++ใครทำอะไรที่ไหน ขอไปร่วมวงด้วยคน++
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2558
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
30 ตุลาคม 2558
 
All Blogs
 
3K Trip ตอนที่ 2 25 Hours In Nagasaki

  วันนี้เราจะเริ่มใช้พาสนอร์ทคิวชูเดินทางไปนางาซากิกันค่ะ จองที่นั่งเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เช้ามาก็รีบเก็บของเอาไปฝากไว้ที่ล็อบบี้ด้านล่างโรงแรมค่ะ พรุ่งนี้เราจะกลับมาพักที่นี่ต่ออีก เอาของไปเฉพาะที่จำเป็นสำหรับหนึ่งวันหนึ่งคืนก็พอ






รถไฟมาแล้วค่ะ



เจ้าขบวนนี้ชื่อ Kamome ค่ะ ขึ้นหลายรอบอยู่เหมือนกันนะทริปนี้




เกือบๆ สิบโมง ก็ถึงสถานีนางาซากิค่ะ ตรงเวลาเป๊ะๆ
เราตรงไปที่โรงแรมที่จองไว้ อยู่ฝั่งตรงข้ามกับสถานีเลยค่ะ ฝากกระเป๋าเสื้อผ้าเขาไว้ กับซื้อตั๋วรถรางแบบ One day (อีกแล้ว 555) จะได้ไม่ต้องห่วงเวลาขึ้นๆ ลงๆ แล้วหลงทิศหลงทางค่ะ



ค่าตั๋ว 500 เยนค่ะ ถ้าขึ้นเป็นเที่ยวๆ รู้สึกว่า จะเที่ยวละ 120 เยน ได้ตั๋วแล้วไปรอรถรางกันค่ะ สถานีนี้ เบอร์ 27 ขึ้นลงประจำ 555 อยู่หน้าสถานีรถไฟนางาซากิเลยค่ะ



แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ เรายังไปเที่ยวไม่ได้ เพราะว่าคืนนี้ เรามีแผนจะขึ้นไปชมวิว บนภูเขาอินาสะกัน 
ซึ่งช่วงนี้กระเช้าขึ้นเขา ปิดให้บริการค่ะ เพราะฉะนั้น เราต้องขึ้นรถบัสไป และรถบัสมีเพียงแค่วันละประมาณ 5-6 เที่ยวเท่านั้นค่ะ เพราะฉะนั้น ต้องไปจองตั๋วรถบัสกันก่อน

เดินข้ามสะพานลอยกลับไปที่ฝั่งสถานีรถไฟก่อนค่ะ ที่จองตั๋วอยู่ในตึกแถวด้านหน้าสถานี เยื้องไปทางด้านข้างหน่อย ติดกับห้องที่เป็นสถานีตำรวจเลยค่ะ

 ตรงที่มีป้ายฟ้าๆ รถตำรวจจอดอยู่นั่นแหละค่ะ เข้าไปเลย จองตั๋วรอบห้าโมงยี่สิบ เจ้าหน้าที่ออกใบจองมาให้ พร้อมกับเขียนไว้ในใบว่า ให้เรามา สี่โมงสี่สิบถึงห้าโมง ถ้ามาช้ากว่านี้ จะถือว่ายกเลิกการจองค่ะ

ทีนี้ก็ไปเที่ยวกันได้แล้วค่ะ ไปอนุสาวรีย์สันติภาพก่อนค่ะ นั่งรถรางไปลงป้าย 19 ค่ะ

ลงมาแล้วก็งงๆ เดินทางอยู่พัก ก็เจอทางแบบนี้ มันต้องมีอะไรอยู่บนนั้น 555


ตรงขึ้นไปด้านบน เจอน้ำพุก่อนค่ะ



ระหว่างผลัดกันถ่ายรูปอยู่นั่นเอง ก็เห็นกลุ่มนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่ง เดินมารอถ่ายรูปเหมือนกันค่ะ เราก็เลยเกรงใจ บอกให้เขาถ่ายก่อน แต่เขาบอกประมาณว่า เขามากันหลายคนนะ เราจะรอนาน เกี่ยงกันอยู่พัก เราก็เลยหลบมาถ่ายมุมอื่นแทน 55



ระหว่างนั้นมีกลุ่มนักเรียนกลุ่มใหญ่ น่าจะมาทัศนศึกษาอะไรสักอย่างค่ะ แล้วเขาก็ยืนไว้อาลัย และร้องเพลง

ไม่น่าเชื่อว่า ร่วมวงฟังภาษาญี่ปุ่นไม่ออกสักคำนะคะ แต่ว่าพอได้ยินเสียงเพลงที่เขาร้อง จะด้วยน้ำเสียง หรืออะไรก็บอกไม่ถูกค่ะ น้ำตาก็ซึมออกมา



คุณลุงคนที่ใส่หมวกในภาพนี้ อายุ 84 ปีค่ะ เป็นผู้รอดชีวิตจากระเบิดในวันนั้น คุณลุงมาประจำการอยู่ตรงจุดนี้เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวเมื่อเจ็ดสิบปีก่อนให้ผู้คนที่มาท่องเที่ยวได้ฟังกัน และได้รับรู้ว่า สงครามไม่เคยปราณีใคร และไม่เคยให้ประโยชน์อย่างแท้จริงกับใครเลยค่ะ

