MeMo oF world film fes' 4th ...


จันทร์ที่ 23 ตุลาคม 2549
วันสุดท้าย และ เป็น The Closing Film หรือหนังตบตูดนั่นเอง 5 5 5+

Battleship Potemkin ( 1925 )


เป็นหนังขาว/ดำจากประเทศรัสเซีย
" ค.ศ. 1905 เกิดการปฏิวัติไปทั่วบนเรือรบ potemkin เมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างลูกเรือกับผู้บังคับบัญชาเรือ โดยการนำของ Vakulinchik เหตุการณ์เริ่มปะทุเมื่อแพทย์บนเรือ ยืนยันว่าเนื้อที่ใส่ในซุปที่เริ่มบูดเน่านั้น ปลอดภัยพอที่ลูกเรือทุกคนจะกินได้ ซึ่งสร้างความไม่พอใจกับลูกเรือเป็นอย่างมาก มิหนำซ้ำทางผู้บังคับบัญชายังข่มขู่ว่า หากผู้ใดขัดขืนไม่ยอมกิน นั่นแสดงว่าเป็นปฏิปักษ์กับกองทัพและจะสั่งยิงทิ้งเสีย Vakilinchik รู้สึกผิดหวังมากจนต้องปลุกเร้าทุกคนให้ลุกขึ้นต่อต้านและจัดการกับเจ้าหน้าที่ทหารบนเรือทุกคน จนได้รับชัยชนะ แต่อนิจจาเขาเสียชีวิตระหว่างการประท้วง และร่างของเขาถูกนำมาฝังบริเวณท่าเรือ Odessa เพื่อเป็นอนุสรณ์แห้งการต่อสู้ซึ่งนั่นทำให้ประชาชนบนฝั่งต่างลุกขึ้นมาร่วมมือกันก่อการปฏิวัติเรือรบ Potemkin พร้อมทั้งจมเรือลำนี้ลง... "

หนังมีความยาวแค่ 75 นาที กำลังดูเพลินๆกับการนำเสนอแบบสมัยนู้นนน ที่ยังไม่สามารถบันทึกเสียงไปพร้อมๆกับการแสดงได้ ต้องทำเป็นแบบเพิ่มคำบรรยายภาพตัดสลับกับแต่ละซีนอ่ะ ( ภาษาคนทำหนังไม่รู้เค๊าเรียกว่าอะไรอ่ะนะ ) ......... แปลกตาดี และที่เก๋ไก๋ คือ สกอร์ของหนังเป็นฝีมือการบรรเลงโหมกระหน่ำสไตล์ยุคโน้น ของ Pet Shop Boy...


อาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม 2549
Sketches of Frank Gehry ( 2005 )


******
เป็นสารคดีเกี่ยวกับ Frank Gehry สถาปนิคชื่อดัง มีผลงานการออกแบบที่โดดเด้ง โดยเขามักจะใช้เส้นโค้งหรือการบิดเบี้ยวผิดรูป หรือ รูปทรงที่นอกกรอบ มาเป็นแนวความคิดในการออกแบบเสมอ ในสารคดีชุดนี้ เราได้เห็นและรับรู้วิธีคิด การจำลองความคิดให้ออกมาเป็นรูปร่าง ( Mass Model ) และ ทีมงาน
ตามภาพข้างบนสุด นั้นคือ อาคาร Guggenheim Museum Bilbao, Spain
และซ้ายไปขวาคือ
1 NATIONALE-NEDERLANDEN BUILDING Rasin Embankment Prague, Czech Republic
2 VILA OLIMPICA FISH SCULPTURE HOTEL ARTE Barcelona, Spain
3 WALT DISNEY CONCERT HALL Los Angeles, California
4 VITRA INTERNATIONAL HEADQUARTERS Basel, Switzerland


Cease Fire ( 2006 )
หนังจากประเทศ Iran ที่ดูออกจะน่ารัก ผิดจากที่เคยดูหนังจากประเทศนี้มาก่อน หนังพูดถึง สถาปนิกสาววัย 31 ปี และสามี Yousef วิศวกรหนุ่มใหญ่วัย 40 ปี อาศัยอยู่ในย่านหรูหราของกรุงเตหะราน ชีวิตคู่ของทั้งสองกำลัง ง่อนแง่น เพราะความดื้อรั้นของทั้งสองฝ่ายและเป็นฝ่ายหญิงที่มีความคิดที่จะฟ้องหย่า แต่สามีไม่ต้องการ กว่าจะปรับความเข้าใจกันได้ ก็ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญการบำบัดมาช่วยละลายพฤติกรรมความรั้นของทั้งสอง หนังดูได้เพลินระดับหนึ่ง เพราะพูดกันเร็วมากและมักต่อปากต่อคำกัน ( ปวดหัวอ่ะ ) เหมือนเด็กๆสองคนที่หาเรื่องทะเลาะกันตลอดเวลา

The Dragon House ( 2005 )
เป็นสารคดีจากประเทศสเปน ที่เล่าถึง ภูฏาน ประเทศบนเทือกเขาหิมาลัยกำลังตกอยู่ในภาวะถูกท้าทายโดยวัฒนธรรมตะวันตก ดำเนินเรื่องโดยเด็กหนุ่มสองคน Namgay และ Jigme ที่มีชีวิตที่แตกต่างกันสุดขั้ว Namgay อุทิศตนเป็นคนของศาสนาและอยู่ในกรอบของวัฒนธรรมดั้งเดิม Jigme เด็กที่เติบโตในครอบครัวมีอันจะกิน กลับปฏิเสธที่จะ แต่งตัวในชุดประจำชาติ ชอบเพลงเต้นรำแบบตะวันตกรวมถึงมี ความฝันที่จะเป็น DJ ของประเทศ โดยการพยายาม เปิดดิสโก้เธค

