เมษายน 2558

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
 
 
1 : เมฆสีเทา
เมฆร้อยกล ฝนซ่อนเล่ห์

1

เมฆสีเทา

เทศกาลสงกรานต์ถือว่าเป็นเทศกาลแห่งการรวมญาติมีวันครอบครัวแทรกอยู่ในเทศกาลนี้ด้วยลูกหลานว่านเครือที่กระจัดกระจายทั่วสารทิศยึดเอาเทศกาลนี้ดึงดูดให้กลับมาเยือนถิ่นเพราะมีวันหยุดยาวซึ่งบางครั้งรัฐบาลก็ใจดีหยุดต่อเนื่องเกือบครบสัปดาห์นอกจากการรวมตัวกันของครอบครัวแล้ว การรวมกลุ่มเพื่อนสมัยเรียนไม่ว่าจะเป็นประถมมัธยมหรืออุดมศึกษาก็มักอาศัยใบบุญของเทศกาลนี้รวมสมาชิกพบปะสังสรรค์ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ

โดยภาพรวมแล้วถือได้ว่าเป็นเทศกาลแห่งความสนุกอบอวลไปด้วยความสุขเจือเคล้าไปด้วยความอบอุ่นจนร้อนอ้าวทว่า...ในความสุขเหล่านั้นก็ยังมีบางกลุ่มบางคนปลีกวิเวกแยกตัวออกมาจากกลิ่นอายแห่งความสนุกสนานผลักตัวเองเข้าสู่มุมเงียบเหงา เศร้า และวังเวง

ใครคนนั้นอาจเพิ่งผ่านพ้นมรสุมชีวิตเช่น บ้านถูกยึด ธุรกิจที่ลงทุนลงแรงถูกคนไว้ใจใกล้ชิดหักหลังขาดทุนย่อยยับผู้หญิงที่วาดฝันอนาคตไว้ร่วมกันบอกเลิกด้วยเหตุผลชวนอ้าปากค้างตั้งใจดื่มหล้าย้อมใจก็คว้าขวดผิดไปหยิบขวดเหล้าที่คนพิเรนทร์ฉี่ทิ้งใส่ขวดไว้โซเซไปหาข้าวกินก็เจออาหารเป็นพิษ ไข้ขึ้นต้องตั้งนาฬิกาปลุกเช็ดตัวเอง กินยาเองเพื่อนชวนไปงานเลี้ยงรุ่นก็ไม่กล้าไปเพราะความรู้สึกอับอายหลายประการ...ทุกข้อที่ยกตัวอย่างมาถูกชายหนุ่มคนหนึ่งเหมารวมทุกอาการไว้ไม่แบ่งใครชายหนุ่มที่จมอยู่กับทุกข์ระทมทั้งหลายนั้นมีนามว่า...เมฆมงคล

ห้าปีผ่านไปแล้ว...เร็วยิ่งกว่านกกระพือปีกในละครโทรทัศน์

งานเลี้ยงรุ่นมหาวิทยาลัยชื่อดังของเมืองหลวงเวียนกลับมาอีกครั้งปีนี้ชายหนุ่มที่เคยจมกับกองทุกข์เมื่อห้าปีที่แล้วตอบรับคำเชิญของเพื่อนผู้ประสานงานโดยไม่อิดออดสร้างความประหลาดใจให้เหล่าเพื่อนเป็นอย่างยิ่งเขาเคยเป็นดาวคณะที่แสนเพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติมาก่อนจึงไม่น่าแปลกถ้าเฟสบุ้คของกลุ่มจะถล่มทลายด้วยข่าวการมาร่วมงานของเขาเรียกได้ว่าเป็นสีสันของงานที่ทุกคนต่างรอคอยกันเลยทีเดียว

...และในเวลาเย็นย่ำของวันนี้...ตอนนี้...

