++ใครทำอะไรที่ไหน ขอไปร่วมวงด้วยคน++
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2551
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
22 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 
ตามตรูดแก๊งเอฟไป (หลงทาง) ติดๆ part 5@ฮ่องกง

เช้าวันรุ่งขึ้น พวกเราตื่นขึ้นมาพร้อมกับสายฝนที่ตกกระหน่ำลงมาทั้งคืน

และไม่มีวี่แววว่าจะหยุดแต่อย่างใด

แต่..... ในเมื่อมาแล้ว ยังไงก็ต้องเที่ยว ฝนแค่นี้รึ จะหยุดเราได้ คิดได้ดังนั้นก็รีบออกเดินทางไปวัดนางชีทันที

ออกจากสถานีไดมอนฮิลมาได้ ก็พบว่าฝนตกกระหน่ำ เลยเดินเล่นที่ห้างฮอลีวู้ดแทนไปพลางๆ ก่อน หาอาหารเช้ากินด้วย

ปรากฏว่าพอเดินเข้าไปในฟู้ดคอร์ท ร้านอาหารยังไม่ค่อยเปิดกันเลย เดินวนไปวนมาก็ยังหาอะไรกินไม่ได้ (สั่งก็ไม่ค่อยจะถูกด้วย) สุดท้ายเดินไปชี้ป้าบเข้าที่ข้าวผัดตัวอย่างที่เขาทำโมเดลไว้ที่หน้าร้าน แต่พอเดินเข้าไปสั่งจริงๆ เขาบอกว่า ไอ้นั่น คือหมายถึงข้าวผัดหน่ะ เขาขายมื้อเที่ยง ตอนนี้ไม่มี

จะสั่งกาแฟให้มารดา อีก็บอกว่าขายเป็นชุด ไม่ขายกาแฟอย่างเดียว ฟระ ทำไมมันยุ่งยากอย่างงี้ สุดท้ายก็ได้ไส้กรอก ไข่ดาว มาชุดนึง พร้อมกับกาแฟ

ส่วนอีกสองคน ได้โจ๊กจากการจิ้มๆ รูปที่แปะเอาไว้หน้าร้านมา เป็นโจ๊กไข่เยี่ยวม้าชามนึง กับโจ๊กเครื่องในหมูอีกชามนึง

โจ๊กไม่อร่อยเลย ไม่เหมาะสมแก่การเป็นโจ๊กฮ่องกง อิอิ

กินโจ๊กเสร็จ ฝนก็ยังไม่หยุดตก งืออ เดินไปเดินมา ได้หนมเค้กมาสองสามชิ้น ส่วนคุณน้า ได้แผ่นเกมเพลสเตชั่นมาสองแผ่น หลังจากคนขายโอ้โลมปฏิโลมอยู่สามชั่วโมงเศษ

เพราะคุณน้าแกเป็นประเภท เลือกให้หน่อย น้าเลือกไม่เป็น ไม่เคยเล่นเกม จะซื้อไปฝากลูกชายที่ทำร้านเกม แต่เอ๊ะ มันก็แพงเหมือนกันนะ ซื้อไปแล้วเขาจะชอบมั้ย เด็กเล่นเกมแบบไหน ซื้อไปแล้วเขาจะมีแล้วหรือยัง แต่ก็อยากซื้อไปฝากเขาน่ะ เขาบอกให้ดูมาให้ด้วย แต่เอ๊ะ จะเอาแผ่นไหนดี แผ่นไหนป๊อบที่ฮ่องกง โห แต่แผ่นนี้มันก็แพงเหมือนกัน บลาๆๆ

หนำซ้ำ พอตัดใจซื้อได้แล้ว คุณน้าก็ยังไม่วาย เอ๊ะจะจ่ายเงินสด หรือจะรูดบัตรดี จ่ายเงินสดดีกว่าเนอะ เอ๊ะ รูดบ้ตรดีกว่าเพราะว่าเดี๋ยวเผื่อไปข้างหน้าจะไม่มีให้รูด เฮ้อ เหนื่อยแทนคนขายเลย (เอ๊ะ หรือจะเหนื่อยแทนตัวเองดี อิอิ เริ่มติดเชื้อ)

เรื่องซื้อของของคุณน้านี่ คงมีมาเม้าท์ได้เรื่อยๆ เป็นระยะๆ ตลอดการเดินทาง เพราะว่านี่ มันแค่เริ่มต้นเท่านั้นเอง ฮ่ะๆ

