++ใครทำอะไรที่ไหน ขอไปร่วมวงด้วยคน++
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2558
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
3 พฤศจิกายน 2558
 
All Blogs
 
3K Trip ตอนที่ 3 Nagasaki & K1

วันนี้อาหารเช้าของเราคือ คัสเทลล่าที่ซื้อมาเมื่อวานนั่นเองค่ะ 

แต่หลังจากจัดการคัสเทลล่าไปแล้ว ร่วมวงฯก็นึกขึ้นมาได้ว่าแช่ไอติมชาเขียวไว้ในตู้เย็น ต้องจัดการซะก่อน

ปรากฏว่า ด้วยความเฉิ่มเบ๊อะของตัวเองค่ะ ไม่ได้เปิดสวิชต์ตู้เย็น ไอติมละลายได้ยินเสียงเป็นน้ำไหลโครกเครกอยู่ในถุง 55

ด้วยความเสียดาย จัดการเปิดตู้เย็นเบอร์แรงสุดเท่าที่มี แล้วออกไปเที่ยวกันก่อน หวังว่ากลับมา ไอติมคงจะเซทตัวให้เรากินได้

เช้านี้ตั้งใจจะไป Kofukuji Temple ค่ะ ลงมาขึ้นรถรางหน้าโรงแรม ดูแผนที่ที่สถานีรถรางมีแต่ Suwa Shrine ที่ร่วมวงตัดทิ้งไปก่อนหน้านี้ เพราะเห็นบันไดในภาพแล้ว คาดว่าคุณนายคงเดินไม่ไหว

แต่เอ ถ้าเป็นจุดแนะนำในสถานี แปลว่ามันต้องน่าสนใจสิ ชักลังเล ด้วยความที่ทั้งสองแห่ง ต้องขึ้นรถรางสาย 3 เหมือนกันทั้งคู่ค่ะ (จากในแผนที๋) แต่ Suwa Shrine จะถึงก่อน(ป้ายเบอร์ 39) ในขณะที่ Kofukuji Temple ดูเหมือนว่าจะต้องนั่งรถรางอีกสายย้อนกลับมาป้ายหนึ่ง (ซึ่งในความเป็นจริง ไม่ต้องย้อนนะคะ ลงป้ายก่อนถึงป้าย 39 ได้เลยค่ะ ป้ายรถรางสองสายอยู่ติดกันแค่คนละฝั่งของสามแยกเล็กๆ แค่นั้นค่ะ)

แต่..ยังไม่หมดเท่านั้น 555

ด้วยความที่รอมานานพักใหญ่ สาย 3 ยังไม่มาเสียที และเรารีบ 555 พลันสายตาเหลือบไปเห็นรถรางสาย 2 ซึ่งไม่มีในแผนที่ใดๆ เลยค่ะ ผ่านมาหลายขบวนมาก และจุดหมายปลายทาง ที่เดียวกันกับสาย 3 คือ Hotarujaya อย่ากระนั้นเลย ไปสาย 2 ก็คงถึงเหมือนกันแหละมั้ง 55555

ซึ่งเป็นความคิดที่ ผิดนะคะ เพราะปลายทางเหมือนกัน ไม่ได้หมายความว่าระหว่างทางจะเหมือนกันน่ะสิ

แถมวันนี้ไม่มีตั๋ววัน ต้องหยอดเหรียญเอานะคะ เหรียญก็ไม่พอ ต้องแลกที่เครื่องแลกเหรียญบนรถราง แต่ทำไมใส่เหรียญร้อยเยนไป ได้กลับออกมา 55 เยน ก็ไม่รู้ได้ค่ะ สงสัยเป็นค่าธรรมเนียมแลกเหรียญหรือเปล่า (ปกติเขาคงใช้เหรียญ 500 หรือว่าแบงค์พันแลกกันอะนะ)

ขึ้นรถรางสาย 2 ไปสักพัก เอ๊ะ นี่มันไม่ใช่ทางเดียวกับสาย 3 นี่นา เอายังไงดี เดินไปดูแผนที่บนรถราง จะลงดีไหม แต่พอจำได้ว่า นี่มันทางไปสถานีทรานเฟอร์ ตรงไชน่าทาวน์ เบอร์ 31 น่ะค่ะ 

