พฤษภาคม 2554

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
จากครรภ์มารดาถึงเส้นสปาเกตตี
"ก่อนจะนอนอยากเจอเธอเป็นคนสุดท้าย คนแรกของเช้าถัดไปฉันก็อยากเห็นเธอ เช้าก็มีแต่เธอ ค่ำก็มีแต่เธอ คนเดียวเท่านั้น" เสียงเพลงท่วงทำนองน่ารักกรุ่นอยู่รอบตัวฉันพร้อมรอยยิ้มผุดพรายระบายบนใบหน้า-โอ้! นี่ฉันเป็นอะไรไป ฉันกำลังมีความรักหรือนี่...ใช่แน่ๆ เลย

ช่วงเวลาเดือนกว่าที่เร้นกายหายหน้าไปจากบล็อกฉันได้พบเจออะไรมากมาย จนในที่สุดก็ได้กลับมาจรดแป้นพิมพ์อีกครั้ง จากชื่อเรื่องอาจจะคิดว่ามาแนวเศรษฐศาสตร์การเมืองเลียนบทความชื่อก้อง (จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน) ของท่านอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ แต่เปล่าเลย...การจะเขียนเรื่องยิ่งใหญ่อย่างนั้นสำหรับฉันมิอาจก้าวกระโดดไปได้ชั่วพริบตา แต่ถึงไม่ยิ่งใหญ่ระดับมวลมนุษยชาติ อย่างน้อยชีวิตฉันก็ได้เรียนรู้ขึ้นอีกระดับจากเรื่องนี้

ครั้งสุดท้ายที่ลงเรื่องไว้คือเรื่องครอบครัวของเตี๋ยว-หมาแม่ลูกอ่อนหกชีวิตที่มาเปลี่ยนแปลงชีวิตฉัน เปลี่ยนจากไม่มีอะไรให้มีอะไร และเปลี่ยนจากมีอะไรกลับไปสู่ไม่มีอะไร จนยากจะทำความเข้าใจกับระบบคิดของตัวเอง และสุดท้าย ณ เวลานี้ก็นำฉันกลับมาที่นี่อีกครั้ง กลับมามีอะไรให้เขียนให้คิดให้ขบอีกครั้ง

ตั้งแต่ครอบครัวของเตี๋ยวเข้ามาร่วมชายคาบ้าน ฉันก็มีภารกิจใหม่เพิ่มเข้ามา ซึ่งไม่เคยคิดว่าจะได้สัมผัสกับภาพที่ตัวเองฝ่าฝนไปเคลื่อนย้ายครอบครัวของเตี๋ยวเข้ามาไว้ในที่ปลอดภัยจากฟ้ารั่ว หมาน้อยที่ยังไม่ทันลืมตาถูกฉันอุ้มมาทีละตัวโดยที่มีเตี๋ยววิ่งข้างๆ คอยลุ้นว่าเจ้าตัวน้อยจะปลอดภัยหรือไม่ กล่องตู้เย็นที่ทำให้คิดถึงความทรงจำครั้งเก่าที่เคยเป็นบ้านสำหรับเด็กสามคน กลายเป็นบ้านสำหรับครอบครัวเตี๋ยวไป วันนั้นแม้ฉันจะกางร่มแต่ก็ยังเปียกตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่ก็ไม่รู้สึกหนาวเลย กลับอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกที่ฉันได้ช่วยเหลือครอบครัวน้อยๆ นี้

เตี๋ยวนับเป็นแม่หมาวัยรุ่นที่วุ่นวายใช้ได้ บ่อยครั้งเตี๋ยวจะกระโดดรั้วกลับไปนอนบ้านตัวเอง ถึงเวลากินข้าวจึงกลับมาที่บ้านของฉัน โดยปล่อยลูกไว้เกือบทั้งวันไม่มาให้นม ยังดีที่ตอนกลางคืนเตี๋ยวมักจะอยู่กกลูกๆ ไม่หนีไปบ่อย แต่พอลูกเริ่มโต ลืมตาได้ เดินได้ เตี๋ยวก็พาตัวห่างจากลูกมากขึ้น และกลายเป็นคุณหมาเทวดา เลือกอาหารเป็นที่สุด จากอาหารเม็ดธรรมดาเธอก็เริ่มเมิน เปลี่ยนเป็นเพดดีกรีก็ใช่จะสน ข้าวคลุกโครงไก่ของโปรดที่กินทุกวันก็กินไม่หมด ข้าวคลุกปลากระป๋องก็แล้วคุณเธอก็ยังเมิน แต่เมื่อหิวมากๆ ไม่มีทางเลือกเธอก็ซัดเรียบ