ชายหนุ่มตัวสูงในชุดเสื้อม่อฮ่อมแขนสั้นสีน้ำเงินเข้มหยิบผ้าขาวม้าที่พาดบ่าไว้ย้ายมาผูกเอวอย่างกระฉับกระเฉง ก้มลงสำรวจกางเกงยีนส์สีดำซีดและรองเท้าผ้าใบสีส้มสดก่อนเงยหน้ามองไปยังห้องอาหารหรูหราเบื้องหน้าด้วยประกายตาวาดหวังมือหนาใหญ่ยกขึ้นเสยผมยาวเคลียไหล่ไปรวบลวกๆมือวานกระเป๋ากางเกงเจอหนังยางรัดถุงแกงหลายเส้นจึงหยิบมามัดผมยาวน่ารำคาญเป็นกระจุกเล็กๆมือจัดการกับผมเรียบร้อยก็ย้ายมาลูบหนวดเครารุงรังยกมุมปากเล็กน้อยอย่างพึงใจกับรอยสัมผัสสากระคายนั้น ประกายตามุ่งมั่นเจ้าเล่ห์เหลือบอ่านแผ่นป้ายหน้างานเพื่อความมั่นใจ

“เขียวเหลืองแดงทอง พี่น้องรวมใจ”

ชายหนุ่มยืนหน้าป้าย อ่านทวนราวมันเป็นตัวอักษรไม่รู้จักจบจักสิ้นบริกรในชุดสูทผูกหูกระต่ายดูเรียบหรูเข้ากับการตกแต่งร้านจ้องเขม็งมายังคนเหมือนมาจากนอกเมืองอย่างจับผิดอยู่ในทีเมื่อเห็นการแต่งกาย รูปร่าง หน้าตา ดูอย่างไรก็ไม่ไฮโซบริกรหนุ่มจึงเดินตรงปรี่หมายไถ่ถามให้รู้ความ

“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าคุณมางานอะไรครับ?”คำถามแสนสุภาพ ทว่าน้ำเสียงกลับห้วนไร้ความเป็นมิตร ซ้ำสายตาดูถูกชัดเจนคนถูกถามยกมือลูบเคราระคายมือ ยิ้มจนหนวดเขยื้อนก่อนชี้ป้าย

“งานนี้แหละน้องชายช่วยพาพี่เข้าไปหน่อย” บริกรหนุ่มกวาดสายตามองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าคนพูดพลางเอ่ยต่อ

“งานนี้ต้องมีบัตรเชิญนะครับไม่ทราบคุณมีหรือเปล่าครับ?” เขาถามมีแววยิ้มเยาะคล้ายรู้ทันเมื่อเห็นชายหนุ่มเครางามทำท่าครุ่นคิดมือป่ายเปะปะล้วงกระเป๋าจ้าละหวั่นก่อนหยิบบัตรเชิญสีทองค่อนข้างยับออกมาจากระเป๋าหลังยื่นส่งให้

“อันนี้ใช่ไหมน้องชาย?” บริกรหนุ่มหุบยิ้มหยิบบัตรเชิญสีทองไปพลิกหน้าหลังดูราวกับหาลายน้ำจากธนบัตรปลอมก่อนพยักหน้าและผายมือเชื้อเชิญเมื่อไม่เห็นสิ่งแปลกปลอมบนบัตรเชิญนั้นนอกจากชื่อบนบัตรเชิญ

“เชิญครับ” คนถูกเชิญยืดอกใช้นิ้วโป้งทั้งสองข้างเกี่ยวผ้าขาวม้าคาดพุงเดินส่ายอาดๆ เข้างาน

ประตูไม้แกะสลักถูกผลักเปิดกว้างแสงไฟสว่างนวลเปิดผ่านรอยแยกที่ค่อยๆ ขยายวงกว้างชายหนุ่มส่งสายตากวาดมองไปยังห้องโถงหรูหราเบื้องหน้า ชายหนุ่มหญิงสาวหน้าตายิ้มย่องผ่องใสล้วนใส่ชุดหรูหราสวยงาม บ้างใส่สูทผ้าเนื้อดี บ้างใส่ชุดเดรสกรุยกรายเสื้อผ้าหน้าผมราวกับหลุดออกมาจากนิตยสาร รอยยิ้มผุดพรายใต้เรียวหนวดหลายคนในงานเริ่มหันมามองเขายิ่งทำให้ประกายวาววามในดวงตาเจ้าเล่ห์เพิ่มขึ้น