ก็เลยตัดสินใจว่า งั้นไปลงป้าย 31 ดีกว่า แล้วค่อยเปลี่ยนรถเป็นสาย 5 แทน จะได้ไม่ต้องหยอดเหรียญใหม่

ลงป้าย 31 อย่าลืมขอตั๋วทรานเฟอร์กับคนขับด้วยนะคะ

สรุปว่าเราไป Suwa Shrine กันค่ะ

พอมาถึงหน้าทางขึ้นศาลเจ้า บอกคุณนายว่า ถ้าไม่ไหว ก็ไหว้จากตรงนี้ก็ได้

คุณนายบอกว่า ได้ไง มาถึงนี่แล้ว 55555555 นางจะขึ้นค่ะ เช้าอยู่ก็งี้แหละ

ระหว่างทางเดินขึ้นไป ก็เห็นมีรถวิ่งขึ้นตามถนนเล็กๆ ชันๆ ด้านข้างนะคะ คนขับรถเขาเก่งมากจริงๆ





ถ่ายรูปกันอยู่ก็มีคนญี่ปุ่นนั่งรถ แต่งชุดเต็มยศขึ้นมากันเรื่อยๆ ค่ะ สงสัยจะมีงานอะไรสักอย่าง
ตอนแรกทีเดียว คิดว่างานศพหรือเปล่า เพราะเห็นแต่งดำกันหมด แต่เห็นคู่นี้แล้ว คงไม่ใช่ น่าจะงานแต่งมากกว่า


ใช้เวลาพอให้หายเหนื่อยจากการปีนบันไดขึ้นมา เราก็เดินลงค่ะ แวะดูพิพิธภัณฑ์นางาซากิด้านหน้านิดหน่อย แล้วก็เดินชมเมืองกลับไปที่ป้ายรถราง


แต่ไม่ใช่ป้ายเดิมที่เราลงมานะคะ เป็นป้ายติดกันที่บอกว่าให้ลงก่อน ถ้าจะไปวัดKofukuji นั่นแหละ เพราะดูจากแผนที่ นั่งแค่สองสามป้ายก็จะถึงสถานีนางาซากิอันเป็นที่พักของเราอยู่แล้ว

ปรากฎว่าป้ายนั้นปิดปรับปรุงอยู่ค่ะ งงอยู่พัก เลยตัดสินใจ เดินไปป้ายที่อยู่ใกล้ๆ กัน แต่ไม่มีรถรางสาย 3 ผ่าน คิดว่าเราคงต้องกลับทางเก่าแล้วล่ะค่ะ 
แต่ก่อนจะกลับ เรายังมีภารกิจต่อไป คือการตามหาสะพานแว่นตา และก้อนหินรูปหัวใจ 55555
เดินเข้าซอยใกล้ๆ ตรงข้างศูนย์สุขภาพอะไรสักอย่างหน้าสถานีนั่นแหละค่ะ นิดเดียว เราก็จะเห็นคลอง

และแน่นอนว่า คู่กับคลองก็ต้องมีสะพานข้ามคลอง 
เจออย่างง่ายดาย ไม่น่าเชื่อว่ามีทัวร์มาลง 555 จากนั้นเดินลงไปหาก้อนหินรูปหัวใจค่ะ ก้อนใหญ่บะเริ่ม แถมตามซอกหินนั่น คนเอาเหรียญมาหยอดไว้เต็มเลยค่ะ แหม มันน่าจะเอาไปหยอดรถรางกลับโรงแรมนัก

เดินขึ้นมาจากคลอง คุณนายลากไปอีกฟากหนึ่งค่ะ
ตอนแรก เราก็บอกว่า กลับทางเก่า ที่ไหนได้ คุณนายเจอร้านอุปกรณ์ในครัว พวกหม้อ กระทะ ค่ะ

นางตามหามีดเอาไว้ทานผลไม้ ซึ่งก็ได้มา 1 เล่ม ราคาแสนถูกค่ะ 260 เยน เท่านั้นเอง ถูกกว่าซอฟท์เสิร์ฟอีกอะ

