OuR DrEaMs ArE YoUnG AnD We BoTh KnOw ThEy WiLL TaKe Us WhErE We WaNt To Go
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2550
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
4 มิถุนายน 2550
 
All Blogs
 
เวียนเทียน(เวียงจันทน์ )Laos





เราเดินทางไปเวียงจันทน์เมื่อเดือนมีนาที่ผ่านมา ขอออกตัวก่อนเลยว่าจาร์เองเป็นคนที่ชอบเที่ยวประเทศที่ยังไม่ค่อยเจริญมาก มีความสุขทุกครั้งที่ได้เดินทางไปเยือนเพราะเค้ายังคงมีความบริสุทธิ์เเละวัฒนธรรมที่น่าสนใจ ยังมีอีกหลายประเทศที่อยากไปเเต่ได้สัญญากับพี่เเละน้องสาวเอาไว้ว่าเราจะไปด้วยกัน โอกาสที่จะได้เดินทางด้วยกันค่อนข้างน้อยค่ะเพราะต่างคนก็ต่างมีสิ่งที่ต้องทำเวลาที่อีกคนว่างอีกคนก็ติดเรียนเป็นต้น ที่ได้ไปด้วยกันก็เป็นทริปที่ใช้เวลาเที่ยวไม่มากซักเท่าไหร่ ไม่สามารถที่จะหาวันหยุดยาวๆพร้อมกันได้ ความฝันที่มีกันมาตั้งเเต่เด็กๆคืออยากไปเนปาล,ธิเบต,เเคชเมียร์,ดาร์จีลิ่ง(ทางเหนือของอินเดีย) ฝันกันตั้งเเต่ตัวกระเปี๊ยกชาวบ้านเค้ายังไม่ทันจะฮิตไปที่นั่นกัน จนป่านนี้ก็ยังไปไม่ถึงซักทีสาเหตูหลักก็จะเป็นคุณน้องสาวที่เรียนเเบบนันสต๊อบ ตอนที่เรียนตรีก็ไม่เคยที่จะได้ปิดเทอมเหมือนกับคนอื่นเค้าเพราะเรียน2คณะซึ่งเป็นโปรเเกรมพิเศษของทางมหาลัย ใช้เวลา 5 ปีเเต่ได้ปริญญาตรี 2 ใบ
ตอนนี้ก็ได้เเต่ภาวนาว่าขอให้คุณเธอหยุดพักก่อนที่จะต่อเอกจะได้มีเวลาไปเที่ยวกันค่ะ เเต่นี่เห็นร่ำๆว่าอยากได้โทอีกใบคิดเเล้วเหนื่อยเเทนค่ะ อย่างน้อยเราต้องมีเวลาประมาณ 1 เดือนที่จะเดินทางไปตามความฝันของเรา เเต่กำลังคิดกันว่าจะไปทีละประเทศก่อนจะได้ไม่ต้องหาเวลาหยุดยาว(เออน่าจะคิดได้ตั้งนานเเล้วนะเนี่ย)


ไปลาวครั้งนี้ไม่ได้ค้างคืนเเล้วก็ไปไม่ถึงหลวงพระบางด้วยเพราะคุณชายตัวดีเอ่ะอะอะไรก็ไม่ปลอดภัยไม่อยากไปหลวงพระบาง อย่างว่าล่ะน่ะค่ะดันมาได้ซะมีเป็นคุณหนู(ผู้ยากไร้)ส่วนเรานักเเบกเป้เก่าความเห็นเรื่องเที่ยวมักไม่ค่อยลงลอยกัน ทริปนี้หนีบพี่สาวไปด้วยไม่ได้เที่ยวด้วยกันนานเเล้วค่ะ ข้ามถึงฝั่งลาวเราก็เริ่มต้นกันที่พระธาตุหลวง





