++ใครทำอะไรที่ไหน ขอไปร่วมวงด้วยคน++
Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2554
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
13 พฤศจิกายน 2554
 
All Blogs
 
+&+&+ หนีน้องน้ำจากเมืองไทย ไปผจญภัยในปักกิ่ง ตอนที่ 3 Mutianyu Great Wall +&+&+

วันนี้เรารีบตื่นแต่เช้าค่ะ เพราะรู้แล้วว่า รถที่จะไปกำแพงเมืองจีนด่านมู่เถียนอวี้นั้นมีสองเที่ยวต่อวันเท่านั้น คือ เจ็ดโมงเช้า และแปดโมงครึ่ง

ถึงกระนั้นเราก็ยังคิดว่าไม่น่าจะไปทันเจ็ดโมงเช้าอยู่ดี ออกจากโรงแรมไปก่อนเจ็ดโมงเล็กน้อย แต่ฟ้ายังไม่สว่างเลย

จากสถานีรถไฟ ตงจื่อเหมิน เดินออกมานอกอาคาร แล้วเลี้ยวซ้าย

จะเจอถนนตัดผ่าน (ไม่ใช่ทางเข้าตึก) ให้เลี้ยวซ้ายอีกที

(ในรูปนี่ถ่ายตอนขากลับมาแล้ว จะเห็นตึกตรงข้ามถนนที่ว่าหน้าตาแบบนี้)



เดินไปจนถึงป้ายรถเมล์เมื่อวานนี้ เจอเจ้าหน้าที่หญิงสองคนยืนอยู่ พร้อมกับผู้โดยสารที่นั่งรอจำนวนหนึ่ง

พอเราไปถึงเขาก็ถามว่าเราจะไปไหน เอาชื่อภาษาจีนของด่านมู่เถียนอวี้ยื่นให้ เขาก็บอกว่าให้นั่งรอตรงนี้แหละ

ป้ายบนหลังคาเป็นสาย ๙๓๖ แต่ทำไมตรงป้ายเขียนเลข ๘๖๗ ก็ไม่รู้




สาย ๘๖๗ ไปวัดหงหลัว แต่เห็นสาย ๙๓๖ จอดอยู่อีกล็อคนึงติดๆ กัน



แปดโมงตรง รถสาย ๘๖๗ มาจอดหนึ่งคัน พนักงานที่ยืนที่ป้าย เรียกคนจะไปวัดหงหลัวไปขึ้นรถ

หลังจากนั้น ก็มาเรียกให้คนไปมู่เถียนอวี้ไปยืนรอคิว ในแถวมีทั้งไทยจีนฝรั่ง นานาชาติมากๆ แต่รอแล้วรอเล่า รถก็ยังไม่มา

คุณนายก้มดูนาฬิกา นี่มันจวนจะเก้าโมงแล้วนะ ทำไมรถยังไม่มาอีกล่ะ
จนกระทั่งเก้าโมงค่ะ สาย ๘๖๗ อีกคันวิ่งมาจอด

พนักงานที่ป้ายคุยกันแล้วก็เลยบอกให้เราขึ้นรถคันนี้ได้เลย ค่ารถคนละ ๑๖ หยวนนะคะ (มีกระเป๋าเงินคอยเดินเก็บตังค์ค่ะ) แต่ว่าเราซื้อบัตร IC การ์ด หรือว่า อี้ข่าท่ง มาแล้ว ก็ใช้แปะได้เลย ค่ารถหักกลบลบหนี้แล้ว เหมือนจะเหลือแค่หกหยวนกว่าๆ เท่านั้นเอง

รถขับนานเหมือนกันค่ะ ไปส่งตามป้ายต่างๆ จนถึงอู่รถที่วัดหงหลัวก่อน แล้วกระเป๋าก็วิ่งลงรถไปคุยกับนายท่า สักพักก็วิ่งออกจากอู่ ไปส่งเราที่มู่เถียนอวี้ กระเป๋าถามในรถว่า มีใครลงป้ายอื่นหรือเปล่า ก็ไม่มีใครตอบค่ะ

ไม่แน่ใจว่า ไม่มีลง หรือฟังกระเป๋าพูดไม่รู้เรื่อง ๕๕๕

ระหว่างทาง กระเป๋าจะแนะนำวิธีการขึ้นกำแพง เป็นพวกกระเช้าต่างๆ พวกนี้ค่ะ เขาก็น่ารักนะ เห็นเราพูดไม่ได้ ก็พยายามจะหาคนบนรถมาอธิบายให้เราฟัง

จนสุดท้ายไปถึงด่านแล้ว เขาก็ยังพานักท่องเที่ยวไปซื้อตั๋วขึ้นด้วย
ร่วมวงฯ พยายามอธิบายว่าอยากขึ้นกระเช้าแล้วลงด้วยรถเลื่อนน่ะ ได้มั้ย
คือจะไม่ซื้อตั๋วกระเช้าไปกลับ กว่าจะคุยกับคนขายตั๋วหน้าบู๊ดบูดรู้เรื่อง ว่าถ้าอย่างนั้นให้เราไปซื้อตั๋วขากลับข้างบนก็เหนื่อยเอาเรื่องอยู่