จ่ายตังค์แล้วก็รีบเดินค่ะ จะได้กลับโรงแรมไปเช็คเอ้าท์ให้ทัน 11 โมง ระหว่างทาง เจอร้านข้าวกล่อง ซึ้อไว้กินบนรถไฟด้วยก็คงดีค่ะ

กล่องใหญ่มาก ข้าวเยอะมาก กล่องนึง สี่ร้อยกว่าเยนได้ค่ะ

กลับโรงแรม ไม่ลืมหยิบไอติมที่แช่แข็งไว้ 555 แล้วก็ลากกระเป๋าลงมาเช็คเอ้าท์ค่ะ ทันเวลาพอดี 11 โมง

หมดเวลา 25 ชั่วโมงสำหรับเมืองนางาซากิอันแสนสุขนี้แล้วค่ะ ถ้ามีโอกาส จะกลับมาใหม่นะ ติดใจจริงๆ ของกินอร่อย 55555

11 โมง 20 เรานั่งรถไฟไปคุมาโมโตะกันค่ะ ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงเศษๆ แต่ต้องไปต่อรถไฟที่สถานี Shin-Tosu ก่อน

มาถึงคุมาโมโตะประมาณบ่ายโมงค่ะ เดินงงๆ อยู่ในสถานีเจอาร์ ก่อนจะถามหาอินฟอร์เมชั่น เดินมายังไม่ทันได้เข้าไปในอินฟอเมชั่นเลยค่ะ ตอนที่วางกระเป๋าเสื้อผ้า จะเปิดอุปกรณ์เอารูปตั๋วให้เขาดู ก็มีสตรีญี่ปุ่น ลักษณะคล้ายคุณแม่บ้าน 55 เข้ามาหาเราค่ะ

เดาว่านางคงเป็นอาสาสมัครมาดูแลนักท่องเที่ยว เพราะนางทำไม้ทำมือถามเราว่า จะฝากกระเป๋าใช่ไหม แล้วก็พาไปที่ช่องเก็บกระเป๋าแบบหยอดเหรียญ สาธิตวิธีการใช้งานเสร็จสรรพค่ะ แล้วนางก็จากไป 555

เก็บกระเป๋าเสร็จ ก็เข้าไปซื้อตั๋วในอินฟอร์เมชั่นค่ะ เป็นตั๋ววันเหมือนกันนะคะ เลือกแบบที่ขึ้นได้ทั้งloop bus และ รถราง เพราะว่า เราจะไปสวนSuizenji Jojuen กันด้วยค่ะ

ได้ตั๋วมาแล้ว เดินมาหน้าสถานี รถรางจอดรออยู่พอดีค่ะ รีบขึ้นกันเถอะ

ขึ้นรถรางไปลงสถานีตามที่เจ้าหน้าที่บอกไว้ เดินไปอีกหน่อย ก็ถึงค่ะ ปราสาทคุมะโมโตะ

แต่ว่า ถึงแค่ประตูทางเข้าแค่นั้นนะคะ 555 กว่าจะถึงตัวปราสาท หนทางอีกยาวไกล และชันเอาเรื่องเลยทีเดียว

มาถึงตรงนี้ คุณนายไม่ยอมเข้าปราสาทแล้วค่ะ บอกว่าจะรอตรงนี้ ให้ร่วมวงเข้าไปคนเดียว ลุยเดี่ยวทั้งปราสาทหลังเล็กหลังใหญ่เลยทีเดียวค่ะ

เริ่มจากหลังเล็กก่อน เพราะลังเลว่าหลังใหญ่ช่างสูงจัง 555 แต่เอาเข้าจริง หลังเล็กนี่หล่ะ โหดจริง
บันไดชันและแคบสุดๆ

ปีนป่ายจนพอใจก็ได้เวลากลับค่ะ เดินตามๆ เขาไปตรงทางออก มีรถชัทเทิ้ลบัสฟรี ไปส่งที่ศูนย์นักท่องเที่ยวด้านหน้า


