++ใครทำอะไรที่ไหน ขอไปร่วมวงด้วยคน++
Group Blog
 
 
เมษายน 2549
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
24 เมษายน 2549
 
All Blogs
 
นอนในสวน Park Hotel

หลังจากรอกระเป๋าอยู่พักใหญ่ๆ (ไม่รู้เขาเอากระเป๋าพวกเราไปวนตรงไหนกัน)


พอได้กระเป๋าก็ออกมาหาเอเจนซี่ทัวร์ที่จะมารอรับเราที่สนามบิน

ตามแผนผังบอกว่า ให้เราไปที่โซน B ประมาณล็อค B16

เอเจนซี่บริษัทที่จะมารับเรา ชื่อว่า Princess

เอาวะ กะเหรี่ยงสี่ตัวก็หอบหิ้วกระเป๋าพะรุงพะรังออกเดินตามหา

เอาลายแทงถามผู้คนต่างๆ แถวนั้น ไปยืนด้อมๆ มองๆ ตามป้ายที่เขาชูกันก็แล้ว ก็ยังไม่เห็น

เอาละสิ มันอยู่ไหนกันล่ะเนี่ย พ่อแก้วแม่แก้ว อย่าให้ลูกช้างต้องมาตกระกำลำบากอยู่ต่างแดนเลยนะ คิดไปนั่นเลย - -"

กระทั่ง มีชายหนุ่ม(อีกแล้ว)ที่ถึงจะหน้าตาไม่ดีนัก แต่ใจดีมากๆ ถือป้ายเอเจนซี่อีกแห่งหนึ่ง ชื่ออะไรจำไม่ได้แล้ว ขออภัยด้วย

พอเขาเห็นเราเดินงงงวยอยู่แถวนั้น เขาก็จัดการเข้ามาถามไถ่เราทันที

และพอเขารู้ว่า เรากำลังตามหาเอเจนซี่ไหนอยู่

เขาก็ชี้มือไปที่อีกด้านหนึ่งของสนามบิน

"โน่นแน่ะ ผู้หญิงคนที่ใส่เสื้อเขียวๆ คนนั้นน่ะ บริษัทที่คุณตามหาอยู่"

หลังจากขอบอกขอบใจกันไปแล้ว เราก็รีบตรงไปหาหญิงสาวในชุดเขียวทันที

เธอผู้นี้มีชื่อว่า แครี่

ซึ่งเป็นที่มาของชื่อไฮโซของเราทั้งสี่นั่นแหละ อิอิ

แครี่ บอกเราว่า ให้รอซักพัก เพราะรถที่มารับคนกลับไปส่งที่ในเมืองแล้ว ต้องรอรถรอบหน้า

เราเริ่มกระวนกระวาย เพราะเวลาตอนนั้นก็ปาเข้าไปเกือบทุ่มแล้ว

แล้วโปรแกรมแรกที่เราจะไปดูคือซิมโฟนีย์ออฟไลท์

มันเริ่มแสดง สองทุ่มตรง ไม่มีรีรอเราเด็ดขาด

สายตาฉันจดจ้องไปที่ตู้ซื้อตั๋วรถไฟ airport express ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

ก็มันอยากดูนี่นา ถ้าพลาดคืนนี้ อีกสองคืนก็ไม่ว่างซะด้วย ทำไงดีนะ

แต่ในเมื่อทำอะไรไม่ได้

ก็เลยหันกลับมาทำใจแทน พลางนึกหงุดหงิดเล็กน้อย ที่ต้องเสียเวลารอ

"คราวหน้ามา ไม่เอารถรับส่งดีกว่า นั่งรถไฟท่าจะเร็วกว่านี้" ฉันแอบอาฆาตในใจ

พลพรรคเราก็เลยหาอะไรรองท้องด้วยการสำรวจร้านอาหารในสนามบิน

มื้อแรกที่ฮ่องกงของเรา คือแมคโดนัลล์

อย่าขำไป ว่ามาถึงฮ่องกง กินแมคโดนัลล์ทำไม

เพราะว่าแมคโดนัลล์ที่โน่น ก็ไม่เหมือนที่บ้านเรา

คงคล้ายๆ กับแมคข้าวเหนียวหมูปิ้ง ที่มีขายแค่ในเมืองไทยเท่านั้น

แอนนิต้าเริ่มสำรวจของเล่นแมคในทันที

"ไอ้นั่นอะไรน่ะ แอนมองไม่เห็น" แอนนิต้าชี้มือไปที่ป้ายในร้าน ที่มีตัวหนังสือเล็กถึงเล็กมากแอบอยู่ข้างเมนู

"แล้วมันจะแถมของเล่นด้วยมั้ย"

ฉันพยายามแทรกตัวเข้าไปอ่านตัวหนังสือเล็กๆ ท่ามกลางสายตาประชาชีฮ่องกงนับสิบคู่

คือว่า ไม่ได้สวยอะไรหรอก แต่เขากลัวเราจะแซงคิวน่ะ

"กินชุดนี้แล้วกัน แอนจะเอาของเล่นไปฝากลูก"