เจ้าตัวน้อยโตวันโตคืน จากคลานต้วมเตี้ยมก็วิ่งกันได้ปร๋อในหนึ่งเดือน และเริ่มออกสำรวจโลก กัดโน่นนี่นั่น ต้นไม้ที่แม่ปลูกไว้กลายเป็นที่ลับคมเขี้ยวเจ้าตัวเล็กซะราบเป็นหน้ากลอง ก็ตั้งห้าตัวนี่นะจะไม่ให้ราบได้อย่างไร จากพื้นที่เล็กๆ ที่เคยนอนใต้โต๊ะหินอ่อน เจ้าตัวเล็กเริ่มรุกคืบเข้าใกล้ตัวบ้านมากขึ้น จนวันหนึ่ง ฝนตกหนัก กองไม้ที่เจ้าตัวเล็กเข้าไปหลบนอนถูกฝนกระหน่ำน้ำนอง จนเจ้าตัวน้อยทั้งหลายครางกันหงิงหงัง และเช่นเดิมที่ฉันไปช่วยอุ้มเด็กๆ มาไว้ที่กล่องตู้เย็นอีกครั้ง คราวนี้อยู่ยาวไม่ยอมกลับไปกองไม้อีกเลย ซึ่งข้าวของที่อยู่บริเวณกล่องตู้เย็นกระจุกกระจุยกระจายไปทั่วบริเวณ-งานเข้าเลยทีนี้

การได้เห็นเจ้าตัวเล็กเติบโตขึ้นทุกวันก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง และเริ่มมีการลิขิตชีวิตน้อยๆ เหล่านี้เกิดขึ้น เจ้าของหมาบอกมาตามสายโทรศัพท์ว่าให้จัดการเอาหมาทุกตัวไปให้พ้นบ้าน จะด้วยวิธีใดก็ได้ ทางเลือกของชีวิตหมาๆ มีไม่มาก คือ ถูกนำไปปล่อย ถูกนำไปแลกถังแลกกะละมัง หรือไปอยู่ในความครอบครองของคนอื่น เจ้าของบ้านฝากให้เป็นธุระของแม่ฉันช่วยจัดการเรื่องนี้ ฉันที่เห็นเจ้าพวกนี้มาตั้งแต่เล็กๆ ก็ไม่อยากให้มันถูกกระทำการใดๆ ทั้งนั้น ได้แต่บอกให้แม่บอกเจ้าของหมาให้มาจัดการเอง และที่ทำได้คือการจะรับอุปการะเจ้าตัวน้อยไว้สักตัว และฉันเลือกแม่หนูสีขาว ตั้งชื่อให้ว่า "มะลิ" เข้ากับสีขนและที่เกิดของเธอ ฉันเลยสนใจแม่หนูมะลิเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้ละเลยเจ้าตัวน้อยอื่นๆ เลย แม่ฉันพยายามหาคนมาอุปการะเจ้าตัวเล็กได้ครบ แต่เกิดกลัวมะลิจะเหงาเลยอนุญาตเจ้าตัวเล็กสีน้ำตาลอ่อนที่ฉันตั้งชื่อให้ว่า "มะตูม" อยู่เป็นเพื่อนกับมะลิอีกตัว เท่ากับว่าเจ้าตัวน้อยจะได้ไปอยู่กับนายใหม่ ส่วนตัวแม่ทั้งหลายก็แล้วแต่โชคชะตา

ช่วงสงกรานต์เจ้าของบ้านกลับมาพร้อมคำฝากฝังจัดการกับหมาทั้งหมด จากนั้นก็เป็นช่วงเวลานับถอยหลังของสามอนงค์ ซึ่งฉันไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย ผ่านเข้าครึ่งเดือนหลังของเมษายน ฉันคอยเงี่ยหูฟังถึงความเป็นไปที่จะมีคนมาจัดการกับทั้งสามสาว แต่เห็นยังเงียบเชียบก็เลยไม่ทันเตรียมใจ