เสียงพูดคุยเริ่มเลือนหายไปเมื่อคนในงานเริ่มสะกิดกันมองผู้มาใหม่ความเงียบเกิดขึ้นเหลือเพียงเสียงดนตรีคลอแผ่วเบา สักพักเสียงซุบซิบก็เริ่มขึ้นใหม่โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ชายหนุ่มในชุดเสื้อม่อฮ่อมกางเกงสีซีดรองเท้าสีแสบตา ผูกคาดเอวด้วยผ้าขาวม้า นิ้วโป้งเกี่ยวอยู่กับผ้าขาวม้าเชิดหน้ากวาดตามองรอบงานอย่างไม่หวั่นเกรงสายตางุนงงสงสัยเจือปนการดูแคลนของหลายคนชายหนุ่มผอมสูงในชุดสูทสีน้ำเงิน ผูกหูกระต่าย เดินตรงมายังผู้มาใหม่สีหน้าของเขาแม้ยังงุนงงสงสัยไม่แพ้คนในงาน แต่ก็ดูเป็นมิตรกว่าอีกหลายคน

“ขอโทษครับไม่ทราบว่าคุณมาผิดงานหรือเปล่าครับ?”

“คิดว่าไม่น่าจะผิดนะ”หนุ่มหน้าหนวดตอบยิ้มๆ“ตะกี้ยื่นบัตรเชิญให้คนหน้างานเขาก็ปล่อยให้เข้ามา...บัตรเชิญที่แกส่งให้ฉันทางไปรษณีย์ไงวะไอ้หรร!!” ท้ายประโยคยกมือตบไหล่ชายหนุ่มตรงหน้าหนักแน่นจนอีกฝ่ายแทบคะมำแถมด้วยการหัวเราะจนเห็นไรฟันขาวทะลุหนวดคนถูกทักทายอ้าปากค้างก่อนยกมือขึ้นชี้อย่างตื่นๆ

“คุณ? นาย? แก...ไอ้เมฆ?!” ตะกุกตะกักก่อนตะโกน เมื่อเห็นหนุ่มหน้าหนวดยกมือกอดอก ยืดคอเชิดหน้าเขาก็ยิ่งมั่นใจการคาดเดาของตัวเอง “เฮ้ย! นี่แกจริงๆหรือนี่?! ทำไมมันเปลี่ยนได้ขนาดนี้วะเนี่ย? เฮ้ย! ทุกคน นายเมฆมงคลที่เฝ้ารอกัน มาแล้วโว้ย!”ท้ายประโยคเขาตะโกนเริงร่า เสียงฮือฮาเกิดขึ้นทันทีหลายคนเดินตรงมายังจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว

เมฆมงคลมองตามความเคลื่อนไหวเหล่านั้นเขาเห็นความตื่นเต้นการพุ่งตรงมายังเขาเป็นจุดเดียวก็ยิ่งทำให้เขาหัวเราะอย่างพึงใจ...การตัดสินใจหวนคืนวงบันเทิงใจของเขาครั้งนี้เริ่มต้นดีทีเดียว ชายหนุ่มคิด

เมฆมงคลใช้เวลากับการตอบคำถามสารทุกข์สุกดิบแบบคร่าวๆจากกลุ่มเพื่อนสมัยเรียนกว่าเขาจะผละออกจากลุ่มได้ก็ต้องเรียกหาเครื่องดื่มแก้กระหายกันยกใหญ่ มหรรณพโต้โผจัดงานครั้งนี้เป็นคล้ายผู้จัดการส่วนตัวแหวกวงล้อมเพื่อนหนุ่มเพื่อนสาวพาหนุ่มหน้าหนวดมานั่งพักมุมสงบของห้องหลังจากปรนนิบัติพัดวีจนเห็นว่าเพื่อนหายเหนื่อยแล้ว เขาก็ยิงคำถาม

“ถามจริงๆว่ะไอ้เมฆ...นี่แกจริงหรือเปล่าวะ?” เมฆมงคลเหลือบมองพลางยกแก้วน้ำขึ้นดื่มยักคิ้วกวนอารมณ์ส่งให้

“แล้วฉันเหมือนตัวปลอมตรงไหนวะ?”เขาถามกลับหลังวางแก้วเครื่องดื่ม มหรรณพกวาดตามองชี้นิ้วไปยังเครื่องแต่งกายคนพูด

“ก็นี่ไง ชุดอะไรของแกวะ?แล้ว...หนวดเฟิ้มรุงรังนี่อีก แถมผมกระเซิงเป็นรังนกอย่างนี้?นี่มันอดีตดาวคณะจริงหรือเปล่าเนี่ย?!”

