การศึกษา,แคลคูลัส,ข้อสอบทั่วไป,อย่างเก่งภาษาอังกฤษ,การเขียนโปรแกรมภาษาซีเบื้องต้น,เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์,แวดวงอินเทอร์เน็ต เรื่องน่ารู้,วิทยาศาสตร์น่ารู้,ประวัติศาสตร์น่ารู้,การใช้ชีวิตให้มีความสุข ,ความรัก คืออะไร?,เรื่องขำขำ,เกร็ดความรู้,การถ่ายภาพ,สิ่งแวดล้อม, คุณธรรมจริยธรรม,มาคุยกันเรื่องธรรมะ,จิตวิทยา,นิยาย เรื่องสั้น,เรื่องลี้ลับ,เทคนิคการเล่นกีฬา,สุขภาพ,อาการของโรคภัยไข้เจ็บ,ข่าวสารกีฬา,Sex สุขภาพ,สมุนไพรเพื่อสุขภาพ,ผู้หญิง ความงาม,การลดความอ้วน,ครอบครัว แม่และเด็ก,บ้านและสวน,การใช้รถรักษารถ,เคล็ดลับการใช้โทรศัพท์,อาหารของญี่ปุ่น,ขนมและอารหาร,รวมสูตรการทำแยมผลไม้,สูตรการทำแซนวิชที่อร่อย,เคล็ดลับการทำสลัด,เคล็ดลับในครัว,ผลไม้,ผัก แปรรูป,โภชนาการ,นานาสาระ,อภิสิทธิ์แสงแพง
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2554
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
19 พฤศจิกายน 2554
 
All Blogs
 

อร่อยกับซอสมะเขือเทศอย่างปลอดภัย




อร่อยกับ "ซอสมะเขือเทศ" อย่าง "ปลอดภัย" หลังพบว่ามี "น้ำตาล-โซเดียม" สูงมากมาก!!

"ซอสมะเขือเทศ"เป็นเครื่องปรุงที่ได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ถึงขั้นอาจขาดไม่ได้
เมื่อทานซอสแต่ละครั้งก็เทอย่างเมามัน ทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม
โดยไม่เคยตระหนักว่า ซอสชนิดนี้ถ้าทานมากๆ ก็ไม่ดีต่อสุขภาพเช่นกัน

ปัจจุบันซอสมะเขือเทศได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นไปตามลักษณะการรับประทานอาหารที่ได้รับค่านิยม
จากชาวตะวันตก เช่น แฮมเบอร์เกอร์ พิซซ่า สเต๊ก และสปาเก็ตตี้ โดยเมนูต่างชาติเหล่านี้ล้วนต้องเคียงข้างด้วย
ซอสมะเขือเทศเสมอ และครอบครัวรุ่นใหม่ก็ต้องมีซอสประเภทนี้ติดครัวกันเกือบทุกบ้าน

การตลาดของซอสมะเขือเทศ แม้จะมีกลุ่มเป้าหมายค่อนข้างกว้าง ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่
แต่ส่วนมากแล้วการตัดสินใจซื้อซอสมะเขือเทศกลับตกไปที่กลุ่มเด็ก
เนื่องจากเด็กมักติดใจในความอร่อยของซอสมะเขือเทศ ซึ่งนิยมใช้เป็นเครื่องจิ้มอาหารประเภทต่างๆ
เช่น ของทอด หรือแม้กระทั่งไข่เจียว ไข่ดาว ไส้กรอก หรือลูกชิ้น

ตามปกติแล้วเครื่องปรุงอาหารต่างๆ หรือเครื่องจิ้มในอาหารไทย เช่น น้ำปลา ซอสปรุงรส หรือซีอิ๊ว
เราจะรับประทานในปริมาณที่ไม่มากนัก เพราะมีความเค็ม แต่สำหรับซอสมะเขือเทศกลับแตกต่างออกไป
เพราะเมื่อจิ้มทานเมื่อใด เราจะทานกันในปริมาณมากเพราะมีรสหวานนำ ซึ่งการที่เป็นเช่นนี้
อาจทำให้เรามีโอกาสรับส่วนผสมประเภทน้ำตาล และเกลือ (โซเดียม) เข้าไปในร่างกายสูงมาก
เมื่อเทียบกับปริมาณที่ควรรับต่ออาหาร 1 มื้อ

ซอสมะเขือเทศเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการแปรรูปหลายขั้นตอน
จึงเป็นอาหารที่ต้องถูกกำกับดูแลตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2543 เรื่อง ซอสบางชนิด
ทั้งนี้แม้เราจะได้รับประโยชน์จากการทานซอสมะเขือเทศจากส่วนผสมที่เป็นมะเขือเทศ
ซึ่งเป็นพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูง แต่เมื่อมะเขือเทศต้องผ่านความร้อนมากกว่า 72 องศาเซลเซียส
ย่อมทำให้สารอาหารต่างๆ สูญเสียไป จึงควรทานซอสมะเขือเทศอย่างเหมาะสม