พระธาตุหลวงถือว่าเป็นศาสนสถานที่สำคัญมากของประเทศลาวเเละเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติด้วย จากข้อมูลทางโบราณวิทยาหรือวัตถุโบราณที่พบเห็นอยู่ในพระธาตุหลวงและบริเวณรอบๆ พระธาตุหลวง จากตำนานโบราณและเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของภาคพื้นนี้นั้น จึงสันนิษฐานได้ว่าพระธาตุหลวงสมัยแรกเริ่มนั้น อาจสร้างขึ้นเมื่อประมาณ ศตวรรษที่ 6 ถึงศตวรรษที่ 7 สมัย "อาณาจักรเจนละ" และไม่อาจเก่าแก่ไปกว่านี้ได้
ภายหลังพระเจ้าไชยะเชษฐาธิราช ได้สร้างเมืองเวียงจันทน์เป็นนครหลวงแล้ว 6 ปี คือปี ค.ศ.1566 ท่านได้นำพาประชาชนก่อสร้างพระธาตุหลวงขึ้น ที่ชานเมืองเวียงจันทน์ทางทิศตะวันออกตามศิลาจารึกของพระเจ้าไชยะเชษฐาธิราชเขียนไว้ว่า พระองค์ได้ก่อสร้างพระธาตุหลวงครอบธาตุน้อยองค์หนึ่ง ที่มีมาแต่ก่อนแล้ว พระธาตุนี้ให้ชื่อว่า "เจดีย์โลกะจุฬามณี" แต่คนส่วนใหญ่เรียกว่า "พระธาตุหลวง" เป็นธาตุใหญ่ที่มีศิลปะแบบลาวแท้ๆ ตามระเบียงมีประติมากรรมระหว่าง ลาว เเละ กัมพูชา ในปี ค.ศ.1931 ฝรั่งเศสได้บูรณะพระธาตุครั้งใหญ่ซึ่งใช้เวลานานถึง 4 ปี


@บริเวณโดยรอบเเละประตูทางเข้าพระธาตู@











เราเดินทางต่อไปที่ประตูชัย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญมากๆเช่นกัน





เป็นอนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงประชาชนชาวลาว ผู้เสียชีวิตในสงครามก่อนหน้าการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์ การก่อสร้างประตูชัยเเห่งนี้ใช้ปูนซีเมนต์ที่ฝ่ายสหรัฐซื้อมาเพื่อสร้างสนามบินเเห่งใหม่ในเวียงจันทน์ในระหว่างสงครามอินโดจีน เเต่ไม่ทันสร้างอเมริกาก็เเพ้สงครามเสียก่อน จึงนำปูนมาสร้างประตูชัยเเทนตามลักษณะประตูชัยที่ฝรั่งเศส เเต่ลักษณะสถาปัตยกรรมก็ยังคงเป็นเเบบลาว


...รูปประติมากรรมที่งดงามมาก ภาพเรื่องราวมหากาพย์รามายณะ แบบปูนปั้นใต้ซุ้มประตูโค้งของประตูชัย ...





เสียดายที่บริเวณโดยรอบไม่มีต้นไม้ใหญ่เลย มองไปทางไหนก็เเสบตาไปหมดเพราะเเดดเเรงมากๆขอย้ำว่าเเรงมากค่ะ เราเดินทางต่อไปที่หอพระเเก้วเเละวัดสีสะเกดนะคะ


