Group Blog
 
 
มกราคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
4 มกราคม 2555
 
All Blogs
 
กัลบกยอดรัก(เดิมแผนลวงรัก) บทที่ 1


แผนลวงรัก บทที่ 1


พุดน้ำบุศย์พยายามขับรถให้จอดชิดริมฟุตบาทห่างจากหน้าร้านเสริมสวยและตัดผมชายนามว่าแน่งน้อยแฮร์คัทเพียงสิบเมตร คิ้วสวยเลิกสูงด้วยความฉงนเมื่อมีฝูงชนหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าไทยมุง ยืนจับกลุ่มกันอยู่หน้าร้าน เธอรีบซอยเท้าเข้าไปยังกลุ่มผู้คนไม่สนใจจะหยิบฉายสิ่งของที่เพิ่งไปซื้อมา ใจกวัดคิดว่าต้องมีเหตุการณ์มิดีมิร้ายเกิดขึ้นแน่ ๆ สงสัยวันนี้คงได้ห้ามศึกระหว่างเมียน้อยกับเมียหลวงที่เคยเกิดขึ้นมาสองครั้งในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา

หญิงสาวรีบเบียดเสียดฝูงชนเข้าไปยืนเคียงคู่กับคุณแน่งน้อยผู้เป็นป้าซึ่งยืนนิ่งอยู่หน้าร้าน ยังไม่ทันจะถามว่าเกิดอะไรขึ้นก็มีเสียงตะโกนด่าน้ำเสียงเกรี้ยวกราดดังมาจากอีกด้านหนึ่ง

“แกเถียงไม่ออกเพราะที่ฉันพูดมาเป็นความจริงใช่ไหม เจ้าข้าเอ๋ยมาทางนี้เร็วมาดูนังผู้หญิงเลวที่แย่งสามีชาวบ้าน มันเอามากกมากอดกันทั้งคืน มันเปิดร้านเสริมสวยบังหน้าที่แท้มันค้าเนื้อสด”

คำว่าเนื้อสดของคุณรินทรัพย์หมายถึงมีการค้าประเวณีหรือขายบริการทางเพศ

พุดน้ำบุศย์หันหน้ามาทางต้นเสียง แล้วในทันทีที่หญิงคนนั้นพูดจบเธอก็เหมือนรู้สึกถูกชกเข้าอย่างจังที่หน้าท้องและถูกตบแก้มซ้ายขวาในเวลาเดียวกัน เธอเดินอาด ๆ เข้าไปหาหญิงคนนั้นพร้อมกับจับมือซึ่งยกชี้หน้าเธอและป้าลง จ้องมองลึกลงไปในดวงตาสีดำของหญิงสูงวัยกว่า

คุณรินทรัพย์ หญิงร่างสมส่วน สูงราวร้อยหกสิบ อายุประมาณห้าสิบกว่าเป็นภรรยาของ คุณวิรัชนายทหารอากาศซึ่งเป็นลูกค้าประจำที่ร้าน เคยมาต่อว่าป้าของเธอเมื่อหลายเดือนก่อนให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับสามีของหล่อน โชคดีที่วันที่เจ้าหล่อนมาหามันเป็นเวลาปิดร้านพอดี ป้าของเธอจึงเชิญเข้าไปในร้านพร้อมกับชี้แจงว่าท่านกับสามีของหล่อนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกันมากไปกว่าลูกค้าคนหนึ่งเท่านั้น แต่กว่าจะอธิบายกันเข้าใจได้เจ้าหล่อนทั้งด่าทั้งขู่เสียจนเธอต้องบอกว่าจะแจ้งความข้อหาบุกรุกหากไม่รับกลับไป

“ถอดคำพูดของคุณเดียวนี้คุณรินทรัพย์” พุดน้ำบุศย์พูดเสียงเข้ม “อย่ามาใส่ร้ายป้าของฉันไม่อย่างนั้นฉันจะไม่ใช้แค่ขู่ว่าจะแจ้งความเหมือนครั้งก่อน แต่ฉันจะเอาจริงและจะฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทอีกกระทง”

คนฟังถึงกับกัดกรามแน่น เงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าสวยของเด็กรุ่นลูก แต่ต้องชะงักเมื่อมีเสียงตวาดพร้อมกับที่ลูกชายของหล่อนดึงไว้