โดยเฉพาะเด็กๆ และผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ
เพื่อหลีกเลี่ยงน้ำตาล โซเดียมและสารกันบูด ซึ่งเป็นส่วนผสมสำคัญ จากการทดสอบพบว่า
ซอสมะเขือเทศ 10 ยี่ห้อ มีปริมาณน้ำตาลโดยเฉลี่ย 25.95 กรัมต่อซอส 100 กรัม
ส่วนโซเดียมนั้นพบว่ามีปริมาณโดยเฉลี่ย 741 มิลลิกรัมต่อซอส 100 กรัม

องค์กรอนามัยโลกได้กำหนดปริมาณน้ำตาลที่ควรบริโภคไว้ว่า
ไม่ควรเกิน 10% ของปริมาณพลังงานที่ได้รับในแต่ละวัน การบริโภคน้ำตาลในปริมาณที่พอเหมาะสมและ
ไม่เป็นอันตราย คือ ไม่เกินวันละ 10 ช้อนชา แค่ปริมาณที่ประเทศไทยรณรงค์ คือ ไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา
หรือ 24 กรัม ทั้งนี้หากเราทานซอสมะเขือเทศ 100 กรัมหรือ 1 ขีด ก็จะได้รับน้ำตาลถึง 6 ช้อนชา!!


เรื่องเล่าน่ารู้เกี่ยวกับ "ซอสมะเขือเทศ"
เคยสังเกตหรือไม่ว่า ปากขวดซอสมะเขือเทศมักกว้าง เพราะอะไร?
เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อซอสยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่งของอเมริกาต้องการเพิ่มยอดขาย จึงจัดประชุมทีมการตลาด เพื่อหาวิธีทำให้
สามารถขายซอสมะเขือเทศได้มากขึ้น ประชุมกันหลายครั้งก็ยังไม่ได้ข้อยุติ จนมีคนเสนอว่า
ทำไมไม่ขยายปากขวดซอสมะเขือเทศให้กว้างขึ้น? เพราะปากขวดที่กว้างขึ้นจะทำให้ซอสถูกเทออกมาง่าย
และเทลงจานได้มากขึ้น ทั้งนี้เมื่อซอสถูกเทออกมาแล้ว คงไม่มีใครคิดเทซอสกลับลงขวดแน่นอน
เมื่อนำแนวคิดนี้ไปปฏิบัติ ผลก็คือได้ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างทันตา


แก้ปัญหา "ซอสมะเขือเทศ" เทยาก
แม้ปากขวดของซอสมะเขือเทศจะมีขนาดกว้าง แต่หลายคนคงเจอปัญหาเทซอสไม่ออก ซึ่งเรามีเคล็ดลับมาเสนอ
คือ เมื่อจะเทซอส ควรเอียงขวดประมาณ 15 องศาเท่านั้น แล้วตบขวดจากด้านล่าง (ไม่ใช่ตบจากก้นขวด)
จะช่วยให้เทซอสง่ายขึ้น หรืออีกวิธีหนึ่ง คือ ใส่หลอดกาแฟลงในขวด จากนั้นเป่าลมเข้าไป จะทำให้เทง่ายเช่นกัน


ข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับ "ซอสมะเขือเทศ"

เมื่อเปิดใช้แล้ว ควรนำไปเก็บในตู้เย็นเพื่อป้องกันไม่ให้แมลงมาตอมและวางไข่
รวมทั้งเป็นการลดโอกาสการปนเปื้อนเชื้อโรค แถมยังเป็นการช่วยยืดอายุซอสมะเขือเทศด้วย

เด็กๆ ส่วนใหญ่ชอบซอสมะเขือเทศ จึงควรหัดให้เด็กรู้จักทานซอสมะเขือเทศอย่างพอดี
เพื่อไม่ให้กลายเป็นคนติดรสหวาน และควรหัดให้เด็กหันมากินมะเขือเทศแบบสดๆ มากกว่า

ควรเลือกซื้อซอสมะเขือเทศที่ผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน
และเลือกซื้อโดยดูตรา อย.เพื่อความมั่นใจว่าปลอดภัยจากการปนเปื้อน

อย่าเติมหรือใส่ซอสมะเขือเทศในอาหารมากไป โดยเฉพาะในอาหารที่ขายทั่วไปตามข้างถนนหรือตลาดนัด เช่น
ไส้กรอก หรือลูกชิ้นทอด เพราะซอสที่ร้านเหล่านั้นให้บริการอาจไม่ใช่ซอสที่ผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน

โดย ทัศนีย์ แน่นอุดร
ข้อมูลจาก มติชน




 

Create Date : 19 พฤศจิกายน 2554
1 comments
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2554 16:31:51 น.
Counter : 1078 Pageviews.

 

 

โดย: น้องเมย์น่ารัก 3 เมษายน 2557 23:18:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


apisit.az
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]








Friends' blogs
[Add apisit.az's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.