Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2555
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
1 มิถุนายน 2555
 
All Blogs
 
อยู่ที่สถานะหรือความรู้สึก(+เม้ามอย the L word)

พอเบื่อๆก็หาโหลดซีรี่ย์มาดู ด้วยความที่บ้านไม่มีเน็ต ต้องดั้นด้นยกโน้ตบุ๊คไปเบียดเบียนใช้ไวเลสเจ้าของตลาด(ไม่ก็ร้านฝั่งตรงข้ามตลาด) หรือหากมีความอดทนสูงหน่อยก็ไปแย่งน้องสาวใช้ที่คอมบ้านย่า แล้วเว็บที่ดูซีรี่ย์ฝรั่งอยู่ประจำก็อัพโหลดหนังที่เรารอคอย มันคือซีรี่ย์ที่ทำเราติดแบบไม่ได้ตั้งใจเมื่อช่วงสอบ นั่นก็คือ The L Word นั่นเอง ฮ่าๆๆๆๆๆ

มาถึงตรงนี้คงงงว่ามันเป็นซีรี่ย์อะไร ไม่เห็นจะดัง ไม่เคยได้ยิน หรือหากคุณเคยได้ยินจนถึงได้ดูแล้วล่ะก็ คุณคงรู้สินะว่ามันเกี่ยวกับอะไร หึหึ...(กระตุกยิ้มมุมปากหัวเราะร้ายในลำคอ) โอเค มันเกี่ยวกับกลุ่มสังคมเพื่อนเลสเบี้ยนที่อาศัยอยู่ในแอลเอ ส่วนตัวรู้จักซีรี่ย์เรื่องนี้มาตั้งแต่ปีก่อนนู้นช่วงม.6ที่สอบคิดแล้วว่างจัด ช่วงนั้นติดซีรี่ย์ใหม่ๆ แต่ไม่มีโอกาสได้จริงจัง เพิ่งได้ดูเมื่อช่วงสอบนี่เอง แอบเลวนะ มาติดซีรี่ย์เอาตอนสอบ(เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่งกับเรื่อง Desperate Housewife) เพื่อนสนิทถึงกับทำเสียงฟินๆผ่านทางโทรศัพท์อย่างตรัสรู้แล้วว่าเรานั้น...เทินเดอะเวย์โกเกย์(เลสเบี้ยน)ไปแล้ว

กลับมาที่ตัวซีรี่ย์ ว่าด้วยการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในแอลเอของตัวละครหญิงแท้(หญิงแท้ในที่นี้หมายถึงผู้หญิงที่ชอบผู้ชาย)นามว่า เจนนิเฟอร์ เชคเตอร์ กับแฟนหนุ่มนามว่า ทิม และดันไปอยู่ข้างบ้านของคู่เลสเบี้ยนที่เป็นคู่หลักของซีรี่ย์คือ เบต กับ ทีน่า ซีรี่ย์เริ่มต้นจากเจนนี่ ไม่เชิงว่าเธอคือแกนของเรื่องเพราะเรื่องไม่ได้โฟกัสเรื่องของเธอเป็นหลักอยู่ตลอด แต่เธอก็เป็นเหมือนตัวแทนของคนดูที่เข้าไปรู้จักโลกอีกใบนี้พร้อมๆกับเธอ และจบเรื่องราวของคนกลุ่มนี้ไปพร้อมกับความตายของเธอ 

ต้องขอบอกว่า ชาบู ชาบู คนเขียนบทมากกกกกกกกก เขียนบทได้มันส์มาก แอบเสียดายว่าแต่ละซีซั่นมีแค่15ตอนเอง และก็จบลงที่6ซีซั่น แต่สำหรับเรา ในความรู้สึกอยากจะจบมันลงแค่ซีซั่น5มากกว่า ดูซี6แล้วรู้สึกว่านังเจนนี่สมควรตายมาก ทั้งๆที่เป็นตัวละครที่เราชอบที่สุดในเรื่องเลยนะนั่น เรารู้สึกเข้าใจเจนนี่มาก มีประโยคหนึ่งที่เธอพูดกับนิกกี้ในซี5 "เพื่อนๆของฉันคิดว่าฉันเป็นคนวิกลจริต" และนิกกี้กลับบอกว่ารักเธอ อยากให้จบลงแค่นี้จริงๆ ไม่อยากให้นางมีชีวิตอยู่ถึงซี6เลยจริงๆ เพราะราวกับเป็นคนละคนและย้ำว่าสมควรตายมาก