หอพระแก้ว ตั้งอยู่บนถนน เชษฐาธิราช ติดกับทำเนียบประธานประเทศ แต่เดิมเป็นวัดหลวงประจำราชวงศ์ของลาว พระเชษฐาธิราชมีพระราชประสงค์ให้สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2108 เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่ได้อัญเชิญมาจากล้านนา เมื่อต้องเสด็จกลับมาครองราชบัลลังก์ล้านช้างหลังจากที่พระราชบิดาคือพระเจ้าโพธิสารสิ้นพระชนม์ลงในการทำศึกสงครามกับประเทศสยาม เมื่อปีพ.ศ.2322 นครเวียงจันทน์ถูกกองทัพสยามตีแตก กองทัพสยามได้อัญเชิญพระแก้วมรกต พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของนครเวียงจันทน์ไป พร้อมทั้งกวาดต้อนราชวงศ์ชาวลาวกลับไปยังกรุงเทพฯมากมาย สำหรับหอพระแก้วที่นักท่องเที่ยวเห็นอยู่ในปัจจุบันเป็นของที่ถูกบูรณะขึ้นใหม่เกือบทั้งหมด ในปีพ.ศ.2480-2483 ภายใต้การควบคุมดูแลการก่อสร้างของ เจ้าสุวรรณภูมา ผู้ที่จบการศึกษาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์จากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และต่อมายังได้ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีหลังจากได้รับเอกราชอีกด้วย แม้หอพระแก้ปัจจุบันจะไม่ใช่วัดอีกต่อไป แต่นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังนครเวียงจันทน์ก็ยังเดินทางมาสักการะบูชากันเป็นจำนวนมาก สำหรับส่วนในของพิพิธภัณฑ์นั้น จัดแสดง พระแท่นบัลลังก์ปิดทองจารึกพระไตรปิฏก ภาษาขอมและกลองสำริดประจำราชวงศ์ลาว สำหรับประตูใหญ่ทั้งสองเป็นของเก่าที่หลงเหลือมาแต่เดิม บานประตูจำหลักเป็นรูปองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บริเวณโดยรอบของหอพระแก้วเงียบสงบ ร่มเย็นมีไหขนาดกลางจากทุ่งไหหิน ในเชียงขวางวางตั้งอยู่ 1 ใบ อาณาบริเวณรอบๆ วัดสีสะเกดและหอพระแก้วเคยถูกใช้เป็นศูนย์กลางของหน่วยงานปกครองของฝรั่งเศสสมัยอาณานิคมมาก่อน


เเผ่นป้ายที่หอพระเเก้วไม่ได้กล่าวว่าพระเเก้วมรกตประดิษฐานอยู่ ณ.ประเทศใด เพียงเเต่เขียนว่าประดิษฐาน ณ.ต่างประเทศ คนไทยอย่างเราไปยืนอ่านก็ไม่รู้จะทำหน้ายังไงค่ะได้เเต่คิดว่ามันเป็นเรื่องในอดีต ซึ่งจริงๆเเล้วพระเเก้วมรกตประดิษฐานอยู่ที่เชียงใหม่มาก่อน เเล้วพระไชยเชษฐาธิราชก็นำไปประดิษฐานที่ลาว จนปี พ.ศ. 2321 สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก) ทรงกรีฑาทัพไปตีเวียงจันทน์ ก็ได้นำพระแก้วมรกตกลับคืนสู่แผ่นดินไทย ซึ่งรวมระยะเวลาที่พระแก้วมรกตจากเมืองไทยไปอยู่ลาวเป็นเวลา 212 ปี เเต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เข้าใจว่าประเทศไทยของเราไปเเย่งเอาพระเเก้วมรกตมาจากลาว ต่างคนต่างความคิดอ่ะนะคะ





...ห้ามถ่ายรูปด้านในค่ะ ได้ถ่ายเเค่พระพุทธรูปด้านหน้า...





ฝั่งตรงข้ามกับหอพระเเก้วจะเป็นที่ตั้งของวัดสีสะเกด จาร์สังเกดเห็นว่านักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่ได้ข้ามฝากเข้าไปเดินชมเเละสักการะวัดสีสะเกด ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่เข้าไปกัน เป็นที่ที่จาร์ตั้งใจอยากไปมากเพราะเป็นคนชอบศิลปะโบราณ วัดนี้ให้บรรยากาศที่โบราณมากๆทั้งที่สร้างขึ้นเมื่อต้นรัตนโกสินทร์นี่เองเเต่จาร์กลับรู้สึกว่าเก่ากว่านั้น สรุปว่าประทับใจมากๆค่ะ





