Group Blog
พฤษภาคม 2553

 
 
 
 
 
 
2
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
ชีวิตต้องเกิดตาย แต่ " ดวงจิต " เป็น อมตะ



จากคำถามของคุณช่าง

คำถามข้อที่ ๑ การหลุดออกจาก กฎทั้งปวง เรียกว่า นิพพาน

ใช่ไหมครับ

ตอบว่า

ใช่ครับการหลุดออกจาก " กฏของธรรมชาติ " ทั้งปวง

เรียกว่า " นิพพาน "

คำถามข้อที่ ๒ ผมว่าเราทุกคนเป็นอมตะ นะ เพราะมันไม่มีเหตุผลเลย

ถ้าจะบอกว่า หายไปเฉยๆ มันแค่เปลี่ยนรูปแบบ ท่านคิดว่าไงครับ

ตอบว่า

ชีวิตต้องเกิดตาย แต่ " ดวงจิต " เป็น อมตะ

ชีวิตของคนเราและสรรพสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงบนโลกนี้ หรือทั่วทั้งจักรวาล

จะต้องเกิดดับ เกิดตาย เกิดแล้วก็ตาย ตายแล้วก็เกิด ไปเรื่อย ๆ อย่าง

ไม่มีที่สิ้นสุด คนสามารถกลับไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน และสัตว์เดรัจฉาน

ก็สามารถกลับมาเกิดเป็นคนได้ อย่างยุติธรรมเท่าเทียมกัน ตาม " กฏของ

ธรรมชาติ " คือ กฏแห่งกรรม " ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว " หว่านพืชเช่นใด

ย่อมได้รับผลเช่นนั้น

ซึ่งจากทฤษฎี บิ๊กแบงพลังจิต

ยูนิเวิร์สบอม กำเนิดเก่าจักรวาล ที่ผมค้นพบ ทำให้เห็นได้ว่า ดวงจิต คือ

ความคิด จิตใจ ของคนเรา กับเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง บนโลกนี้

และ ทั่วทั้งจักรวาล เป็นสิ่งที่ เกิดก่อนโลก มีอยู่ก่อนจักรวาล อยู่คู่จักรวาล

ปัจจุบัน อยู่ไปเรื่อย ๆ ยันจักรวาลอนาคต นับพันล้าน หมื่นล้านปี

( จักรวาลปัจจุบันไม่น่าใช่จักรวาลแรก ถ้ามีอายุแค่ระดับไม่กี่หมื่นล้านปีจริง

ดังที่นักวิทยาศาสตร์วัดรังสีได้ ) มีความเป็นอมตะ จะไม่มีวันสูญหาย

ดับสลายลงไป

จะหมุนวน เวียนว่ายตายเกิด เป็น " วัฏจักรแห่งชีวิต "

ตาม " กฏของธรรมชาติ " ไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อใดได้เกิด

เป็นมนษย์ ได้รู้ เห็น และเข้าใจ ใน " กฏของธรรมชาติ " ซึ่งเป็นความลับ

ที่ซ่อนอยู๋ในธรรมชาติ ได้อย่างแท้จริง เมื่อนั้น ก็จะสามารถหยุดการหมุนวน

เวียนว่ายตายเกิดได้

พระพุทธเจ้าท่านตรัสสอนว่า " เมื่อบุคคลหนึ่งแล่นไป

ท่องเที่ยวไปตลอดกัป ร่างกระดูก หมู่กระดูก กองกระดูก พึงเป็นกองใหญุ่

เหมือนภูเขาเวปุลลบรรพตนี้ " ( พระไตรปิฎก ฯ เล่ม ๓๘ หน้า ๓๑๖ )

พระองค์เปรียบเทียบว่า ถ้าจะเอากระดูกของคน ๆ

เพียงคนเดียวที่เคยเกิดตายมาแล้วในชาติก่อน ๆ มากองรวมกันไว้ กระดูก

ของคน ๆ นั้น จะกองโตกว่าภูเขาเวปุลลบรรพต ซะอีก ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่า

ไอ้ภูเขานี้ มันใหญ่โตมากมายแค่ไหนกัน เพราะไม่รู้จัก






Create Date : 08 พฤษภาคม 2553
Last Update : 8 พฤษภาคม 2553 16:04:58 น.
Counter : 972 Pageviews.

4 comments
  
เห็นด้วยค่ะ คิดว่าทุกวันนี้เรามีแค่ดวงจิตดวงเดียว แต่เปลี่ยนรูปร่างเฉยๆ
โดย: Scorchio วันที่: 8 พฤษภาคม 2553 เวลา:17:35:35 น.
  
ไม่มีดวงจิต มีแต่ตัวรู้ หมดตัวรู้หมดการเวืยนว่าย หมดนิพพาน หมดความหมาย นืพานโดยตัวมันเองก็คือ สมมุติบัญญัติ โลกนี้จึงไม่มีอะไร มีแต่ตัวรู้ที่กำลังหลอกเราอยู่
โดย: zigzag IP: 192.168.1.16, 118.174.88.125 วันที่: 8 พฤษภาคม 2553 เวลา:19:39:30 น.
  
ปุถุชนคนทั้งหลายล้วนเคยเห็นแต่ "คนตาย แต่จิตเป็น" แต่จะมีใครสักกี่คนที่มีโอกาสได้เห็น"คนเป็น แต่จิตตาย" สาธุธรรม สามารถเข้าไปศึกษาธรรมเพิ่มเติมได้ที่ http://www.จิตสิ้นสงสัย.com
โดย: แก้วใส IP: 223.205.56.45 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:10:26:31 น.
  
ผีบอกผมว่าผมเป็นอมตะ
โดย: แฟรงค์ IP: 171.6.242.140 วันที่: 11 ธันวาคม 2555 เวลา:20:03:14 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

samma
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]