++ใครทำอะไรที่ไหน ขอไปร่วมวงด้วยคน++
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2558
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
16 พฤศจิกายน 2558
 
All Blogs
 

3K Trip ตอนที่ 5 K3 Mojiko และ Yutoku Inari

  หลังจากเปลี่ยนแผน ทำให้ศาลเจ้า Yutoku Inari กระเด็นมาอยู่วันนี้ค่ะ


ก็เลยต้องออกจากที่พักเช้าหน่อยตามระเบียบ

นั่งรถไฟสายเดิมสายเดียวกับวันที่ไปนางาซากิเลย แต่ลงแค่สถานี Hizen-Kashima แล้วก็นั่งรถบัสต่อค่ะ

ที่สถานีรถบัสนี่เอง ที่เราได้เจอกับ Mori Jung เธอเป็นตากล้องของ Jiji Press ค่ะ เธอช่วยเราคุยกับคุณลุงประจำที่ท่ารถ แล้วก็ช่วยเราซื้อตั๋วรถบัสด้วย แถมยังช่วยถามคุณลุงให้ว่า ตารางรถขากลับมามีรอบกี่โมงบ้าง แต่ถ้าใครไม่เจอเธอก็ไม่ต้องตกใจไปนะคะ ทางจะไปศาลเจ้าเนี่ย มีป้ายภาษาไทยบอกตั้งแต่สถานีรถไฟเลยทีเดียว




หลังจากพูดคุยกันระหว่างการเดินทางสั้นๆ บนรถบัส Mori Jung บอกว่าเธอมาถ่ายภาพศาลเจ้า Yutoku Inari ค่ะ แล้วก็อยากได้ภาพของนักท่องเที่ยวชาวไทยด้วย (จริงๆ เธออาจจะอยากได้ทุกชาติ แต่เห็นเราเป็นคนไทย เลยอยากได้ชาวไทยไว้ก่อน 55) เธอขออนุญาตถ่ายภาพเราในการท่องเที่ยวศาลเจ้าในวันนี้ค่ะ





เนื่องด้วยเรารีบมาก Mori Jung เลยต้องทำงานแข่งกับเวลานิดนึง 555 เพราะเธอเห็นตั๋วรถไฟเที่ยวกลับของเราแล้ว เธอบอกคำเดียวว่า โอ้ โนวไทม์ 555

จากศาลเจ้า ขากลับเราแวะซื้อส้มตรงทางออกมาทานกันค่ะ เช้านี้ยังไม่ได้กินอะไรเลยอะ ค่าส้มร้อยเยน แต่เราไม่มีแบงค์ย่อยเลย หยิบเหรียญห้าร้อยเยนที่เหลืออยู่ส่งให้คุณลุงคนขาย เหรียญนี้ได้มาตั้งแต่ทอนเงินกันวันแรกค่ะ ไม่รู้ว่าเป็นเหรียญพิเศษอะไร เพราะไม่มีร้านไหนรับเหรียญนี้เลย เวลาร่วมวงควักเหรียญออกมาให้คนขายหยิบ เขาก็จะเอาออกตลอดค่ะ จนเริ่มไม่แน่ใจว่ามันใช่เหรียญห้าร้อยเยนแน่ไหม 55

แต่คุณลุงรับค่ะ แต่ว่าก่อนจะรับไปก็ถามเราย้ำหลายรอบมากว่าจะใช้เหรียญนี้จริงๆนะ คือฟังไม่ออกหรอกนะ แต่ดูจากท่าทางแล้วคงจะถามประมาณนี้แหละ แล้วแกก็เดินไปบอกป้าในร้าน พร้อมกับเอาเงินมาทอน และแถมส้มมาให้อีกสองลูก 55 มันคงเป็นเหรียญพิเศษอะไรสักอย่างจริงๆ ค่ะ

นั่งรอรถบัสกลับไปสถานีรถไฟ อากาศเย็นสบาย เมืองก็เงียบสงบมากค่ะ สงสัยเพราะเรามาเช้าด้วย ทัวร์ยังไม่ทันมาลง ก็เลยเงียบมากจริงๆ

นั่งรถกลับไปที่สถานีรถไฟค่ะ สถานีนี้เล็กมากจริงๆ


แล้วเราต้องไปต่อรถที่สถานี shin-tosu  ค่ะ เห็นเวลาพอเหลืออีกยี่สิบนาที หิวค่ะ เดินผ่านร้านราเม็งหน้าสถานี แบบที่ยืนกินกันน่ะค่ะ ลองดูแล้วกัน จิ้มๆ มา อย่างรวดเร็ว แต่คนญี่ปุ่นทานเร็วจริงๆ นะคะ เราทานก่อนตั้งนาน เขามาทีหลัง กินหมดชามก่อนเราอีกอย่างไว

