Group Blog
 
<<
มีนาคม 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
24 มีนาคม 2554
 
All Blogs
 
ลำปางยังหวานอยู่ 2

ถึงมันจะผ่านมานานพอสมควรแล้ว แต่เวลานึกถึงทีไรก็มีความสุขทุกที

คงเป็นความประทับใจที่อยากจะเขียนไว้ให้ตัวเองอ่านเมื่อเวลาผ่านไปมั้ง...








การเดินทางของเรากับแม่เริ่มต้นขึ้นในเย็นวันหนึ่ง

วันนั้นลาพักร้อนไว้ครึ่งวัน พอเที่ยงปุ๊บก็กลับมาเก็บของที่หอ ก่อนจะออกบางแสนประมาณบ่าย

ส่วนแม่ก็นั่งรถไฟมาจากบ้าน นัดเจอกันที่หัวลำโพงเพื่อขึ้นรถด่วนพิเศษขบวนที่ 13

เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ แต่จุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่ "นครลำปาง"




มาถึงหัวลำโพงประมาณ เกือบ ๆ หกโมงเย็น กินข้าว ซื้อขนม

เดินถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย ทริปนี้ไม่ขาตั้งกล้อง (ยังไม่ได้ถอย) ก็เลยไม่ค่อยมีรูปคู่กับแม่เลย

แม่ก็เลยต้องกลายเป็นนางแบบจำเป็น แรก ๆ เหมือนจะรำคาญเรา หลัง ๆ มีรีเควส

ปีนี้รถด่วนพิเศษขบวนที่ 13 เปลี่ยนตู้ใหม่ จากเมื่อก่อนที่เป็นที่นั่ง 2 ฝั่ง

ตอนนี้ย้ายมาอยู่ฝั่งเดียวกัน เหมือนเป็นห้อง ๆ หนึ่งเลย

ถ้าไปกันเป็นแก๊งค์หรือไปเป็นครอบครัวจะน่าดี








รถออกไฟออกจากหัวลำโพงไม่ตามเวลาเท่าไรนัก ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

การเดินทางครั้งนี้มีเพียงรีวิวรีวิวปึกนึง กับหนังสือนำเที่ยว 1 เล่มเป็นเครื่องนำทาง

หลังจากถ่ายรูปจนแม่รำคาญแล้ว ก็จัดการเก็บกระเป๋าเข้าที่ก่อนจะแยกย้ายกันไปนอน

เป็นการเดินทางที่น่าตื่นเต้นจริง ๆ ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ตื่นมาจะเป็นยังไง

แต่ตั้งใจไว้ว่าจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่ลูกคนหนึ่งจะทำได้




รถด่วนพิเศษขบวนที่ 13 มาถึงนครลำปางเวลาเจ็ดโมงกว่า ๆ ของอีกวัน

ทันทีที่ลงจากรถไฟเราก็โทรรายงานทุกคนว่ามาถึงแล้วโดยสวัสดิภาพ

อากาศไม่หนาวเท่าไหร่ เย็นสบายกำลังดี เลยไม่ได้ส่ง SMS ไปบอกใครว่า "ลำปางหนาวมาก"

เช้านี้แวะกินก๋วยจั๊บหน้าสถานีรถไฟก่อนจะนั่งรถเหลืองไปที่พัก



ไม่ถึง 15 นาที รถเหลืองก็พาเรามาถึง "The Riverside Guesthouse"

แต่พี่เจ้าของเกสต์เฮ้าส์บอกกับเราว่ายัง check in ไม่ได้เพราะว่าห้องยังไม่ว่าง

เราก็แม่ก็เลยตัดสินใจฝากฝากกระเป๋าเสื้อผ้าไว้ ก่อนจะสะพายกระเป๋ากล้องออกไปเดินเล่นกัน

พี่เจ้าของเกสต์เฮ้าส์ใจดีบอกว่าให้ลองไปเดินซื้ออะไรกินที่ตลาดเชิงสะพานรัษฎาภิเศก

จากเกสต์เฮ้าส์เราเดินไปตามถนนตลาดเก่า เป็นถนนที่ขนานไปกับแม่น้ำวัง

ผ่านหอศิลป์ลำปาง ดูจากเวลาเปิด-ปิดแล้วกะว่า 2-3 วันที่อยู่ที่นี่ต้องเจอกันหน่อย

เดินไป..คุยกันไปเรื่อย ๆ รู้สึกว่าที่นี่เป็นเมืองเงียบ ๆ สบาย ๆ ดี

มีสถาปัตยกรรมที่แปลกตา ทั้งตึกราบ้านช่อง วัดวาต่าง ๆ

แต่ก็สามารถบอกเล่าให้คนที่ผ่านไปมาได้หวนนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาในอดีตได้เป็นอย่างดี