ดูเวลาแล้วชักเริ่มสาย ออกมาดูหน้าห้างอีกที ฝนซาไปหน่อยเดียว แต่เอาเหอะไม่งั้นได้อยู่ห้างนี้ทั้งวันแน่ๆ ไปวัดกันดีกว่าเนะ

ไปถึงกระไดขึ้นวัด เอ๊ะ ทำไมเขาไม่ให้ขึ้นอ่า คราวก่อนขึ้นทางนี้นี่หน่า

ฝนยิ่งตกๆ อยู่ จะให้เดินอ้อมไปไหนเนี่ย

แฉะไปหมด จะถ่ายรูปก็ไม่ได้ดั่งใจเล๊ยยยย ต้องแอบๆ ถ่าย กลัวกล้องเปียกฝน



สักพักก็ข้ามไปเปียกที่สวนหนานเหลียนต่อ
ปีก่อนตอนมาดูผู้ชายยังไม่มีสวนนี้เลย



เพราะว่ามันเปียก ทุกคนเลยไม่ยอมเดินเข้ามา นั่งรออยู่ใต้สะพานข้างหน้าสวน ปล่อยอิฉันเข้ามาคนเดียว เลยอยู่แป๊บเดียว

จากนั้นก็ไปต่อที่วัดหวังต้าเซียน ฝนก็ยังไม่ยอมหยุด ก็เลยเดินโอ้เอ้อยู่ในห้างที่สถานี (อีกแล้ว ฮ่ะๆ) ได้ถุงเท้าเบลาโน่มาสองคู่ คู่ละแปดเหรียญ เพราะว่ามารดาถุงเท้าเปียก

ซื้อถุงเท้าเสร็จแล้ว ก็จะเดินไปวัด แต่ดันไปเดินผ่านร้านนี้เข้า เลยลองเข้าไปกินดูดีกว่า

อาหารกลางวัน วันนี้



อิ่มแล้ว ไปต่อกันดีกว่าเน้ ไปมันเปียกๆ เนี่ยแหละ
ด้านหลังวัด เป็นสวนอะไรสักอย่าง คราวที่แล้วมาไม่ได้เดินเข้ามาเหมือนกัน



ออกจากวัดหวังต้าเซียน ก็บ่ายมากแล้ว ไม่เคยใช้เวลากับสองวัดนี้นานขนาดนี้เลย ก็เลยตัดสินใจตัดวัดเจ้าแม่กวนอิมตามแผนออก

มุ่งหน้าไปคอสเวยเบย์ กะว่าจะไปตึกไทม์สแควร์ ไปหาของไม้ๆ ที่เขาแนะนำกันนักหนามาลองชิม แต่โผล่ขึ้นไปแล้วงงมาก เห็นแต่คนเต็มไปหมด ไทม์สแควร์ไปทางไหนฟระเนี่ย

