กายสบาย...ใจปลอดโปร่ง...โล่งสะอาด...
Group Blog
 
 
กันยายน 2548
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
20 กันยายน 2548
 
All Blogs
 
นิทาน - ตัวยุ่งกับถุงวิเศษ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีภูตตนหนึ่งใคร ๆ ก็เรียกภูตตนนี้ว่า ตัวยุ่ง เพราะความที่ชอบมีส่วนร่วมไปในทุกเรื่อง

ตัวยุ่ง มีถุงวิเศษใบหนึ่ง สามารถบันดาลสิ่งใดก็ได้ แล้วแต่สถานการณ์

อยู่มาวันหนึ่ง ตัวยุ่ง ได้มายังเมืองมนุษย์ เจอใครตัวยุ่งก็จะเอามือล้วงเข้าไปในถุงวิเศษนั้น แล้วหยิบของที่เขาต้องการออกมา เรื่องราวก็แพร่สะบัด ชาวบ้านชาวเมืองต่างก็มารุมล้อมตัวยุ่งกันใหญ่ ตัวยุ่งก็ไม่เคยทำให้ใครต้องกลับไปมือเปล่า จนมาอีกวันหนึ่ง มีเศรษฐีผู้มั่งคั่งเดินผ่านมา เห็นตัวยุ่งแล้วก็นึกชอบใจจึงชวนตัวยุ่งไปอยู่ด้วย ตัวยุ่งจึงไปอยู่กับเศรษฐีคนนั้น เศรษฐีนั้นเมื่อตัวยุ่งมาอยู่ด้วย ก็ขอให้ตัวยุ่งนำสิ่งของที่เขาต้องการออกมา ตัวยุ่งก็เอาออกมาให้ทุกครั้ง แต่พอนานไป เศรษฐีก็เริ่มหมดความสนใจในตัวยุ่งไปทีละน้อย แล้วก็ไม่ได้ขออะไรอีก เพราะว่าเขามีสิ่งที่เขาต้องการครบทุกอย่างแล้ว เพียงแต่เห็นตัวยุ่งเป็นสิ่งที่แปลกดี เลยชวนมาอยู่ด้วยเท่านั้น

เมื่อตัวยุ่งเห็นว่าเขาไม่ได้ขออะไรอีกเลยหลายวันเข้า ตัวยุ่งจึงคิดว่าคงเป็นความผิดของตัวยุ่งเองที่ทำความปรารถนาให้เศรษฐีไม่ได้ ตัวยุ่งจึงออกมาจากบ้านเศรษฐี แล้วใช้ถุงวิเศษนั้น แจกจ่ายสิ่งที่ผู้คนต้องการต่อไป

ต่อมาตัวยุ่งได้เจอขอทานคนหนึ่ง เดินขอทานอยู่ในเมือง พอตัวยุ่งหยิบสิ่งที่เขาต้องการออกมา ขอทานคนนี้ก็ดีใจ แล้วก็ขออีกหลาย ๆ อย่าง จนในที่สุดขอทานคนนี้ก็เปลี่ยนจากขอทานมากลายเป็นมหาเศรษฐี เศรษฐีใหม่รู้สึกขอบคุณตัวยุ่งมาก จึงได้เลี้ยงดูตัวยุ่งไว้อย่างดี แต่พอมีใครถามเขาว่าเขารวยมาได้อย่างไร เขากลับตอบว่าเขารวยมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของเขาเอง เก็บหอมรอมริบมาทีละน้อย และเพราะเขาไม่อยากให้ใคร ๆ รู้ว่าตัวยุ่งอยู่กับเขา เขาจึงปิดบังคนทั่วไปเช่นนั้น

ตัวยุ่งอยู่ในบ้านเศรษฐีอย่างสับสน มองออกไปทางหน้าต่างก็เห็นผู้คนมีทุกข์มากมายที่กำลังรอให้ตัวยุ่งไปช่วย พอไปบอกเศรษฐีก็จะได้รับคำปฏิเสธและหว่านล้อมให้ตัวยุ่งอยู่แต่ในบ้านเศรษฐีนั้น แม้ว่าเศรษฐียังคอยให้ตัวยุ่งนำสิ่งของออกมาอยู่ตลอดเวลา แต่ตัวยุ่งก็รู้สึกไม่สบายใจ จนในที่สุดตัวยุ่งก็ได้พบกับเพื่อนของท่านเศรษฐีแล้วก็ระบายความในใจให้ฟัง เพื่อนเศรษฐีนึกสงสารตัวยุ่งจึงแอบพาตัวยุ่งหนีออกมาจากบ้านหลังนั้น