The Caiman (2006 )
หนังจาก Italy
.
ฉายก่อนเวลา……เซ็ง ……เซ็งเพราะต้องวิ่งรอกมาจากพารากอนเพื่อจะไปเซ็นทรัลเวิล์ด เดินเร็วจนตับแล่บ จนทันเวลา พอไปถึง ปิดประตูโรงแล้วอ่ะ ฉายไปแล้ว.....เซ็ง


เสาร์ที่ 21 ตุลาคม 2549
Ode to Joy ( 2005 )


หนังจาก Poland …….ที่.......กำลังรู้สึกว่าชอบหนังเรื่องนี้มากที่สุดจากเท่าที่ดูแล้วในเทศกาล
"ผลงานการกำกับของ 3 ผู้กำกับ รุ่นใหม่ที่มุ่งประเด็น ต่อปัญหาของวัยรุ่นในประเทศโปแลนด์ ปัญหาที่เกิดขึ้นคล้ายคลึงกันในหลายๆ ประเทศที่เคยปกครองด้วยระบอบ คอมมิวนิสต์ วัยรุ่นยุคใหม่ ที่คิดถึงแต่เรื่องการอพยพ ไปประเทศ ในฝั่งตะวันตก คิดถึงแต่เรื่องเงิน รวมถึงการไม่เข้าใจกัน กับคนรุ่นเก่า ที่ยังคงจมอยู่กับอดีตอันสวยงาม "
ตอนที่ 1 :: Silesia เกี่ยวกับ หญิงสาวคนหนึ่งได้เดินทางกลับมาบ้านที่โปแลนด์ หลังจากไปทำงานอยู่ลอนดอนมาหลายปี กลับมาไม่นานนัก ร้านเสริมสวยที่แม่ทำงานอยู่ก็ต้องปิดตัวลงเพราะสถานการณ์การเมือง เธอจึงเอาเงินที่เธอเก็บไว้ ไปเช่าร้านแล้วเดร้านเสริมสวย แต่ร้านก็ต้องถูกทำลายในช่วงการจราจลระหว่างผู้ชุมนุมประท้วงที่พ่อของเธอมีส่วนร่วมด้วย กับทหารของรัฐ สุดท้าย เธอจึงตัดสินใจกลับไปลอนดอนอีกครั้ง
ตอนที่ 2 :: Warsaw เกี่ยวกับแรปเปอร์หนุ่มขี้หงุดหงิด กำลังบันทึกเสียงเพื่อทำอัลบั้มเพลง สมาชิกคนหนึ่งก็ทิ้งวงไป และพ่อของแฟนก็ดูถูก มองว่าเขาเป็นคนไม่มีงานทำไม่มีความมั่นคงในชีวิต จึงชวนเขาไปทำงานเป็นพนักงานทั่วไปในสำนักงานแห่งหนึ่ง แล้วเขาก็ต้องไปเจอกับความร้ายกาจของคนในนั้น ( ปีศาจจริงๆพวกนี้ )

( to be continue… )

The Immortals ( 2003 )
หนังจาก โปรตุเกศ เป็นหนัง Action / Crime / Drama / War ที่ เกี่ยวกับตำรวจนักสืบคนนึงกำลังจะเกษียร และกำลังตามสืบคดีปล้นธนาคาร โดยรู้มาว่า Roberto Alua (Joaquim de Almeida คุ้นหน้ามากๆจาก Behind Enemy Lines (2001) ) หนึ่งในกลุ่มที่ปล้นนั้น เคยเป็นทหารร่วมรบในสงครามหน่วยเดียวกันกับลูกชายเขา เขาจึงต้องตาม Alua ให้เจอเพื่อที่จะรู้ว่าลูกชายเขาตายยังไง

หนังเข้มข้นดีฮะ สนุกดี

Seeds of Doubt (2005 )
หนังจากประเทศเยอรมันนี เกี่ยวกับ Tarik หมอเชื้อสาย แอลจีเรีย ถูก Maya ภรรยาตัวเอง สงสัยว่า มีส่วนพัวพันกับเหตุการณ์วางระเบิด ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ภายหลังจาก ที่มีตำรวจเข้ามาสอบถามข้อมูลจากเธอ ประจวบเหมาะกับที่ก่อนหน้านี้ Reza เพื่อนสนิทชาวอิหร่านของ Tarik มาเยี่ยมที่บ้านอย่างกระทันหัน รวมถึงพฤติกรรมที่เขามักพยายาม กันเธอ ออกห่างจากของๆเขา

คนดูเองก็ยังสงสัยไปด้วยว่าจะเป็นเขาจริงจริงหรือไม่ เพราะทั้งการขอวีซ่าเข้าอเมริกาในฐานะนักวิชาการ ก็ยังไม่ผ่าน และตัวอย่างเชื้อไวรัสอีโบราในห้องแลปที่เขาทำงานอยู่ก็หายไป ทุกอย่างประจวบเหมาะ และ เขาจำต้องตกเป็นจำเลยสังคมเพียงเพราะรูปประพรรณสัณฐานและเชื้อชาติ……… แย่จัง……..

