Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
15 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 

พระนอนจักรสีห์ พระพุทธไสยาสน์ปางโปรดอสุรินราหู

วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร


ได้มีโอกาสเข้าวัดอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่คลุกอยู่กับท้องทุ่งบ้านนาเสียนาน

ภาคกลางมีวัดชื่อดังเยอะและมีประวัติความเป็นมาเก่าแก่โบราณนับร้อยปีกันเลยทีเดียว
ก็เลือกที่จะไปไม่ถูกเหมือนกันนะเนี่ยเรา ตามมาชมด้วยกันดีกว่าครับทุกท่าน

วันนี้อาสาพาคุณสาวๆแวะชมวัดพระนอนจักรสีวรวิหาร จ.สิงห์บุรี
คราวก่อนมากันกับลูกๆ ทำบุญกันไปตามกำลัง ผลก็คือต่างอิ่มบุญกันไปไม่น้อยเลย




บ่ายโมงของวันนี้แดดไม่แรง มีลมหนาวผ่านมาเป็นระยะๆพอได้อารมณ์
บริเวณปากทางเข้าวัด นักท่องเที่ยวที่มาก่อนเราบางส่วนกำลังทยอยกันกลับ
ใกล้กันตรงบริเวณหน้าวัดจะมีตำหนักของเจ้าแม่กวนอิมอยู่เพื่อให้เราได้กราบไหว้
บรรยากาศเย็นๆ มีเพลงธรรมมะขับกล่อมเบาๆ กลิ่นธูปหอมอบอวลไปทั่ว
ได้บรรยากาศของสรวงสวรรค์อยู่รำไร




เดินมานิดเดียวก็ถึง”พระวิหารหลวง พระพุทธไสยาสน์”
ปากทางเข้าจะมีเรือโบราณขนาดใหญ่จอดอยู่
ที่นี่จะมีเรือโบราณเยอะมาก จอดเรียงเรียงรายตั้งแต่ทางเข้าวัด
เล็กบ้างใหญ่บ้าง อยู่ในสภาพที่น่าจะใช้ได้หากทำการซ่อมแซมเล็กน้อย
เดิมที จ.สิงห์บุรีมีแม่น้ำหลายสาย โดยเฉพาะเจ้าพระยา
การสัญจรชนรุ่นเก่าจึงใช้เรือเป็นพาหนะ

ใกล้กัน อย่าลืมเติมน้ำมันตะเกียงกับพระประจำวันเกิดด้วยครับ




ผมทึ่งกับเสาของที่นี่ แต่ละต้นแกะสลักลายสวยงามตระการตาน่าชม
ช่างของวัดฝีมือขั้นเทพจริงๆครับ เดี๋ยวเรามาดูใกล้ๆกัน

เสาแต่ละต้นใช้ต้นไม้ ทั้งต้น
แกะลายลงลึกด้วยฝีมือของช่างที่มีประสบการณ์สูง
งานของช่างที่นี่ไม่มีหมด




ภายในพระวิหารบรรยากาศสงบเงียบ เย็นสบายดีโดยที่ไม่ต้องใช้แอร์เลย
องค์พระขณะนี้กำลังได้รับการบูรณะใหม่ ยังอยู่ในขั้นตอนของการโป๊วสี

เรามารู้จักกับองค์พระกัน

หลวงพ่อพระนอนจักรสีห์ เป็นพระพุทธรูปปางพระพุทธเจ้าทรงไสยาสน์
เป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ และ ยาวที่สุดในประเทศ ซึ่งสร้างโดยท้าวอู่ทอง
มีความยาว 1 เส้น 3 วา 2 ศอก 1 คืบ 7 นิ้ว (47.40 เมตร)
พระเศียรชี้ไปทางตะวันออก หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ

(เหล็กนั่งร้านครอบคลุมทุกจุดแข็งแรง เพราะบูรณะองค์ทั้งหมด)

มีเรื่องเล่าสืบกันมาว่า สิงหพาหุ มีพ่อเป็นสิงห์
พอรู้ความจริงคิดละอายเพื่อนว่ามีพ่อเป็นสัตว์เดรัฐฉาน จึงฆ่าสิงห์ตาย
ภายหลังรู้สึกตัวกลัวบาปและเสียใจเป็นอย่างมาก จึงสร้างพระพุทธรูป
โดยเอาทองคำแท่งโต 3 กำมือ ยาว 1 เส้นเป็นแกนขององค์พระ
เป็นการไถ่บาป และพระพุทธรูปมีอยู่ให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชา
มาหลายชั่วอายุคน จนองค์หลวงพ่อพระนอนได้พังทลายลงเป็นเนินดิน