หาไม่เจออ่า ห้างแถวนี้ไฮโซมากๆ ไม่เหมาะกับพวกเราเลย อิอิ ขึ้นรถรางกันดีกว่า

ขึ้นรถรางแบบมั่วๆ ไม่รู้ว่าสายไหนเป็นสายไหน กะว่าจะไปแถวเซ็นทรัล

ระหว่างทาง เขาประท้วงอะไรกันไม่รู้

นั่งๆ ไป เห็นตึกนี้ ลงดีกว่ามั้ง



เห็นป้ายบอกทาง ชี้ทางไปพีคแทรม อ้าว แล้วรถเปิดประทุนไปทางไหนหง่ะ อยากขึ้น แง๊

ถามตำรวจจราจร ว่าพีคแทรมไปทางไหน เขาก็ชี้ไปตามป้าย บอกว่าไม่ไกล เดินก็เดินฟระ

ไอ้ไกลน่ะ ไม่ไกลหรอก แต่มันเดินขึ้นเขานา แหง่บๆๆ หอบอยู่เหมือนกัน

กว่าจะเจอรถเปิดประทุนก็ถึงแล้วอ่า อดขึ้นเลย

แถมอุตส่าห์ขึ้นไปถึงข้างบน แต่ว่า มันไม่เห็นอะไรเลยอ่ะ แง๊

ขากลับ กลับรถเมล์ค่ะ มองแทบไม่เห็นทางไปขึ้นรถเมล์เลย วิวข้างทาง ขมุกขมัว

ลงรถที่ท่าเรือ จะข้ามฟากกลับที่พักแล้ว

พอเรือถึงฝั่ง กำลังจะขึ้นท่า ก็เกิดเหตุขึ้นอีกจนได้

คุณนายกับน้าขึ้นท่าไปแล้ว เหลือแต่กะเหรี่ยงสองตัวเนี่ย รอคิวจะเดินขึ้นจากเรืออยู่ อยู่ดีๆ คลื่นก็แรงมาก ซัดจนกาบเรือที่เขาพาดไว้กับท่า มันตีกลับมาที่เรือ สัญญาณไฟแดงขึ้นมา มีเสียงดังลั่น แง๊ จะมาตายตอนถึงฝั่งเหรอเนี่ย ไม่เอาน้า

สักพัก คลื่นลมก็สงบลง คราวนี้ไม่รอคิวใครแล้ว จ้ำอ้าว ขึ้นจากเรือเลย

จากท่าเรือ ตั้งใจจะเดินกลับที่พัก แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว แวะอเวนิวออฟสตาร์ก่อนแล้วกันเน้

ถึงแล้ว ..... เจ๊คนนี้เขาไม่เมื่อยมั่งหรือไง มากี่ทีกี่ที ก็ยืนชูคบไฟอยู่นี่แหละ


ตะแรกกะว่า เราจะไม่อยู่รอซิมโฟนี่ออฟไลท์แล้ว เพราะหมดสภาพกันมาก แถมรองเท้าของคุณน้า บีบเท้า อยากกลับไปเปลี่ยนรองเท้าเป็นกำลัง ก็เลยเดินทะลุเข้าไปในห้างนิวเวิล์ดพลาซ่า

แล้วคุณน้าก็ไปป๊ะว่า รองเท้าในห้างนิวเวิล์ดพลาซ่านั่น กำลังเซล ด้วยความสามารถในการตัดสินใจซื้อสินค้าของคุณน้า เลยทำให้เราได้ดูซิมโฟนี่ออฟไลท์ไปโดยปริยาย กร๊ากกก

ส่วนอิฉัน ก็ป๊ะว่า กระเป๋าเดินทางในห้างมันกำลังเซลเช่นกัน แล้วก็ไปปิ๊งกระเป๋าเดินทางสีแดงใบเท่ากับที่ซื้อเมื่อคืนเข้า ราคา 298 เหรียญ จ๊ากก มันถูกกว่าที่ซื้อมาเมื่อคืนอีกอ่ะ ฮืออ (ของในห้างด้วย น่าจะของแท้ด้วยนะ)

อุตส่าห์ได้ทำเลในการดูซิมโฟนี่ โดยไม่ต้องกางร่มแล้วเชียว แถมมีขั้นให้ยืนสูงกว่าเดิมอีกหน่อยด้วย แต่แหม่มข้างหน้า จะกางร่มทำไมคะ ฮือ แถวนี้มันมีหลังคานะ

ซิมโฟนี่ออฟไลท์ ในคืนฝนพรำ ไม่เห็นได้รูปสวยๆ แบบน้องเข่อกับน้องดำซักกะรูปหง่ะ

ซิมโฟนี่ออฟไลท์จบแล้ว ลากกระเป๋ากลับที่พักด้วยอาการสะบักสะบอม

ล้างหน้าล้างตาแป๊บๆ แล้วก็ไปหาอะไรกินที่เลดี้มาร์เก็ตกัน

เพราะคราวที่แล้วติดใจเกี๊ยวกุ้งแถวนี้ ก็เลยพามารดามาชิม

แต่ว่าคุณนายกินแล้ว บอกว่ามันเค็มอ่ะ คนอื่นๆ ที่ไปก็ยืนยันว่ามันไม่เค็มนะ มันอร่อย

จนสุดท้ายเลยต้องตักเกี๊ยวคุณนายมาชิม เออ มันเค็มจริงๆด้วย ไมเป็นงี้ฟระ

จากนั้นก็เดินเล่นที่เลดี้มาร์เก็ต น้องกับแม่เดินหายไปไหนแล้วไม่รู้ ทิ้งอิฉันไว้กับคุณน้า

เดินจูงกันเข้าร้านบอสสินี่ ที่ไม่ใช่เอ้าท์เลท อิฉันได้เสื้อมาตัวนึง แต่คุณน้าเนี่ยสิ ไปด้อมๆ มองๆ อยู่ที่ราวกุงเกงอีกแล้ว กิ๊ดดด

