30 Days Challenge
 กลับมาอ่านบล็อค เห็นเลยจ๊าว่า เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เราได้เขียนไว้ตั้ง 2 วัน Smiley แสดงให้เห็นถึงความขยันมากมาย 555+

ทั้ง 2 วันที่เขียน ก็เรื่องเดิมๆ คือ เรื่องลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย Smileyแต่แล้วยังไง........2 ปีผ่านไปเราก็ยังอ้วนเหมือนเดิม Smiley

แต่วันนี้ ตอนนี้ เราตั้งใจมากที่จะลดความอ้วน

อยากจะเท้าความให้อ่านกันตั้งแต่แรกเริ่มเดิมที

เราเกิดมาก็ได้รับความอุดมสมบูรณ์ด้วยน้ำหนัก 4.10 กก. กับความสูงที่แม่ให้อีก 50 เซนฯSmiley ในขณะนั้น แม่บอกว่า ตั้งใหญ่ที่สุดในห้องเด็กแรกเกิดเลยจ๊า Smiley

แล้วความสูงใหญ่ก็เหมือนเป็นเพื่อนสนิทเรามาตั้งแต่วันนั้น

เราจำความได้ว่า จบ ป. 6 ด้วยความสูง 160 กับน้ำหนัก 65 Smiley ไม่น่ารักเอาซะเลย

จบ ม.6 มาด้วยความสูงที่ 170 กับน้ำหนักที่ทะยานแซงไปถึง 90 Smiley เรียกว่า ตัวจะแตกกันเลยทีเดียว

และแล้วจุดที่ทำให้เราเริ่มอยากผอม ก็ตอนเข้ามหา'ลัย นี่หละ

ตอนที่เข้าไปปี 1 เรายังคงรักษาน้ำหนักไว้ที่ 90 ได้อย่างดีเยี่ยม

เมื่อเขียนไปเรียน เรายังมีทำกิจกรรมรับน้อง เป็นสันทนาการคณะ เต้นกันมันส์กระจายจ๊าาาาาาา Smiley แต่ไขมัน หรือ ตัวเลขต่างๆ ไม่ได้มีลดหายไปไหน ทำไมน่ะหรอ?! ก็เมื่อเราเต้นเสร็จ ประมาณ 5 ทุ่ม - เที่ยงคืน ก็รวมตัวเพื่อนๆ สันทนาการ ไปกินข้าว กินขนมต่อจ๊า 5555+ แล้วอย่างงี้ มีหรอที่จะเพียวลง

พอขึ้น ปี 2 เริ่มอยากดูดี อยากเป็นจุดสนใจบ้าง Smiley ก็เริ่มหาวิธีลด อดข้าว กินน้อยลง เต้นเยอะๆ.....แต่ ร่างกายโคตรแย่ เรียนไม่ไหว หลับไม่ตื่น เริ่มคิดว่ามันไม่โอล่ะ เลิกๆ กลับไปกินเหมือนเดิม.....แต่มันไม่เหมือนเดิมอ่ะดิ่ โหยกว่าเดิมเยอะ กินเยอะกว่าเก่าเยอะๆ น้ำหนักจากที่คงสภาพ 90 เริ่มขยับเป็น 95 จนถึง 98 Smileyม่ายยยยยยย มันจะเข้า 3 หลักล่ะนะ

ในตอนนั้นเอง ก็มีรูมเมท นางเองก็อยากสวย อยากผอม นางได้เข้ารับการปรึกษากับแพทย์ เพื่อลดน้ำหนัก โดยการกินยา!!! จากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพ อยากบอกว่า นางกินยาลด ก็ผอมจริงจัง ข้าวไม่แตะ ขนมไม่กิน อะไรๆ ก้ไม่หิว แต่อยู่ได้ เห้ยยยยย! วิเศษอ่ะ เรียนก็รู้เรื่อง ทำกิจกรรมได้เหมือนเดิม แต่.........ระบบการขับถ่ายนางแย่มาก ในช่วงแรก ยังกินแค่ยาระบาย หลังๆมา ถึงกับขั้นต้องใช้ยาสวน!!!!!!!!!!!! โหดร้ายไปนะ

แล้วเมื่อนางอยากหยุดกิน นางบอกว่า หมอมียาหยุดด้วยนะ คือ เมื่อกินยาหยุดแล้ว น้ำหนักที่เคยลงไป จะไม่ดีดขึ้นมา Smiley ยาวิเศษมากอ่ะ 5555+ แต่นั่นก็ไม่เป็นความจริง เมื่อนางหยุดกินยาทุกๆตัว รวมถึงยาหยุด หลังจากนั้น ไม่นาน ก็เกิดอาการโยโย่ น้ำหนักดีดขึ้นมาไม่ต่ำกว่า 10 โล แล้วระบบขับถ่ายก็ยังคงเสียหายอยู่อย่างนั้น

แต่ในช่วงที่รูมเมทเรากินยาจากโรงพยาบาล เราเองได้มีการปรึกษาหมอเหมือนกันนะ แต่เป็นหมอคลีนิก (ก็ไอ้ที่เห็นตามข้างทาง ที่เขียนว่า คลินิกลดน้ำหนัดอ่ะแหละ) เป็นคลินิกชื่อดังในย่านแถวๆบ้านเราเลย

เรามีการปรึกษาหมอ หมอบอกว่า ยามันมีความรุนแรง 5 ระดับ เรายังไม่เคยกินยาเลย งั้นก็เอาระดับที่ 1 ไปกินก่อน อยากบอกว่า กินตอนแรกๆ น้ำหนักลงเร็วมากกกก พุงหายแว๊บ เหมือนกะเล่นมายากล 55555+ ระบบขับถ่ายยังคงเหมือนเดิม ไม่หนักหนา