ปลายเดือนฉันเข้าไปทำธุระที่กรุงเทพฯ สองวัน กลับมาก็พบว่าด้าและเตี๋ยวไปจากบ้านฉันแล้ว แล้วมีก๊วยเข้ามาอยู่ในบ้านแทนเตี๋ยวด้วยท่าทีหวาดระแวงตลอดเวลา เจ้าตัวเล็กคิดว่าก๊วยเป็นแม่พยายามจะเข้าไปดูดนมก็โดนป้าก๊วยแง่งใส่ซะหัวหด โดยเฉพาะหนูมะลิชอบลองดี ไปป้วนเปี้ยนแถวป้าก็ถูกขย้ำมาซะหูลู่หางตก แต่ยังทำใจดีส่ายหางตกๆ คลานเข้าหาจนป้าก๊วยเดินหนีไปเอง

สองวันที่ตัวแม่ไปจากบ้านฉันก็ถึงคราวของเจ้าตัวเล็กสองตัวที่มีคนมารับไปอุปการะต่อ ซึ่งรับรองว่าจะเอาไปเลี้ยงดูอย่างดี วันต่อมาเจ้าตัวน้อยอีกตัวก็ถูกเจ้าของใหม่มาพาไปอยู่ด้วย ก๊วยคงเริ่มหวาดกลัวในชะตาตัวเองตั้งแต่วันที่ด้าและเตี๋ยวถูกเอาตัวไป แล้วยังมีคนมาเอาเจ้าตัวเล็กไปติดๆ กันอีก ทำเอาก๊วยตรอมใจแทบไม่แตะต้องข้าวเลย บางครั้งก็หายออกจากบ้านไปนานๆ จนคิดว่าหนีไปซะแล้ว แต่ก็ยังกลับมา ไม่รู้ว่าก๊วยรู้สึกอย่างไรตอนนั้นที่ยังกลับมาอยู่บ้านฉัน จะหวาดกลัวโดนจับอีก หรือยังวางใจว่าอาจจะได้รับการอุปการะจากบ้านฉัน แต่ช่วงเวลาที่ก๊วยเข้ามาอยู่ในบ้านฉันก๊วยก็สร้างความปั่นป่วนพอดู เพราะเช้ามาข้าวของจะกระจายเต็มบ้านจากการรื้อค้นเอามากัดแทะของก๊วย ซึ่งนั่นไม่เป็นผลดีกับก๊วยเลย

เช้าวันหนึ่งหลังจากเข้าสู่พฤษภาไม่กี่วัน ฉันเพิ่งกลับมาจากไปนอนบ้านป้า มาถึงบ้านเห็นมะลิกับมะตูมเล่นกันอย่างร่าเริงเรียกรอยยิ้มแต่เช้า แต่มีบางอย่างแปลกๆ ยังไม่ทันจะเอ่ยถามแม่ก็บอกว่าเขามาเอาก๊วยไปแล้ว-ฉันนิ่งอึ้งไปสักพัก นี่ไม่ทันได้ล่ำลากันเลยอีกแล้วหรือ แม่บอกว่าดีแล้วที่ฉันไม่เห็นเดี๋ยวจะสงสารมัน ซึ่งวิธีการจับนั้นก็เป็นการจับแบบมืออาชีพ ที่มีเครื่องมือมาช่วยจับเป็นเหล็กคีบยาวๆ และเชือก ฉันไม่ได้ถามว่าเขาเอาหมาไปทำอะไร แต่จากอุปกรณ์ที่ได้ฟังมาก็พอจะคาดเดาได้ว่า เขาจับหมาเป็นอาชีพ-เพื่ออะไรนั้นไม่อยากจินตนาการให้เศร้าใจ

