตาย ตายแล้วก็เกิด

ไปเรื่อย ๆ นับหมื่น นับแสน นับล้านล้านปี อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

จนกว่าจะได้รู้ เห็น และเข้าใจ ใน “ กฎของธรรมชาติ ”

ซึ่งเป็นความลับของธรรมชาติ คือ สัจจะธรรมความจริงของธรรมชาติ

เป็นความจริงที่อยู่คู่กับธรรมชาติ เป็นสิ่งที่อยู่เหนือกาลเวลา ไม่ตกอยู่

ใต้อำนาจ ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปกี่หมื่น

แสนล้านปี มากมายแค่ไหนกันก็ตาม ความจริงก็ยังคงเป็นความจริงเช่นนี้

ตาม “ กฎของธรรมชาติ ” เหมือนเดิม มิมีเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

“ กฎของธรรมชาติ ”

( God )

คือ สิ่งที่สูงส่งและยิ่งใหญ่ที่สุดบนโลกนี้ และทั่วทั้งจักรวาล

เป็นสิ่งที่คอยก่อกำเนิด ควบคุม สร้างสรรค์ ให้รางวัล ลงโทษ และทำลาย

สิ่งต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวงบนโลกนี้ และทั่วทั้งจักรวาล ให้เป็นไปตามกฎ

ของธรรมชาติ คือ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว “ หว่านพืชเช่นใด ย่อมได้รับผล

เช่นนั้น ”

เป็นสิ่งที่ไม่มีรูปร่าง ไม่มีตัวตน

แต่มีพลังที่สูงส่งและยิ่งใหญ่ที่สุดบนโลกนี้ และทั่วทั้งจักรวาล

ไม่ใช่พลังงานทางกาย แต่เป็น พลังงานทางจิต “ พลังแห่งจิต พลังสมอง

พลังแห่งปัญญา ” เป็น ความบริสุทธิ์ สะอาด สงบ ร่มเย็น เป็นความว่าง

เป็นพลังงานแสงสว่าง อยู่เหนือกาลเวลา ไม่ตกอยู่ใต้อำนาจ ไม่เปลี่ยน

แปลงไปตามกาลเวลา เป็นอมตะ ( ไม่มีการเกิด ไม่มีการดับ ) ตั้งอยู่ ( ไม่

หมุนวนเป็นวงกลม เป็นวัฏจักรแห่งชีวิต เหมือนกับเหล่ามวลมนุษย์และสรรพ

สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงบนโลกนี้ และทั่วทั้งจักรวาล )

...................


ภาคจบสุดท้าย ของ เมทริกซ์

The Matrix Really

เมทริกซ์

( สิ่งที่ลวงตา กักขังจิตใจของทุก ๆ ชีวิต บนโลกนี้ และทั่วทั้งจักรวาล )

ที่แท้จริง

...................


โลกที่พวกเราอาศัยอยู่นี้ คือ โลกแห่ง matrix

( สิ่งที่ลวงตา กักขังจิตใจของทุก ๆ ชีวิต บนโลกนี้ และทั่วทั้งจักรวาล )

ที่แท้จริง โดยแท้จริง อย่างแท้จริง ไม่ได้อ้างอิงนิยาย หรือแต่งขึ้นมา เพื่อ

สร้างเป็นภาพยนตร์ มู๊วี่ เรื่องเล่าเช้านี้ แต้มสีเติมสัน เพิ่มความมันใส่เข้าไป

แต่ประการใด

บทที่ ๑

เมทริกซ์ คืออะไร ?

บทความในหนังภาพยนตร์ ที่มอเฟียสอธิบายให้กับนีโอได้ทราบ

ในตอนต้นของเรื่องถึงความหมายของ “ เมทริกซ์ ” ว่ามันคืออะไร ผมถอด

คำพูดจากในหนังออกมาทั้งหมดทุกพยางค์ได้ดังนี้

“ เจ้าเมทริกซ์อยู่ทุกแห่งหน มันอยู่รอบตัวเรา ตอนนี้มันก็อยู่ใน

ห้องนี้ด้วย คุณเห็นมันเมื่อมองไปนอกหน้าต่าง หรือเมื่อคุณเปิดโทรทัศน์

คุณสัมผัสมัน ตอนคุณไปทำงาน ตอนคุณไปโบสถ์ ตอนคุณเสียภาษี มันเป็น

โลก ที่ถูกดึงลงมา ปิดตาคุณไว้จากความจริง , ความจริงเหงอ , ว่าคุณเป็น

ทาสคนนึง นีโอ เหมือนกับคนอื่น ๆ ที่เกิดมาเพื่อถูกจองจำ เกิดมาในคุกที่

คุณไม่อาจสูดดม ลิ้มรส รึว่าแตะต้อง เป็นเรือนจำขังจิตใจคุณ น่าเสียดาย

ไม่มีใครบอกได้ ว่าเมทริกซ์ มันคืออะไร คุณต้องเห็นด้วยตาของคุณเอง ”

