Group Blog
เมษายน 2553

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
 
 
All Blog
" แก่นแท้ของจักรวาล "


.


" แก่นแท้ของจักรวาล "

( ฉบับปรับปรุงแก้ไข จัดระเบียบ หัวข้อและคำตอบใหม่ บางส่วน )

เป็น " พลังที่สูงส่งและยิ่งใหญ่ที่สุด ในจักรวาล "

คือ " กฏของธรรมชาติ " ที่ได้คอย ก่อกำเนิด ควบคุม สร้างสรรค์

ให้รางวัล ลงโทษ หรือทำลาย สรรพสิ่งต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวง บนโลกนี้

และทั่วทั้งจักรวาล ให้เป็นไปตาม " กฏของธรรมชาติ " คือ กฏแห่งกรรม

ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว " หว่านพืชเช่นใด ย่อมได้รับผลเช่นนั้น "

" กฏของธรรมชาติ " นี้ เป็นสิ่งที่อยู่คู่โลก แต่เกิดก่อนโลก

อยู่คู่จักรวาล แต่เกิดก่อนจักรวาล เพราะถ้าจักรวาล เป็นสิ่งที่มีตัวตน

มีตัว มีตน นั่นก็คือจักรวาล มันก็จะต้องมีการเกิด และก็มีการดับ ไปในที่สุด

ไม่ช้าก็เร็ว

แต่ " แก่นแท้ของจักรวาล " นี้

เป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตน ( ที่แท้จริง ) เป็นสิ่งที่เป็นอมตะ คือ ไม่มีการเกิด

และก็ไม่มีการดับ

มีท่านผู้อ่านถามคำถามที่น่าสนใจกันมา

ดังนี้ว่า

๑. แล้วมันคือพลังอะไรอะครับ ใช้ทำประโยชน์อะไรได้บ้าง

๒. อยากได้วิธีนำมาใช้มากกว่าครับ

๓. แล้วรู้เรื่องนี้มันได้อะไรครับ มีประโยชน์ยังไง

คำถามข้อที่ ๑ : พลังนี้ คือ พลังอะไร ?

ตอบว่า

" แก่นแท้ของจักรวาล " คือ " พลังที่สูงส่งและยิ่งใหญ่ที่สุด ในจักรวาล "

สิ่ง ๆ นี้ เป็น รากฐาน ของสรรพสิ่งต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวง

บนโลกนี้ และทั่วทั้งจักรวาล

เป็นพลังที่ไม่ใช่พลังทางกายภาพ มีตัวมีตน สามารถมองเห็นได้

แต่เป็นพลังทางจิต " พลังแห่งจิต พลังสมอง พลังแห่งปัญญา " ที่ไม่มี

ตัวตน ( ที่แท้จริง ) ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ตาเนื้อ ตาธรรมดา

แต่สามารถศึกษา พิจารณาดู เพื่อรู้ จนเห็น และเข้าใจ

ได้ด้วยสมองของมนุษย์ สามารถสัมผัสกับสิ่ง ๆ นี้ ได้ด้วย " พลังแห่งจิต

พลังสมอง พลังแห่งปัญญา " เพราะว่าเป็นพลังงานชนิดเดียวกัน จึงสามารถ

link สามารถเชื่อมต่อ สามารถสัมผัสกันได้นั่นเอง

คำถามข้อที่ ๒ : พลังนี้มีประโยชน์อะไร และสามารถ

นำมาใช้ ได้อย่างไร ?

ก่อนจะตอบคำถามข้อ ๒ ได้ จะต้องอธิบายให้ ได้ทราบกันก่อนว่า

พลังนี้ สิ่ง ๆ นี้ คืออะไร ?