ก่อนเขาจะไปจากเรา กระเป๋าบอกเราด้วยว่า มีรถกลับสองเที่ยวคือบ่ายสองและบ่ายสี่ ให้ไปขึ้นรถตรงที่เราลงรถมาน่ะแหละ



กระเช้าชันเอาเรื่องอยู่ ชันกว่ากระเช้าที่ฮ่องกงเยอะเลย



สุดท้ายกระเช้าก็พาเราขึ้นมาบนนี้ค่ะ




จากนั้นก็ต้องปีนขึ้นกำแพงอีกนิดหน่อย



แล้วก็เดิน เรื่อย เรื่อย ๕๕



เหนื่อยก็นั่งพัก



แล้วก็เดินต่อ



จนกระทั่งตอนจะลงเนี่ยแหละค่ะ ปัญหาก็เกิด

เพราะว่าตอนก่อนขึ้นมา ถามคุณนายแล้วว่ากล้าขึ้นหรือเปล่ารถสไลด์น่ะ ชี้รูปให้ดู คุณนายก็บอกว่าได้ไม่เป็นไร

พอมาถึงที่ขายตั๋ว อ้าว เขานั่งคนเดียวนี่เธอ ไม่เอา ฉันนึกว่านั่งสองคน ไปนั่งกระเช้านั่นดีกว่า

กระเช้าที่คุณนายว่า หมายถึงกระเช้าที่นั่งห้อยขาอยู่กลางอากาศน่ะ เง้อ ไม่เอานะแม่นะ น่ากลัวกว่าอีกอะ

เถียงกันไปมา จนกล่อมคุณนายนั่งรถสไลด์ได้แล้วเชียว ก็เลยไปซื้อตั๋ว
แต่พอไปต่อคิวจะขึ้นรถ คนเก็บตั๋วไล่ให้เราไปเปลี่ยนตั๋วเป็นกระเช้าห้อยขาอะ ไม่รู้ทำไม คงจะกลัวคุณนายหัวใจวาย ฮืออ

สุดท้ายก็เลยต้องนั่งห้อยขาลงมา น่ากลัวมาก



พอลงมาข้างล่าง จากที่คิดว่าจะกลับรถเที่ยวบ่ายสองไม่ทัน เพราะเรามาถึงก็เกือบเที่ยงแล้ว
แต่ดูนาฬิกาแล้วเหลือสิบนาทีจะบ่ายสอง ก็เลยรีบไปรอรถกัน

เนื่องจากกลับลงมาได้เร็ว (แต่ขากลับรถติดมากๆ) ก็เลยไปแวะที่สถานีหย่งเหอกง กินข้าวที่ร้านนี้ค่ะ







กินอิ่มประมาณหกโมงได้ ตัดสินใจว่าจะไปสนามกีฬารังนก แต่ว่า พอไปถึงสถานีรถไฟสาย ๘ ซึ่งเป็นสายโอลิมปิกไลน์ ก็เจอป้ายนี้เข้าให้ กิ๊ดด


อ่านไม่ออก แต่พอเดาได้ว่าคงจะไม่วิ่งตั้งแต่วันที่ ๑๕ ตุลาที่ผ่านมาแล้ว ออกจากสถานีรถไฟสาย ๑๐ ซึ่งเชื่อมต่อกับสาย ๘ เจอสภาพแบบนี้ค่ะ



ข้ามถนนไปตรงกลาง กะจะเรียกแท็กซี่ เจอเด็กๆ วัยรุ่นเล่นสเก็ตกันเป็นฝูงเลย เข้าไปถามเขา เขาก็ชี้ทางให้เดิน ถามว่าไกลมั้ย เขาบอกไม่ไกล

เอ่อ เดินนะลูก ไม่ได้ไถสเก็ตไปอะ




แต่เราก็เดินเถียงกันไปจนถึงจนได้



ขากลับยิ่งหนักกว่าเก่า หาแท็กซี่กลับที่พัก ก็ไม่มีแท็กซี่เอาซะเลย ต้องกระโดดขึ้นแท็กซี่ที่ติดไฟแดงกลางแยก ๕๕ แถมแท็กซี่ไม่รู้จักที่พัก

เราเลยบอกให้ไปส่งสถานีรถไฟใต้ดินป้ายที่เราลงทุกวัน แต่พอนั่งๆ ไป เห็นซอยชื่อเหมือนซอยโรงแรมที่พัก วิวก็คุ้นๆ เลยบอกแท็กซี่จอด แต่ปรากฏว่ามันผิดซอยอ่ะ ๕๕๕

สุดท้ายก็เดินไปลงรถไฟใต้ดินกลับที่พักจนได้ เฮ้อ เดินกันจนขาแทบหลุดเลยทีเดียววันนี้




Create Date : 13 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2554 16:28:32 น. 0 comments
Counter : 352 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ร่วมวงด้วยคน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ร่วมวงด้วยคน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.