นั่งรถไฟกลับไปที่ฮากะตะค่ะ ก่อนจะต่อรถไฟขึ้นไป Kita-Kyuchu พอดีเราใช้พาส ก็ลืมไปว่า ขาขึ้นไปเนี่ย มันนั่งชินคันเซ็นไม่ได้ ตอนจองตั๋ว พนักงานก็คงขี้เกียจจะพูดภาษาต่างดาวกับเรา เขาก็เลยเปลี่ยนตั๋วเป็นรถไฟที่เรานั่งได้โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม ก็ขึ้นๆ ลงๆ หลายสถานีหน่อย แต่ก็โอเคค่ะ

เพราะยังไงในที่สุดเราก็มาถึง Mojiko เมืองเก่าริมทะเลสวยงามอีกเมืองหนึ่ง



ถึงตรงนี้ เดินวนหาอินฟอร์เมชั่นกันงงๆ นิดหน่อย เพราะไปอยู่อีกด้านหนึ่งของทางออกหลักจากสถานีรถไฟ แต่ก็มีคุณลุงชี้ทางให้ค่ะ

แต่ตอนออกจากอินฟอร์เมชั่นมานี่สิคะ ใจหายวาบเลย คุณนายหายค่ะ 55

ปกติเวลาไปต่างแดน นางไม่เคยยอมคลาดสายตาเลยนะ 5555 เดินวนไปวนมาหาคุณนายอยู่พักใหญ่ นางก็กลับมา นางไปเข้าห้องน้ำมานั่นเองค่ะ ตกใจหมด



เดินเที่ยวโมจิโกะสักพัก หาซื้อขนมของฝากพอกรุบกริบ ก็กลับค่ะ เรายังต้องไป K3  กันต่อ

นั่งรถไฟกลับค่ะ ลงที่สถานี nishi-kokura ค่ะ แล้วเดินไปปราสาท Kokura กัน 

ก่อนออกจากสถานี nishi-kokura ราเม็งย่อยหมดแล้วค่ะ ขอขนมเติมท้องสักนิด 555 ได้ข่าวว่าร้านนี้ที่สถานีฮากะตะก็มี เป็นร้านใหญ่โตด้วย ไม่กิน ดันมากินเอาบูธเล็กๆ นี่หล่ะ


เดินไปเรื่อยๆ ค่ะ หลงนิดหน่อย แต่ก็มาถึงจนได้






เช่นเคยค่ะ คุณนายบอกว่า เธอขึ้นไปคนเดียวนะ ฉันรออยู่นี่แหละ 555

ที่ปราสาทโคคุระมีพิเศษหน่อยตรงที่ คนพิการหรือคนที่ต้องใช้วีลแชร์ สามารถขึ้นไปด้านบนได้นะคะ เขามีเก้าอี้เลื่อนติดกับราวบันได ขึ้นไปจนถึงด้านบนเลยค่ะ

ในที่สุด Mission Complete นะคะ ครบ 3K ตามชื่อทริปแล้ว นั่นก็คือเที่ยวปราสาทตัวเคทั้งสามเมืองนั่นเองค่ะ 555

จากนั้นก็หาทางกลับสถานี Kokura ค่ะ เดินตามแผนที่ไป ผ่านห้างก็ชมห้าง ผ่านแม่น้ำก็ชมแม่น้ำค่ะ


สุดท้ายก่อนกลับ หาข้าวกินก่อนดีกว่าเน๊าะ ข้าวแกงกะหรี่ทงคัทสึค่ะ เจ้านี้มีขายเมืองไทยด้วย แต่เอาเถอะ ลองดูว่ารสชาติแตกต่างจากบ้านเราไหม ก็เข้มข้นดีนะคะ คุณนายถึงกับบ่นว่าเผ็ด กินแกงกะหรี่ไปได้นิดเดียวเองค่ะ แต่เนื้อหมดชิ้นนะ

จากร้านแกงกะหรี่เดินทะลุตลาดก็ถึงสถานีแล้วค่ะ ระหว่างทางสอยคิทแคทชาเขียวมาสองห่อ ห่อนึงไม่ถึงสองร้อยเยนค่ะ เสียดาย ไม่รู้ว่ามันถูกกว่าที่ฮากะตะอะ จะได้ขนมาสักสิบห่อ 555

กลับที่พักกันนะคะ พรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้เที่ยวแล้วค่ะ เวลาไปเที่ยวเนี่ย นาฬิกาเดินไวจัง เฮ้ออ 






 

Create Date : 16 พฤศจิกายน 2558
0 comments
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2558 19:04:51 น.
Counter : 340 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ร่วมวงด้วยคน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ร่วมวงด้วยคน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.