ก. สิ่ง ๆ นี้ คือ สิ่งที่สูงส่งและยิ่งใหญ่มากมายที่สุด

บนโลกนี้ และทั่วทั้งจักรวาล เพราะฉนั้น สิ่ง ๆ นี้ ก็จึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่า

มีประโยชน์ แก่เหล่ามวลมนุษยชาติ มากมายที่สุด ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือน

หรือเทียบเคียงได้ ตามไปด้วย กันนั่นเอง

" พลังนี้ " สิ่ง ๆ นี้ คือ " กฏของธรรมชาติ "

ที่ได้คอย ก่อกำเนิด ควบคุม สร้างสรรค์ ให้รางวัล ลงโทษ หรือทำลาย

สรรพสิ่งต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวง บนโลกนี้ และทั่วทั้งจักรวาล ให้เป็นไป

ตาม กฏแห่งกรรม คือ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

" หว่านพืชเช่นใด ย่อมได้รับผลเช่นนั้น "

คนเราเมื่อรู้กฏ ก็คือรู้หน้าที่ มีหน้าที่ ที่จะต้องปฏิบัติ

ให้ถูกต้องตามกฏ เช่น กฏหมาย เป็นต้น ซึ่งกฏหมาย เป็นสิ่งที่มีอยู่ ในทุก ๆ

ประเทศทั่วโลก ก็แตกต่างกันไป เหมือนกันบ้างต่างกันบ้าง ตามแต่ละสถานที่

แต่ " กฏของธรรมชาติ " นี้ เป็นสิ่งที่อยู่คู่โลก แต่เกิดก่อนโลก

อยู่คู่จักรวาล แต่เกิดก่อนจักรวาล เป็นกฏเกณฑ์ เหมือนกฏหมาย ที่บังคับ

ใช้กับสิ่งที่มีชีวิตทั่วทั้งจักรวาล ให้เป็นไปตาม " กฏแห่งกรรม " คือ ทำดี

ได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว " หว่านพืชเช่นใด ย่อมได้รับผลเช่นนั้น " เหมือนกันหมด

ทั่วทั้งจักรวาล ไม่มีการแบ่งแยกหรือแตกต่างกัน แต่อย่างใด

" กฏของธรรมชาติ " ก็เหมือนกับ " กฏหมาย "

คุณมีสิทธิ์ที่จะไม่เชื่อ ไม่สนใจ ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ปฏิบัติตามกฏหมาย

แต่เมื่อได้ทำผิดกฏหมายเข้าไปแล้ว ถ้าถูกจับได้ คุณก็จะต้องถูกลงโทษ

อย่างหนักเบา หรือสาหัสสากัน ได้รับความทุกข์ทรมาณ มากมายแค่ไหน

มันก็ขึ้นอยู่กับว่า คุณได้ทำผิดมากน้อยแค่ไหน และกฏหมายท้องถิ่น ของ

สถานที่ประเทศนั้น ๆ ได้บัญญัติเอาไว้ว่าอย่างไร

กฏหมาย ถ้าคนเราได้กระทำลงไปแล้ว ยังมีโอกาสหนีรอด ยังมี

โอกาสหลบเลี่ยงได้ ถ้าโชคดีหรือมีความสามารถ แต่ " กฏของธรรมชาติ "

เมื่อคนเราได้กระทำกรรม คือการกระทำใด ๆ ลงไปแล้ว ไม่มีโอกาสหนีผล

ของกรรม คือ การกระทำนั้น ๆ พ้น หรือหนีรอดไปได้ ไม่ว่าจะหนีไปอยู่สุด

ขอบ หรือส่วนที่ลึกที่สุดของจักรวาล กันก็ตามที

" กฏของธรรมชาติ " บังคับใช้กับสิ่งที่มีชีวิต ทั่วทั้งจักรวาล

แต่บนโลกนี้ สิ่งมีชีวิตที่จะสามารถ รู้ เห็น และเข้าใจ ในกฏของธรรมชาติ

ได้ มีแต่เพียงคน คือ มนุษย์เท่านั้น เพราะเหตุนี้ " กฏของธรรมชาติ " จึง

เป็น " หน้าที่ของมนุษย์ " ซึ่งคนเราจะต้องศึกษา พิจารณาดู เพื่อรู้ จนเห็น

และเข้าใจ เพื่อประโยชน์แก่ตนเอง และสังคมโดยส่วนรวม กันนั่นเอง

ข. " กฏของธรรมชาติ "