จากนั้นก็ถามทางเขาไปเรื่อยๆ ค่ะ ไปจนถึงสถานีรถราง แล้วนั่งรถรางไปสวนSuizenji Jojuen
ขึ้นรถรางไป พนักงานก็บริการดีเหลือหลาย พอเราถามว่า ต้องลงป้ายไหน เขาก็เอาแผนที่รถรางให้ แล้วพอถึงป้ายยังบอกทางเราด้วยว่าลงแล้วเดินไปทางนั้นทางนี้นะ ใจดีจริงๆ

ค่าตั๋วเข้าสวนคนละ 400 เยน แต่มีบัตรรถรางแบบวันเดียว ลดราคาได้ เหลือคนละ 360 หรือ 320 เยนนี่หล่ะ จำไม่ได้แล้ว

ชมสวนจนเย็น เขาจะปิดนั่นแหละค่ะ สวนปิดหกโมงเย็นนะคะ


เห็นเนินสูงๆ นั่นไหม ว่ากันว่า คือภูเขาไฟฟูจีจำลอง เพราะสวนนี้เหมือนเป็นการจำลองการเดินทางจากเกียวโต สู่โตเกียวค่ะ
ตรงปากทางเข้าสวน มีร้านผลไม้อยู่ ด้วยความที่ติดใจจากนางาซากิ คุณนายเลยซื้อลูกพลับกับแอปเปิ้ลอีกค่ะ

ขากลับนั่งรถรางไปแวะย่านการค้า ถ้าจำไม่ผิด เหมือนจะลงป้าย Suidocho ค่ะ เดินหาร้านทานอาหารเย็นกัน
แต่ก่อนจะถึงร้าน ผ่านร้านผลไม้อีกแล้ว 555 และลูกพลับก็ราคาดีเสียด้วย แวะซื้อลูกพลับอีกสี่ลูก บวกแอปเปิ้ลอีกค่ะ หนักสิคะ 5555

ไปหาข้าวทานกันค่ะ ตอนแรกมีร้านที่เจอในเว็บ ว่าจะตามรอย แต่เดินแล้วงงค่ะ หาไม่เจอสักที กินๆ สักร้านเหอะ เพราะเดี๋ยวจะกลับไปไม่ทันรถไฟ

เปิดเข้าไปกินราเมงร้านนี้ค่ะ สองหนุ่มช่วยกันทำ เหมือนจะมีแนะนำในนิตยสารด้วย แต่ เค็มมมมมม อะ 55


กินเสร็จ ก็ขึ้นรถรางกลับสถานีรถไฟค่ะ 

งุนงงเล็กน้อย หาทางกลับไปเอากระเป๋าไม่ถูก รีบวิ่งเข้าไปในอินฟอร์เมชั่น ที่กำลังจะปิด ถามหาทางออกฝั่งอีสต์ อยู่ไหนอะ 555 ชี้ไม้ชี้มือให้ลงลิฟต์ เออ ใช่ ขามาก็ลงลิฟต์นี่หล่ะ

นั่งรถไฟกลับฮากะตะกันค่ะ ลาแล้วนะคุมะม่ง 555 มีปัญญาจะกลับมาหาใหม่

ก่อนเข้าที่พักแวะซื้อขนมในห้างที่สถานีหน่อยค่ะ จะได้เอาไว้กินตอนเช้า
พนักงานขายถามละเอียดลออมากก จะกินตอนไหน อีกกี่ชั่วโมง มีตู้เย็นแช่ไหม คือเขาจะใส่ซองคล้ายๆ น้ำแข็งแห้งให้ ครีมข้างในมันจะได้ไม่ละลาย เอาช้อนไหม ช้อนกี่คัน โอ้ว 555 

ได้เสบียงแล้ว กลับไปพักผ่อนกันค่ะ พรุ่งนี้เราจะไป K2 กันค่ะ จะเป็นที่ไหน ไปด้วยกันนะคะ












Create Date : 03 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2558 10:00:07 น. 0 comments
Counter : 317 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ร่วมวงด้วยคน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ร่วมวงด้วยคน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.