สาเหตุที่เจ้าของหมาบอกให้จัดการกับสามอนงค์เพราะคุณเธอไปก่อวีรกรรม กัดไก่ชนคนอื่นตาย กัดกระต่ายตาย กัดหมาตัวเล็กกว่าปางตาย และเป็นภาระเรื่องการเลี้ยงดู นั่นจึงเป็นคำพิพากษาของสามชีวิต เขาบอกว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตเหล่านี้ก็ได้ และเรื่องรถรับแลกหมาก็มีเกิดขึ้นบ่อยๆ เขาเลยบอกว่าถ้ามีมาก็จัดการได้เลย เพื่อนบ้านคนหนึ่งรู้จักกับคนจับหมา เจ้าของหมาจึงไหว้วานให้มาช่วยจัดการกับสามสาวนั้น ฉันเองได้แต่เศร้าใจเพราะผูกพันเห็นกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย แม้จะดื้อจะซนมันก็เป็นไปตามประสาหมาที่ไม่มีคนดูแล เขาให้ชีวิตมันก็ให้จุดจบชีวิตมันได้เช่นกัน

วันที่ฉันกลับบ้านแล้วพบว่าด้ากับเตี๋ยวถูกจับไปแล้ว เกิดเหตุการณ์แปลกๆ คือ เมื่อเข้ามาในห้องนอนฉันได้กลิ่นเหม็นสาบๆ เตะจมูกเข้าอย่างแรง มองหาที่มาก็ไม่พบแล้วก็ค่อยจางหายไป ในใจคิดถึงด้ากับเตี๋ยว แต่ก็คิดในทางที่ดีว่าทั้งสองจะยังมีชีวิตอยู่ เพราะเพิ่งไปได้วันเดียว และตอนที่ฉันดูเจ้าพวกตัวเล็กเล่นกันอยู่ตรงที่เตี๋ยวชอบไปนอน อยู่ๆ มะลิก็หยุดมองอะไรบางอย่างและพากันวิ่งตามไปอีกทางเหมือนที่เคยวิ่งตามเตี๋ยว-ก็ได้แต่คิดว่ามันคงเป็นแค่ความบังเอิญ ตอนนี้ไม่รู้ว่าทั้งสามจะเป็นอย่างไรบ้าง ได้แต่หวังว่าอย่าให้พวกเธอเกิดมาเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกคนอื่นลิขิตชีวิตเลย

ช่วงที่น้องหมาเริ่มโตวิ่งเล่นได้ฉันก็เห่อถ่ายรูปเด็กๆ เก็บไว้ ซึ่งมีเตี๋ยวด้วย ช่วงเวลาเดือนกว่าที่มีเตี๋ยวมาอยู่ด้วยแม้จะไม่ได้อย่างใจ แต่เตี๋ยวก็ทำให้ฉันรู้สึกผูกพันและเศร้ากับชะตากรรมที่หมาติงต๊องอย่างเตี๋ยวได้รับ เตี๋ยวเป็นหมาซื่อๆ (บื้อ) ที่ไม่น่าจะพบจุดจบแบบนี้ แม้แต่ด้าและก๊วยก็ไม่ควรเช่นกัน แต่ฉันก็ไม่อาจช่วยพวกมันได้ ทำได้เพียงแต่บอกตัวเองว่าจะดูแลมะลิและมะตูมให้ดีที่สุด และเสียดายที่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาฉันเผลอลบภาพเหล่านี้ออกจากการ์ดไปจนหมด แต่ถึงไม่มีภาพถ่ายยืนยันฉันก็ไม่อาจลืมชีวิตหมาๆ เหล่านี้ได้ ทุกวันที่มองไปบ้านตรงข้ามยังนึกถึงด้า ก๊วย และเตี๋ยว ที่ตรงนั้นยังมีหมาสามตัวเสมอ

ตอนที่รู้ว่าจะได้เลี้ยงมะลิไว้ฉันก็เห่อมาก เอารูปมะลิมาขึ้นสเตตัส ช่วงนั้นรู้สึกท้องฟ้าสว่างไสว เพราะใครบางคนได้เข้ามาในชีวิตพร้อมๆ กับมะลิ เรื่องราวของมะลิถูกถ่ายทอดให้ใครอีกคนฟัง และฟังอย่างที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ กับใคร เครื่องมือสื่อสารจะถูกสำรวจว่ามีการติดต่อมาหรือไม่ทุกครั้งที่มีการขยับผิดตำแหน่งไปจากเดิม รอยยิ้มปรากฏพร้อมกับเสียงที่ส่งมาทางอากาศอย่างไม่รู้ตัว