“มันก็แค่เปลือกเท่านั้นแหละว้า”เมฆมงคลบอกกลั้วหัวเราะ “แกก็คิดเสียว่าฉันแต่งคอสเพลย์ก็แล้วกัน”

“แล้วนี่แกแต่งคอสเพลย์อะไร?”มหรรณพถามเหมือนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

“ชาวนา”เมฆมงคลตอบพร้อมยักคิ้วอีกครั้ง คนฟังได้แต่ถอนหายใจพลางส่ายหน้าจะว่าไปเขาก็คุ้นชินกับนิสัยขี้เล่นของเพื่อนมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายจนกระทั่งจบมหาวิทยาลัยต่างแยกย้ายกันไปทำงานถึงได้เริ่มห่างๆ กันบ้าง แต่ก็ยังมีถามไถ่ข่าวคราว มีงานพบปะสังสรรค์บ่อยครั้งข่าวคราวของเพื่อนหนุ่มเริ่มหายไปเมื่อ 5-6 ปีก่อนครั้งล่าสุดที่เขารู้คือข่าวธุรกิจของเมฆมงคลล้มไม่เป็นท่าเขาพยายามหาทางติดต่อเพื่อถามไถ่ แต่เพื่อนหนุ่มก็ไม่ยอมบอกอะไรซ้ำยังขออยู่เงียบๆทำให้เขาได้แต่ถอยมารอฟังข่าวอยู่ห่างๆ

มหรรณพจำได้ว่าหลังเรียนจบเมฆมงคลใช้เงินที่พ่อเขาฝากประจำไว้ให้ลงทุนทำธุรกิจร้านเฟอร์นิเจอร์รับออกแบบและตกแต่งนอกสถานที่ ธุรกิจกำลังไปได้ดี แถมมีข่าวแว่วๆว่าเขาพบรักจนเก็บเงินซื้อบ้านเตรียมตัวแต่งงาน แต่แล้วจู่ๆเขาก็ได้ข่าวเรื่องการปิดกิจการของเมฆมงคลพร้อมยกเลิกแพลนงานแต่งหลังจากนั้นก็ไม่มีใครติดต่อได้พักใหญ่ เขาเองแม้จะสนิทกันมาหลายปีแต่ก็ไม่ได้รู้ลึกชีวิตส่วนตัวของเมฆมงคลเท่าไหร่นักบ้านของเมฆมงคลที่เขารู้จักคือคอนโดหรูใจกลางเมืองที่เจ้าตัวบอกว่าพ่อซื้อให้ตอนเริ่มเรียนมัธยมปลายในเมืองหลวงเมฆมงคลไม่ค่อยพูดเรื่องครอบครัวนักบอกเพียงแต่ว่าแม่ตายตั้งแต่ตอนเขาอยู่มัธยมต้น เขาเป็นลูกคนเดียวของแม่และพ่อรวยมาก

มหรรณพถอนหายใจอีกครั้งเมื่อมองสภาพของเพื่อนตอนนี้เขาจำได้ดีว่าเมฆมงคลขึ้นชื่อลือชาเรื่องหน้าตาดีเป็นที่ชื่นชอบชองเพศตรงข้ามทั้งในคณะและนอกคณะรูปร่างสูง ดูปราดเปรียวและแข็งแรงเพราะออกกำลังกายสม่ำเสมอ ผมรองทรงใบหน้าเกลี้ยงเกลาไร้หนวดเครา แต่งกายสะอาดสะอ้านด้วยเสื้อผ้าชั้นดีทุกอย่างที่หลอมรวมเป็นเมฆมงคลโดดเด่นสะดุดตาสาวๆเสมอเมื่อเขาปรากฏตัวตามงานพบปะสังสรรค์...การกลับมาครั้งนี้ของเมฆมงคลแม้จะเปลี่ยนไปค่อนข้างมากแต่ก็ยังคงเรียกเสียงกรี๊ดได้เหมือนเดิมแต่ให้ตายอย่างไรมหรรณพก็รู้สึกว่ามันไม่เหมือนเดิม