“ลองตบซีคะ ตบเลยจะได้เพิ่มข้อหาอีกกระทง” พุดน้ำบุศย์ท้าทาย ลอยหน้าลอยตา “เป็นข้อหาทำร้ายร่างกายและพยายามฆ่าดีไหมคะ”

“แกอย่างมายียวนฉัน นังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม” หญิงสูงวัยกว่าตวาดเสียงดัง “แล้วพวกแกไม่รู้จะไปทำมาหากินอะไรกันหรือยังไงถึงมายืนสู่รู้เรื่องชาวบ้าน”

พุดน้ำบุศย์ยิ้มน้อยที่มุมปากเดินถอยหลังไปยืนเคียงข้างคนเป็นป้า เอาเข้าแล้วไหมเล่าพอทำอะไรเธอไม่ได้ก็พาลใส่คนโน้นคนนี้แต่ก็ได้ผลบรรดาไทยมุงรีบแยกย้ายกันไปคนละทิศละทางด้วยหน้าตาแตกตื่นเพราะไม่คิดจะโดนลูกหลง

“ฉันว่าคุณกลับไปเถอะอย่ามายุ่งวุ่นวายที่ร้านเลยค่ะ” พุดน้ำบุศย์บอก มองเลยไปยังชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาใบหน้าละม้ายคล้ายคุณรินทรัพย์หากจมูกโด่งจนเป็นสัน ริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อ ความสูงราวร้อยเจ็ดสิบห้าถึงร้อยแปดสิบ สายตาคมหรี่มอง ก่อนคาดคะเนเขาคงเป็นลูกชายเสียกระมัง

“แกคิดว่าฉันอยากลดตัวมาเกลือกกลั้วคนชั้นต่ำอย่างพวกแกหรือ ถ้าไม่ใช่เพราะนังป้าของแก่ริอ่านจะสบายเป็นเมียน้อยเมียเก็บสามีชาวบ้าน”

พุดน้ำบุศย์อารมณ์เดือดปุด อยากเข้าไปตบปากที่พ่นวาจาใส่ร้ายสักร้อยหน ป้าของเธอไม่มีวันที่จะทำเช่นผู้หญิงคนนี้กล่าวอ้าง แต่เธอทำได้เพียงคิดเพราะหากทำจริงสังคมไทยยังรับไม่ได้ที่ผู้น้อยทำร้ายผู้อาวุโสกว่า เพียงแค่เธอพูดจาเสียดสีกลับยังรู้สึกผิดไม่น้อย

“แม่อย่าทำอย่างนี้สิครับ อายคนเขา” คนเป็นลูกชายเหลืออดหลังจากที่พยายามห้ามปรามหลายครั้ง ก่อนที่หญิงสาวปากร้ายคนนี้จะมาเสียอีก

คนเป็นแม่มองลูกชายตาขวาง พูดตัดพ้อทั้งที่เนื้อตัวสั่นด้วยอารมณ์โกรธสุดขีด “แก่มันลูกพ่อ เอะอะก็เข้าข้างกัน เคยคิดไหมหัวอกคนเป็นแม่เป็นเมียมันเจ็บแค่ไหนเมื่อคนที่เรานอนด้วยทุกคืนนอกใจ”

“คุณเป็นลูกชายคุณรินทรัพย์รึ” พุดน้ำบุศย์ถาม “ทำไมถึงปล่อยให้แม่มาอาระวาดชาวบ้านคุณเคยคิดไหมว่าผู้คนที่ผ่านไปมาจะร้องภาพลักษณ์ของร้านฉันไม่ดี ถ้ายอดลูกค้าฉันตกคุณจะต้องเป็นคนรับผิดชอบ”

รตน(ระ-ตะ-นะ)มองหญิงสาวใบหน้ารูปไข่ ยืนชี้หน้าต่อว่าและข่มขู่เขาปาว ๆ แต่พอได้ยินเสียงเอ็ดของคนเป็นป้าเจ้าหล่อนถึงกับหน้าจ๋อยและยกมือลูบสีข้างน้อย ๆ เขาคิดว่าเจ้าหล่อนคงโดนบิดเข้าที่สีข้าง ดีบิดให้เนื้อขาว ๆ ที่อยู่ในร่มผ้านั้นขาดออกมาเป็นชิ้น ๆ ได้ยิ่งดี