The Feast of the Goat ( 2005 )
หนังจากประเทศ เปรู Isabella Rossellini มาแสดง

( to be continue… )

ศุกร์ที่ 20 ตุลาคม 2549
My Brother Nikhi ( 2005 )


เป็นหนังจากประเทศอินเดีย ที่เล่าถึงสภาพแวดล้อมรอบๆตัวของนักกีฬาว่ายน้ำนาม Nikhil ตั้งแต่สมัยเด็กๆที่เขาอยู่กับครอบครัวอันอบอุ่น ประกอบด้วย พ่อแม่ เขา และน้องสาว จนกระทั่งวันหนึ่งเขาต้องตกอยู่ในสถานะที่ทุกๆคนรอบข้างต่างก็รังเกียจเดียดฉันท์ คือเป็นผู้ติดเชื้อ HIV ....และเรื่องที่เขาป็นเกย์ ก็เป็นเรื่องที่ใหญ่โตมากในสังคม ประเทศอินเดีย แม้กระทั่งพ่อ-แม่ ยังไม่สามารถยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกชายได้ คงมีแค่พี่สาวและเพื่อนชายของเขาเท่านั้น ที่คอยให้กำลังใจและยืนหยัดช่วยเหลือทุกอย่าง

กว่าจะยอมรับและทำใจได้และกลับมารักลูกแบบแสดงออกได้ ก็ใช้เวลาตั้ง 2 ปี ......... ในความคิดเห็นส่วนตัว.....ก็ไม่เข้าใจเลยว่าเรื่องแบบนี้มันเลวร้ายต่อสังคมได้ยังไง กระทั่งพ่อแม่ต้องไล่ลูกออกจากบ้านอ่ะ....แต่ถ้าเอาความคิดแบบคนไทยเข้าไปใส่ในหนังและถ้าเราเป็นพ่อแม่ ก็....ไม่มีทางที่เราจะทำกับลูกเราอย่างนั้นแน่ๆ สงสารลูกอ่ะ ...........

ถ้าได้ยินว่า " หนังอินเดีย " สิ่งแรกที่จะนึกถึงคือการร้องรำทำเพลง และวิ่งรอบภูเขา ไม่ก็โอบกอดต้นไม้ โผล่หน้ามาซ้ายทีขวาที อีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลยในหนังอินเดียคือการมีเพลงประกอบ และในเรื่องนี้ก็มีเพลงประกอบที่ท่วงทำนองไพเราะเสนาะหูมาก ติดหูไว แต่ขออภัยจิงๆจำชื่อเพลงไม่ได้....แต่ยืนยันว่าเพราะและซึ้งจิงๆ

* หมายเหตุ ก่อนขึ้นไปดูหนังเรื่องนี้ ( พารากอน ) ตรงลานน้ำพุเห็นน้องๆหนูๆกรี๊ดบ้านแตกม้ามแล่บ เลยอยากรู้ว่าเป็นอะไรกันถึงกริ๊ดดังปานนั้น พอเราเขยิบเข้าไปดูใกล้ๆ อ้อ เจ้า ก็อบมั๊ยอ่ะและเหล่าจีเจอาร์น่ะเอง วุ้ย ทำเอาน้ำหมากยายกระเด็นเลยน้องเอ๊ย 55


พุธที่ 18 ตุลาคม 2549
I Don’t Want to Sleep Alone ( 2006 )


เป็นหนังร่วมทุนระหว่าง Taiwan / France / Austria แต่โลเคชั่นทั้งหมด ถ่ายทำที่มาเลเซีย บ้านเกิดของผู้กำกับและควบตำแหน่งเขียนบท นาม ไฉ้หมิงเลี่ย หนังพูดถึง Hsiao-Kang หนุ่มคนนึงที่ถูกทำร้ายร่างกายจนอ่วมจากพวกนักต้มตุ๋น แต่โชคดีที่ Rewang คนงานชาวบังคลาเทศและเพื่อนมาเจอ จึงพาเขามารักษาตัวที่บ้านและ Rewang ก็ยินดีที่จะให้นอนร่วมฟูกเดียวกับเขา ไม่นาน Hsiao-Kang ได้พบกับ Chyi พนักงานเสริฟและต่างก็มีใจให้กัน รวมไปถึงเจ๊เจ้าของร้านกาแฟที่ Chyi ทำงานอยู่ ก็ดูจะพึงใจ Hsiao-Kang เช่นกัน

ทั้งหมดเป็นความสับสน อึดอัด วุ่นวาย คลุมเครือ ท่ามกลางความแออัดของที่อยู่และเมือง และที่สำคัญ ทุกอย่างกลับตกอยู่ในความเงียบ และเงียบ... น้อยมากที่ตัวละครจะสนทนากัน นับได้น่าจะรวมๆแค่ 10 % ของความยาวหนัง ( ยกเว้นช่วงต้นเรื่องตอน Rewang และเพื่อนอีก 5-6 คนพยายามที่จะทำให้ Hsiao-Kang ได้สติ โดยแย่งกันออกความคิดเห็นแย่งกันพูด ล้งเล้งหนวกหูมากกกกกกกกกก ) ดังนั้นการสวมบทเป็นตัวละครแต่ละตัว นักแสดงทุกคนจึงต้องเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกที่ก่ออยู่ภายใน ซึ่งทุกคนก็ทำได้ดีมากๆ มากๆ ขอโบก

ชอบจิงๆหนังเรื่องนี้ ชอบที่หลายๆครั้ง Rewang ต้องแบกฟูกส่วนตัวไปนู่นมานี่อยู่บ่อยๆ ดูแล้วก็อดยิ้มๆขำๆไม่ได้ ราวกับว่าก็ต้องแบกไปเรื่อยๆอย่างนี้แหละจนกว่าจะเจอคนที่สุดท้ายแล้วจะสามารถมานอนร่วมเรียงเคียงฟูกกับเขาได้ตลอดไปนั่นแหละ

หนังดี เหงา แต่ไม่เศร้ามาก และมีอมยิ้มประปราย และเมื่อหนังจบลงแทบทุกคนก็พร้อมใจกันปรบมือให้กับสิ่งที่ได้จากหนังเรื่องนี้ เราเองก็เต็มใจอย่างแรงที่จะทำเช่นนั้นเหมือนกัน

Tsai Ming-liang ได้รับรางวัลชนะเลิศ 'CinemAvvenire' Award Cinema for Peace Award จากเวที Venice Film Festival ปี 2006

