Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2556
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
23 พฤษภาคม 2556
 
All Blogs
 
เห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใคร..ในโอซาก้า

ทริปสั้น ๆ ทริปนี้เป็นทริปประจำปีที่ไปกับที่ทำงาน จุดหมายปลายทางคือเมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น

เครื่องออกจากสนามบินสุวรรณภูมิตอนห้าทุ่มครึ่ง ถึงสนามบินคันไซตอนเจ็โมงเช้าตามเวลาท้องถิ่น

ญี่ปุ่นกับไทยเวลาต่างกัน 2 ชั่วโมง (พระอาทิตย์สว่างโล่ สะดุ้งตื่นเพราะตกใจก่อนนาฬิกาจะปลุกทุกเช้า)







ที่แรกที่เราไปก็คือ วัดโทไดจิ ที่นารา ช่วงที่ไปเป็นช่วงรอยต่อของวันหยุดยาวของญี่ปุ่นกับวันพ่อ

ตามสถานที่ท่องเที่ยวก็เลยคนเยอะมาก ๆ นึกว่าวันเด็กแห่งชาติของประเทศไทย

นอกจากคนจะเยอะแล้วกวางยังเยอะอีกต่างหาก















หาตู้ไปรณีย์เจอแล้ว แต่หาแสตมป์ยากมาก



ออกจากวัดโทไดจิ เรามุ่งหน้าสู่โตเกียวเพื่อไปที่วัดคิโยมิสึ อยู่บนยอดเขาฮิงาชิยาม่า

จากบนนี้มองเห็นวิวเมืองเกียวโตและหอคอยเกียวโตด้วย



มีวิหารที่สร้างจากไม้ทั้งหลังโดยไม่ใช้ตะปูที่สำคัญคือสร้างด้วยฝีมือมนุษย์

วัดนี้มีน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่คนมักจะนิยมมาดื่มขอพร 3 ข้อ

ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ สุขภาพ ความรัก และการเรียน (ไม่ได้ดื่มสักอึก คนเป็นแสน)












จากนั้นไปต่อกันที่วัดคินคาคุจิ ที่นี่มีศาลาสีทองเหลืองอร่ามตั้งอยู่กลางสระน้ำ










คืนแรกที่ญี่ปุ่น เรานอกันที่ Hotel Universal Port

เป็นโรงแรมที่อยู่ติดกับ Universal Studios , Japan



ที่โรงแรมมีบอรดให้เด็ก ๆ วาดรูปพ่อตัวเองเนื่องในโอกาสวันพ่อ (เดาเอา อ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก)





วันต่อมาครึ่งวันเช้าเราอยู่กันที่สวนสนุก Universal ไม่ใช่แนวเราเลย 555

ไม่คิดว่าชาตินี้จะได้เที่ยวสวนสนุก แต่พี่ ๆ ก็ดูแลดีมาก พาไปนู่นไปนี่ ก็สนุกดีเหมือนกัน

ไม่ได้เล่นอะไรผาดโผน ส่วนใหญ่ก็เดินถ่ายรูปรูปหรือดูการแสดง





เรื่องขำ ๆ ที่ Universal คือ มีพี่คนหนึ่งในกลุ่มเขาอยากเข้าไปเล่น Back to the Future

ถ้าใครจำได้ ตอนเด็ก ๆ มันจะมีหนังเรื่องนึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับด็อกเตอร์กับผู้ชายคนหนึ่ง

ที่นั่งรถข้ามเวลาไปยังที่ต่าง ๆ เครื่องเล่นนี้ชื่อตามหนังเลย

เราจับกลุ่มไปกันทั้งหมด 7 คน ตอนเดินเข้า ก็เห็นเจ้าหน้าที่ยืนโบกมือ

ถ้าเป็นบ้านเราคงหมายถึงเต็ม ไม่ให้เข้า ตอนแแรกพากันไม่แน่ใจ

แต่เห็นเขาโบกแล้วยิ้ม แล้วก็มีคนญี่ปุ่นเจ้าถิ่นเดินเข้าไปก่อน พวกเราเลยเดินเข้าไป

(จากที่เจอมาพบว่า ถ้าในความหมายว่า "ไม่" เขาจะทำมือเป็นกากบาท อย่างตอนที่ไปถามหาแสตมป์ในร้านเครื่องเขียน)