“เอาเถอะๆแกสนุกฉันก็ดีใจ...ว่าแต่ให้ฉันถามแกหน่อยเถอะ เอาตรง ๆเลยนะ...แกเป็นไงบ้างหลังธุรกิจล่ม?”ตัดสินใจถามไปแล้วมหรรณพก็รอลุ้นคำตอบด้วยใจระทึก ก่อนหน้านั้นเมฆมงคลเป็นคนตรงจริงใจเพียงใดเขารู้ดี แต่ ณ ขณะนี้เขาไม่มั่นใจนัก ดูจากสายตาขวางๆยามเหลือบมองและรอยยกยิ้มราวเยาะหยันบนเรียวปากใต้แผงหนวดนั่นยิ่งทำให้เขาหวั่นใจ...เริ่มรู้สึกไม่แน่ใจว่าเขารู้จักเพื่อนคนนี้ดีจริงหรือไม่

“ฉันโอเคว่ะ จริงๆ มันก็ไม่ได้แย่อะไรนะ”เมฆมงคลตอบกลั้วยิ้มเห็นคนฟังได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอกกับปฏิกิริยาของเขาก็ยิ่งยิ้มกว้าง

“ฉันติดต่อแกไป แกก็ไม่ค่อยตอบ”มหรรณพเอ่ย

“เฮ้ยช่วงล่มจมใครมันจะไปมีกะจิตกะใจจะพบปะใครวะ!”ชายหนุ่มบอกกลั้วหัวเราะ ตบไหล่เพื่อนเบาๆ “ขอบใจที่นายห่วงฉันว่ะแต่ตอนนั้นมันอยากอยู่คนเดียว คิดอะไรคนเดียวเงียบๆ มากกว่า”

“แล้วตอนนี้ล่ะ?ยังอยากอยู่เงียบๆ คนเดียวอีกไหม?” มหรรณพถามเย้ายิ้มๆพยักพเยิดไปยังอีกฟากของห้องจัดงานเมฆมงคลมองตามจึงเห็นว่ามีกลุ่มหญิงสาวกำลังยืนคุยกันและมักจะมองมายังจุดที่เขานั่งอยู่บ่อยครั้งก่อนหันกลับไปหัวเราะคิกคักแม้จะร้างงานสังสรรค์ไปนานแต่ชายหนุ่มก็ดูดออกว่าสายตาของหญิงสาวหลายคน...ทอดสะพานและ...เชิญชวน

“ฉันไม่ค่อยคุ้นหน้าคนในงานเลยว่ะหรร...ไหนนายว่างานเลี้ยงรุ่นไงวะ? เห็นมีเพื่อนเอกเราห้องเราอยู่ไม่กี่คน”เมฆมงคลเปลี่ยนเรื่องคุย

“อ๋อ...ฉันเชิญเพื่อนรุ่นเราเอกอื่นด้วยคนละคณะก็มีนะ คือแบบว่าฉันกลัวคนมางานน้อยไปแกก็รู้ว่าช่วงสงกรานต์เขานิยมออกต่างจังหวัดกันรวมตัวยากที่มาอยู่วันนี้ก็ไม่ได้หนึ่งในสี่ของบัตรเชิญฉันเลยนะเว้ย!” มหรรณพบอกจริงจัง แต่คนฟังคิดตามแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า...ขนาดไม่ได้หนึ่งในสี่คนมาร่วมงานก็แทบจะไหล่ชนกันเขาไม่อยากจะคิดว่าถ้าเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ของบัตรเชิญแล้วสนามฟุตบอลจะเพียงพอหรือไม่

“มิน่าล่ะฉันไม่คุ้นหน้าผู้หญิงสักคน” เมฆมงคลเอ่ยเบาๆ

“พวกรุ่นน้องรุ่นหลานรุ่นเหลนรหัสเราฉันก็เชิญนะ...คือพวกเพื่อนผู้ชายมันขอร้องมาว่าให้เชิญผู้หญิงเยอะหน่อย...แบบว่าเผื่อฟลุ้คมีคนปลูกต้นรักได้ในงานนี้น่ะ...สองต่อๆ”พูดจบเขาก็หัวเราะชอบใจก่อนหันมาถามต่อ “ว่าแต่นายเถอะ โสดไม่สดหรือปลดสถานะแล้ว?”