*หมายเหตุคนดัง เจอคุณนันทขว้างด้วย ได้แต่ส่งยิ้มให้เค๊า เพราะพี่เค๊าคุยโทสับอยู่


อังคารที่ 17 ตุลาคม 2549
The Last Emperor ( 1987 )


เป็นคนเชยๆ ที่ไม่เคยดูหนังเรื่องนี้มาก่อน เคยเห็นแต่โปสเตอร์ รู้เหมือนกันแหละว่าเป็น 1 ใน หนัง 1001 เรื่องที่ควรดูก่อนตาย แต่เราเองก็ชะล่าใจมาตลอด ว่าเดี๋ยวค่อยดูเดี๋ยวค่อยดู แต่ก็คิดอย่างนั้นมาหลายปีละ วันนี้สบโอกาส เค๊าเอามาฉาย เลยรีบตีตั๋วดูให้ได้ เพราะหากยังขืนรอดูจากแผ่น คงอีกนาน

“ภาพยนตร์อิงชีวประวัติของ ปูยี จักรพรรดิ องค์สุดท้ายของประเทศจีน บุคคลที่เกิดมาพร้อมกับความกดดัน มหา ศาล ที่เขาต้องแบกรับตั้งแต่ยังเด็ก ท่ามกลางการเมืองที่ครุกรุ่นทั่วพระ ราชวัง ต้องห้าม บทบาทของจักรพรรดิปูยีในฐานะผู้นำ ประเทศเป็น เพียงหุ่นเชิดที่ถูกข้าราชการจูงจมูก เขาถูกคนเหล่านั้นปรนเปรอทั้ง สุรานารีจนปูยี กลายเป็นหนุ่มเจ้าสำราญ และเมื่อการเข้ามารุกรานของกองทัพญี่ปุ่น ที่ทำให้สถานะของเขาเริ่มสั่นคลอน จนกระทั่งเกิดการปฏิวัติระบอบการปก ครอง ประเทศจีนอันกว้างใหญ่ไพศาลที่เขาเคยครอบครอง บัดนี้ไม่ใช่เป็นของเขาอีกแล้ว
แม้กระทั่งพระราชวังต้องห้ามที่เขาเคย เรียกว่าบ้าน เขาต้องเสียเงินค่าเข้าชมเฉกเช่นเดียวกับ คนทั่วไป “

หนังยาว 219 นาที ฉายทุ่มยี่สิบ จบ 5 ทุ่ม ……….แต่ก็เป็นความยาวที่ไม่รู้สึกเบื่อเลย ดีจังที่ได้ดู

อาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม 2549
breakfast on pluto ( 2005 )
สนุกดีและชอบ ชอบบท ตรงความเป็นคิทเท่นที่ผ่านมรสุมต่างๆนาๆมาได้โดยการไม่ยอมให้ตัวเองได้โศกได้นาน และการที่หนังออกแนวเสียดสีสังคมด้วยนั้น พอถึงบทจะต้องฮาก็เลยฮาแบบแค่นๆไปด้วย.... หนุกคับหนุก ยิ่งพี่ๆชาวต่างชาติเวลาแกขำนะ ลั่นบ้านกันเลย ครื้นเครงมากๆ

Glastonbury ( 2006 )
ดูจบแล้วแล้วมันให้ความรู้สึกว่าเราได้เห็นแทบจะทุกส่วนของการเป็นเทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ หนังเล่าตั้งแต่ความเป็นมา / บรรยากาศงานในปีแรกๆจนถึงปี 05 / ดูการมาถึงของผู้คน สีสันอื่นๆนอกเหนือจากดนตรีบนเวที / ห้องน้ำห้องท่า / การหลับนอน / ระบบความปลอดภัย / พวกแอบปีนเข้ามา / ท่านพี่ รปภ........และอีกสารพัดปัญหาที่มีเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ หนังดูสนุกด้วยฟุตเตจเก่าเก็บนำมาตัดต่อสลับกับวงที่เล่นบนเวที......... ที่แค่ได้ยินเพลงขึ้นมา ก็อดไม่ได้ที่จะขยับเท้าผงกหัวตามเสียงเพลง .....น่าไปจิงๆให้ตายเหอะ

*หมายเหตุคนดัง มี Q & A กะ พี่ดีเจซี๊ดดด นรเศรษ หมัดคง และ วงทีโบน วงที่เคยได้รับเชิญไปเล่นในเทศกาลนี้ด้วย

Proposition ( 2005 )
หนังดราม่านิ่งๆ แต่ยิงกันตูมเมื่อไรก็ทำเอาหลบเลือดกระเซ็นแทบไม่ทัน หนังเครียดใช้ได้เลย.....

แต่อยากจะขอโวยหน่อย ไอ้การเอาแผ่นดีวีดีมาเปิดน่ะไม่เป็นไรหรอก แต่การที่ไม่ปรับแต่งให้เสียงให้ภาพมันเข้าโหมดปกติแบบที่คนปกติเค๊าดูกันน่ะ มันซังกะบ๊วยมากมาก โดยเฉพาะเรื่อง Proposition ที่ภาพมันเต็มไปด้วยแสงสีขาวแบบโอเวอร์ไปหลายเลย .......เรื่องแค่นี้มันไม่น่าจะต้องมาเสียอารมณ์กันเนอะ งานแบบนี้นะ ทำได้ดีก็เสมอตัว แต่พลาดหน่อยเดียว มันกลับทำให้เรารู้สึกว่ามันเป็นรูโหว่ที่ใหญ่มากเลย


เสาร์ที่ 14 ตุลาคม 2549
The Banquet ( 2006 )
หนังก้อสนุกทีเดียวแหละ ไม่ต้องตีความอะไรมากเหมือน Hero, งานโปรดัคชั่นเค๊าอลังการและดูดีมากๆ ไม่ดูรกหูรกตา ดาราตะละคนก็เชื่อในฝีมือการแสดงได้เลย โดดเด้งกันถ้วนหน้า........ เรื่องนี้ที่นั่งในโรงเหลือแค่แถวหน้าแถวเดียวเท่านั้นที่ว่าง