ในที่สุดก็มาถึงสะพานรัษฎาภิเศก เป็นสะพานโค้งสีขาวเหมือนสะพานทาชมภู ที่อ.แม่ทา จ.ลำพูน

แม่บอกว่า ดีจัง...มีทางเดินทำด้วยไม้ทั้ง 2 ฟากของสะพานไว้ให้คนเดินด้วย




หลังจากเดินเล่นในตลาดเชิงสะพานรัษฎา ไม่รู้จะไปไหน

ดันลืมหยิบหนังสือนำเที่ยวมาด้วย ก็เลยดูแผนที่ริมถนนเอา

เราเดินจากจากตลาดเลาะไปตามถนนริมแม่น้ำวังฝั่งตรงข้ามกับถนนตลาดเก่า

เดินไปเรื่อยจนถึงวัดปงสนุก ที่นี่เราเจอสองสามีภรรยาชาวต่างชาติ

เขาก็ใช้วิธีเดินเหมือนกับเรา ดีกว่าหน่อยตรงที่มีแผนที่ ส่วนเรา..ไปตามรางสังหรณ์



จากวัดปงสนุก เดินย้อนกลับมาที่ริมแม่น้ำวัง (เป็นการเดินไปตามรางสังหรณ์ตามเคย)

เราเจอสะพานเล็ก ๆ ที่ให้ฉพาะคนเดิน หรือรถสองล้อข้ามเท่านั้น



และที่นี่เอง..

เราได้เจอกับ "พี่ตูบ เนวิเกเตอร์" ผู้นำทางให้กับเรา

พี่ตูบเดินนำเรามาจากวัดปงสนุก มาถึงสะพานนี้เป็นระยะทางไกลพอดู

ไม่รู้ว่าพี่ตูบจะไปไหนกันแน่ มันเดินข้ามสะพานไปกับเราก่อนจะแยกกันไป



เราเดินวนกลับมาที่ถนนตลาดเก่าอีกครั้ง เดินกันไปเรื่อยเปื่อยเท่าที่ยังมีแรงจะเดิน

วนไปวนมา ชมบ้านชมเมือง หาที่ซื้อของฝาก แวะวัดนั้นวัดนี้ ถ่ายรูปไปเรื่อย

จนในที่สุดก็เกิดอาการ "ไม่รู้จะไปไหน" อีกครั้ง

ยังดีที่มีความทรงจำเกี่ยวกับ "บ้านเสานัก" อยู่ลาง ๆ ก็เลยบอกแม่ว่าเราจะไปที่นั่นกัน

หลังจากถามทางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 2 เท้าก็พาเราก้าวเดินอีกครั้ง

จุดหมายคือต้นไม้สูง ๆ ที่อยู่ริบ ๆ แต่ต้องเดินข้ามแม่น้ำวังไป

เหมือนจะใกล้ แต่ยิ่งเดินยิ่งหาจุดหมายไม่เจอ ... ไปตามรางสังหรณ์จริง ๆ

เดินกันจนลิ้นห้อย เลี้ยวแล้วเลี้ยวอีก จนในที่สุดก็มาเจอสองสามีภรรยาชาวต่างชาติคู่เดิน

สามีเขายิ้มให้เรา ส่วนภรรยก็ทักแม่เราด้วย

รู้สึกดีแฮะ อย่างน้อยมันก็เป็นการเดินทางโดยลำพังที่ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

พักใหญ่ ๆ หลังจากลิ้นห้อยระยะสุดท้ายแล้ว ในที่สุดเราก็เจอ "บ้านเสานัก" จนได้

เขาว่าที่นี่มีเสา 116 ต้น เป็นบ้านเก่า ที่รวบรวมของโบราณเอาไว้มากมาย

ถ่ายรูปจนหนำใจ พักให้หายเหนื่อยแล้วค่อยหาทางกลับ...