แล้วเพื่อนเศรษฐีก็ได้พาตัวยุ่งไปอาศัยอยู่ที่อื่น เพื่อนเศรษฐีผู้นี้มีฐานะไม่ดีนัก แต่ระหว่างที่ตัวยุ่งอยู่กับเขา ตัวยุ่งก็ได้รับความสุขสบายเป็นอย่างดี ปล่อยให้ตัวยุ่งทำทุกอย่างที่ตัวยุ่งอยากทำ คือการหยิบเอาสิ่งของจากถุงวิเศษให้แก่คนทั้งหลาย แต่ตัวเพื่อนเศรษฐีเองกลับไม่ค่อยขออะไรจากตัวยุ่ง ขอแต่เพียงพออยู่พอกินเท่านั้น เพราะความสงสารที่ตัวยุ่งเคยถูกเศรษฐีกักกัน เป็นเวลาอยู่นานหลายปี จนกระทั่ง เพื่อนเศรษฐีผู้นั้นรู้สึกเบื่อหน่ายกดดันในชีวิตที่วุ่นวายอยู่แต่กับผู้คนของตัวยุ่ง จึงได้ไปเที่ยวเดินใส่ร้ายตัวยุ่งต่าง ๆ นานาให้ผู้คนฟัง ว่าตัวยุ่งเป็นปีศาจที่จะมาหลอกลวงทุกคนเพื่อเอาวิญญาณไป พอผู้คนหลงเชื่อ ต่างคนก็ไม่มีใครไปหาตัวยุ่งอีก แถมเวลาตัวยุ่งไปไหน ก็จะได้ยินเสียงคนนินทาอยู่ตลอดทาง และเมื่อตัวยุ่งบังเอิญได้ไปเห็นเพื่อนเศรษฐีนั้นขณะที่กำลังทำการใส่ร้ายตัวเองอยู่ ตัวยุ่งก็เลยหนีออกจากที่นั่นไปอีก ด้วยความรู้สึกว่าไม่มีใครต้องการ เป็นสิ่งที่ไม่มีค่าในสายตาใคร ๆ

ท่ามกลางความรู้สึกเหนื่อยล้าและสับสน ตัวยุ่งเริ่มออกเดินทางไปเรื่อยอย่างสะเปะสะปะ และไม่คิดจะหยิบของจากถุงวิเศษให้ใคร ๆ อีก จนมาถึงเมือง ๆ หนึ่ง พอตัวยุ่งมาถึง ผู้คนในเมืองนั้นก็ให้การต้อนรับตัวยุ่งเป็นอย่างดี ตัวยุ่งรู้สึกว่าเป็นครั้งแรกที่ไม่ได้ให้ของใคร แต่ก็มีคนมาให้ความสนใจ คนที่นี่มีอะไรแปลก ๆ จนตัวยุ่งรู้สึกผ่อนคลาย ตัวยุ่งจึงกลับไปยังเมืองที่เพื่อนเศรษฐีนั้นอาศัยอยู่อีกครั้ง แต่เมื่อตัวยุ่งไปถึง ก็พบว่าเพื่อนเศรษฐีคนเดิมได้ถูกชาวบ้านขับไล่ไปเสียแล้วเพราะรู้ตัวว่าถูกหลอก ถึงแม้ว่าตัวยุ่งจะโดนเพื่อนเศรษฐีใส่ร้าย แต่ตัวยุ่งก็รู้สึกเสียใจที่เพื่อนเศรษฐีโดนไล่ไป เพราะเพื่อนเศรษฐีนั้นได้เลี้ยงดูให้ความสุขตัวยุ่งด้วยดีเสมอมา

เมื่อเป็นดังนั้นแล้ว ตัวยุ่งจึงรู้สึกเหมือนขาดที่พึ่ง จึงเดินร้องไห้กลับไปยังเมืองที่เขาเคยต้อนรับตัวยุ่งเป็นอย่างดี พอไปถึงตัวยุ่งก็พยายามจะเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟัง แต่แม้ทุกคนที่นั่นจะต้อนรับตัวยุ่งเป็นอย่างดี แต่กลับไม่มีใครที่จะยอมรับฟังสิ่งที่ตัวยุ่งพูดเลย ตัวยุ่งพยายามอยู่นานจนในที่สุดก็หมดแรงล้มตัวลงนั่งร้องไห้อยู่ท่ามกลางผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาในเมือง

ชายพเนจร ผู้ซึ่งเดินทางมาจากแดนไกลเขาได้มาพำนักอยู่ที่เมืองนี้สักระยะหนึ่งแล้ว นานพอที่จะจำได้ว่าเคยเห็นตัวยุ่งเข้ามาในเมืองนี้มาก่อน เมื่อเห็นตัวยุ่งนั่งร้องไห้อยู่โดยไม่มีผู้คนสนใจ แม้ว่าตัวเขาเองจะไม่ได้แตกต่างจากคนในเมืองนั้นมากนัก แล้วก็รู้่ว่าไม่สามารถช่วยอะไรใครได้มาก แต่ก็อดนึกสงสารไม่ได้ จึงเดินเข้าไปหาตัวยุ่ง แล้วถามขึ้นว่า

"เจ้าเป็นอะไรไปหรือ ทำไมมานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้ล่ะ พอจะเล่าให้ข้าฟังได้บ้างไหมเล่า"

ตัวยุ่งค่อย ๆ ลำดับเหตุการณ์ที่เพื่อนเศรษฐีถูกชาวบ้านขับไล่ให้ชายคนนั้นฟังพร้อมทั้งน้ำตา