My Name is Eugen ( 2005 )
หนังจากสวิส' น่ารักๆเกี่ยวกับเด็กชาย 4 คนออกไปผจญภัยตามหาบุคคลในตำนาน ก็ดูได้สนุก เพลินๆดีและมีกราฟฟิคเก๋ๆมาช่วยดำเนินเรื่องด้วย เรื่องนี้คนดูไม่ถึงครึ่งโรงเลยอ่ะ

Just Do It ( 2002 )
หนังจากอิตาลี เกี่ยวกับเด็กวัยรุ่น 2 คนที่ดูไม่เป็นโล้เป็นพายอะไร และโชคชะตาก็นำพาให้คนนึงได้เจอกับเด็กสาวตัวแสบแสนฉลาด และอีกคนเจอกับสาวสวยเรื่องราวดูเหมือนยุ่งแต่สุดท้ายแล้วก็กลายเป็นเรื่องดีดี ...... เรื่องนี้เสียดายอยู่นิดนึงที่ ตัวละครของคุณยายในต้นเรื่องที่อุตส่าห์ปูอารมณ์กันมาก็เยอะ แต่พอค่อนเรื่องไปหน่อยคุณยายก็หายไปซะงั้น เสียดายๆ ความจริงเก็บเอาเรื่องยายมาขมวดอีกบ้าง น่าจะสมบูรณ์กว่านี้





Create Date : 19 ตุลาคม 2549
Last Update : 24 ตุลาคม 2549 19:15:19 น. 27 comments
Counter : 613 Pageviews.

 
มาอ่าน memo ของแม่นาง

ขอสารภาพว่ายังไม่ได้เริ่มเลยกับหนังเทศกาลนี้ คงมีโอกาสแค่เสาร์นี้วันเดียว (หลังงานหนังสือ)

แต่อย่างน้อยก็เคยดูแล้ว 1 เรื่องแหละหน่า (ปลอบใจตัวเอง ) ก็เรื่องที่คนทั่ว ๆ ไปดูกันหมดแล้วแหละ (The Last Emperor) อลังการงานสร้างจริง ๆ จ้ะ แต่เพิ่งรู้ว่ามันเป็นหนึ่งในพันหนึ่งเรื่องที่ควรดูก่อนตาย (ใครกำหนดฟะ) แล้วอีกพันเรื่องที่เหลือคือไรบ้างอะ


โดย: unwell วันที่: 20 ตุลาคม 2549 เวลา:8:30:17 น.  

 
ขอทักเรื่อง bg

Hotel ใช่ไหมคะ?
เคยเอามาดองไว้แต่ดูไม่จบ ดูถึงฉากนางเอกชักดิ้นชักงอแด๊นซ์ๆๆในคลับเอง ต่อๆไปหลอน+สนุกไหมคะ จะได้เช่ามาีอีิีกรอบ


โดย: Thebrightestsunisthepurestgun วันที่: 20 ตุลาคม 2549 เวลา:21:59:04 น.  

 
เอาเพลงอะไรมาประกอบ
มันรื้อฟื้นแผลจากหนังอ่ะครับ

enjoy your day


โดย: Holden Caulfield วันที่: 20 ตุลาคม 2549 เวลา:22:58:30 น.  

 
ช่วงนี้ม่ะมีเวลาดูหนังเลยค่ะ รู้สึกอิจฉาคุณrentonจัง
ได้มีโอกาสไปดูหนังหลายๆเรื่อง ช่วงนี้มีแต่เรื่องปวดหมอง
รับงานมาทำมากมาย

อาทิตย์นี้แดงเดือดน้อ เจอกันๆ


โดย: i_am_redangel วันที่: 20 ตุลาคม 2549 เวลา:23:13:04 น.  

 
อันเวล
ขอบใจน๊า ที่แวะมาทักทายไม่เคยขาดสาย ( หมู่นี้เริ่มจิตตกแล้วฟ่ะ ขาดความอบอุ่นอย่างแรง.......อ้อ วันนี้เก็ท102.5 เปิดเพลงนี้ด้วยล่ะ )

เดอะไบ้รท'
แม่นแล้วจ่ะ โฮเทล อืม.......หลังจากนางเอกแด๊นซ์เหรอ อืม.......เอางี้ดีก่า หลังจากนั้นก็ประมาณว่า เงียบๆ นิ่งๆ บวกความสงสัยใคร่รู้อยู่ทุกยาม และจบแบบ ตั้งตัวไม่ทัน.......หุ หุ......ก็อยากแนะนำให้ดูให้จบนะ เพราะมันเป็นอีกรสชาดนึงของการดูหนังน่ะ

เอ้า.....แล้วส่งการบ้านยังเนี่ย

คุณ โฮลเด้น
กะแค่ให้มาสกิดจิตตัวเองนะเนี่ย แต่ไหงไปโดนคนอื่นด้วยฟะ ขออภัยเจงๆจ่ะ แหะ แหะ

คณ ไอแอมเรดแองเจิ้ล
ที่ยังปวดหมองอยู่ ก็ขอให้หายไวไวน๊า
อาทิตย์นี้ เดือดอีกแล้วววววววววววววววววว
อยากบอกว่า กลับมาดูไม่ทันแน่เรยยยยยยยย
( ติดภาระกิจดูเวิลด์ฟิล์มอ่ะ T_T )

คงได้มาลุ้นผลเอาทีหลังแน่ๆ
เสียวไส้เหมือนกันค่ะ เพราะเจอกันทีไร
เราเองที่กุมสถิติที่ไม่ดีเอาไว้ หุ หุ

หว้งไว้ว่า..........แต้มข้างมากจะเป็นของเราบ้างหนนี้ อ่ะ อ่ะ



โดย: renton_renton วันที่: 21 ตุลาคม 2549 เวลา:0:33:36 น.  