ข้อความด้านบนคือความหมายของเมทริกซ์ ในหนังภาพยนตร์

ส่วนความหมายของ

The Matrix Really เมทริกซ์ ที่แท้จริง

เมทริกซ์ในโลกแห่งความเป็นจริง

ความหมายก็คล้ายกันกับเมทริกซ์ ในหนังภาพยนตร์ มาก

มีดังนี้ คือ

“ เจ้าเมทริกซ์อยู่ในที่ทุกแห่งหน มันอยู่รอบ ๆ ตัวเรา ตอนนี้มันก็อยู่

ในห้องนี้ด้วย คุณเห็นมันเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง หรือเมื่อคุณเปิด

โทรทัศน์ คุณสัมผัสมัน ตอนคุณไปทำงาน ตอนคุณไปโบสถ์ ไปวัด ตอนคุณ

เสียภาษี มันเป็นโลก ที่ถูกดึงลงมา ปิดตาแห่งปัญญาของคุณไว้ จากความ

จริง ว่าคุณเป็นทาสคนนึง เหมือนกับคนอื่น ๆ ทุก ๆ ชีวิต บนโลกนี้ และทั่วทั้ง

จักรวาล ที่เกิดมาพร้อม ๆ กับการถูกจองจำทางจิตใจ เกิดมาในคุก ที่คุณไม่

อาจสูดดม ลิ้มรส รึว่าแตะต้อง มองเห็นจิตใจเดิมแท้ ของตัวคุณเอง เป็น

เรือนจำขังจิตใจคุณ ให้ตกเป็นทาส อยู่ใต้อำนาจของสัญชาติญาณสัตว์ คือ

ความต้องการทางร่างกาย น่าเสียดาย ไม่มีใครสามารถบอกให้เข้าใจอย่าง

ละเอียด ได้ว่า จิตใจเดิมแท้ของตัวคุณเอง ที่เป็นธาตุแห่ง พุทธะ ( God )

เป็นอมตะ ไม่มีการเกิด ไม่มีการดับ อยู่เหนือโลก เหนือความสุข และความ

ทุกข์ทั้งหลายทั้งปวง เป็นความบริสุทธิ์ สะอาด สงบ ร่มเย็น มันคืออะไร

มีลักษณะเป็นอย่างไร เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่มีรูปร่าง ไม่มีตัวตนที่แท้จริง

คุณต้องเห็นด้วยตาแห่งปัญญา ของตัวคุณเอง เท่านั้น ”

...................


บทที่ ๒

นับล้านปี ที่ทุก ๆ ชีวิต ไม่รู้ ?


ไม่ใช่แค่ร้อยพัน หรือหมื่นปี แต่ว่านับแสนนับล้าน สิบล้าน

ร้อยล้าน พันล้าน หมื่นล้านปี ฯลฯ ผ่านมาแล้ว ที่สรรพชีวิต ทุก ๆ ชีวิต

บนโลกนี้ และทั่วทั้งจักรวาล เกิดขึ้นมา โดยไม่รู้ว่าตัวเองมาจากไหน ?

ไม่รู้ว่าทำไมคนเราจึงเกิดมาไม่เหมือนกัน ? บางคนเกิดมาหน้าตาดี บางคน

หน้าตาไม่ดี บางคนรวย บางคนจน บางคนโรคมาก บางคนโรคน้อย บางคน

โชคดี บางคนโชคร้าย ไม่รู้ว่าเมื่อตายแล้วจะไปอยู่ที่ไหนกันต่อไป ?