วัดสีสะเกด สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2361 ตามคำสั่งของเจ้าอนุวงศ์ แห่งอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ วัดสีสะเกด ซึ่งเดิมได้กล่าวไว้ในศิลาจาลึกว่า "สะตะสหัสสาราม" (แปลว่าวัดแสน) แต่คนทั้งหลายเรียกว่า วัดสีสะเกด ตั้งอยู่ในกำแพงโบราณเวียงจันทน์ชั้นในห่างไกลจากแม่น้ำโขง 250 เมตร วัดสีสะเกดเป็นวัดหนึ่งที่มีความหมายทางประวัติศาสตร์เมื่อต้นศตวรรษที่ 19 แห่งคริสตศักราชและมีวัดเดียวเท่านั้นในนครเวียงจันทน์ที่ไม่ถูกทำลายจากสงคราม เมื่อปี ค.ศ. 1829 และโครงร่างพุทธสีมา พูดได้ว่ายังสมบูรณ์ตามแบบดั้งเดิมส่วนที่ถูกทำลายไปบ้างจะเป็นศิลปะตกแต่งทรัพย์สมบัติวัดนี้ส่วนใหญ่ก็สูญเสียไปในสงคราม ปี ค.ศ.1829 เช่นเดียวกันและในคราวต่อมาด้วย แต่ก็ยังมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางชนะมาร ประดิษฐานอยู่กลางพุทธสีมา 1 องค์ พระพุทธรูปทองเหลือง ปางห้ามญาติ 2 องค์ และผนังด้านในของระเบียงอุโบสถประดิษฐานพระพุธรูปเงินเเละดินเผามากกว่า 2,000 องค์ ส่วนใหญ่เป็นพระที่สร้างที่เวียงจันทน์ช่วงศตวรรษที่ 16 ถึง 19 เเละยังมีสิ่งที่มีค่าอื่นๆ ที่สวยงามเป็นพิเศษซึ่งยังเป็นตัวอย่าง แสดงให้เห็นการขยายตัวทางด้านศิลปวัฒนธรรมสกุลช่างล้านช้างเวียงจันทน์ ในต้นศตวรรษที่ 19 แห่งคริสตศักราช วัดสีสะเกดเป็นแหล่งรวบรวมมรดกวัฒนธรรมทางศาสนา ปัจจุบันวัดสีสะเกดเป็นที่ประทับขององค์พระสังฆราชของลาวด้วยค่ะ





...ทำเนียบประธานประเทศลาว ซึ่งอยู่ติดกับหอพระเเก้ว อาจมีหลายคนที่ได้เดินทางไปเวียงจันทน์เเละได้ผ่านตึกนี้เเต่ไม่ทราบว่าคือตึกอะไร...





ยังมีอีก 2-3 ที่ที่เราไม่ได้ไปเพราะต้องรีบไปทำธุระต่อ เเต่ไม่เป็นไรเราจะกลับไปอีกเเน่ๆ จะพยายามหาเวลามาอัพบล๊อกเกี่ยวกับทริปต่างๆ เเต่ว่ามันเยอะมากคงต้องค่อยๆทยอยๆทำ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ







Create Date : 04 มิถุนายน 2550
Last Update : 30 กรกฎาคม 2551 13:16:10 น. 11 comments
Counter : 881 Pageviews.

 
เคยไปมาหมดแล้วครับ พอดีเคยอยู่หนองคาย

รออ่านต่อนะครับ


โดย: ฟ้าดิน วันที่: 4 มิถุนายน 2550 เวลา:2:06:45 น.  

 
หวัดดีค่ะ เราเป็นอีกคนที่ชอบประเทศลาวมากๆ ไปเที่ยวมาหลายครั้ง แต่ครั้งหลังสุดไม่ได้ไปเพราะแฟนมีแวลาน้อยมากทั้งที่ตั้งใจจะพาเขาไป.น้องไปโมร๊อกโกมาหรือยังค่ะ? ถ้าชอบเที่ยวแบบนี้ ควรlist โมร๊อกโก ด้วยค่ะ


โดย: Stjerne Ng วันที่: 4 มิถุนายน 2550 เวลา:2:44:18 น.  