 
แวะมาตอบข้อข้องใจยามดึกฮะคุณ renton
ปั่นงานไปอ่านทู้ไปอ่านบล็อกไป 555
สมาธิแตกกระเจิง

เพลงที่คุณrentonถามถึง เป็นเพลงของวง
Tahito80 จ๊ะ เพลงที่เราเองลงบล็อก
ชื่อเพลง heartbeat อัลบั้ม puzzle จ้ะ
นักร้องหล่อน่ารักด้วย ฮิๆ

บั้มล่าสุดของ tahiti80ก็ fosbury เพราะทั้งอัลบั้มเลย


โดย: i_am_redangel วันที่: 21 ตุลาคม 2549 เวลา:1:38:55 น.  

 
อ่อ...ไปดู The Departed มาแล้วจ้ะ
เพื่อนบอกว่ามีเวอร์ชั่นฮ่องกงก่อนแล้ว เห็นว่ามันและเจ๋งกว่าภาคฮอลลี่วู๊ดมากมาย เราไปอยู่หลังเขาไหนมาฟระ
ถึงไม่รู้ว่ามีมาก่อน

แต่ที่ดูเพราะชอบ Matt Damon ล่ะ ถึงหลังๆจะไม่น่ารักเท่ไหร่แล้ว แถมเรื่องนี้ดูอืดๆบวมๆไงไม่รู้ ส่วนป๋าJack ยัเงท่ห์เหมือนเดิม ส่วนลุคของลีโอน่าโด้เรื่อวนี้เราชอบอ่ะ ไม่สะอาดสะอ้านดูคุณชายเกิน

รวมๆหนังก็สนุกดีนะ

พูดถึงฮอลลี่วู๊ดเอาหนังเอเชียไปสร้าง อยากรอดู
เรื่องบางกอกแด๊นซ์เจอรัสภาคฮอลลี่วู๊ดสร้างแฮะ


โดย: i_am_redangel วันที่: 21 ตุลาคม 2549 เวลา:1:46:48 น.  

 
คณ ไอแอมเรดแองเจิ้ล
ขอบคุณหลายสำหรับ Tahito80 เด๋วจะไปหามาฟังละ เพราะดีค่ะ

The Departed ดูแล้วเหมียนกัน เวอร์ชั่นฮอลลีวู๊ดก้อเข้มข้น นัวร์นัวร์หม่นๆ ส่วนเวอร์ชั่นเฮียหลิวและเฮียเหลียงนั้นมันส์โคตรสไตล์เอเซีย มีโอกาศลองดูนะคะ Infernal affairs ขอแนะนำแบบเน้นๆเฉพาะภาคแรกก่อน ( มี 3 ภาคค่ะ..)





โดย: renton_renton วันที่: 21 ตุลาคม 2549 เวลา:2:26:46 น.  

 
สำหรับบางกอกแดนเจอร์รัส
ได้ลุงนิค เคจ มาเล่นเป็นพี่แบ็งค์ปวริษ(ชื่อแกเขียนไงฟะ) ก็ไม่รู้ว่าจะยังไง ไม่รู้ดัดแปลงแค่ไหน ยังดีที่เฮียแปงมานั่งตำแหน่งเดิมกำกับเหมือนเดิม

แต่ตอนเวอร์ชั่นไทย (2000) เราชอบอ่ะ ชอบหนังสไตล์แบบนี้



โดย: renton_renton วันที่: 21 ตุลาคม 2549 เวลา:2:35:56 น.  

 
เอ๋า...มาจาก Internal Affairs นี่เอง
เคยซื้อแผ่นมานานแล้วจ้ะ แต่ยังไม่เวลาได้ดูเลย

ม่ะเช้าฟังรายการผู้หญิงถึงผู้หญิงผู้เกี่ยวกับ
ผู้หญิงในประเทศมุสลิม แล้วเค้าพูดเกี่ยวกับ
หนังเรื่อง The Circle คุณ renton ได้ดูยังค่ะ
เราอยากดูนะ ไม่รู้ว่ามีหนังเรื่องนี้ขายหรือเปล่า



โดย: i_am_redangel วันที่: 21 ตุลาคม 2549 เวลา:5:01:30 น.  

 
หวัดดีจ้าแม่นางเรนนี่ เอาผ้าห่มมาฝาก จะได้อบอุ่นนะ ห่มด้วยกันก็ได้ ถ้าไม่คิดไรมาก (มุขไรของตูฟะเนี่ย )

I wanna see your smile naaa....

ขอจอยกะเฟิร์มเรื่อง Tahiti80 กะคุณ i_am_redangel ด้วยคนนะจ๊ะ ชอบเพลงวงนี้เหมือนกัน น่ารัก ๆ สบาย ๆ
ไปหามาฟังนะจ๊ะ







โดย: unwell วันที่: 21 ตุลาคม 2549 เวลา:8:09:31 น.  

 
หวัดดีฮ่ะ ยุ่งมาก(ไม่ใช่เรื่องนั้นแล้ว) ก็เลยไม่ได้เล่นบล็อคเลย
เดี๋ยวอีกไม่นานเราจะกลับมีส่วนร่วมแล้วล่ะ ฮ่าๆ

ปล.โอ้ได้ดูเบรคฟาสในโณงด้วย อจฉาเจงๆ
ปลสอง. แบนเควทได้ดูในโณงที่นี่เหมือนกัน คนจีนไปดู
ตรึมมาก(วันแรกๆ) แต่ตรึมสู้พี่เฉินหลงไม่ได้แฮะ


โดย: BloodyMonday On Da Move IP: 211.139.145.21 วันที่: 21 ตุลาคม 2549 เวลา:9:37:17 น.  