สัตว์ชนิดหนึ่งบนโลก คือ เหล่ามวลมนุษยชาติ

ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีสมอง มีปัญญา มีความคิด มีอารยธรรม สูงที่สุด ในหมู่สัตว์

ทั้งหลายทั้งปวง บนโลกนี้ จึงได้มีการคาดเดา วิเคราะห์ คิดค้น ค้นพบ หรือ

มีการเชื่อกันไปต่าง ๆ นานา เกิดเป็นศาสนา เป็นลัทธิขึ้นมาสารพัดรูปแบบ

ตั้งแต่ยุคอดีตกาล เช่น สมัยยุคหิน ที่คนเราอยู่ป่าอยู่ถ้ำ มาจนถึงยุคอวกาศ

ยุคไฮสปีดอินเตอร์เน็ต 3G , 4G อยู่บ้าน อยู่คฤหาสน์ หรือ ตึกคอนโด

โด่เด่ สูงล้ำกว่าภูเขา เทียมฟ้าท้าดิน เช่นในยุคปัจจุบันนี้

ความไม่รู้ก่อให้เกิดความเชื่อ ความเชื่อเกิดขึ้นมาจากความไม่รู้

เมื่อความรู้เข้ามาแทนที่ ความเชื่อก็จะค่อย ๆ เลือนลางหายไป เช่น สมัย

ก่อน ในทุก ๆ ประเทศทั่วโลก จะเชื่อกันว่า บนฟ้าจะมีเทพเทวดา อาศัย

อยู่บนก้อนเมฆ ในรูปแบบต่าง ๆ ตามความเชื่อของแต่ละท้องที่ถิ่นฐาน

ประเทศของตน เพราะวิทยาการของคนเรา ยังต่ำอยู่ ยังไม่สามารถบินได้

ยังไม่รู้ว่าบนก้อนเมฆ มีอะไรอยู่ จึงได้มีการคาดเดาเชื่อกันไปต่าง ๆ นานา

ในทุก ๆ ประเทศทั่วโลก ว่า บนฟ้าบนก้อนเมฆ มีสวรรค์ มีเทพเทวดา ส่วนใต้

หล้า มีนรก มีภูตผี ปีศาจ ยมบาล ยมทูต นานับชนิดอยู่

ปัจจุบันเมื่อวิทยาการของคนเราก้าวหน้า ความเชื่อเหล่านี้

ก็ค่อย ๆ เลือนหายไป เพราะคนมากมายเริ่มมีความรู้เข้ามาแทนที่ ว่าบนก้อน

เมฆไม่ได้มีอะไรอยู่ ส่วนใต้หล้าผืนแผ่นดิน เมื่อเจาะลงไปลึกมาก ก็ยังไม่มี

ใครเจอนรก เจอยมบาล มัจจุราช หรือ ยมทูต อยู่ใต้ดินซะที แต่ยังมีคนมาก

มายทั่วโลก หลายร้อยล้านคน ไม่ทราบจำนวนแน่นอน ที่ยังเชื่อยังนับถือ

ในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นับถือเทพเทวดา ฟ้าดิน สิ่งลี้ลับสารพัดรูปแบบกันอยู่ เพราะ

ว่า ยังมีเรื่องราวอีกมากมาย ที่คนเรายังไม่รู้ การเชื่อถือ การนับถือสิ่งที่

ศักดิ์สิทธิ์ ในรูปแบบต่าง ๆ ก็เป็นที่พึ่งทางใจ เป็นสิ่งที่ดีงามอย่างหนึ่งของ

คนเรา ถ้าสิ่ง ๆ นั้น ไม่ไปเบียดเบียนตนเองหรือผู้อื่นให้ได้รับความเดือด

ร้อน และเป็นสิ่งที่คอยชี้นำ ชี้ทาง สั่งสอนให้แก่เหล่ามวลมนุษย์ทั้งหลาย

ได้ทำแต่ความดี เห็นอกเห็นใจผู้อื่น เห็นแก่ส่วนรวม มากกว่าประโยชน์สุข

ส่วนตัว

...................




Create Date : 24 มิถุนายน 2553
Last Update : 24 มิถุนายน 2553 19:11:54 น.
Counter : 277 Pageviews.

1 comments
  
~เกิดความเข้าใจ ร่างกายทำได้แค่กักขัง
รวมเป็นหนึ่งกับน้ำทั้งกายและใจ
ปลดปล่อยตนเองไปตามลำธารเปลี่ยว
โดดเดี๋ยวคนเดียวเหลียมมองดูรอบกาย
โดด-เดี่ยว-เดียว-ดาย กระหายพบเพื่อนร่วมทาง~

ล้วนเฝ้าฟัน เพียงหลุดพ้น
ฟันฝ่าดั้นด้น สุดไม่ถึงแม้นชายป่า
.
.
.
นิพานัง มรนังสุขัง อาเมน
โดย: bankyly IP: 172.16.40.238, 61.90.152.30 วันที่: 25 มิถุนายน 2553 เวลา:10:48:36 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

samma
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]