ทั้งนี้ ไม่มีใครทราบว่าพระเจ้าสิงหพาหุคือผู้ใด
ครองเมืองอะไร ในยุคสมัยใด แต่สันนิษฐานว่าสร้างก่อนตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี
ต่อมา ท้าวอู่ทองได้นำพ่อค้าเกวียนผ่านมาทางนี้ แล้วพบแกนทองคำฝังอยู่ในเนินดิน
และทราบเรื่องสิงหพาหุ เกิดความเลื่อมใส และเห็นประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา
จึงชักชวนพ่อค้าเกวียนก่อสร้างพระพุทธรูปนี้ขึ้น โดยใช้แท่งทองคำที่พบนั้นเป็นแกนขององค์พระ




หลักฐานที่มีอยู่คือ พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงนมัสการ เมื่อปีจอ ฉศก จุลศักราช 1111
ซึ่งตรงกับปี พ.ศ.2297 และได้เสด็จไปอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ.2299 เพื่อสมโภชฉลอง

ต่อมาสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ได้เสด็จไปทรงนมัสการเมื่อปี พ.ศ.2421
ในครั้งนั้น พระวิหารและพระนอนชำรุดทรุดโทรมมากเนื่องจากขาดการบูรณปฏิสังขรณ์มานาน
พระธรรมไตรโลก (อ้น) วัดสุทัศน์ ได้ทูลขอพระราชทานเงินค่านาสำหรับวัด เพื่อปฏิสังขรณ์

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานเงินค่านาของวัด
และของเมืองสิงห์ให้บูรณปฏิสังขรณ์พระพุทธไสยาสน์
ด้วยเมื่อนึกถึงว่าพระพุทธไสยาสน์ วัดพระนอนจักรสีห์ เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่
ที่สร้างขึ้นเมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว ในสมัยที่เครื่องจักรเครื่องทุ่นแรงยังไม่มีใช้กันเช่นปัจจุบัน
ก็พอจะทำให้เราเห็นถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของคนไทยในอดีตว่ายิ่งใหญ่เพียงใดได้เป็นอย่างดี




ผมถามช่างที่กำลังทำการบูรณะองค์พระอยู่ว่าจะแล้วเสร็จเมื่อไหร่
ช่างบอกว่าน่าจะประมาณเดือนกันยายนปีหน้า
เพราะหลังจากที่เก็บรายละเอียดดีแล้วองค์พระจะลงด้วยทองทั้งองค์

ช่างต้องค่อยๆแปะแผ่นกระจกสีอันเล็กๆลงบนฐานปูนโดยการใช้กาวอีพ็อกซี่เป็นตัวยึด
ช่างบอกว่าคงอีกหลายเดือนมากกว่าจะเสร็จ เพราะต้องเน้นความละเอียดเป็นสำคัญ

(ดีครับเพราะช่วงนี้งานยิ่งหายากๆอยู่)




ที่ด้านนอกวิหารเราจะเห็นต้นสาละอยู่ 2-3 ต้น กำลังออกดอกสวยงาม
ต้นสาละมีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าตอนประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน
มักจะมีปลูกอยู่ในวัดไทยหลาย ๆ วัดเพื่อเป็นความรู้ ชื่นชม ของพุทธสานิกชน

พระที่วัดท่านบอกว่าหากอยากได้ดอกสาละนั้นไม่ให้เด็ดเอาโดยตรง
แต่ให้เราใช้วิธีการตบมือแรงๆใกล้ๆดอก หากเราตบมือแล้วทำให้ดอกร่วงได้
ก็ให้เก็บเอาไปบูชาที่บ้านได้ หรือใช้กรรมวิธีเป็นยารักษาโรคได้

(ซึ่งเป็นอุบาย ไม่อย่างนั้นหมดวัด เพราะต้นสาละจะออกดอกไม่มาก)




นารีผล หรือ มักกะลีผล
เป็นพืชวิเศษชนิดหนึ่งเกิดอยู่ในป่าหิมพานต์
ว่ากันว่านารีผล ขั้วลูกอยู่ด้านบนศรีษะมีรูปร่างเป็นหญิง
ผลสด รูปร่างสะโอดสะอง สมส่วน ผิวพรรณงดงามปานเทพธิดา