คือ " พลังที่สูงส่งและยิ่งใหญ่ที่สุดบนโลกนี้ และทั่วทั้งจักรวาล "

เป็นสิ่งที่คอย ก่อกำเนิด ควบคุม สร้างสรรค์ ให้รางวัล ลงโทษ หรือทำลาย

สรรพสิ่งต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวง บนโลกนี้ และทั่วทั้งจักรวาล ให้เป็นไป

ตาม " กฏแห่งกรรม " คือ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว " หว่านพืชเช่นใด ย่อมได้

รับผลเช่นนั้น "

เป็น แก่นแท้ของธรรมชาติ คือ ความลับของจักรวาล

ซึ่งซ่อนอยู่ในธรรมชาติ ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ตาเนื้อ

ตาธรรมดา แต่สามารถศึกษา พิจารณาดู เพื่อรู้ จนเห็น และเข้าใจ ได้ด้วย

สมองของมนุษย์

เป็น " หน้าที่ของมนุษย์ "

เพื่อประโยชน์แก่ตนเองและสังคม โดยส่วนรวม




หน้าที่ของมนุษย์

คืออะไร ?

๑. เห็นแก่ส่วนรวม

๒. มีความสุขก็ดี มีความยากลำบากก็ได้ ขอเพียงแต่ ไม่ไปเบียดเบียน

ตนเอง หรือผู้อื่น ให้ได้รับความเดือดร้อนกัน

แต่คนเราจำนวนมากมายบนโลกนี้

นับสิบล้าน ร้อยล้าน พันล้านคน เห็นแก่ตัว มากกว่าเห็นแก่ส่วนรวม

เพราะอะไร ?

เพราะ คนเราทุก ๆ คน บนโลกนี้

เกิดมาพร้อมกับ " สัญชาติญาณสัตว์ " เพราะ " สัญชาติญาณสัตว์ "

ที่คนเราทุก ๆ คนได้เกิดขึ้นมาบนโลกนี้กัน ก็เพราะยังมี สัญชาติญาณสัตว์

หลงเหลืออยู่

สัญชาติญาณสัตว์

คืออะไร ?

๑. การเห็นแก่ตัว

๒. อยากได้ความสุข อยากมีความสุข อยากเป็นความสุข

ไม่อยากได้ความทุกข์ ไม่อยากมีความทุกข์ ไม่อยากเป็นความทุกข์

ที่ปัจจุบันโลกของเราปั่นป่วน วุ่นวาย

จนใกล้จะวินาศเต็มทีนี้ มีภัยพิบัติอย่างรุนแรงเกิดขึ้นมากมายทั่วโลก

เป็นสัญญาณเตือนก่อนที่โลกจะวินาศลงไป ถ้าไม่รีบแก้ไข ให้ทันท่วงที

กันเสียก่อน มีอาวุธนิวเคลียร์อยู่มากมาย หลายประเทศ ที่สามารถทำลาย

ล้างโลก ได้อยู่ตลอดเวลา

ก็เพราะ คนจำนวนมากมายบนโลกนี้

นับสิบล้าน ร้อยล้าน พันล้านคน ทำตาม " สัญชาติญาณสัตว์ "

โดยไม่สนใจปฏิบัติ " หน้าที่ของมนุษย์ "

เห็นแก่ตัวเอง มากกว่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม

ไม่ได้เป็นเพราะความโง่ แต่เป็นเพราะความไม่รู้ ( อวิชชา ) คือไม่รู้

ใน " กฏของธรรมชาติ " มีตาเนื้อ แต่ไม่มีตาปัญญา เห็นเพียงเปลือก แต่

ไม่เห็น " แก่นแท้ของธรรมชาติ "





Create Date : 27 เมษายน 2553
Last Update : 27 เมษายน 2553 14:17:44 น.
Counter : 6856 Pageviews.

9 comments
  
หวัดดีตอนเช้าค่า อิอิ^^
โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 27 เมษายน 2553 เวลา:11:30:05 น.
  