“ฉันยังไม่อยากมีโซ่ล่ามคอว่ะ”เมฆมงคลตอบเรียบๆ แววตาหม่นแสงลงพลอยทำให้มหรรณพรู้สึกตัวว่าเรื่องราวที่เคยได้ยินมาก่อนหน้านั้นมีมูลความจริงไม่ใช่น้อย“แต่ถ้าชั่วคราวไม่ผูกมัดก็โอเคอยู่นะเว้ย!”เมฆมงคลเอ่ยต่อพร้อมหัวเราะชอบใจแววหม่นหายไปจากดวงตาคงเหลือแต่ความเริงร่าแกมเจ้าเล่ห์

“ฉันว่าแล้วอย่างแกน่ะเรอะจะทิ้งลายเดิม!” มหรรณพรับลูก เห็นเพื่อนยิ้มหัวได้เขาก็โล่งใจ“ฉันยังจำได้นะ สมัยเรียนแกน่ะมันหล่อเลือกได้ สาวๆ แวะมาแจกขนมจีบกันให้พรึ่บดีนะที่แกไม่จริงจังกับใครเป็นตัวเป็นตนไม่งั้นเกิดศึกแย่งชิงกันทุกวันไม่เป็นอันเรียนแหงๆ” เขาเท้าความหลัง

“แต่เมื่อกี้พวกผู้หญิงเขาเห็นฉันแต่งตัวแบบนี้แล้วกรี๊ดนี่...หมายความว่าฉันถูกรังเกียจหรือเปล่าวะ?โลกมันเปลี่ยนบางทีฉันก็ตามไม่ทัน” เมฆมงคลถามกลั้วหัวเราะ

“กรี๊ดเพราะชอบน่ะสิไม่ว่าแกไม่รู้เหรอเดี๋ยวนี้เขามีสโลแกน ผู้หญิงชอบคนเลวแต่แต่งกับคนรวย...อย่างแกลุคนี้ผู้หญิงชอบ” มหรรณพบอกจริงจัง คนฟังขมวดคิ้วครุ่นคิด

“หมายความว่าฉันดูเลวในสายตาผู้หญิงงั้นสิ?”ถามอย่างสงสัยพร้อมยกมือขึ้นลูบหนวดเบาๆ

“เฮ่ย เขาไม่เรียกเลวหรอกมันฟังไม่เพราะ...อย่างแกน่ะ...” มหรรณพว่าพลางเอียงคอมองสำรวจเพื่อนอีกครั้ง“ภาษาสาวๆ เขาเรียกแบดบอย!”

“เออ! แตกต่างจากคำว่าเลวสุดขั้วเลยนะ!”เมฆมงคลว่ากลั้วหัวเราะ ส่ายหน้าอย่างระอา ขณะที่คนพูดหัวเราะชอบใจ “ถามแต่ฉันว่ามีพันธะหรือยังแกละหรร เป็นไงบ้าง?”

“ฉันเหรอ? แกจะถามทำไมวะไอ้เมฆแกกับฉันมันก็สไตล์เดียวกันล่ะวะ...รักสนุกแต่ไม่ผูกพัน” มหรรณพตอบพลางไหวไหล่

“ไอ้ปลาไหลเอ๊ย!” เมฆมงคลว่าพลางโคลงศีรษะอย่างอ่อนใจก่อนถามต่อ“ว่าแต่นายทำอะไรอยู่วะตอนนี้?”

“ฉันเหรอ?ตอนนี้รับช่วงต่อร้านพ่อว่ะ แกแก่แล้วแต่ไม่อยากทิ้งร้าน”เมฆมงคลเบิกตามองคนพูดอย่างไม่อยากเชื่อ

“โม้น่าไอ้หรร! แกบ่นตั้งแต่สมัยเรียน ม.ปลาย ว่าโคตรเกลียดร้านขายสังฆภัณฑ์ของพ่อแก!”

“เออนั่นแหละ...ถึงมีคำโบราณว่าไว้ไง เกลียดอะไรมักได้อย่างนั้น” มหรรณพบอกเสียงเนือย“จริงๆ จะว่าเกลียดก็ไม่ใช่หรอกว่ะ ฉันแค่อายตอนขายของ แหม...ก็ตอนนั้นมันวัยรุ่นแตกเนื้อหนุ่มกำลังเริ่มหล่อ สาวๆ มาเจอตอนกำลังขายดอกไม้จันทน์...เท่ตายเลย!” เขาว่ากลั้วหัวเราะ “แต่ตอนนี้ฉันชอบนะเว้ยให้โฆษณาตอนนี้ยังได้...อย่าลืมนะไอ้เมฆ งานบวช งานเบียด ขึ้นบ้านใหม่ ไล่ผีมีงานศพ ร้านฉันมีครบวงจร!” เมฆมงคลได้แต่อ้าปากค้าง

“เดี๋ยวๆ ไอ้งานบวช ขึ้นบ้านใหม่หรืองานศพนี่ฉันพอเข้าใจ แต่ไอ้งานเบียดกับงานไล่ผีนี่ไม่เข้าใจว่ะ?”