ระหว่างรอคิว พนักงานก็มาพูดญี่ปุ่นใส่ เห็นคนไทยทำหน้าเอ๋อ ก็เลยเอากระดาษมาเขียน

สรุปได้ว่า ที่นั่งมันนั่งได้ 8 คน เขาเลยแบ่งเราเป็น 2 กลุ่ม คือ 3 กับ 4 ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมไม่ให้เข้าหมด

หรือลำบากต้องไปหาอีกคนให้ครบก็ไม่รู้ (คงไม่มีใครอยากมานั่งคนเดียวรวมกับคนอื่น)

ตัวเราเองอยู่ในกลุ่ม 3 คน ที่ต้องไปรวมกับคนญี่ปุ่น มันเป็นห้องเล็ก ๆ ก่อนเข้าห้องเปิดวิดีโอบิ๊วกันก่อน

ในห้องมีรถแบบ Back to the Future เลย มีที่นั่ง 3 แถว เรา 3 คนเลือกแถวหลังสุด

หลังจากล็อกที่นั่งเรียบร้อย หลังคารถถูกเอาลง ไฟก็ถูกปิด

ภาพตรงหน้าเป็นภาพฉายที่หมุนไปหมุนมาเหมือนเรานั่งอยู่บนรถจริง ๆ

ส่วนรถก็โยกไปโยกมา หัวโขกหลังคาบ้างเพราะนั่งหลังสุด

พี่ข้าง ๆ (คนที่อยากเล่น) กรี๊ดใหญ่ ทั้งที่เคยไปเล่นที่สิงคโปร์มาแล้ว

พอออกมา...

"เฮ้ย ทำไมมีกรูกรี๊ดอยู่คนเดียววะ พวกนี้นั่งเงียบ น้องนัทเหมือนกำลังดูพี่มาก"

"ก็มันรู้อ่ะว่ารถมันโยกแล้วฉากเปลี่ยนแค่นั้น"

"เฮ้ย รู้พี่ก็กรี๊ด แล้วห้องนั้นเป็นไงบ้างวะ ห้องพี่แม่งมีพี่กรี๊ดอยู่คนเดียว ญี่ปุ่นก็นั่งกันเงียบ" แกหันไปถามพี่ ๆ อีกกลุ่ม

"พี่ว่าระบบมันต้องมีปัญหาว่ะ น้องนัทมันแบบ...นิ่งมากอ่ะ"

"มึงเล่าอยู่คนเดียว ให้น้องมันได้แก้ต่างบ้าง" พี่อีกคนออกรับแทน

"เกิดมาไม่เคยกรี๊ดไงพี่ ยังไม่รู้เมโลดี้ คราวนี้มาดูงานไปก่อน" เราตอบ

(อีกอย่างคือปกติก็ไม่เคยกรี๊ด แค่เฮ้ยก็พอ)

พี่แกบ่นจนน้องเด็ก ๆ ลูกอาจารย์ที่ถูกฝากให้พวกเราช่วยดูแลเพราะพ่อต้องไปดูงานในมหาวิทยาลัยถามขึ้น

"สองห้องมันไม่เหมือนกันเหรอครับ"

ฮากันทั้งกลุ่ม



หลังจากเล่นสวนสนุกไปครึ่งวัน เราก็ไปเดินกันที่ย่าน Shinsaibashi เป็นถนนสายแห่งการช็อปปิ้งจริง ๆ

เดินจนขาจะลาก เป็นสาเหตุให้ mem กล้องไม่หมด เพราะไม่รู้จะถ่ายอะไร เก็บมาแต่ป้ายแปลก ๆ

"คราวไปเกาหลี ตอนพวกพี่ไปช็อปกัน เค้ายังมีที่ไป นี่มันบังคับเดินชัด ๆ ขาจะลาก mem 2 ใบไม่หมด ยังไม่ผ่านแผ่นแรกอีก อาถรรพ์ 2 ปีติด" เราบ่นหลังจากกลับมาทำงาน

ที่ Shinsaibashi ที่ที่เราคิดว่าไม่สนุกเลย เราก็เลยหาเรื่องสนุกทำที่นี่ นั่นคือการตามหาความสนุก

ตามหาป้ายแปลก ๆ กับร้านเครื่องเขียน ก็เลยได้ของกระจุกกระจิกติดมือกลับมาบ้าง





หนึ่งความประทับใจจากย่าน Shinsaibashi ที่เราไม่ลืมจะเขียนเล่าในโปสการ์ด

ที่ส่งให้ตัวเองก็คือการบังเอิญเจอนักเรียนไทยในญี่ปุ่นที่ร้าน Daiso ตอนกำลังเดินซื้อของกับพี่ ๆ