 


*** ดีจ้า แวะมาเยี่ยมในวันทำงาน มีความสุขมาก ๆ จ้า ***



โดย: หน่อยอิง วันที่: 4 มิถุนายน 2550 เวลา:10:21:39 น.  

 
คุณฟ้าดิน...หนองคายเป้นเมืองที่น่าอยู่มากๆค่ะ จาร์ไปบ่อยมากตอนเด็กๆนี่ไปอยู่ทีเป็นเดือน จาร์ชอบเมืองเล็กๆค่ะเเล้วคนเค้าน่ารักชอบไปวัดกัน ชอบสำเนียงภาษาอีสานของคนหนองคายเป็นที่สุดอาหารก้อร่อยๆทั้งนั้น ช่าวงที่มีเวลามากๆจาร์ก็ไปเเถวท่าบ่อ,ศรีเชียงใหม่,สังคม น่าอยู่ค่ะเงียบสงบถ้าให้พูดเรื่องหนองคายนี่ยาวค่ะ ขอบคุณที่เเวะมานะคะ


พี่เม...ขอบคุณที่เเนะนำค่ะพี่เม


คุณหน่อยอิง...ขอบคุณที่เเวะมานะคะ


โดย: Jaz in Norway วันที่: 4 มิถุนายน 2550 เวลา:12:54:11 น.  

 
ที่ๆๆ เดียวกันเลย

อิอิ


โดย: meaw_1985 วันที่: 4 มิถุนายน 2550 เวลา:13:47:34 น.  

 
It very beuatyful.


โดย: บุหลันดั้นฟ้า วันที่: 4 มิถุนายน 2550 เวลา:14:44:51 น.  

 
วัดสวยดีนะคะ


โดย: nuch (nattawara ) วันที่: 4 มิถุนายน 2550 เวลา:17:08:05 น.  

 
แวะมาเที่ยวด้วยคนค่ะน้องจาร์ น่าอายจริง ๆ พี่ยังไม่เคยไปเลยค่ะ ประเทศเพื่อนบ้านแท้ ๆ พี่่ว่าต่อไปยังไงพี่ต้องแวะไปบ้างแล้วค่ะ เืพื่อนบ้านทั้งหมดนั่นน่ะ ยังไม่ได้ไปที่ไหนสักแห่งเลย เต็มไปด้วยสาระเชียวนะคะน้องจาร์ ไม่ได้ไปแต่ก็ได้ความรู้เตรียมไว้ก่อนจะได้ไปเนอะ ดีค่ะ ขอบคุณนะคะ

ปล. เห็นน้องจาร์รูปนี้แล้วนึกถึงพี่หนูแดง เพื่อนที่กระทรวงฯ มาก (พี่หนูแดงเข้ากระทรวงฯ รุ่นเดียวกับพี่จิลค่ะ)


โดย: MoneyPenny วันที่: 6 มิถุนายน 2550 เวลา:19:41:42 น.  

 
thank you all your guys for visitting my blogg.

Pee June....this picture i'm look very fat ka but still pretty right?? hehe


โดย: Jaz in Norway วันที่: 8 มิถุนายน 2550 เวลา:2:16:01 น.  

 
คุณจาร์อธิบายข้อมูลได้ละเอียดมากเลยค่ะ


โดย: Pani (PS-pani ) วันที่: 8 มิถุนายน 2550 เวลา:23:18:37 น.  

 
เกิดมายังไม่เคยไปประเทศลาวเลย และคงไม่มีโอกาส ดีจังน้องจ๋า มีทั้งรุปและเขียนบอกเล่าได้ดีทีเดียว


โดย: Lottelise วันที่: 29 พฤศจิกายน 2550 เวลา:2:20:41 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Jaz in Norway
Location :
กรุงเทพฯ Norway

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ขอบคุณสำหรับโค๊ตเเต่งบล๊อกจาก คุณเเอน thattron เเละ พี่กุ้งสุดน่ารัก KungGuenter
Friends' blogs
[Add Jaz in Norway's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.