“ขอโทษคุณเขาทั้งสองคนเดี๋ยวนี้นะยายใบเตย” คนเป็นป้าสั่ง เมื่อเห็นหลานสาวไม่ทำตามจึงเอ็ดเสียงเขียวอย่างเหลืออด “เดี๋ยวนี้คำพูดฉันมันไม่มีความหมายกับใครสักคน คุณก็เหมือนกันคุณรินทรัพย์แทนที่จะมาต่อว่าอาระวาดฉันปาว ๆ ว่าแย่งสามีคุณ ทำไมคุณไม่เคยคิดว่าตัวเองก็มีส่วนทำให้สามีเบื่อหน่ายด้วยล่ะ คุณวิรัชเป็นเพียงลูกค้าของฉัน” หญิงอ่อนวัยกว่าอธิบาย เมื่อเห็นอีกฝ่ายอ้าปากจึงรีบพูดก่อน “ลูกค้าคือคนที่มาจ้างให้ฉันตัดผมย้อมผมให้ไม่ได้เป็นอื่นอย่างที่คุณเข้าใจ ถึงคุณจะไม่ให้เกียรติฉันแต่ก็ควรให้เกียรติสามีตัวเองด้วย จะให้ฉันบอกกี่ทีคุณถึงจะเชื่อ”

คนสูงวัยกว่าที่ถูกต่อว่าซึ่ง ๆ หน้าถึงกับหน้าตึง รู้สึกเสียหน้าหากแต่ยังตะแบงไปข้าง ๆ คู ๆ

“คนอย่างพวกหล่อนมีเกียรติกับเขาด้วยหรือ ถามใครก็รู้ทั้งนั้นว่าผู้หญิงที่เปิดร้านเสริมสวยร้อยทั้งร้อยเป็นเมียน้อยเขา”

“แม่ครับ” รตนร้องปราม “ทำไมแม่พูดแบบนั้น ไปครับเรากลับกันเถอะดูสิครับผู้คนที่เดินผ่านไปมาเขามองกันใหญ่ ถึงแม่ไม่อายแต่ผมอายนะครับ”

“อายก็รีบพากลับสิคุณ” พุดน้ำบุศย์พูดแทรก เมื่อเห็นเขามองมาจึงป้องปากตะโกน “เจ้าข้าเอ๋ยมาเร็วมาดูคนหน้าไม่อายเร็ว”

“ยายใบเตยเข้าร้านเดี๋ยวนี้ คนที่อายตอนนี้ไม่ใช่เขาแต่เป็นฉันที่เลี้ยงลูกเลี้ยงหลานไม่ดี” คนเป็นป้าเอ็ดเสียงเขียว ก่อนฉุดกระชากหลานสาวตัวแสบให้เข้าไปในร้าน โชคดีเหลือเกินตอนที่คุณรินทรัพย์มาอาระวาดยังไม่มีลูกค้าเข้าร้านแม้จะเป็นวันเสาร์ก็เถอะ

*************************

เมื่อเห็นคนเป็นแม่เดินดิ่งจะเข้าไปภายในร้านเดือดร้อนคนเป็นลูกที่ต้องรีบวิ่งเข้าไปขัดขวาง ชายหนุ่มเลือกวิธีโอบกอดทางด้านหลัง พูดเสียงกระซิบ

“เรากลับกันเถอะครับแม่ ผมได้ยินเต็มสองรูหูเลยว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรกับพ่อ”

คนเป็นแม่ขัดขืนอยู่ในอ้อมแขนแกร่งของลูกชาย นึกอายสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมาคงสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมนางถึงถูกชายหนุ่มโอบกอด

“แกเชื่อมันหรือตาก้าน” คนเป็นแม่ฟูมฟายน้ำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจ “ถ้าไม่มีหลักฐานแม่ไม่มาอาระวาดพวกนังผู้หญิงแปลกสาแหรกถึงร้านนี้หรอก ร้อยวันพันปีแม่ไม่เคยคิดมาเหยียบ”

ชายหนุ่มคลายอ้อมแขนที่รัดแน่นและปล่อยให้เป็นอิสระในเวลาต่อมา รู้สึกเห็นใจคนเป็นแม่เหมือนกันแต่ความเห็นใจของเขาก็ตั้งอยู่บนบรรทัดฐานของการยอมรับได้หากมันมีเหตุผลมากพอ และบ่อยครั้งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาแม่มักคิดเกินเหตุระแวงว่าพ่อของเขาจะมีผู้หญิงอื่นนอกจากตัวท่านเอง