"แล้วเจ้าเสียใจเรื่องอะไรล่ะ" - ชายพเนจรถามตัวยุ่่ง
"ถึงเขาจะใส่ร้ายข้า แต่เขาก็เคยเลี้ยงดูข้ามาอย่างดี ข้าเคยมีความสุขที่ได้อยู่กับเขา ข้าเป็นห่วงเขา" - ตัวยุ่งตอบ

"แล้วตัวยุ่งทำให้เขาต้องโดนขับไล่หรือเปล่าล่ะ ถ้าเขาไม่ใส่ร้ายตัวยุ่ง แล้วเขาจะโดนขับไล่ไหม"
"ไม่โดน" - ตัวยุ่งตอบอีก

"ถ้าเช่นนั้นแล้ว นี่ก็ไม่ใ่่ช่ความผิดของเจ้า เป็นความผิดของเขา เป็นเรื่องที่เหมาะสมกับการกระทำของเขาแล้ว ยังดีที่ชาวบ้านไม่ฆ่าเขาไปเสีย"

ตัวยุ่งหยุดร้องไห้ ปาดน้ำตาและเริ่มคิดตาม

"แต่มันก็ยังโหดร้ายเกินไปอยู่ดี" - ตัวยุ่งบอก

"แล้วเจ้ายังคิดที่จะกลับไปอยู่กับเพื่อนเศรษฐีคนนั้นอยู่อีกไหมล่ะ"
"ไ่ม่แล้วล่ะ ไม่คิด" - ตัวยุ่งตอบ

"ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็อย่าคิดมากไปอีกเลย ถือซะว่าทางใครทางมันก็แล้วกัน ถ้าเขากลับมาหาเจ้า เจ้าก็ไม่ต้องนึกโกรธแค้นเขา แต่ก็ไม่ควรเชื่อใจเขาอีกล่ะ เพราะว่าเขาเคยใส่ร้ายเจ้ามาครั้งหนึ่งแล้ว แค่คุยกันดี ๆ ก็พอ"
"จ๊ะ ดีเหมือนกันจ๊ะ" - ตัวยุ่งรับคำ

"แต่ว่าคำที่ชาวบ้านนินทา เรื่องที่ชาวบ้านขับไล่เขาไป ยังเลิกคิดไม่ได้เลยจ๊ะ ทำยังไงก็เลิกคิดไมได้จ๊ะ" - ตัวยุ่งเอ่ยอีก

"ตอนนี้ดวงอาทิตย์เพิ่งขึ้นจากขอบฟ้า เจ้ามองดูดวงอาทิตย์นั่นนะ ไม่ต้องไปคิดอย่างอื่น มองไปเพลิน ๆ นะ สบาย ๆ อย่าละสายตา"

ตัวยุ่งนั่งมองดวงอาทิตย์สักพัก ก็พูดขึ้นว่า "อืม ดีจ๊ะ ไม่ค่อยคิดอะไรแล้วล่ะ ตัวยุ่งจะนั่งมองดวงอาทิตย์สักพักนะ"

เมื่อเห็นตัวยุ่งหยุดร้องไห้และสบายใจขึ้นแล้ว ชายพเนจรผู้นั้นก็เดินจากไป ปล่อยให้ตัวยุ่งนั่งมองดวงอาทิตย์อยู่อย่างนั้น

พอวันรุ่งขึ้น มีชาวเมืองคนหนึ่งมาบอกกับชายพเนจรว่า ตัวยุ่งนั่งมองดวงอาทิตย์จนแสบตา ชายพเนจรจึงนึกขึ้นว่า ตัวยุ่งคงจะนั่งมองอยู่จนดวงอาทิตย์จนขึ้นสูงเป็นแน่ แต่ก็มิว่าอันใดคงเปรย ๆ กับชาวเมืองคนนั้นพอสมควรแล้วจึงหลีกไป

ตัวยุ่งหายหน้าไปจากเมืองสักระยะหนึ่ง แล้วก็กลับมาอีก เห็นชายพเนจรนั่งอยู่บริเวณเดิม จึงชักชวนชายพเนจรผู้นั้นพูดคุยกันหลายเรื่อง

ยามปกติชายพเนจรไม่ค่อยจะยอมปริปากพูดคุยกับผู้ใดง่าย ๆ ถ้าไม่ใช่ในที่ ๆ เป็นจุดนัดพบผู้คน แต่ด้วยความเป็นห่วงแล้วจึงยอมเป็นเพื่อนคุยให้กับตัวยุ่ง โดยที่ตัวเขาเองก็ไม่คาดคิดว่าการพูดคุยกันนี้จะทำให้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นตามมาอีกมากมาย

ต่อตอน 2 ...
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=relax&month=09-2005&date=24&group=4&gblog=10


Create Date : 20 กันยายน 2548
Last Update : 18 มิถุนายน 2552 14:49:16 น. 0 comments
Counter : 234 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พักผ่อน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คนธรรมดา
Friends' blogs
[Add พักผ่อน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.