ผู้คนมากมายต้องสูญเสียชีวิต และครอบครัว ไม่เพียงแค่ตาย แต่ตายอย่างทุกข์ทรมานด้วยค่ะ


หดหู่กันมากพอแล้ว เดินดูดอกไม้สวยๆ แถวนั้นกันบ้างดีกว่าค่ะ



กลับลงมาจากอนุสาวรีย์สันติภาพ เราก็เดินต่อไปยัง

Nagasaki Atomic Bomb Museum ค่ะ


กว่าจะเดินขึ้นไปถึง ก็เล่นเอาหอบเหมือนกันนะคะ ทางขึ้นเนินล้วนๆ เลย ไปถึงด้านหน้า เจอเจ้าตัวนี้รอต้อนรับค่ะ คาดว่าเป็นมาสคอตสถานที่ท่องเที่ยวของเมือง เพราะว่าเห็นแทบทุกจุดที่ไปเลยค่ะ



คุณลุงเจ้าหน้าที่ออกมาต้อนรับ พอเราถามหาที่ซื้อตั๋ว คุณลุงชี้มือลงไปทางด้านล่าง ต้องเดินวนลงมาค่ะ


ซึ้อตั๋วแล้วก็เข้าไปชมได้เลยค่ะ อย่าชมนาน มันหดหู่หัวใจ




ช่วงก่อนทางออก มีการแสดงศิลปะเล็กน้อยค่ะ




ออกจากมิวเซียมกันดีกว่าค่ะ เดินกลับมาทางเก่า เห็นลุงกับป้าคู่หนึ่ง เดินเข้าไปในสวนอะไรสักอย่าง ก็ตามเขาไปค่ะ 555



มันคืออีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่อยู่ในแผนที่เลยทีเดียวค่ะ





จากนั้นเราไปแวะซื้อขนมคัสเทลล่าที่ร้านดั้งเดิมมาค่ะ จริงๆ ตอนแรกนึกว่าจะนั่งทานที่ร้านได้ จะได้รองท้อง แต่คุยกันไม่เข้าใจ 55 ก็เลยซื้อกลับมากินที่โรงแรมก็ได้



ตามลายแทงบอกว่า ออกจากร้านให้เดินเลี้ยวซ้าย ข้ามสะพานมา ก็จะถึง Dejima แล้ว

เราก็เดินตามทางเลยค่ะ ดูความคิกขุของประเทศชาติบ้านนี้สิคะ 55


ถึงแล้วค่ะ Dejima เป็นเมืองเล็กๆ ที่ชาวต่างชาติที่มาทำงานในญี่ปุ่นยุคหนึ่ง โดนจำกัดบริเวณให้พักอาศัยในนี้ค่ะ เพราะกลัวว่าจะมาเผยแผ่วัฒนธรรม 




อยากใส่กิโมโนดูเหมือนกันนะ 55 แต่เห็นว่า พื้นที่บางส่วนปิดซ่อมอยู่ค่ะ ใส่ไปก็คงวิวไม่สวยเท่าไหร่เน๊าะ 



นักเรียนมาทัศนศึกษากันเต็มเลยค่ะ ทั้งเด็กเล็กเด็กโต


เดินมาจนสุดที่โบสถ์ด้านหลัง เราก็เดินกลับค่ะ ซึ่งที่จริง ถ้าเราออกประตูด้านหลังตรงนี้ ก็จะไปทะลุกับป้ายรถรางตรงไชน่าทาวน์แล้ว แต่เราไม่ใช่คนแถวนี้อะ ก็เลยไม่รู้ 555 เดินอ้อมกลับมาขึ้นรถรางซะงั้น

ไปหาอะไรกินที่ไชน่าทาวน์กันค่ะ

มาเมืองนี้เขาว่าต้องกินจัมปง จัดไปหนึ่งกาละมัง 55

ของคุณนายเป็นจาจังเมี่ยน หรือว่า ก๋วยเตี๋ยวรสเผ็ดค่ะ ถ่ายรูปไม่ทัน นางคงหิวมากจริงๆ 55 เขามีถัวยแบ่งมาให้ด้วยสำหรับชามนี้ แต่เหมือนจะไม่ต้องใช้ ซัดคนเดียวหมดจริงๆ 

ต่อด้วยหมั่นโถวไส้สามชั้นพะโล้ ที่เป็นเมนูบังคับว่าห้ามพลาด


อิ่มแล้วออกเดินทางต่อไปยัง Glover garden ค่ะ 

ตรงสถานีไชน่าทาวน์นี่จะพิเศษหน่อยค่ะ เพราะว่าเป็นสถานี Transfer ถ้าสมมติว่าเราจะเปลี่ยนสายรถราง โดยไม่ต้องเสียตังค์ใหม่ (กรณีที่ไม่ได้ใช้ตั๋ววัน) ให้ขอตั๋วทรานสเฟอร์กับคนขับเลยค่ะ เขาจะฉีกตั๋วมาให้เป็นกระดาษใบเล็กๆ ใช้หยอดแทนค่าโดยสารสำหรับรถรางสายที่เราไปต่อค่ะ