“ขอผมดูหลักฐานที่แม่ว่าได้ไหมครับ” ลูกชายถามเสียงขรึม “แต่เรากลับไปดูที่บ้านกันนะครับแม่ เพราะตอนนี้มีแต่คนมองเราสองคนกันใหญ่แล้วคงคิดว่าแม่ได้สามีเด็กเสียกระมัง ประมาณว่าเกิดการงอนง้อของสาวสอวอกับเด็กหนุ่ม”

“แม่มีหลักฐานจริง ๆ นะตาก้าน” คนเป็นแม่บอกเสียงกระตือรือร้นเมื่อได้ยินลูกชายแสดงความสนใจ “มันเป็นรูปถ่ายของพ่อแกกับนังแน่งน้อย มันสองคนไปกินข้าวกันที่ห้างฯ”

“ผมเชื่อแม่ครับ แต่ตอนนี้ผมหิวแล้วสิ” คนเป็นลูกชายพูดประจบ ทำหน้าละห้อยยกมือลูบท้อง

“แม่ลืมเสียสนิทเมื่อเช้านี้หลังจากแม่ได้รับข้อความที่เป็นรูปถ่ายจากปรุงจิตแม่ก็รีบบึ่งรถมาที่ร้านนี้ทันที ก็พ่อเราน่ะสิเมื่อวานนี้บอกว่าไปราชการต่างจังหวัด แม่ก็เลยอยากมาดูให้แน่ว่ากกมากอดกันอยู่ที่นี่หรือเปล่า”

รตนถึงกับถอนใจ รู้สึกว่าเพื่อนเก่าแก่ของแม่คนนี้จะนำความเดือดร้อนมาสู่ครอบครัวของเขา น้าปรุงจิตเป็นเพื่อนสนิทของแม่เพื่อนเล่นกันมาแต่สมัยเด็ก แต่มาแยกกันเมื่อตอนที่ต้องย้ายตามคุณตาซึ่งได้รับคำสั่งให้ไปประจำการต่างจังหวัด เมื่อแม่ย้ายกลับมาหลังจากคุณตาประสบอุบัติเหตุพร้อมคุณยาย จึงได้รู้ว่าน้าปรุงจิตได้แต่งงานกับสามีชาวต่างชาติและเดินทางไปต่างประเทศก่อนหน้าที่แม่จะกลับเพียงสามเดือน

“เรากลับบ้านกันเถอะครับแม่” คนเป็นลูกชักชวน “เดี๋ยวผมขับรถของแม่ไปเอง”

“แล้วรถของเราล่ะ” คนเป็นแม่ถาม เหลือบมองร้านของคนที่คิดจะแย่งของรักไปจากตน หมายมาดในใจว่าถ้าหากลูกชายของเธอเห็นหลักฐานในโทรศัพท์นี่ละก็เขาจะต้องเข้าข้างและช่วยเธอกำจัดมารหัวใจอย่างแน่นอน

ชายหนุ่มมองตามและได้เห็นหญิงสาวคนที่ต่อว่าเขาปาว ๆ เดินหน้ามุ่ยออกมาจากร้านตรงดิ่งมาทางเขาและแม่ ก่อนหยุดยืนและยกมือไหว้

“ฉันขอโทษที่พูดไม่ดีกับคุณ” พุดน้ำบุศย์พูดมะนาวไม่มีน้ำ น้ำเสียงบ่งบอกว่าไม่เต็มใจเอาเสียเลยที่ต้องทำแบบนี้ เมื่อเห็นสองแม่ลูกยืนอึ่งอยู่จึงรีบพูดให้จบ ๆ “คุณด้วยเหมือนกัน”

รตนยกมือขึ้นชี้ตัวเอง เลิกคิ้วสูงเป็นเชิงถามว่าเขาด้วยหรือที่ได้รับคำขอโทษแบบมะนาวไม่มีน้ำจากเจ้าหล่อน มันฟังดูเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับคำขอโทษนี้ แต่เมื่อเขามองเลยหญิงสาวก็เห็นคุณแน่งน้อยยืนชะเง้อมองมาจากภายในร้าน

“เอากองไว้ตรงนั้นเถอะย่ะ” คุณรินทรัพย์สะบัดหน้าพรืดหลังพูดจบ

“แม่ครับเรากลับกันเถอะ” คนเป็นลูกชายเอ่ยชักชวนพร้อมรุนหลังให้เดินไปที่รถยนต์ซึ่งจอดอยู่ไม่ห่างจากที่เขาและแม่ยืนอยู่ ก่อนหันไปบอกเสียงดังฟังชัดว่า “เดือนนี้ไม่ใช่เดือนห้า มะนาวมันน่าจะมีน้ำนะเพราะมันเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวแล้ว”