“อ๋อ...จ๊อบพิเศษฉันเองออกแบบการ์ดแต่งงาน รับทำของชำร่วยส่วนเรื่องไล่ผีฉันมีข้อผูกพันอยู่กับหมอผีว่ะเลยต้องรับงานให้ด้วย”มหรรณพบอกกลั้วหัวเราะ ยามเอ่ยถึง ‘หมอผี’ดวงตาฉายแววประหลาด เมฆมงคลได้แต่มองอย่างทึ่งๆ “แกอย่าลืมล่ะคิดอยากแต่งงานเมื่อไหร่ติดต่อฉัน รับรองโดยเฉพาะงานแกฉันจะจัดให้แบบครบวงจรเอาให้ลืมไม่ลงกันเลยทีเดียว!”

“แกไม่ได้กินเงินฉันหรอก...ฉันจะไม่มีวันแต่งงานหรือหาใครมาผูกมัดตัวเองอีกเด็ดขาด!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเข้ม คนฟังยังหัวเราะเมื่อหรี่ตามอง

“เฮ่ยอย่ารับรองแข็งขันอย่างนี้สิเพื่อน อนาคตไม่แน่ไม่นอนอะไรก็เกิดขึ้นได้...เอ๊ะ...หมอแม่นแฮะ?” ท้ายประโยคเขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ

“สำหรับฉันค่อนข้างแน่นอนว่ะ...เข็ดแล้วเรื่องแต่งงานฉันว่ามันเหมือนโซ่ที่มองไม่เห็นล่ามเราไว้ตลอดชีวิต...ขอใช้สโลแกนรักสนุกไม่ผูกพันดีกว่า”เมฆมงคลบอกอย่างมั่นใจ มหรรณพมองสีหน้ามุ่งมั่นของเพื่อนอย่างครุ่นคิดก่อนยกมือข้างหนึ่งวางบนไหล่

“ฟังฉันไอ้เพื่อน...ก่อนฉันมางานหมอผีทำนายว่าฉันจะเจอเพื่อนเก่าที่เข็ดขยาดเรื่องชีวิตคู่แต่เพื่อนเก่าคนนี้จะเป็นคนมาใช้บริการงานแต่งครบวงจรเป็นรายแรกของฉันตอนแรกฉันก็ไม่เชื่อหรอก เพราะหมอชอบทำนายมั่วๆแต่พอเจอนายนี่ฉันชักเขวว่ะ...เอาเป็นว่าฉันจะรอรับความช่วยเหลือเรื่องงานแต่งนายก็แล้วกันนะ...ฟันธง!”

“งั้นก็รอเก้อไปเถอะแกสำหรับฉันบอกได้แค่ ไม่-มี-ทาง!”เขาลงเสียงเขหนักแถมพร้อมด้วยแววตามุ่งมั่น

“เออๆ เอาเป็นว่าฉันจะรอทางที่แกจะเดินมาหาฉันก็แล้วกัน”มหรรณพเอ่ยกลั้วหัวเราะ “ว่าแต่นายเถอะตอนนี้ทำงานทำการอะไรอยู่วะ?หรืออยู่ให้พ่อเลี้ยง?”เขาถามเย้าเพราะรู้ดีว่าพอของเมฆมงคลมีฐานะดีเข้าขั้นมหาเศรษฐีแทนคำตอบเมฆมงคลลุกขึ้นยืน ใช้นิ้วโป้งเกี่ยวเข็มขัดผ้าขาวม้าเชิดหน้าพร้อมถาม

“แกเห็นชุดฉันไหมล่ะ” เขาถาม

“เออเห็น ตาไม่บอด...ทำไม?ชุดคอสเพลย์ชาวนาของแกเกี่ยวอะไรกับงานของแก?...เฮ้ยๆอย่าบอกนะว่าแกเปลี่ยนแนวไปออกแบบเสื้อผ้าน่ะ?!”มหรรณพเสียงตื่น