"ก่อนจะนอนอยากเจอเธอเป็นคนสุดท้าย คนแรกของเช้าถัดไปฉันก็อยากเห็นเธอ เช้าก็มีแต่เธอ ค่ำก็มีแต่เธอ คนเดียวเท่านั้น" เพลงนี้ดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากการฮัมซ้ำไปซ้ำมาทั้งวัน อาการอย่างนี้เรียกว่า "ตกหลุม (หลง)" หรือเปล่านะ รู้สึกมีดาวระยิบระยับประดับฟ้าแม้เวลากลางวัน ^_^

แต่ดาวกลางวันจะมีจริงที่ไหนกัน ที่เห็นระยิบระยับนั้นเพราะโดนหมักฮุกเข้าปลายคางต่างหาก อาการตกหลุมจึงตามมาด้วยแผลถลอกปอกเปิกแบบไม่ทันตั้งตัว เจ็บจนต้องซี้ดปาก ตาพร่ามัวไปด้วยม่านน้ำบางๆ แต่ขอโทษไม่มีหยดให้เห็นสักนิดหรอก เพราะยังโชคดีที่ยังเดินไปไม่ถึงคำนั้น

"รักคนแล้วเหนื่อยใจ...รักน้องหมาดีที่สุด" นั่นคือสเตตัสที่ขึ้นไว้หลังจากเริ่มพยุงกายให้ลุกขึ้นมาได้ จากนั้นตื่นตอนเช้าก็มีแต่มะลิกับมะตูม สาย บ่าย เย็น ก่อนนอน ก็มีแต่มะลิกับมะตูม เสียงเพลงที่ดังในช่วงตกหลุมกลับมาอีกครั้ง "ก่อนจะนอนอยากเจอเธอเป็นคนสุดท้าย คนแรกของเช้าถัดไปฉันก็อยากเห็นเธอ เช้าก็มีแต่เธอ ค่ำก็มีแต่เธอ คนเดียวเท่านั้น" รักนะหนูมะลิ หมูมะตูม จุ๊บๆ

เมื่อวานจับหนูมะลิอาบน้ำครั้งแรกตั้งแต่เกิด ตัวสั่นเชียว ส่วนมะตูมที่พุงย้อยกว่าจนถูกยกตำแหน่งให้เป็นหมูก็สั่นจนพุงกระเพื่อม อาบน้ำเสร็จสรรพก็ได้พากันอัดใส่ตะกร้าหน้ารถพาแว้นไปหาคุณหมอฉีดยาซะหน่อย จากที่คึกๆ ตอนอยู่บ้านพอไปถึงร้านหมอหงอกันจนขาสั่น หนูมะลิเห็นหุ่นเพรียวแต่หนักตั้งสามกิโล ส่วนหมูมะตูมปาเข้าไปเกือบสี่กิโล คุณหมอจิ้มเข็มฉีดยาให้ก็ไม่ร้องสักแอ๋ง เพราะอายุเพิ่งจะห้าสิบวันหมอเลยฉีดแต่วัคซีนป้องกันลำไส้อักเสบให้ก่อน พร้อมกับกรอกยาถ่ายพยาธิ และหยอดยากำจัดเห็บหมัด เสร็จสรรพทุกอย่างเจ้าสองตัวยังยืนเกร็งทำหน้างงๆ พากลับบ้านจับใส่ตะกร้าท่าไหนก็สตัฟฟ์ท่านั้นจนถึงบ้าน

กลับมาต่างแยกย้ายหาที่นอนซึมกันเลย แต่หลับได้ไม่นานเย็นๆ ก็กลับมาคึกอีก ทำเอาฉันก็ต้องวิ่งเล่นไล่จับไปด้วย กินข้าวเย็นแล้วทั้งสองหยอกกันเล่นสักพักก็ไปหาที่ถ่ายเป็นปกติ ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจเพราะหนูมะลิเธอขี้อายเข้าไปถ่ายแถวๆ ที่มีหญ้าสูงหน่อย แต่หมูมะตูมเลือกที่จะปล่อยที่หญ้าสั้นๆ มะตูมหย่อนก้อนอึอึ๊ออกมาเต็มที่แล้วเดินจากไป แต่อะไรนั่น! มะตูมทำสปาเกตตีราดซอสอะไรเนี่ย