ขากลับเรานั่งรถเหลืองมาที่เกสต์เฮ้าส์ เพราะขืนเดินกลับ แม่บ่นแน่ ๆ

หลังจากขนของเข้าห้องเรียบร้อย ก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะพักให้หายเหนื่อย

ดูท่าทางแม่จะชอบที่นี่มาก เพราะทันทีที่เข้าห้อง แม่ก็โทรไปโม้กับเดอะแก๊งค์ โฟร์แองจี้ 4 สาวแสนซนเป็นการด่วน



มันเป็นบ้านไม้เล็ก ๆ ที่แบ่งเป็นห้อง ๆ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำวัง

ส่วนใหญ่แขกที่มาพักเป็นชาวต่างชาติ รวมถึงสองสามีภรรยาที่เราเจอด้วย



เย็นวันนั้นเรากินข้าวกันที่ "ร้านข้าวต้มบาทเดียว" เป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับถนนตลาดเก่า

อาหารที่นี่ก็อร่อยดีแถมราคาก็ไม่แพง มีเสียงม้าวิ่งกุ๊บ ๆ ฟังเพลิน ๆ เป็นระยะ ๆ



หลังจากกินข้าวแล้วเราข้ามฝั่งไปเดินเล่นกันที่กาดกองต้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเกสต์เฮ้าส์

ก่อนฟ้าจะมืด เราแวะเข้าไปที่หอศิลป์ลำปาง ที่นี่เป็นหอศิลป์ที่จัดแสดงภาพถ่ายและกล้องถ่ายภาพโบราณ




"กาดกองต้า" มีคนถามว่าไปแล้วเป็นยังไง

เรามักจะตอบว่า "เป็นถนนคนเดินเล็ก ๆ เล็กกว่าที่ท่าแพ แต่เดินสบายกว่า คนไม่เบียดเสียด"

แม่ถึงได้พาเราเดิน 2-3 รอบ จนเมื่อไปหมด ถ้าเป็นที่เชียงใหม่ แค่เดินไปสุดถนนรอบเดียวก็ไม่อยากจะเดินกลับแล้ว




ถนนคนเดินที่นี่ของก็คล้าย ๆ ที่เชียงใหม่ มีร้านขายของฝากพวกเซรามิก

เสื้อผ้า ของกิน ร้านที่หนังสือหรือรีวิวต่าง ๆ แนะนำก็อยู่บนถนนเส้นนี้

คืนแรกก็ซื้อของฝากกันแล้ว เป็นตุ๊กตาเซรามิก 3 ตัว (ใหญ่ ๆ)

แม่บอกว่าจะซื้อไปฝากหลาน ๆ ส่วนเราก็ซื้อกระถางเซรามิกเล็ก ๆ ไปฝากเพื่อนกับพี่ที่ทำงาน

วันแรกที่ลำปางของเราจบลงด้วยการเขียนโปสการ์ดถึงเพื่อนเหมือนทุกครั้งที่ไปเที่ยว




วันต่อมาเราเหมารถเหลืองไปวัดพระธาตุลำปางหลวง วัดศรีรองเมือง วัดพระแก้วดอนเต้า แล้วก็วัดเจดีย์ซาว

น่าเสียดายที่ที่วัดศรีชุมที่เพิ่งโดนไฟไหม้ก่อนที่เราจะไปไม่นาน

วันนี้ฟ้าสวย ถ่ายรูปแล้วรู้สึกว่าค่อยได้ดังใจหน่อย มาวัดพระธาตูลำปางหลวงหลายครั้งแล้ว

แต่ไม่เคยอยู่นานเท่าวันนี้เลย ตอนแรกคิดว่าคนจะเยอะเหมือนครั้งก่อนที่มา

แต่ผิดคาด ตอนที่เราไปถึงยังไม่มีคนเลย ถ่ายรูปสบายใจ..













หลังจากเที่ยววัดมาครึ่งวัน ครบตามจำนวนที่เหมาพี่รถเหลืองไว้แล้ว

เราก็เลยจะให้พี่เขาช่วยไปส่งที่หน้าทีทำการไปรษณีย์ ตั้งใจว่าจะไปหาอะไรกิน

พี่เขาก็เลยแนะนำร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปู่โย่งที่หน้าวัดเมืองศาสน์และไปส่งให้

คนเยอะมาก ๆ สงสัยจะอร่อย แต่เรากับแม่ไม่สันทัดเรื่องก๋วยเตี๋ยวก็เลยไม่รู้ว่ามันอร่อยรึเปล่า

หลังจากอิ่มแล้วก็เดินกลับเกสต์เฮาส์ พักผ่อนนอนเอาแรงไว้เดินเที่ยวคืนสุดท้าย

ตอนเด็ก ๆ เวลาเดินจับมือแม่รู้สึกปลอดภัยยังไง ตอนนี้ก็ยังรู้สึกอย่างนั้น

แต่มันมีความรู้สึกอีกความรู้สึกเพิ่มขึ้นมา รู้สึกว่าตอนนี้ไม่ใช่แม่แล้วที่ต้องดูแลเรา

..เราต่างหากที่ต้องดูแลแม่...