 


โดย: แค่เพียงรู้สึกสุขใจ วันที่: 21 ตุลาคม 2549 เวลา:13:16:02 น.  

 
ผมบ่ได้ดูซักเรื่องที่ จขบ. มารีวิวเลยครับ ช่วงนี้ทรัพย์จางมหาศาล เลยต้องอดทนไว้ แหะแหะ


โดย: เข็มขัดสั้น วันที่: 21 ตุลาคม 2549 เวลา:17:28:40 น.  

 
คงไม่ต้องบอกเหตุผลนะว่าผมเข้ามาตอนนี้ด้วยอารมณ์อะไร เพราะอะไร


โดย: sTRAWBERRY sOMEDAY วันที่: 22 ตุลาคม 2549 เวลา:21:05:02 น.  

 
มาแจ้งข่าว...ว่าปีนี้เราชวดล่ะ จัดเวลาไม่ลงตัว ไม่ได้ดูซักเรื่อง



โดย: unwell วันที่: 22 ตุลาคม 2549 เวลา:21:55:36 น.  

 


บลัดดี้
หนังเฮียเฉินหลง ก็คงยังมีแฟนเหนียวหนึบติดตามอยู่อย่างเคยอ่ะเนอะ ( ใช่เรื่องที่แกกระเตงเด็กนั่นป่าวหว่า )

น้าพล
ทำหน้าอย่างนี้ หมายฟามว่าไงอ่ะคะ ยังไม่ได้ดู หรือไปดูมาจนเหนื่อยเดินทางกันน๊อ

คุณ เข็มขัดสั้น
มิได้ดูก้อมิเป็นไรค่ะ.... แวะมาอ่านเล่นๆก้อได้ ยินดี ยินดี

คุณ สตรอเบอรรี่ โอเล่เม็ดใหม่
ทราบแล้วเปลี่ยนค๊าบ 0-2 ..... แพ้ทางอีกตามเคย สงสัยไม่กล้าทำลายสถิติตัวเอง ว่าเจอกันทีไรก็แพ้ทู๊กที.........ไปตามเมอร์ฟี่มาดี๊ ใครก้อด้าย

แม่นางเสี่ยวเตี้ยน
ไม่ได้ดูหนัง แต่ไปกว้านโซ้ยหนังสือมาตูมเลยใช่ป่ะ อย่าลืมเอามาอวดโตยเน่อ ว่าได้หนังสืออะหยังมาพ่อง.....

love love everybody


โดย: renton_renton วันที่: 22 ตุลาคม 2549 เวลา:23:30:51 น.  

 


โดย: i_am_redangel วันที่: 23 ตุลาคม 2549 เวลา:1:26:19 น.  

 
มาอ่าน memo ต่อ...

อยากดู Cease Fire กะ The Dragon House จัง ชอบดูคนเถียงกัน อยากรู้ว่าใครจะเป็นฝ่ายหมดแรงก่อน...

หมดงานนี้จะไปหาหนังพวกนี้ดูที่ไหนเนี่ย เศร้าจริง

เรื่องปลาหมึกน่ะ เดี๋ยวไปแอบ ๆ ตามให้น้า รอแป๊บบบนะจ๊ะที่รัก

เฮ้อ...พรุ่งนี้ก็ต้องไปทำงานแล้วสินะ


โดย: unwell วันที่: 23 ตุลาคม 2549 เวลา:16:19:14 น.  

 
ทำไมทำตัวได้น่าอิจฉาขนาดนี้คะ
เราคงต้องตามดูเอาจากแผ่นเท่าที่จะมีโอกาสค่ะ


โดย: goldfish memory (goldfish memory ) วันที่: 23 ตุลาคม 2549 เวลา:17:45:06 น.  

 
โห เพิ่มเรื่อยๆเลยนะ(เอ โดดงานไปดูเหรอเนี่ย)

ปล.ขอบคุณจากใจจริงๆเลยที่ช่วยไปลากเรากลับมาสู่
สภาวะปกติอีกครั้ง (หวังว่าคงจะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ)
หลังจากที่เข้ารกเข้าพงไปหาความหมายของชีวิตมาพอสมควร
(ว่าไปโน้น)


โดย: BloodyMonday On Da Move IP: 211.139.145.21 วันที่: 23 ตุลาคม 2549 เวลา:20:52:36 น.  

 
ไม่ได้ไปเลยครับ ช่วงนี้ยุ่งๆ
คิดว่าถ้าไปดูนิดๆ หน่อยๆ เสียดายเรื่องโน้นเรื่องนี้ ไม่ไปซะเลยดีกว่า
ไว้แก้ตัวต้นปีหน้า


โดย: แค่เพียงรู้สึกสุขใจ วันที่: 24 ตุลาคม 2549 เวลา:1:53:09 น.  

 
อิสสาๆ อยากมีโอกาสดูหนังกระหน่ำอย่างนี้บ้างอ่ะ


โดย: ลูกสาวโมโจโจโจ้ (the grinning cheshire cat ) วันที่: 24 ตุลาคม 2549 เวลา:19:52:32 น.  

 
น่าอิจฉาจังครับ ผมยังต่อสู้กับน้ำท่วมอยู่เลย


โดย: เจ้าชายไร้เงา วันที่: 24 ตุลาคม 2549 เวลา:22:43:18 น.  

 
เป็น memo ที่สมบูรณ์แบบมากแม่นางเรนนี่ ไม่อยากบอกเลยว่าอิจฉาจริง ๆ

ข้าขอใช้เป็น reference ในการตามหาหนังเทศกาลนี้มาดูเลยละกันนะจ๊ะ



โดย: unwell วันที่: 25 ตุลาคม 2549 เวลา:8:31:24 น.  