สิ่งที่มะตูมปล่อยออกมามันเหมือนเส้นสปาเกตตีมาก ประกอบกับของเหลวที่ออกมาพร้อมกันสีประมาณซอสอะไรสักอย่าง วางอยู่บนหญ้าเขียวๆ ประหนึ่งผักรองจาน โอ้! ช่างเป็นเมนูพิสดารที่เตี๋ยวคงชอบแน่ๆ (แหวะ!) เพราะตอนที่เตี๋ยวยังอยู่เตี๋ยวจะชอบตามเก็บกินอุนจิของลูก ยิ่งใหม่ยิ่งดี ยิ่งเหลวยิ่งชอบ เตี๋ยวฟาดเรียบ

แรกเห็นผลงานเมนูพิเศษของมะตูมแล้วทำให้ฉันตกใจว่ามะตูมไปกินอะไรมา ไปกินเชือกที่ไหนมาหรือเปล่า แต่เมื่อดูดีๆ ถึงกับขนหัวลุก สปาเกตตีราดซอสที่ว่าคงมาจากฤทธิ์ยาที่หมอกรอกไปเมื่อตอนบ่าย ถ่ายปุ๊บออกปั๊บทันใจจริงๆ และเส้นสปาเกตตีที่ว่าก็สิ้นชีพด้วยยาไปเรียบร้อยไม่ดุกดิกสักนิด ทีนี้งานเข้าสองแม่ลูกให้ต้องไปตามรอยอึอึ๊ของมะลิที่ไปปล่อยไว้ในป่า เมื่อเข้าไปถึงพิกัดที่มะลิเข้าไปก็เจอกับสปาเกตตีราดซอสจานเล็กกว่าของมะตูม แน่นอนว่ามันคือ พยาธิ! แต่สายพันธุ์ไหนนั้นคงต้องรอผู้เชี่ยวชาญมาระบุต่อไป อี๋!!!

จากนั้นก็เป็นหน้าที่ฉันที่ต้องไปสแกนพื้นที่โดยรอบ ก็พบสปาเกตตีราดซอสอีกสองกองให้เก็บมาเผาทำลาย เล่นเอาเหนื่อยไปเลย แต่เจ้าสองตัวกลับคึกกระโดดหยอกล้อเล่นกันสนุกสนานและมาคอยตามต้อยๆ ว่าเขาทำอะไรกันหว่า? กว่าจะจัดการหลักฐานเสร็จก็มืดพอดี และต้องลุ้นตอนเช้าอีกว่าจะมีสปาเกตตีราดซอสอีกไหม

ความเจ็บแสบจากการตกหลุมยังคงมีเป็นระยะแต่ไม่มากมาย วันนี้ฉันเฝ้ามองดูมะลิกับมะตูมเล่นกันอย่างสนุกสนานเป็นชั่วโมงก็ได้เข้าใจแล้วว่า ความรักคืออะไร การที่เราได้ดูแล ได้ให้ความรัก ได้เห็นเขามีความสุข แค่นี้แหละ ดาวระยิบวิบวับก็มีอยู่จริงแม้ในเวลากลางวัน

ชีวิตเล็กๆ ที่ฉันได้เฝ้าดูตั้งแต่ครรภ์มารดาจนมาเป็นเชฟทำสปาเกตตีราดซอสให้ดูยังคงดำเนินต่อไป เช่นเดียวกับเพลงนี้ที่ยังดังและทำให้ฉันฮัมตามได้อย่างมีความสุข และรู้แล้วว่า ความรักมันดีอย่างนี้นี่เอง

"ก่อนจะนอนอยากเจอเธอเป็นคนสุดท้าย คนแรกของเช้าถัดไปฉันก็อยากเห็นเธอ เช้าก็มีแต่เธอ ค่ำก็มีแต่เธอ คนเดียวเท่านั้น"



Create Date : 13 พฤษภาคม 2554
Last Update : 13 พฤษภาคม 2554 2:30:31 น.
Counter : 226 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ข้าวเหนียวหวาน
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เป็นเพียงเศษละอองของจักรวาล
ที่มีคำถามมากมาย ^_^