พุทธวจน์ฉบับ...ก้าวย่างอย่างพุทธะ











พุทธวจน์ฉบับ...ก้าวย่างอย่างพุทธะ

ผู้รวบรวมพจนา รัชตะนาวิน


คำโปรย...


เมื่อ"เธอ" ไม่มี!

พาหิยะ! เมื่อใดเธอเห็นรูปแล้ว สักว่าเห็น ,

ได้ฟังเสียงแล้วสักว่าฟัง ,

ได้กลิ่นลิ้มรส , สัมผัสทางผิวกาย ,

ก็สักว่าดม ลิ้ม สัมผัส ,

ได้รู้แจ้งธรรมารมณ์ก็สักว่าได้รู้แจ้งแล้ว ,

เมื่อนั้น"เธอ"จักไม่มี.


เมื่อใด"เธอ"ไม่มี

เมื่อนั้นเธอก็ไม่ปรากฏในโลกนี้ไม่ปรากฏในโลกอื่น ,

ไม่ปรากฏในระหว่างแห่งโลกทั้งสอง

นั่นแหละคือที่สุดแห่งทุกข์ล่ะ.


(อุ.ขุ.๒๕/๘๓/๔๙)


อานนท์! ธรรมก็ดี วินัยก็ดี

ที่เราแสดงแล้วบัญญัติแล้วแก่พวกเธอทั้งหลาย

ธรรมวินัยนั้นจักเป็นศาสดาของพวกเธอทั้งหลาย

โดยกาลล่วงไปแห่งเรา



บางช่วงบางตอน...


ความรู้สึก ที่ถึงกับทำให้ออกผนวช


ภิกษุทั้งหลาย ! ในโลกนี้ ครั้งก่อนแต่การตรัสรู้เมื่อเรายังไม่ได้ตรัสรู้ ยังเป็นโพธิสัตว์อยู่ ตนเองมี ความเกิด เป็นธรรมดาอยู่แล้ว ก็ยังมัวหลง แสวงหาสิ่งที่มีความเกิดเป็นธรรมดาอยู่นั่นเอง, ตนเองมีความแก่ เป็นธรรมดาอยู่แล้ว ก็ยังมัวหลงแสวงหาสิ่งที่มีความแก่เป็นธรรมดาอยู่นั่นเอง, ตนเองมี ความเจ็บไข้ เป็นธรรมดาอยู่แล้ว ก็ยังมัวหลงแสวงหาสิ่งที่มีความเจ็บไข้เป็นธรรมดาอยู่นั่นเอง, ตนเองมีความตาย เป็นธรรมดาอยู่แล้ว ก็ยังมัวหลงแสวงหาสิ่งที่มีความตาย เป็นธรรมดาอยู่นั่นเอง, ตนเองมีความโศก เป็นธรรมดาอยู่แล้ว ก็ยังมัวหลงแสวงหาสิ่งที่มีความโศกเป็นธรรมดาอยู่นั่นเอง ตนเองมีความเศร้าหมอง โดยรอบด้าน เป็นธรรมดาอยู่แล้ว ก็ยังมัวหลงแสวงหาสิ่งที่มีความเศร้าหมองโดยรอบด้าน เป็นธรรมดาอยู่นั่นเอง อีก.


ภิกษุทั้งหลาย! ก็อะไรเล่า? เป็นสิ่งที่มีความเกิด(เป็นต้น) ฯลฯ มีความเศร้าหมองโดยรอบด้าน (เป็นที่สุด) เป็นธรรมดา?


ภิกษุทั้งหลาย! บุตรและภรรยา มีความเกิดเป็นธรรมดา ฯลฯ มีความเศร้าหมองโดยรอบด้านเป็นธรรมดา ทาสหญิงทาสชาย มีความเกิดเป็นธรรมดา ฯลฯ มีความเศร้าหมองโดยรอบด้านเป็นธรรมดา แพะ แกะ มีความเกิดเป็นธรรมดา ฯลฯ มีความเศร้าหมองโดยรอบด้านเป็นธรรมดา ไก่ สุกร มีความเกิดเป็นธรรมดา ฯลฯ มีความเศร้าหมองโดยรอบด้านเป็นธรรมดา ช้าง โค ม้า ลา มีความเกิดเป็นธรรมดา ฯลฯ มีความเศร้าหมองโดยรอบด้านเป็นธรรมดา ทองและเงิน เป็นสิ่งที่มีความเกิดเป็นธรรมดา ฯลฯ มีความเศร้าหมองโดยรอบด้านเป็นธรรมดา สิ่งที่มนุษย์เข้าไปเทิดทูนเอาไว้ เหล่านี้แลที่ชื่อว่าสิ่งที่มีความเกิดเป็นธรรมดา ฯลฯ มีความเศร้าหมองโดยรอบด้านเป็นธรรมดา ซึ่งคนในโลกนี้ พากันจมติดอยู่ พากันมัวเมาอยู่ พากันสยบอยู่ ในสิ่งเหล่านี้ จึงทำให้ตนทั้งที่มีความเกิดเป็นธรรมดา ฯลฯ มีความเศร้าหมองโดยรอบด้านเป็นธรรมดาอยู่เองแล้ว ก็ยังมัวหลงแสวงหา สิ่งที่มีความเกิดเป็นธรรมดา ฯลฯ ที่มีความเศร้าหมองโดยรอบด้านเป็นธรรมดา อยู่นั่นเอง อีก.