พุดน้ำบุศย์ยืนเม้มปากกำหมัดแน่น ทำไมจะไม่รู้เล่าว่าเขาพูดกระทบเธอเรื่องการพูดจา ถ้าไม่โดนคนเป็นป้าบังคับขู่เข็ญแถมสั่งให้ออกมาขอโทษสาบานเถอะว่าเธอไม่มีวันยอมทำอย่างนี้เด็ดขาด แทนที่เขาจะบอกว่าไม่เป็นไรกลับพูดจาเสียดสีเสียนี่

***************************

“แม่ลืมเสียสนิท” คุณรินทรัพย์ยกมือตบอกหน้าตาตื่น เมื่อเดินตามลูกชายเข้าบ้านตึกสองชั้นที่ปลูกสร้างบนที่ดินเนื้อที่หนึ่งเกือบสองร้อยตารางวาภายในหมู่บ้านจัดสรรใจกลางเมือง

“ลืมอะไรหรือครับแม่ พูดเสียตกอกตกใจ”

“วันนี้ปรุงจิตจะพาหนูแพมมาทานข้าวที่บ้านเราตอนเที่ยง” คนเป็นแม่พูดเสียงดัง ก่อนถามต่อ “นี่กี่โมงกี่ยามแล้วตาก้าน”

“สี่โมงเช้าแล้วครับแม่” คนเป็นลูกชายบอกเดินตรงเข้าไปเปิดตู้เย็นซึ่งอยู่ด้านในของบาร์เล็ก ๆ ที่เขาเพิ่งต่อเติมเพิ่มเมื่อไม่นานมานี้ “น้ำไหมครับแม่”

“ไม่ล่ะ” คนเป็นแม่ปฏิเสธ ก่อนพูดดักคอ “วันนี้หยุดไม่ไปงานไม่ใช่หรือ อย่าคิดชิ่งหนีเหมือนหลาย ๆ คราวที่ผ่านมานะตาก้าน”

รตนถึงกับถอนใจ ยอมรับว่ามันเป็นจริงอย่างที่แม่เขาพูดดักทางเพราะหลายครั้งที่ผ่านมาเขาหลบหลีกไม่ยอมพบหน้าหญิงสาว เขานึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่าเจ้าหล่อนไม่มีสมองหรืออย่างไรจึงยอมให้ผู้ใหญ่จังคู่ให้

“สรุปวันนี้ยังไงผมก็ต้องอยู่เจอยายหนูแพมลูกของน้าปรุงจิตใช่ไหมครับแม่” รตนถามก่อนขอดูหลักฐาน “ถ้าแม่ไม่รีบผมขอดูรูปของพ่อกับคุณแน่งน้อยได้ไหมครับ”

คนเป็นแม่ส่งรูปถ่ายหลักฐานซึ่งอยู่ในโทรศัพท์ให้ลูกชายดู ก่อนพูดน้ำเสียงข่มขื่น “คุณรัชคงไปหลงคารมมันแน่เลย ดูสิมีนัดแนะกันไปกินข้าวข้างนอก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะมันมีอีกรูปถัดไป รูปนั้นมันหลายเดือนแล้วก่อนวันเกิดแม่เสียอีก”

รตนนั่งนิ่งเมื่อเห็นรูปของพ่อและคุณแน่งน้อยที่ถูกถ่ายในระยะไกลโดยที่ทั้งสองไม่รู้ตัว แต่มาคลี่ยิ้มเมื่อเห็นรูปภาพที่แม่ของเขาบอกว่าได้มาหลายเดือนแล้วก่อนนิ่งขรึมอีกครั้งเมื่อคิดต่อไปว่าทันทีหลังจากที่แม่ได้รับเห็นรูปภาพแม่ของเขาจะต้องไปเล่นงานคุณแน่งน้อยเสียอ่วมแน่ และไม่เข้าใจว่าน้าปรุงจิตเพื่อนแม่คิดยังไงถึงได้ถ่ายภาพนี้มาให้แม่ของเขามันเป็นความหวังดีที่ประสงค์ร้ายแอบแผงอยู่หรือเปล่า