ช่วงนั้น ไม่หิวอะไรเลยจ๊า กินน้ำเปล่าๆ อย่างเดียว ท้องไม่มีการเรียนร้องขออาหาร ร่างกายไม่มีการงอแงขอน้ำอัดลม ลดลงจริง แบบสังเกตได้ด้วยตาเปล่า 5555555555+

ช่วงนั้น กินยาจากคลินิก เป็นเวลาอย่างน้อยๆ ก็ปี - 2 ปี (นานเหมือนกัน) ยาที่เริ่มจากระดับ 1 เพิ่มไปถึงระดับ 5 ภายใน 2 ปี ซึ่งระหว่างนั้น การขับถ่ายเราเริ่มมีปัญหา

หมอบอกว่า เป็นเพราะเรากินน้อยไป ร่างกายไม่มีอะไรจะขับออกมา แต่....มันไม่ได้รู้สึกยังงั้นนะ คือ เราอยากเอาออก แต่เอาไม่ออก จนสุดท้ายได้มีบุญในการลิ้มลองยาระบายแบบอ่อนๆ ของหมอ กินได้ประมาณ 1 เดือน เริ่มรู้สึกว่า มันไม่โอว่ะ ไม่เริ่ดเลย พอหยุดกิน ความหายนะ มาเยือน เราต้องฝังร่างกายอยู่ในห้องน้ำนานมากกกกกกกก มากกว่า 1 ชั่วโมง เห้ย!!! ไม่เว่อร์ อันนี้จริงจัง นั่งจนเหน็บกินแล้วกัน

เราเรียกกินทุกอย่างที่คิดว่าจะทำให้ท้องเสีย จู๊ดๆ หรืออะไรก็ได้ที่จะออกง่ายกว่านี้ เราเลยได้เรียนรู้ว่า ผัก+ผลไม้อ่ะ กินๆเข้าไป ไม่ได้มีพิษภัยอะไรเลย กินน้ำเยอะๆด้วย เพราะว่าทำให้ออกง่าย และไหลลื่น

ช่วงที่กินยาลดน้ำหนัก น้ำหนักลงมาถึงจุดพีคคคคคคค คือ 75 กิโล ภายใน 3 เดือนแรกที่กิน คือ มันหายไป 20 โล แบบไม่ต้องทำอะไร ตอนนั้นฟินมากนะ แต่ตอนนี้ พอมองย้อนกลับไป เราโคตรทำลายร่างกายเลย

แต่มีเหตุให้เราหยุดยาอย่างถาวรเลยคือ เราเรียนไม่รู้เรื่อง คือ ใครพูดอะไรมาจำไม่ได้เลย ทั้งที่เราความจำดีมาก ถึงมากที่สุด หรือบางครั้ง พูดอะไรไปก็จำไม่ได้ ก็มี เราเริ่มตะหนักว่ามันคือ สัญญาณอันตรายมาก ยาคงออกฤทธิ์กดประสาทเราเต็มที่ ถ้าปล่อยเอาไว้ คงได้น็อคกันแน่ๆ

หลังจากที่หยุดยา จาก 75 ดีด ขึ้นเป็น 105 ภายในไม่กี่เดือน (ไม่ถึง 6 เดือน) ทำร้ายกันจริงๆ

แล้วช่วงที่น้ำหนักเราหนักมากที่สุด เท่าที่ชีวิตนี้เคยสัมผัสมา คือ 112 โล กับความสูง 173 เซนฯ

ล่ำกว่าผู้ชายอีกนะคู๊ณณณณ

.
.
.
.
.
.
.

ตอนนี้เรามีแรงบันดาลมาจากพี่ วด. ที่พี่เค้าคิดโปรเจ็ค 60 Days Challenge ในการสร้างหุ่นใหม่ภายใน 60 วัน ซึ่งมันน่าอัศจรรย์มาก พี่เค้าทำได้ว่ะ ทำได้ดีด้วยนะ

แต่จากหัวข้อที่เราเขียนไว้ว่า 30 Days คือ เราอยากลดให้ได้ก่อนตรุษจีน ซึ่งเราได้มีการเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 5 ที่ผ่านมาแล้ว

แต่ก็ไม่ได้ทำต่อเนื่องขนาดนั้น มีหลุดบ้าง ประปรายรายทาง 5555+

แต่เราก็ไม่หลุดความตั้งใจนี้ เพราะ เรามีอีก 1 แรงบันดาล คือ พี่ท็อป นพนันท์  สุดหล่อในดวงใจ อ๊ายยยย พิมพ์ไปก็เขินไป 555+

ผู้ชายอะไร๊ หล่อ ดี มีประโยชน์ ^++++^

เราจะต้องลดให้ได้ ฟิตให้ได้ และเฟิร์มให้ได้

วันนี้หมดเวลาในการทำงานล่ะ 555+ พรุ่งนี้ จะมาเขียนต่อ ว่า เมนูที่เรากินมีอะไรบ้าง แล้วเราจะปรับอะไร ยังไงบ้าง

สำหรับคนที่ทำงานออฟฟิต แล้วอยากผอม

เราอยากบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ทุกคนผอมได้ แต่ขอให้จริงจัง เคารพในคำพูดของตัวเอง รักตัวเอง ทุกคนมีเวลาเท่ากัน มันขึ้นอยู่กับว่า คุณจัดสรรเวลาได้มากน้อยแค่ไหน

พรุ่งนี้ เจอกันใหม่นะคะ

Love U all Smiley



Create Date : 11 มกราคม 2559
Last Update : 11 มกราคม 2559 17:28:52 น.
Counter : 338 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

salsomsm
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



มกราคม 2559

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
11 มกราคม 2559