ภิกษุทั้งหลาย! ความคิดอันนี้ ได้เกิดขึ้นแก่เราว่า "ทำไมหนอ เราซึ่งมีความเกิด ฯลฯ ความเศร้าหมองโดยรอบด้าน เป็นธรรมดาอยู่เองแล้ว จะต้องไปมัวแสวงหาสิ่งที่มีความเกิด ฯลฯ ความเศร้าหมองโดยรอบด้านเป็นธรรมดาอยู่อีก ไฉนหนอ เราผู้มีความเกิด ฯลฯ ความเศร้าหมองโดยรอบด้าน เป็นธรรมดาอยู่เองแล้ว ครั้นได้รู้สึกถึงโทษอันต่ำทรามของการมีความเกิด ฯลฯ ความเศร้าหมองโดยรอบด้านเป็นธรรมดานี้แล้ว เราพึงแสวงหา นิพพาน อันไม่มีความเกิด อันเป็นธรรมที่เกษมจากเครื่องร้อยรัด ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าเถิด"


ภิกษุทั้งหลาย! เรานั้นโดยสมัยอื่นอีก ยังหนุ่มเทียว เกสายังดำจัด บริบูรณ์ ด้วยความหนุ่มที่กำลังเจริญยังอยู่ในปฐมวัย, เมื่อมารดาบิดาไม่ปรารถนาด้วย กำลังพากันร้องไห้น้ำตานองหน้าอยู่, เราได้ปลงผมและหนวดครองผ้าย้อมฝาด ออกจากเรือน บวชเป็นผู้ไม่มีเรือนแล้ว "...ภารทวาชะ! ในโลกนี้ ครั้งก่อนแต่การตรัสรู้ เมื่อเรายังไม่ได้ตรัสรู้ ยังเป็นโพธิสัตว์อยู่, ความคิดนี้เกิดมีแก่เราว่า ฆราวาสคับแคบ เป็นทางมาแห่งธุลี, ส่วน บรรพชาเป็นโอกาสว่างว; ผู้อยู่ครองเรือนจะประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์โดยส่วนเดียว เหมือนสังข์ที่เขาขัดดีแล้ว, โดยง่าย นั้นไม่ได้ ถ้าไฉนเราพึงปลงผมและหนวดครองผ้าย้อมฝาดออกจากเรือน บวชเป็นผู้ไม่มีประโยชน์เกี่ยวข้องด้วยเรือน เถิด ดังนี้..."



สัตว์เกิดกลับมาเป็นมนุษย์มีน้อยเพราะไม่รู้อริยสัจ


ภิกษุทั้งหลาย!เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนี้ว่าอย่างไร : ฝุ่นชนิดหนึ่งที่เราช้อนขึ้นด้วยปลายเล็บนี้กับมหาปฐพีนี้ข้างไหนจะมากกว่ากัน?


“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ!มหาปฐพีนั่นแหละเป็นดินที่มากกว่า ฝุ่นนิดหนึ่งเท่าที่ทรงช้อนขึ้นด้วยปลายพระนขานี้เป็นของมีประมาณน้อยฝุ่นนั้น เมื่อนำเข้าไปเทียบกับมหาปฐพีย่อมไม่ถึงซึ่งการคำนวณได้ เปรียบเทียบได้ไม่เข้าถึงแม้ซึ่งกะละภาค (ส่วนเสี้ยว)”


ภิกษุทั้งหลาย!อุปมานี้ฉันใดอุปมัยก็ฉันนั้น : สัตว์ที่เกิดกลับมาสู่หมู่มนุษย์มีน้อยสัตว์ที่เกิดกลับมาเป็นอย่างอื่นจากหมู่มนุษย์มีมากกว่าโดยแท้ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า? ภิกษุทั้งหลาย!ข้อนั้นเพราะความที่สัตว์เหล่านั้นไม่เป็นอริยสัจสี่อริยสัจสี่อย่างไรเล่า?สี่อย่างคือ อริยสัจคือทุกข์อริยสัจคือเหตุให้เกิดขึ้นแห่งทุกข์อริยสัจคือความดับไม่เหลือแห่งทุกข์อริยสัจคือทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์