ความเป็นเจนนี่นั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคน คนที่เคยมีบาดแผลในใจจากเรื่องในวัยเด็ก อ่อนไหวไปกับเสน่ห์ของผู้หญิงคนหนึ่งจนสามารถปล่อยมือจากแฟนหนุ่มผู้ซื่อสัตย์ที่กำลังจะขอเธอแต่งงาน ประกาศตัวเองว่าเป็นเลสเบี่ยน มีความรักเบ่งบานกับสาวมาเรื่อยๆ แต่ในท้ายที่สุดก็ไม่มีใครรักเธอจริงซักคน ความสงสัยหนึ่งจึงเกิดขึ้นในใจเงียบๆว่า ความจริงแล้ว ผู้หญิงเรานั้นมีความอ่อนไหว ไม่สิ มีความลื่นไหลทางเพศมากกว่าผู้ชายหรือเปล่านะ? 

เอาง่ายๆ เท่าที่เคยได้ยินมากจากผู้ใหญ่รุ่นแม่ก็ดี จากเพื่อนกันเองที่เห็นๆกันเลยก็มี ผู้หญิงหลายคนที่เป็นหญิงแท้มาตลอด แต่อยู่มาวันนึงก็นึกครึ้มแต่งหล่อและก็กลายเป็นทอมไปเลย หรือเพื่อนพ่อคนนั้น(ยกตัวอย่างเฉยๆ)สมัยเรียนเป็นดาวมหาลัยเชียวนะ แต่ตอนนี้ควงสาวเดินห้างเป็นพี่หล่อและยังหล่อกว่าพ่อเอ็งอีก หรือความเชื่อที่พูดกันว่า โตมามีผัวมันก็หาย (เฮ๊ย...มันไม่ใช่โรคนะเฟ้ย) มันไม่ค่อยมีเลยนะ ที่ผู้ชายหน้าขาวปากแดงหรือกระเทยที่เคยประกาศตัวว่า ฉันเป็นเกย์จ้า ข้อยมักกล้ามและใบหน้าอันหล่อเหลามากกว่าสาวงามทรงโต จะพบผู้หญิงที่เป็นรักจริงแล้วเขาก็กลับมาเป็นผู้ชายแท้ที่ชอบสาว แต่งงานมีครอบครัว

ขอสารภาพว่าเป็นคนหนึ่งที่รู้สึก uncomfortable กับบุรุษและสตรีข้ามเพศผู้มีจิตใจตรงข้ามกับร่างกายและอยากเป็นเพศตรงข้ามมากกว่า พวกเขาจะต่างจากเกย์และเลสเบี้ยนจริงๆที่ไม่ได้อยากเป็นเพศตรงข้าม แต่เพียงรักชอบในเพศเดียวกันเช่นเดียวกับที่เพศตรงข้ามชอบกัน ตัวอย่างเช่น นายแมนนั้นเป็นเกย์แต่ไม่ชอบแต่งหญิง ชอบทำกิจกรรมแมนๆ เตะฟุตบอล เป็นผู้ชายปกติทุกอย่าง แต่นายแมนจะใจเต้นตึกตักกับผู้ชายด้วยกัน(ที่ไม่ใช่กระเทยสวยแบบน้องปอย) และไม่รู้สึกอะไรกับผู้หญิงเลย(หรือแม้แต่กับน้องปอย) แต่พอเราได้ดู The L Word แล้ว ทำให้รู้สึกเปิดใจกับเรื่องนี้มากขึ้น และเรียนรู้ความรู้สึกของพี่เทยและพี่ทอมไปพร้อมๆกับการรู้จักตัวละครที่ชื่อ มัวร่า