ฤาษีที่บำเพ็ญเพียรจนตะบะกล้า กิเลสสงบ ระงับเพื่อทดสอบจิตตน
ก็จะเหาะไปที่ต้นนารีผล มองดูนารีผลว่าตนจะตะบะแตกหรือไม่
บางครั้งฤาษีผู้เป็นอาจารย์อาจจะพาลูกศิษย์ไปทดสอบระดับจิต
ไปฝึกควบคุมจิตที่นั่นก็มี และว่ากันว่า
พวกนักสิทธิวิทยาธรมักจะเหาะไปเก็บนารีผลอุ้มมาเชยชม
แล้วฝึกจิตใหม่ค่อยเหาะกลับออกมา

นารีผลเป็นที่ต้องการของสัตว์วิเศษ(คนธรรพ์)
รวมถึงวิทยาธรทั้งหลายผู้ยังไม่หมดกามราคะ

ดังนั้น การที่นารีผลจะเหี่ยวแห้งคาต้น แล้วร่วงหล่นนั้นเป็นไปได้ยาก
ก่อนจะโรยราจะมีเทวดา สัตว์วิเศษ และวิทยาธรเป็นต้น มาเก็บเอาไป

“มักกะลีผล”มีขนาดสัดส่วนเท่ากับหญิงสาวอายุ 16 ปี
ใบหน้ารูปใข่ มีเส้นผมยาวสยายเป็นสีทองเหมือนผู้หญิงฝรั่ง
ตรงกลางกระหม่อมจะมีลักษณะเหมือนขั้วผลไม้เทียบได้กับมังคุด
นัยน์ตาใหญ่ได้รูป ส่วนที่เป็นนัยน์ตาดำมีประกายระยิบระยับคล้ายเจือเกล็ดทอง
นัยน์ตาขาวเป็นสีฟ้าใส จมูกโด่งรับกับปาก ช่วงลำคอเป็นปล้อง 3 ปล้อง
ไม่มีไหปลาร้า ดูอิ่มเต็มเนียนไปหมด ผิวพรรณผิวหนังตึงเต่งเหมือนผิวมะปรางค์สุก
นิ้วมือเรียวลงไปเหมือนนิ้วมือมนุษย์ แต่ปลายนิ้วทั้งสี่ยาวเสมอกันเว้นหัวแม่มือ
หลังมือก็อิ่มเต็มเกลี้ยงเกลา ข้อมือข้อเท้ากลมกลึงไม่มีปุ่มกระดูกเหมือนคนทั่วไป
และกลิ่นหอมที่อวลตลบอยู่ในถ้ำ แท้จริงนั้นเป็นกลิ่นดอกไม้ที่ระเหยมาจากมักกะลีผลนี่เอง
หลวงพ่อจรัญ(วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร)ได้เก็บมักกะลีผลนี้ไว้อย่างเงียบๆ
ขณะเดียวกันก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของมักกะลีผลตามกฎอนิจจังเป็นลำดับ

ธรรมชาติของมักกะลีผลเป็นพืช
แม้จะอุบัติขึ้นด้วยความมหัศจรรย์เหนือโลกก็ไม่อาจหนีพ้นความเสื่อมไปได้
คราวแรกที่หลวงพ่อจรัญได้รับมักกะลีผลทั้งสองผลมานั้นยังมีขนาดใหญ่พอควร
ต่อมาค่อยๆแห้งเฉาลดขนาดลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเหลื่อความสูงประมาณ 10 นิ้วฟุต
และเมื่อแห้งเฉาลงถึงที่สุดแล้วก็เหลือเพียงรูปถ่ายซึ่งได้บันทึกไว้เท่านั้น

ทุกๆสรรพสิ่ง ไม่ควรยึดมั่น ถือมั่น







 

Create Date : 15 พฤศจิกายน 2552
0 comments
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2552 12:11:47 น.
Counter : 983 Pageviews.


Resource of life
Location :
บุรีรัมย์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]














เปิดบ้านเพื่อรับอรุณ











คนเราแก้ไขอดีตไม่ได้


แต่อาจแก้ไขอนาคตได้















วางพู่กันหันมาจับเม้าส์
New Comments
Friends' blogs
[Add Resource of life's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.