ภิกษุทั้งหลาย!เพราะเหตุนั้นในเรื่องนี้ เธอพึงประกอบโยคกรรม อันเป็นเครื่องกระทำให้รู้ว่า “ทุกข์เป็นอย่างนี้,เหตุเกิดแห่งทุกข์เป็นอย่างนี้, ความดับไม่เหลือแห่งทุกข์เป็นอย่างนี้,ทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์เป็นอย่างนี้” ดังนี้



พุทธวจน์คือหนังสือที่รวบรวมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าโดยได้คัดเลือกมาจากหนังสือ5 เล่มอันได้แก่ พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ , ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์,อริยสัจจากพระโอษฐ์ภาคต้น , อริยสัจจากพระโอษฐ์ภาคปลายและปฏิจจสมุปบาทจากพระโอษฐ์โดยไม่มีการขยายความหรือใส่ความเห็นส่วนตัวเข้าไปเลยดังคำโปรยที่อยู่ด้านบนค่ะและพุทธวจน์ที่ถูกรวบรวมมาทั้งหมดนั้นจะมีการอ้างอิงแหล่งที่มาไว้ทุกบท


เนื้อหาเกี่ยวกับการออกจากทุกข์สิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้คืออริยสัจสี่การทำความเพียรอีกหลายเรื่องซึ่งเมื่อใช้ภาษาดั้งเดิมคือจากในพระไตรปิฎกทำให้ยากแก่การเข้าใจข้อความสั้นๆ 1 ย่อหน้าบางครั้งต้องอ่านทวนถึง 3 รอบถึงพอจะเข้าใจได้บ้างแต่ก็ไม่แจ่มแจ้งถ้าคนที่ศึกษาและมีความรู้ทางด้านพระธรรมน่าที่จะชอบค่ะเพราะในหนังสือเล่มเล็กๆนี้มีแต่ข้อความจากพระไตรปิฎกล้วนๆไม่มีความเห็นครูบาอาจารย์ท่านใดเลยแต่ถ้าคนไม่เคยศึกษาพระธรรมก็ยากเข้าใจค่ะด้วยภาษาศัพท์ต่างๆ ที่ใช้ เช่นเรื่องของปฏิจจสมุปบาท อ่านแล้วก็ทำเรามึนเหมือนกัน


แต่เล่มนี้เราชอบนะคะเราว่าบริสุทธิ์ดีเพราะคัดมาจากพระไตรปิฏกโดยไม่มีการเสริมเติมแต่งใดๆพระไตรปิฏกหนาเกินความสามารถเราจะอ่านได้ส่วนเล่มนี้นั้นแม้อ่านแล้วจะไม่กระจ่างแจ้งก็ตามแต่ก็หวังว่าคงมีสักวันที่จะเข้าใจได้กระจ่าง




เอนทรี่นี้เพื่อนๆไม่ต้องโหวตนะคะแค่แวะมาอ่านก็ดีใจแล้วค่ะ




 

Create Date : 15 ตุลาคม 2559
0 comments
Last Update : 15 ตุลาคม 2559 20:26:54 น.
Counter : 311 Pageviews.


เรียวรุ้ง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




...ดอกไม้แห่งมิตรภาพ...
ไม่เคยเลือก
ชั้นหรือวรรณะในการก่อกำเนิดเมล็ดพันธุ์
ไม่เคยเลือก
น้ำใจในการรินรดให้ต้นกล้าเติบโต
ไม่เคยเลือก
สถานที่ในการเบ่งบาน งอกงาม

“กาลเวลา”
จะเป็นผู้พิสูจน์ว่า
“ดอกไม้แห่งมิตรภาพ”
จะเจริญงดงามนานเพียงใด

“ความจริงใจ”
จะเป็นผู้หล่อเลี้ยงให้
“ดอกไม้แห่งมิตรภาพ”
ไม่มีวันโรยรา แม้กาลเวลาจะล่วงผ่านเลย








...ขอบคุณ ณ ที่นี้...
BG จากคุณขุนพลน้อยโค่วจง
กล่อง Comment จากป้าเก๋า(ชมพร)
ของแต่งBlog น่ารักๆจากป้าเก๋า(ชมพร)
emotionหมีจากคุณ On-rainy-days



Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2559
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
15 ตุลาคม 2559
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เรียวรุ้ง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.