นั่นแหน่ะ เริ่มรายการของฝากซะตั้งกะย่างก้าวแรกซะแล้ว

เราซื้ออาหารแมคโดนัลล์มาชุดหนึ่ง กับเครื่องดื่มอีกสามแก้ว

ในที่สุด เวลาทุ่มกว่าๆ รถก็มารับเราไปโรงแรม แครี่นัดเวลามารับเราในวันรุ่งขึ้น แปดโมงครึ่ง รวมถึงเรื่องที่โบวี่จะไม่ไปซิตี้ทัวร์ในวันรุ่งขึ้น แต่จะไปในวันถัดไป เพราะว่านัดกับเพื่อนอีกกลุ่มไว้ ว่าจะไปดีสนี่ย์

สุดท้ายก่อนส่งเราขึ้นรถ แครี่ก็จดเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้ แล้วบอกว่าถ้ามีปัญหาอะไร ให้โทรหา

เป็นรถคันที่เล็กมากในความรู้สึกของฉัน


ที่จริงมันก็ไม่เล็กหรอกนะ แต่ด้วยความที่คิดไว้ว่า รถที่มารับจะต้องเป็นรถบัสคันโตๆ ก็เลยผิดหวังนิดหน่อย


แต่ทั้งคันรถนั้นน่ะ ก็มีสมาชิกกันอยู่แค่เพียงไม่ถึงสิบคนได้

โชคดีไป ที่ได้นั่งสองเบาะ ไม่งั้นฉันคงอึดอัดแย่เลย

ตอนที่เราเข้าเมือง ทำให้เห็นได้ว่า รถที่ฮ่องกงก็ติดเหมือนกัน

แม้ว่าขนส่งสาธารณะของเขาจะดีเยี่ยม แต่ถนนของเขาเล็กมาก เมื่อเทียบกับถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา หรือว่าถนนวิภาวดีรังสิตของบ้านเรา

ฉันนั่งลุ้นไปตลอดทาง ว่าจะไปทันมั้ย

รถวิ่งผ่านมิวเซียมอะไรซักอย่างที่เป็นลูกกลมๆ อยู่ริมอ่าว คล้ายๆ กับท้องฟ้าจำลองบ้านเรา

"พี่ๆ นั่นมันมิวเซี่ยมอันนั้นหรือเปล่า เราขอเขาลงตรงนี้ได้มะ" โบวี่หันมาถามฉัน

เพราะจากการศึกษาข้อมูลมาประมาณนึง ทำให้เรารู้ได้ว่า แถวนี้แหละที่เราจะมาดูไฟกัน

แต่เราก็ไม่ได้ขอ

จะบ้าเหรอ จะขอได้ยังไง ก็กระเป๋าใหญ่ใบหนักอึ้งทั้งหลาย ใครจะเอาไปเช็คอินให้ล่ะ

สักพัก รถก็วิ่งผ่านเพนนินซูล่าโฮเทล

ปาล์มมี่ที่เพิ่งลืมตาตื่น ชี้ทันที

"เนี่ยๆ หลิวเต๋อหัวชอบมากินกาแฟที่นี่ ถ้าอยากเจอหลิวเต๋อหัว ต้องมาแถวนี้"

อืมม นะ ข้อมูลเพียบ

รถแวะจอดส่งผู้โดยสารคนอื่น จนไปถึงโรงแรมเรา

ฉันก็ยังงง ไหนวะ โรงแรม

ก็โรงแรม Park ที่ว่าสามสี่ดาวอะไรเนี่ย มองข้างล่างแล้วเหมือนโรงแรมห้องแถวบ้านเราเชียว

แถมยังมีนั่งร้านอะไรไม่รู้อีก เต็มไปหมด

จะอยู่ได้แน่เหรอฟระ

แต่ทว่า พอเราเข้าไปเช็คอิน เอาใบจองยื่นให้

พนักงานต้อนรับ ที่เป็นหญิงสาวท่าทางคล่องแคล่วปราดเปรียว ก็ส่งภาษากับเราทันที

"มาดามคะ ไม่ทราบว่าคุณสนใจที่จะพักเป็นห้องสวีทมั้ยคะ"

พวกเรามองหน้ากันงงๆ

ต้องสวีทเชียวเหรอ แล้วจะสวีทกับใครล่ะเนี่ย มีแต่ผู้หญิงอ่ะ

"คือว่า ห้องที่พวกคุณจอง ไม่ใช่ห้องสวีทนะคะ แต่เราเห็นว่าคุณมากันสี่คน ถ้าพักห้องสวีทได้อยู่ด้วยกัน น่าจะมีความสุขกว่า"

"ต้องจ่ายเงินเพิ่มมั้ยคะ" นั่น ปาล์มมี่ถามตรงประเด็นมาก

"ไม่ต้องค่ะ เรายินดีเปลี่ยนให้ พวกคุณจะได้เที่ยวกันสนุกๆ ไงคะ"