หวัดดีครับ จุ๊บ จุ๊บ
โดย: samma วันที่: 27 เมษายน 2553 เวลา:13:59:27 น.
  
อย่าไปเพ้อเจ้อในบอร์ดได้ใหม รำคาญมาก ๆ
โดย: .. IP: 124.122.221.57 วันที่: 27 เมษายน 2553 เวลา:15:48:22 น.
  
คุณรำคาญ คิดและกล่าวหาว่าผมเพ้อเจ้อ

ก็เป็นไปได้หลายสาเหตุ

๑. คนเรามีความคิดเห็นต่างกันเป็นเรื่องธรรมดา

๒. คุณเข้าใจผิด

๓. คนที่มีจิตใจไม่ดี ชั่วร้าย หรือเลวทรามต่ำช้า

เมื่อได้อ่านบทความ ได้เจอกับสิ่งที่ถูกต้อง ดีงาม สูงส่ง

ยิ่งใหญ่ ก็อาจจะมีอาการเหมือนกับ พวกภูติผี ปีศาจร้าย

เจอกับ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ คือจะร้อนรน จนทนไม่ได้ ต้องดิ้น

พราด ๆ แสดงตัวออกมาในที่สุด

มีสาเหตุใดอีกรึป่าว ผมก็ไม่แน่ใจ ถ้าใครรู้ ช่วย

บอกทีด้วยครับ

สำหรับ คุณ ip 124 เป็นเพราะสาเหตุใด ผมก็ไม่

แน่ใจ แต่ว่า ถ้าเป็นไปได้ ขอให้ช่วยแสดงตัวออกมา

ด้วยครับ เด๋วคราวต่อไป ผม ตั้งให้เม้นได้เฉพาะสมาชิก

ดีกว่านะครับ จะได้รู้ชื่อเสียงเรียงนามกันด้วยครับ

ไม่อยากเจอพวกอีแอบ คือ มีล็อคอิน แต่ไม่ยอม

เปิดเผยตัวตนน่ะคับ

โดย: samma วันที่: 27 เมษายน 2553 เวลา:17:12:48 น.
  
แต่คิดอีกทีไม่เอาดีฝ่า ตั้งระบบให้เม้นได้ทุกคนเหมือน

ดังเดิม ดีกว่า มันเป็นการเปิดกว้าง และเป็นอิสระดีคับ
โดย: samma วันที่: 27 เมษายน 2553 เวลา:17:17:34 น.
  
นานๆทีจะเจอเนื้อหาดีๆแบบนี้นะครับ,, พอดีผมทำรายงานเกี่ยวกับจักรวาล แล้วก็มาค้นหารูปภาพ..พอเจอรูปภาพนวยๆก็เลยเปิดดูนะครับ
แล้วผมก็อ่านข้อความใต้รูปภาพ ลึกซึ้งมาก,,, ผมคิดว่าจะเอาไปประกอบรายงานด้วย จะได้เข้าใจกฏธรรมชาติต่างงายขึ้น

ผมหวังว่าอาจารย์ที่ได้เห็นรายงานเล่มนี้แล้วคงอึ่งแน่เลย
ซึ่งมีการสอดคล้องกับพระพุทธศาสนาด้วย
โดย: oak yoma IP: 101.109.67.7 วันที่: 12 สิงหาคม 2555 เวลา:10:44:18 น.
  
ขอบคุณค่ะ
โดย: toonny IP: 171.100.176.103 วันที่: 28 ธันวาคม 2555 เวลา:22:23:21 น.
  
ได้อ่านข้อความใต้ภาพแล้วดีใจมากที่มีคนคิดเหมือนกับเราดีมากค่ะ
โดย: เล็ก IP: 27.55.148.177 วันที่: 10 ตุลาคม 2556 เวลา:20:23:48 น.
  
คุณเคยเห็นแบบตาเนื้อ หรือตาเปล่าบอกเล็กได้ไหม
โดย: เล็ก IP: 27.55.148.177 วันที่: 10 ตุลาคม 2556 เวลา:20:30:19 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

samma
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]