“ไอ้บ้า พูดออกมาคิดบ้างหรือเปล่าน้ำหน้าอย่างฉันนี่นะจะมีปัญญาออกแบบเสื้อผ้า งานละเอียดอ่อนแบบนั้นเหมาะกับฉันตายล่ะ!” เมฆมงคลว่าเสียงสะบัด “แกเห็นชุดฉันแล้วคิดถึงอะไรล่ะ?” เขาถามต่อแววตาอมยิ้มเจ้าเล่ห์มองเพื่อนซึ่งเริ่มครุ่นคิดหลังฟังคำถาม

“ชุดอย่างนี้...คอสเพลย์ชาวนา...ทำนา?แกทำนาเหรอ?” ชายหนุ่มถามอย่างไม่แน่ใจ แล้วก็แทบพลัดตกเก้าอี้เมื่ออีกฝ่ายยกมือกอดอกเชิดหน้าจนปลายคางตั้งฉากก่อนจะประกาศเสียงดังอย่างภาคภูมิใจจนหลายคนต้องหยุดฟัง

“เออ! ฉันนี่แหละ ทำนา!!”

จบตอนเมฆสีเทา

หลังฉาก#1

เมฆ:นี่ๆ ป้าที่เขียนเรื่องนี้น่ะ

รัมย์: อะไรยะ! เรียกป้าเดี๋ยวปั๊ดเขียนให้พิการซะเลย! อยากเปลี่ยนโหมดเล่นเรื่องดราม่าหรือยะ!เรียกพี่สิยะ พี่!!!

เมฆ: ครับ ๆ พี่ก็ได้ครับป้า...เอ๊ย...พี่ครับๆ

รัมย์:เออ ว่าไง

เมฆ:คือผมอยากถามว่าผมเป็นพระเอกเรื่องนี้ใช่ไหม?

รัมย์:อยากเป็นปะล่ะ?

เมฆ: ไอ้อยากมันก็อยากแหละ...แต่ทำไมจากหนุ่มหล่อใสสไตล์เกาหลีตาลปัตรเป็นจรกาอย่างนั้นละคร้าบ

พี่พระเอกส่วนใหญ่ที่หล่อรวยดูไฮโซเขาก็หล่อเข้มใส่สูทโก้เก๋อะไรอย่างนี้...แล้วดูผมดิเปิดตัวมาก็

หนวดเฟิ้ม เสื้อม่อฮ่อมงี้แถมทำนาอีก...พี่...พ่อผมรวยนะ...

รัมย์: แล้วไง?

เมฆ:ขอผมเหมือนพระเอกทั่วไปได้ไหม? แบบ หล่อไฮโซ โก้ ขับรถหรู ดูดีไปเรียนเมืองนอกด้วย

รัมย์: งั้นแกเป็นพระรองก็แล้วกัน เดี๋ยวให้ไอ้หรรเป็นพระเอกแทนมันบอกรับได้ทุกบทไม่เรื่องมากด้วย

เมฆ:อ้าว...ไหงงั้นล่ะพี่! เพิ่งออกอากาศได้ตอนเดียวจะปลดกันดื้อๆงี้เลยเรอะ?!

รัมย์: ช่วยไม่ได้ เรื่องมากเองนี่

เมฆ:เอาๆ ตามใจพี่ละกัน จะให้ผมซกมกแค่ไหนก็จัดไป อย่าเพิ่งปลดผมละกันยังไม่ได้เจอนางเอกเลย

รัมย์: เออ มันก็ต้องเป็นงั้นแหละ ว่าง่ายๆ จะได้เลี้ยงควายตัวใหญ่ๆ

เมฆ: ฟังแปลก ๆ นะพี่?

รัมย์: ช่างมันเถอะ...ไปเตรียมตัวเล่นตอนต่อไปได้แล้ว!

เมฆ:คร้าบบบบบบบบ

....

รัมย์: ช้าอะไรอยู่คะคุณคนน่ารักที่อ่านจบแล้วน่ะ...เม้นหน่อยสิตะเอง เค้ารอนะอุงิ้วววววววว




Create Date : 29 เมษายน 2558
Last Update : 29 เมษายน 2558 23:48:19 น.
Counter : 170 Pageviews.

1 comments
  
มาลงชื่อติดตามอ่านค่ะ

ชอบใต้ร่มดอกรักมากเลย


โดย: lovereason วันที่: 30 เมษายน 2558 เวลา:8:52:00 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

RUM_XIAH
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



หมูรัมย์ตัวนี้...น่ารัก หลังไมค์ถึงรัมย์