โอ้โฮ อะไรจะดีปานนั้นวะ

ห้องคู่สองห้องราคารวมกันคืนละ สองร้อยสี่สิบเหรียญ

กลายเป็นห้องสวีท ราคาห้องละสองร้อยหกสิบเหรียญ

โอเคๆ ไม่ขาดทุน

ว่าแล้วพวกเราก็รับคีย์การ์ดมาคนละใบ

พวกเราเดินขึ้นลิฟท์ นึกชื่นชมพนักงานอัธยาศัยดีอย่างนี้

นี่พนักงานต้อนรับบ้านเรา จะดีแบบนี้มั้ยนะ

ห้องพักพวกเราอยู่ชั้น 9 ห้อง 910 (อย่าเอาไปตีหวยล่ะ เดี๋ยวถูกแล้วจะแย่ ต้องมานั่งใบ้กันทุกงวด)

เปิดประตูเข้าห้องพักไป

เหอ นี่เหรอ ห้องสวีท

ความที่ฉันมัวแต่กรอกเอกสาร ไม่ทันฟังที่เขาสปีคกัน

แต่ก็ไว้ใจ เพราะรู้อยู่ว่าภาษาน้องๆ อีกสองคน เก่งกว่าตรูแยะ

ทำไมมันเป็นงี้ล่ะ

ห้องนอนค่อนข้างกว้าง มีเตียงคู่ขนาดคิงส์ไซด์อยู่สองเตียง



กับโซฟาโค้งๆ อันนึง

แบบเนี้ยเหรอ เรียกห้องสวีท

โถ ไอ้เราก็นึกว่าจะเป็นสองห้อง ที่เปิดประตูถึงกันได้อ่ะ

เราถึงบางอ้อ ว่าช่วงนี้คนคงเยอะ เขาอาจจะขายห้องสองคนได้ง่ายกว่า ก็เลยเปลี่ยนเป็นห้องนี้ให้เรา

โอเควะ ที่ก็กว้างดี ไว้เก็บของได้

แต่ว่า....

ห้องน้ำนี่สิ มันมีห้องเดียวอ่ะ

แง แล้วสาวๆ สี่คน กับห้องน้ำห้องเดียว จะอยู่กันยังไงล่ะเนี่ย

"จะเปลี่ยนมั้ยพี่ เปลี่ยนกลับไปแบบเดิมมั้ย"

ใครซักคนถามขึ้น

"เอาเหอะ ช่างมัน"

เป็นอันว่า เราสี่คน ตกลงใจจะสวีทกันอยู่ในห้อง

เอ๊ย ไม่ใช่

ตกลงใจจะอยู่ห้องสวีทห้องนี้ไปอีกสามคืน

วางสัมภาระเสร็จสรรพ ก็รีบตรงดิ่งไปAvenue of Star

เพื่อจะดูไฟ

มองนาฬิกา แว๊กก นี่มันสองทุ่มจะยี่สิบแล้วอ่ะ ไม่ทันแล้วแหงๆ เลย

แต่เอาวะ ไหนๆ ก็ไหนๆ ไปก็ไป

เราสี่คนเดินลงมาหน้าโรงแรม พร้อมด้วยแผนที่ที่แต๊ปมาจากสนามบิน

แล้วก็ให้เป็นงงกับทิศของโรงแรม กับทิศในแผนที่

มันไปทางไหนกันแน่วะ

ด้วยความรีบร้อน ปาล์มมี่ที่ชำนาญฮ่องกงกว่าเพื่อน ตัดสินใจชี้มือ

"ไปทางนี้พี่ เชื่อแป้ม"

เอาวะ ทางนี้ก็ทางนี้ ก้มหน้าก้มตาเดินจ้ำอ้าวๆ

เห็นไฟส่องฟ้าอยู่แว๊บๆ

แต่กว่าจะถึงอ่าว ก็สายไปเสียแล้ว

เขาแสดงเสร็จไปแล้วอ่ะ

แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว เดินเที่ยว Avenue of Star กันหน่อยดีกว่าเนอะ

แหะๆ แต่รอรอบหน้าแล้วกันนะ


Create Date : 24 เมษายน 2549
Last Update : 27 เมษายน 2549 22:10:50 น. 4 comments
Counter : 273 Pageviews.

 


โดย: Zantha วันที่: 24 เมษายน 2549 เวลา:11:50:01 น.  

 


หน้า หะมา มาแว้ววววคร่ะ อิอิ

ปล. นี่ส่งรอบที่ 4 บล๊อคแกงเดี้ยง เซ็งจัง


โดย: -`๏’- Sunsnow -`๏’- วันที่: 24 เมษายน 2549 เวลา:16:23:20 น.  

 
ไหนรูปอ่ะ รูป


โดย: BBwindy วันที่: 24 เมษายน 2549 เวลา:21:55:51 น.  

 
หูยน่าสนุกจังเลยคร่า


โดย: ติ๊บ IP: 58.9.136.73 วันที่: 2 กันยายน 2550 เวลา:2:11:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ร่วมวงด้วยคน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ร่วมวงด้วยคน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.