ลงป้ายสุดท้ายเลยนะคะ รู้สึกจะเบอร์ 51 ค่ะ เราเดินผ่านร้านขายผลไม้ค่ะ 555 คุณนายแวะซื้อลูกพลับกับแอปเปิ้ลอย่างละลูก หนักเอาเรื่องอยู่ แล้วเราก็ขึ้นลิฟต์ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่า เขาทำไว้สำหรับให้ใครขึ้น น่าจะเป็นคนพิการน่ะค่ะ แต่ขอป้าขึ้นหน่อยเถอะ ให้ขึ้นบันไดไป คงไม่ไหวแล้วจริงๆ วันนี้



ออกจากลิฟต์มา เจอแบบนี้ค่ะ




ซื้อตั๋วเข้าไปชมวิวชมสวนกันก่อนนะ เหมือนว่าตั๋ววันรถรางจะมีส่วนลดค่าเข้าชมด้วยนะคะ












เดินเล่นกันพอสมควร ก็กลับค่ะ เดี๋ยวไม่ทันรถที่จองไว้ขึ้นเขาอินาสะ

เดินผ่านโบสถ์นี้ น่าจะมีการถ่ายทำอะไรสักอย่างอยู่ ถามคุณนายว่าจะเข้าไปดู(โบสถ์)ไหม คุณนายบอกว่า ก็ดูแล้วนี่ไง 555 นางเดินไม่ไหวแล้วหล่ะ

เติมพลังกันสักนิดเน๊าะ


เรากลับมาถึงสถานีนางาซากิเร็วกว่าที่คาดไว้เล็กน้อยค่ะ ก็เลย ไปเช็คอินที่โรงแรมก่อน ล้างหน้าล้างตา แล้วถึงไปติดต่อตรงจุดที่จองบัสไว้

จ่ายเงินคนละพันเยน ก็จะได้สติ๊กเกอร์มาแปะหน้าอกคนละอัน



คิดถูกนะคะ ที่จองรถไว้ก่อน เพราะตอนที่มาจ่ายเงินนั่น ที่หน้าเคาน์เตอร์เขียนไว้ว่า ทั้งรอบ 17.20 และ รอบ 18.40 เต็มทั้งสองรอบเลยค่ะ



คุณลุงคนขับรถบอกว่า รถเที่ยวที่เราจะขึ้นไป เป็นเวลาที่พระอาทิตย์จะตกพอดี แล้วก็บอกว่า ให้เราจำรถคันนี้ให้ดีนะ แล้วให้กลับมาถึงรถให้ทันเวลา 18.10 



มีการจอดแวะให้เราชื่นชมพระอาทิตย์ตรงจุดชมวิวระหว่างทางแป๊บนึงด้วยค่ะ

นี่ไง พระอาทิตย์กำลังจะตกพอดีจริงๆ ด้วย





ชมวิวกันประมาณเกือบครึ่งชั่วโมงได้ค่ะ ก็ได้เวลากลับแล้ว



พอขึ้นรถครบ คุณลุงคนขับบอก ขอบคุณทุกคนที่มาทันเวลา 555 ทำให้เขาไปรับผู้โดยสารเที่ยวถัดไปได้ทันเวลาพอดี

เห็นมืดๆ อย่างนี้เพิ่งจะหกโมงนิดๆ เองนะคะ

ลงมาข้างล่างตรงตามเวลารอบถัดไปเป๊ะ ได้เวลาหาอาหารกินแล้วล่ะค่ะ

ร่วมวงจำได้ว่าตอนนั่งรถรางกลับมาจาก 

Nagasaki Atomic Bomb Museum ผ่านห้างๆ หนึ่งค่อนข้างใหญ่ 

ก่อนจะถึงสถานีนางาซากิไม่กี่สถานีค่ะ เพราะงั้น เราไปหาอะไรกินในห้างนี้กันดีกว่า 

มันคือห้าง Coco Walk ค่ะ ปรากฎว่าเดินเข้าไปปุ๊บ เจอซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่เลย ชื่อ Red Cabbage ได้เวลาช็อปสิคะ






ได้อาหารเย็นเป็นซูชิสองถาดนี้ค่ะ แล้วก็ได้ไอติมชาเขียวมาอีกแท่ง กลับมากินที่โรงแรม แต่ปรากฎว่ากินซูชิกับลูกพลับแล้วอิ่มมากค่ะ กินไอติมไม่ไหว 

แช่ตู้เย็นไว้กินเช้าแล้วกัน 55

หมดไปสิบกว่าชั่วโมงแล้วค่ะ นางาซากิ เหลือเวลาอีกครึ่งทาง พรุ่งนี้เราไปเที่ยวนางาซากิกันต่อนะคะ



Create Date : 30 ตุลาคม 2558
Last Update : 30 ตุลาคม 2558 22:02:55 น. 0 comments
Counter : 404 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ร่วมวงด้วยคน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ร่วมวงด้วยคน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.