“ผมกับยายกวางนัดเจอพ่อที่ห้างสรรพสินค้าก่อนวันเกิดของแม่ ผมจำได้ว่าพ่อใส่เสื้อตัวนี้และบอกว่าเจอคุณแน่งน้อยที่ร้าน เธอไปกับหลานสาว ผมยังได้คุยด้วยแต่ไม่นานเราไปเลือกซื้อของขวัญให้แม่ครับ”

“อย่ามาแก้ตัวแทนพ่อเราดีกว่า”

คนเป็นลูกส่ายหน้าน้อย “ไม่ได้แก่ตัวแทนในฐานะลูกหรือผู้ชายเหมือนกัน แต่ที่ผมพูดออกมาเป็นความจริงไม่เชื่อแม่ลองไปถามยายกวางก็ได้”

คุณรินทรัพย์ผุดลุกขึ้นจากโซฟาใกล้บุตรชาย ซึ่งไม่ยอมรับราชการทหารตามพ่อแต่เลือกที่จะเป็นผู้บริหารโรงเรียนเอกชนซึ่งเป็นกิจการของครอบครัวซึ่งตัวเธอเองรับช่วงต่อมาจากมารดา โดยมีบุตรสาวคนเล็กของเธอเป็นครูพี่เลี้ยงเด็กและช่วยดูแลเรื่องระบบบัญชีให้

“เรื่องขอพ่อเราเอาไว้ก่อน เพราะตอนนี้เหลือเวลาอีกชั่วโมงกว่าก็จะได้เวลานัด แม่ไม่อยากเสียหน้าถ้าต้อนรับเพื่อนเก่าแก่ไม่ดี เราก็เหมือนกันเดี๋ยวทานของว่างรองท้องไปก่อนแล้วก็ขึ้นไปแต่งตัวให้หล่อ ๆ เพื่อต้อนรับน้อง”

ชายหนุ่มรับคำอย่างสุดเซ็งในอารมณ์ ไม่รู้ว่าแม่เอาความคิดเรื่องการจับคู่มาจากไหนร้อยวันพันปีไม่เคยคิดสนใจ คงจะเป็นน้าปรุงจิตอีกเสียงกระมังที่นำความคิดแผลงแบบนี้มาสู่แม่ของเขา

*************************

รถยนต์เก๋งสีขาวแล่นมาจอดที่หน้าบ้านของเขาเมื่อตอนห้าโมงครึ่ง รตนดีดตัวผลุงจากโซฟารับแขก เขาไม่ได้ตื่นเต้นกับการมาของคุณปรุงจิตและบุตรสาวหากแต่ที่ต้องรีบทำอย่างนี้เพราะวาจาเผ็ดร้อนของแม่เขาซึ่งเดินออกไปสามสี่ก้าวแล้ว

“โธ่...แม่ครับ ทำอย่างกับว่าน้าปรุงจิตเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงต้องรีบวิ่งออกไปต้อนรับเสียอย่างนั้น” ชายหนุ่มบ่นกระปอดกระแปด “ถึงเราไม่ไปต้อนรับเขาก็เข้ามาบ้านเราได้ครับ ประตูก็เปิดเสียกว้างเคยมาบ้านเราก็หลายครั้งแล้ว”

คนฟังหันมาตีแขนชายหนุ่มไม่แรงนักเป็นการปรามก่อนเอ็ดเสียงเบา “เลิกบ่นเสียทีเถอะพ่อคุณ ถ้าเกิดแขกของฉันได้ยินเขาจะเอาไปพูด เป็นถึงผู้บริหารโรงเรียนแต่กลับไม่มีมารยาท อีกอย่างฉันก็หมายมั่นปั้นมือให้แกกับหนูแพมแต่งงานกัน น้องเขาน่ารัก”

“เรื่องอื่นผมไม่ว่า แต่เรื่องจับคู่นี่ผมขอเถอะครับแม่” ชายหนุ่มต่อรอง หากต้องตะลึงถึงกับอ้าปากกว้างหากไม่ได้ศอกของคนเป็นแม่มีหวังเขาคงได้ขายหน้าไม่น้อย ถึงกับตะลึงเชียวหรือ เสียงแม่ของเขาสัพยอกกลั้วหัวเราะ ทำเอาชายหนุ่มเสียหน้าไม่น้อย

“สวัสดีจ๊ะพ่อก้าน” ปรุงจิตร้องทักคนที่คาดหวังว่าจะมาเป็นเขย ก่อนสะกิดบุตรสาว “ไหว้พี่เขาสิยายแพม”