 

ไปดูมาเหมือนกัน ปีนี้ดูได้ไม่เยอะเท่าปีที่แล้ว

ส่วนเรื่องที่ชอบที่สุดคือ Isabella จ้ะ

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=merveillesxx&month=13-10-2006&group=1&blog=1


โดย: merveillesxx วันที่: 27 ตุลาคม 2549 เวลา:9:36:09 น.  

 
อื่ม.. ผมก็ดู The Last Emperor ครับ
ชอบจนไปเช่ามาดูอีกรอบเลย เหอๆๆ

ปีนี้ดูไม่เยอะเลยล่ะครับ - - (ส่วนปีก่อนๆไม่เคยสนใจเทศกาลนี้ 5+) ดูไป 3-4 เรื่องเอง ด้วยความที่หูก็ฟังภาษาอังกฤษไม่ได้โปรมากมาย (ไปดู Paris, I Love You มา บางตอนพูดอังกฤษมาแบบไร้ซับนี่เอ๋อไปเลยง่ะ - -)


โดย: nanoguy IP: 203.113.35.9 วันที่: 29 ตุลาคม 2549 เวลา:18:06:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Ottolife
Location :
อุบลราชธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Photobucket.Just wait until night then switch the light off
DeUsynlige (2008) Erik Poppe : : หนึ่งเป็นผู้ทำลาย หนึ่งเป็นฝ่ายสูญเสีย เวลาผ่านต่างฝ่ายต่างเริ่มชีวิตใหม่แต่ที่สุดแล้วโชคชะตาก็นำพาให้ทั้งสองต้องมาเผชิญหน้ากัน ~ ถึงพล็อตจะสามัญแบบนี้แต่หนังวางสถานการณ์ที่แสดงและเหตุการณ์ที่ซ่อนอยู่ได้หมาะกันดีมาก การถ่ายโอนตัวละครจุดศูนย์กลางของเรื่องจากคนหนึ่งไปคนหนึ่งก็ไหลลื่น เรื่องราวที่บรรจุความกดดันต่อสู้กับตัวเองของตัวละครก็เข้มข้น และ "โอกาส" เป็นสิ่งที่หนังขอให้เราเห็นเป็นสำคัญเพราะที่สุดแล้วเราจะเห็นว่าฝ่ายที่เคยสูญเสียกลับด้านมาเป็นผู้ทำลายบ้าง ทั้งหมดเป็นความละเอียดในอารมณ์ของผกก.ที่ทำออกมาได้น่าชื่นชมจริงๆ
Adventureland (2009) Greg Mottola : : เด็กหนุ่มพรหมจรรย์และเด็กสาวเมียเก็บนายช่างของสวนสนุกเกิดลังเลในความรู้สึกที่มีให้แก่กัน ครั้นจะจูนกันติดกลับมีเรื่องให้เข้าใจผิดกันซะงั้น ~ ปั๊ปปี้เลิฟสนุกๆ ประสาวัยรุ่นวัยเรียน ฉากหลังเป็นยุค 80 ที่มีกัญชาเป็นสื่อกลางสร้างความสัมพันธ์ เพลงดิสโก้ ฟังก์ พั้งค์ จากยุคนั้นก็อัดกันขนกันมาเพียบ เพลิน และมองว่า คริสเตน สจ๊วต นั้นดูทื่อมะลื่อไงไม่รู้
Mutum (2007) Sandra Kogut : : เด็กชายคนหนึ่งแถบบ้านนาของบราซิล ต้องเผชิญกับความดุดันของพ่อ สนิทกับอาแต่เหมือนเขาจะมาจีบแม่ ถูกเพื่อนวัยเดียวกันเหน็บแนมและที่สำคัญคือสูญเสียเพื่อนรักที่สุดในชีวิต ~ อะไรจะแกร่งเกินนี้ไม่มีอีกแล้ว เจ้าหนูไม่ได้อยู่ในร่างของคนมองโลกในแง่ดี หากแต่ให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยความเข้าใจและมองถึงสิ่งที่ตนต้องทำ ... ชอบเรื่องที่แทรกอยู่เล็กๆ อย่างความผิดปกติทางสายตา (สายตาสั้น) เมื่อมันเกิดขึ้นกับคนในชนบทซึ่งไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร จะเห็นความแตกต่างก็ต่อเมื่อได้ลองสวมแว่นตาเท่านั้น
Dalkomhan insaeng (2005) Ji-woon Kim : : มือขวาของเจ้าพ่อฝีมือสุดเนี้ยบทำการใดไม่เคยล้มเหลว ตีรันฟันแทงเตะต่อยขอให้บอก แต่จะมาตายเอาก็เพราะริอาจมีใจให้ “เด็ก” ของเจ้าพ่อ ~ หนังแก็งส์เตอร์ของพี่ๆ เกาหลีเขาต้องบอกว่าออกแบบท่าทางกันมาดี ดูแล้วเพลิน นึกถึง Transpotter ที่ เจสัน สเตแธม ในชุดสูทหรูระยับแต่ยกแข้งขาถีบยันได้ดีเอาเรื่อง ทรยศหักหลังยังเป็นชนวนหลักที่สร้างสีสันให้กับหนังแนวนี้ สนุกดีแม้จะชวนสับสนนิดหน่อยว่าใครอยู่ฝ่ายไหนลูกน้องใคร (ก็หน้าตาเขาคล้ายกันน่ะ)
Noise (2007) Matthew Saville : : หนังมีส่วนผสมของความเป็นหนังเขย่าขวัญอยู่เพียงส่วนหนึ่งทั้งๆ ที่มีเหตุสะเทือนขวัญรุนแรง แต่... อ่านต่อ ที่นี่
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2549
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
19 ตุลาคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Ottolife's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.