คืนสุดท้าย เราแวะไปกินขนมจีนน้ำเงี้ยวกับข้าวซอย ก่อนจะเดินเล่นกาดกองต้า

ถึงแม้จะเป็นคืนวันอาทิตย์ แต่คนก็ยังเยอะ คืนนี้แม่ซื้อสตอเบอรี่กับเห็ดปิ้งมากินด้วย (ติดใจจากคืนก่อน)

กลับมาถึงเกสต์เฮ้าส์ รู้สึกเร็วเหมือนกันแฮะ

เผลอแป๊บเดี๋ยวก็จะกลับแล้ว เราทยอยเก็บของบางส่วนใส่กระเป๋า

พรุ่งนี้ตั้งใจว่าจะเอาโปสการ์ดไปหย่อนตู้แล้วก็ไปซื้อของฝากที่แถว ๆ ที่ทำการไปรษณีย์



และแล้วก็มาถึงวันสุดท้ายของนครลำปาง เราตื่นกันแต่เช้า กินข้าวแล้วก็เดินถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ

พักใหญ่ ๆ ก็มาถึงที่ทำการไปรณีย์ จัดการหน่อนโปสการ์ดลงในตู้

ไม่ลืมที่จะภาวนาให้มันไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัย



ห่างจากที่ทำการไปรษณีย์ไปไม่ไกล เดินเลี้ยวไปตามซอยเล็ก ๆ จะมีโซนขายสินค้าประเภทเซรามิกอยู่หัวมุมถนน

ที่นี่เอง แม่ได้ของฝากอีกหลายอย่างจนต้องเตือนว่าเราไม่ได้เอารถมาเอง

ของฝากที่ซื้อในทริปนี้ก็เลยไม่เน้นของกิน เพราะแบกไม่ไหวแล้ว

เราอยู่ที่นั่นกันพักหนึ่ง เห็นว่ายังมีเวลาอีกมาก ก็เลยเดินไปที่สะพานรัษฎาภิเษก

ข้ามฝั่งแล้วเดินเลาะริมแม่น้ำไปเรื่อย ๆ ผ่านเกสต์เฮ้าส์ จนกระทั่งมาถึงสะพานอีกสะพาน

เดินกันไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็วนกลับมาที่เกสต์เฮ้าส์ จัดการเก็บของ

เพราะอีกนานรถด่วนขบวนที่ 14 เชียงใหม่-กรุงเทพฯ ก็จะพาเรากลับบ้าน



กลับไปทำงาน...

กลับไปคิดถึงที่นี่...

และน่าจะกลับ...กลับมาอีก...




คุยกับแม่เล่น ๆ ว่าถ้าอยู่อีกวันสองวันคงกลายเป็นคนในพื้นที่ เพราะเดินกันจริงจังมาก ๆ

แต่ก็สนุกดี แม่ก็ดูมีความสุข ถือว่าเป็นการมาลำปาง โดยลำพัง ที่ไม่ลำเค็ญอย่างที่คิด














Create Date : 24 มีนาคม 2554
Last Update : 29 เมษายน 2554 14:29:42 น. 3 comments
Counter : 1250 Pageviews.

 
แวะมาโดยบังเอิญค่ะ

เป็นคนลำปางค่ะ ชอบรีวิวนี้มากกกกกกกกกกก


ขอบคุณนะคะ รูปสวยมากด้วยค่ะ


โดย: คนลำปาง IP: 118.172.113.192 วันที่: 5 ตุลาคม 2554 เวลา:21:24:10 น.  

 
เพลินเหมือนได้ไปเที่ยวด้วยเลยล่ะ ภาพสวยมากเลยนะ


โดย: พี่หนุ่ม IP: 223.206.13.1 วันที่: 6 ตุลาคม 2554 เวลา:15:34:43 น.  

 
รูปสวยงามมาก ทำให้รู้ว่าลำปางยังมีที่เที่ยวอีกเยอะ บางที่คนลำปางจริงจริงยังไ ม่เคยมาเลย


โดย: คนเกาะคาลำปางหนา IP: 223.206.176.69 วันที่: 3 มกราคม 2557 เวลา:18:58:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

rimpingringpim
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




สวัสดีค่ะ

ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกใบเล็ก ๆ

ของคนธรรมดาคนหนึ่ง

ที่ชอบอ่านหนังสือ ฟังเพลง

วาดรูป ท่องเที่ยว ถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย

ขอบคุณความบังเอิญ...

ทำให้เราและคุณมาเจอกันที่นี่ค่ะ

Friends' blogs
[Add rimpingringpim's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.