เราคุยเป็นภาษาไทยกัน จู่ ๆ ผู้ชายที่คิดว่าน่าจะเป็นคนญี่ปุ่น (ดูจากการแต่งตัวและผมเผ้า เหมือนพระเอกซีรีย์เซอๆ)

ก็พูดขึ้นว่า "มาเที่ยวกันเหรอครับ"

ตอนเรากำลังงง พี่ที่มาด้วยกันก็ตอบไปว่ามาดูงาน

แล้วก็ถามเขากลับว่ามาทำอะไร เขาตอบว่ามาเรียนที่นี่ สุดท้ายเขาก็ลาไปด้วยประโยคที่ว่า

"ดีใจจังที่เจอคนไทยที่นี่"

พวกเราก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน เวลาไปอยู่ในที่ที่ไม่มีใครรู้จักและไม่รู้จักใคร

ใช้ภาษาคนละภาษากับเรา เวลาได้ยินใครสักคนที่พูดภาษาเดียวกันหัวใจมันคงพองโตไม่น้อยเลย

อดคิดไม่ได้ว่าเขาเก่งนะที่ข้ามน้ำข้ามทะเลกว่าสี่พันกิโลเมตรมาอยู่ที่นี่...ชายหนุ่มในร้าน 100 เยน

ระหว่างนั่งรอพี่ ๆ เขาช็อปปิ้ง บังเอิญไปเจอหนังสือการ์ตูนที่ที่นั่งรอรถ

เลยเอามาเปิดดู อ่านไม่ออกก็ฮาได้เหมือนกัน



นึกว่าหม่ำ จ๊กมก



ตุ๊กตาไลน์ได้ตอนไปหยอดไข่ในร้านเกมส์



วันต่อมา เราไปกันที่ปราสาทโอซาก้า







จากนั้นก็ไปที่ Panasonic Center อยู่ในห้างกลางเมือง ก็เลยได้เห็นวัฒนธรรมการขึ้นบันไดเลื่อนของคนโอซาก้า

คือเขาจะยืนชิดทางฝั่งขวามือ เพื่อให้มีช่องทางเดินสำหรับคนที่ต้องการเดินขึ้น

จากที่อ่านรีวิว ถ้าเป็นโตเกียวจะยืนชิดทางซ้ายมือ



แล้วก็เลยบังเอิญทำให้เจอตึกนี้ Meda Sky Building



ไปญี่ปุ่นคราวนี้รู้สึกว่าได้เห็นอะไรดี ๆ เยอะมาก ทั้งบ้านเมือง ผู้คน วัฒนธรรม

การที่เห็นคนญี่ปุ่นเป็นคนมีระเบียบ ทำให้เหรียญในกระเป๋าเราเยอะมาก ๆ

นั่นเป็นเพราะว่า มันเป็นเหรียญที่ไม่คุ้นเคย เวลาจะจ่ายอะไรต้องไปยืนนับ นับไปนับมางงอีก

เกรงใจทั้งคนคิดเงิน คนต่อคิด ก็เลยจ่ายเป็นแบงค์ไปจะได้หมดเรื่อง

จนพี่คนหนึ่งต้องพาไปซื้อเครปกิน เพื่อทำลายเหรียญ

ทำเอาญี่ปุ่นเซ็ง ตอนเราวางเหรียญล้วน ๆ หนึ่งกำมือในถาด จำนวน 450 เยน ญี่ปุ่นนับแป๊บเดียวก็เสร็จ (ทำหน้าเซ็งก่อน)

ส่วนเรา คนไทยนับไปแสนรอบ




ทริปนี้จบลงด้วยความประทับใจกับเมื่อยขาสุด ๆ แต่ก็สนุกดี

ขอบคุณคนญี่ปุ่น ขอบคุณรอยยิ้ม อากาศเย็น ๆ วิวสวย ๆ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

ที่ทำให้หลาย ๆ คนอยากจะกลับไปอีกถ้ามีโอกาส....





Create Date : 23 พฤษภาคม 2556
Last Update : 23 พฤษภาคม 2556 16:07:03 น. 0 comments
Counter : 1816 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

rimpingringpim
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




สวัสดีค่ะ

ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกใบเล็ก ๆ

ของคนธรรมดาคนหนึ่ง

ที่ชอบอ่านหนังสือ ฟังเพลง

วาดรูป ท่องเที่ยว ถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย

ขอบคุณความบังเอิญ...

ทำให้เราและคุณมาเจอกันที่นี่ค่ะ

Friends' blogs
[Add rimpingringpim's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.