ตัวละครตัวนี้เปิดตัวในฐานะแฟนคนใหม่ของเจนนี่ในซี3หลังจากที่นางออกจากโรงบาลโรคจิต มัวร่านั้นนิสัยแมนทั้งแท่ง ยืนฉี่แบบผู้ชายได้ด้วยแหนะ เธอบอกว่าเธอรู้สึกอึดอัดกับร่างกายนี้มาก ถ้ามีเงินสักก้อน เธอจะเอาไปผ่าตัดแปลงเพศโดยไม่ลังเล และเธอเกิดคึกจะทำจริงๆ เธอจริงจังและขอให้ทุกคนเรียกเธอว่า แมกซ์ ลงทุนไปหาฮอโมนของผู้ชายมาฉีดจนเกือบเป็นเรื่อง สุดท้ายก็ได้แปลงเพศ แต่พอแปลงเพศเสร็จ มีชีวิตที่มีความสุขขึ้น ก็ดันไปปิ้งปั๊งกับเกย์หนุ่ม ล่ามภาษามือของโจดี้ (เอากับมันสิ) และสุดท้ายวิกฤตชีวิตก็มาเยือน เมื่อแมกซ์กลายเป็นผู้ชาย(ที่เคยเป็นผู้หญิง)ก็ท้องได้... คำถามคือ ถึงตอนนี้คุณจะเรียกมัวร่าหรือแมกซ์ ว่าเขาเป็นเพศอะไร?

หากคุณที่กำลังอ่านอยู่นี้เป็นผู้หญิง คุณลองมองตัวเองสิว่าคุณเองก็ต้องเคยชื่นชมผู้หญิงสวยๆบ้างแหละ แต่หากถามลึกลงไปถึงเรื่องความสบายใจที่จะคบผู้หญิงสวยๆเป็นแฟนก็คงจิ้นเลยเถิดไปถึงเรื่องเซ็กและก็แอบขนลุกกราวรับไม่ได้ บางทีนะ มันก็เป็นเพียงสิ่งที่เรียกว่ารสนิยมทางเพศ ไม่ต่างจากที่เราๆท่านๆกรี๊ดดารา บางคนกรี๊ด ณเดช แต่ไม่สามารถกรี๊ดความหล่อแบบศรรามได้ สำหรับเรา เรารู้สึกว่ามนุษย์นั้นแต่ความงามในตัวเอง ความงามที่เป็นเอกลักษณ์ของทั้งสองเพศ ไม่อยากใช้คำว่าไบเซ็กชวล เอาจริงๆก็ยังไม่เคยคบใครเป็นตัวเป็นตนหรอก คนที่เข้ามาคุยจริงจังก็มีบ้างไม่มีบ้าง 

อย่าตีตราใครแค่ว่าเขาเป็นแบบนั้น เป็นแบบนี้ ทุกคนต่างมีเรื่องราวของตัวเอง มีความเป็นมาเหมือนภาพเขียนที่เราไม่รู้หรอกว่าจิตรกรนั้นคิดอย่างไร ก่อนจะออกมาเป็นรูปที่เราเห็น อย่ามองเพียงมันสวยหรือไม่สวย จงมองภาพนั้นให้ลึกเข้าไป ศึกษามัน และรักด้วยใจจริงๆคงจะดีกว่า



Create Date : 01 มิถุนายน 2555
Last Update : 1 มิถุนายน 2555 1:39:07 น. 1 comments
Counter : 3974 Pageviews.

 
ทักทาย ตอนดึกๆๆ ..


โดย: bobobull วันที่: 1 มิถุนายน 2555 เวลา:2:34:10 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เสี่ยวเกี้ยวผู้เลอโฉม
Location :
เชียงราย Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




S-mild มาจากการเล่นคำว่า Smile และ mild

ถึงจะเขียนว่า mild แต่ก็อยากให้ทุกคนเขียนว่า "มาย"

มาจากความรู้สึก "มากมาย" ที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้

ถ้ารักดนตรี กวี ศิลป์ ก็เข้ามาคุยกันได้นะคะ ^^


Friends' blogs
[Add เสี่ยวเกี้ยวผู้เลอโฉม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.