น้าลองดีมั้ย จะใส่ได้หรือเปล่า แบบนี้ดีหรือยัง ใส่แล้วเป็นยังไงมั่ง แบบนั้นมันก็ดีนะ จะเอาตัวไหนดี กิ๊ดดดดดด ขอกิ๊ดดดด อีกทีเหอะ

พอคุณน้าลองกุงเกงเสร็จเรียบร้อย (ซึ๋งก็กินเวลาไปครึ่งค่อนชั่วโมง) ก็เดินไปที่ชั้นเสื้อยืดอีก จะซื้อเสื้อไปฝากลูกชาย

ผู้ชายเขาจะใส่แบบไหนนะ ไม่รู้เขาจะชอบหรือเปล่า สีอะไรดีหล่ะ แล้วจะใส่เบอร์อะไร หรือว่าไม่ซื้อให้ดี เดี๋ยวซื้อไปแล้วเขาไม่ใส่

ระหว่างนั้นเอง ที่อิฉัน คว้าเอาเสื้ออีกตัวไปจ่ายตังค์เรียบร้อยแล้ว

เท่านั้นไม่พอ พอคุณน้าได้เสื้อให้ลูกชายแล้ว อิฉันก็เตรียมจะลากออกจากร้าน

ชีก็มาด้อมๆ มองๆ ที่ชั้นเสื้อตัวแรกที่อิฉันซื้อไปหน่ะ

เสื้อแบบหนูก็สวยนะ น้าจะเอาแบบนี้อีกตัวดีมั้ย สีขาวก็สวยดี หรือจะเอาสีเทา เอ หรือไม่เอาดีนะ มันก็แพงเหมือนกัน

จนแม่กับน้องอิฉันมารอหน้าร้าน เราก็เลยเดินออกจากร้านไป ระหว่างทางเดินไปสถานีรถไฟใต้ดิน ชีก็รำพึงรำพันมาตลอดทาง ว่า แต่น้าว่ามันก็สวยดีนะ แต่มันก็แพงเหมือนกัน จนเราต้องย้อนกลับมาที่ร้านบอสสินี่ใหม่ แต่ว่า ฮ่ะๆ ร้านมันปิดไปแล้วอ่ะ

งานนี้อิฉันควรสงสารใครดีเนี่ย




Create Date : 22 พฤษภาคม 2551
Last Update : 22 พฤษภาคม 2551 21:05:39 น. 2 comments
Counter : 432 Pageviews.

 
บรรยายถึงคุณน้าได้ตลกจังค่ะ
เข้าใจเลยค่ะ ว่าบางคนการซื้อของนี่เป็นเรื่องยากจริง ๆ

แปลกนะ เราว่าที่ฮ่องกงอาหารอร่อยแทบทุกอย่าง สงสัยน้องจะ
เป็นคนทานยากหรือเปล่าคะ


โดย: deanie วันที่: 27 พฤษภาคม 2551 เวลา:16:39:33 น.  

 
มาตอบคุณ deanie ช้าไปหรือเปล่าคะ 55 (เกือบปีแค่นั้นเอง)

คือว่า ส่วนตัวก็ไม่ได้ทานยากอะไรหรอกนะคะ แล้วก็รู้สึกด้วยว่า อาหารที่ฮ่องกงก็อร่อยอ่ะค่ะ

แต่ อันนี้คิดเอาเองนะ ว่าน่าจะอร่อยเฉพาะตามร้านข้างๆ ทาง

คือเท่าที่เจอ อาหารในห้างไม่เวิร์คอย่างแรงสักกะร้านเลยค่ะ

ส่วนเกี๊ยวกุ้งร้านนั้น ก็ยังคอนเฟิร์มอยู่ว่ามันอร่อย แต่สงสัยคุณนายจะโดนแจคพอตแบบว่า เกลือหกใส่ตรงนั้นพอดีหรือเปล่า ก็เลยเค็มไปจริงๆ ค่ะ(แต่เค็มชามเดียวนะคะ งงๆ อยู่)

ไม่อีกที ก็อาจจะเป็นความซวยเฉพาะบุคคล ห้ามลอกเลียนแบบค่ะ 55


โดย: ร่วมวงด้วยคน วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:16:08:29 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ร่วมวงด้วยคน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ร่วมวงด้วยคน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.