คนที่ถูกสั่งยกมือไหว้อย่างนอบน้อมบ่งบอกว่าได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี

“พาน้องเข้าไปทานของว่างที่เราเตรียมไว้สิก้าน เหลือเวลาอีกเป็นครึ่งชั่วโมงกว่าที่จะทานกลางวันกัน” คนเป็นแม่บอกบุตรชาย คล้ายเปิดโอกาสให้หนุ่มสาวได้อยู่กันตามลำพัง “เดี๋ยวแม่กับปรุงจิตจะเข้าไปดูกับข้าวในครัวเสียหน่อยไม่รู้เด็ก ๆ จัดการกันเรียบร้อยหรือยัง”

“ไปครับน้องแพม” รตนผายมือก่อนเดินเคียงข้างเข้าไปในบ้าน เขาคาดคะเนจากหางตาแล้วหญิงสาวคนนี้สูงไล่เลี่ยกับสนฉัตรน้องสาวของเขาและคงรุ่นราวคราวเดียวกันหรืออ่อนกว่า เจ้าหล่อนดูสงบเสงียมเรียบร้อย ผมยาวสีดำตรงสลวย ส่งให้ดวงหน้ารูปไข่ดูโดดเด่น ขัดกับดวงตาโศกคู่นั้น

“แม่ของน้องแพมพูดเรื่องที่อยากให้เราแต่งงานกันหรือยังครับ” ชายหนุ่มถามตรงประเด็น สายตาคมเห็นหญิงสาวตรงหน้าทำตาโตก่อนก้มมองมือทั้งสองที่ประสานกันไว้บนตัก ก่อนพูดเสียงเบาเสียจนเขาต้องถามซ้ำ หากเมื่อเขาเสียงดังเจ้าหล่อนถึงกับสะดุ้ง

“แม่บอกค่ะ แต่แพมไม่เห็นด้วย” พวงชมพูบอกเสียงเบา ไม่สบตา

รตนตบขาตัวเอง ก่อนหัวเราะเมื่อเห็นหญิงสาวซึ่งก้มหน้าอยู่สะดุ้งเฮือก ใจไผล่ไปถึงหญิงสาวอีกคนที่เขาเพิ่งเจอเมื่อเช้านี้ หากเป็นเจ้าหล่อนมีหวังเขาคงโดนสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบว่าไม่มีมารยาทและคงต่อด้วยฉันไม่อยากแต่งงานกับคุณต่อให้มีผู้ชายในโลกนี้เหลือคุณเพียงคนเดียวแน่

“พี่ก็ไม่อยากแต่งงานเหมือนกัน เพราะพี่มีแฟนอยู่แล้วคงจะแต่งงานกันในอีกไม่ช้า แต่แม่พี่ไม่ยอมรับคนแก่ก็แบบนี้” ชายหนุ่มปดเรื่องแฟนอีกทั้งเรื่องที่แม่เขาไม่ยอมรับในตัวแฟนเพราะถ้ายอมรับแม่คงไม่พูดเรื่องจะให้เขาแต่งงานกับหญิงสาวตรงหน้า

พวงชมพูเงยหน้ามองเขา คิ้วเรียวขมวดมุ่น ก่อนถามเสียงเบา “ให้ชมพู่ช่วยอะไรไหมคะ แต่ถ้าช่วยเรื่องพูดกับแม่คงไม่ไหวเพราะท่านก็ไม่ฟังชมพู่เหมือนกัน”

ชายหนุ่มเปิดยิ้มกว้าง เอ็นดูในความมีน้ำใจของหญิงสาวตรงหน้าแม้จะพบกันครั้งแรก “แล้วเรามีแฟนหรือยังล่ะ ไม่ต้องเกรงใจนะบอกพี่ได้นึกว่าพี่เป็นพี่ชายของเราเถอะ เพราะเราเป็นลูกคนเดียวนี่นา”

“ยังไม่มีค่ะ” พวงชมพูตอบเกรง ๆ เมื่อเห็นชายหนุ่มเลิกคิ้วสูงจึงรีบชี้แจง “ความจริงก็มีอยู่คนที่แอบชอบค่ะ”

ชายหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ คิดแผนการดัดหลังแม่ของตนที่คอยจับคู่ได้สำเร็จ เขาคุยกับหญิงสาวตรงหน้าหลายเรื่องจนเจ้าหล่อนคลายความกังวลและยอมเปิดใจยอมรับเขาในฐานะพี่ชาย รตนบอกตัวเองว่าพวงชมพูเป็นหญิงสาวที่สวยงามตามสไตล์สาวลูกครึ่งแต่เขากลับถูกชะตาและให้เจ้าหล่อนได้เพียงน้องสาว ชายหนุ่มนั่งคิดถึงเหตุผลที่เขาไม่มีความรู้สึกกับพวงชมพูมากไปกว่าน้องสาว เป็นเพราะตอนนี้ในความนึกคิดมียายใบเตยตัวแสบครอบครองอยู่เต็มไปหมด เขาบอกตัวเองว่ามันไม่ใช่ความใคร่แต่มันเป็นความอยากเอาชนะความถือดีของเจ้าหล่อนต่างหาก




Create Date : 04 มกราคม 2555
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2555 9:06:51 น. 7 comments
Counter : 255 Pageviews.

 
นางเอกชื่อพวงชมพู นางเอกของพี่ชื่อพู่ชมพู
สาวๆ ชมพูเหมือนกันเลย

มีนิดหนึ่งค่ะ ตอนที่บอกลักษณะตัวละคร ไม่จำเป็นต้องบอกทีเดียว ครั้งเดียว (อย่างตอนที่พูดถึงคุณรินทรัพย์) เราสามารถใส่ได้เรื่อยๆ ค่ะ

เป็นกำลังใจให้นะคะน้องตุ๊ก


โดย: สายธาร/กนกนารี วันที่: 4 มกราคม 2555 เวลา:10:36:21 น.  

 
ขอบคุณค่ะพี่นางที่เข้ามาส่งกำลังใจและให้คำแนะนำ จะนำไปปรับปรุงใช้กับตัวละครตัวอื่น ๆ ต่อไปนะคะ


โดย: ริปอง (ริปอง ) วันที่: 5 มกราคม 2555 เวลา:8:43:38 น.  

 
ทำบล็อกครั้งแรก แต่งได้สวยน่ารักเชียวครับ เก่งมาก

นายก้านชักจะติดใจใบเตยซะแล้ว อยากชนะนี่ คงไม่ใช่อยากชนะใจหรอกนะ (แซวพระเอก) พวงชมพูก็ดูน่ารักดีครับ สงสัยว่าจะได้มีพระรองเป็นของตัวเองรึเปล่าหนอ


โดย: คุณพีทคุง (ลายปากกา ) วันที่: 6 มกราคม 2555 เวลา:5:20:47 น.  

 
บล็อคน่ารักสบายตาจังเลยจ้ะ เอาใจช่วยนะคะริปอง


โดย: นลิน IP: 203.144.233.115 วันที่: 12 มกราคม 2555 เวลา:8:14:29 น.  

 
ขอบคุณคุณพีทคุงและพี่นลินสำหรับคำชมเรื่องบล็อกที่ว่าน่ารักค่ะ
นายก้านเขาเริ่มอยากชนะความถือดีค่ะ แต่เรื่องใจอันนี้คงต้องตามมาที่หลัง
พยายามเปิดตัวพวงชมพูให้ดูน่ารักไม่น้อยหน้าใบเตย และที่สำคัญเธอก็มีพระเอกให้หัวใจแล้วจริง ๆ ค่ะ แต่ตอนนี้ยังเปิดเผยไม่ได้ว่าเป็นใคร(กำลังเลือกบุคคลพระเอกของยายชมพู่ให้ไม่น้อยหน้าตาก้านค่ะ)


โดย: ริปอง (ริปอง ) วันที่: 13 มกราคม 2555 เวลา:9:32:52 น.  

 
แวะมาให้กำลังใจงับ^^

เห็นบล็อกคุณริปองแล้วอยากมีมั่ง 555+


โดย: โต๊ัะ IP: 49.49.128.78 วันที่: 15 มกราคม 2555 เวลา:19:20:34 น.  

 
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ จะรีบเก็บเอาไปเป็นลูกฮึดในการเขียนนิยายนะคะ คุณโต๊ะ


โดย: ริปอง (ริปอง ) วันที่: 16 มกราคม 2555 เวลา:16:37:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ริปอง
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ผู้หมั่นเสมอย่อมสำเร็จ

งานเขียนทั้งหมดที่เกิดขึ้นมีขึ้นในเวบนี้ เป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของริปองแต่เพียงผู้เดียว ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

Friends' blogs
[Add ริปอง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.