จงมองโลกในแง่ดี อยู่ในโลกอย่างมีชีวิตชีวา อย่าไปรันทดกับอดีตที่ผ่านไปแล้ว
Group Blog
 
 
กันยายน 2552
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
12 กันยายน 2552
 
All Blogs
 
ล้างพิษ - ดูแลตนเองด้วยธรรมชาติบำบัด



ร่างกายของเราเป็นหน่วยย่อยหน่วยหนึ่งของธรรมชาติ การที่ร่างกายเราคงอยู่ได้จะต้องดำรงตามกฎของธรรมชาติ โรคและภัยจะเกิดตามมาเมื่อเราฝืนกฎของธรรมชาติ ดังนั้นถ้าต้องการที่จะหายจากโรคภัยไข้เจ็บ เราก็จำเป็นจะต้องปรับสมดุลของร่างกายให้กลับสู่สภาพตามธรรมชาติอีกครั้งหนึ่ง

แต่เนื่องจากปัจจุบัน เราจะต้องดำรงชีวิตอยู่ในสังคมที่ห่างไกลธรรมชาติ และปนเปื้อนไปด้วยสารพิษต่างๆ แม้ว่าเราจะพยายามดูแลรักษาสุขภาพของเราอย่างดีที่สุดแล้วก็ตาม แต่ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งร่างกายของเราก็จะได้รับสารพิษเข้าไปสะสมทีละเล็กละน้อยอยู่ดี เปรียบเสมือนบ้านช่องที่เราปล่อยไว้เฉยๆ ในที่สุดก็จะมีคราบฝุ่นมาเกาะอยู่ดี

เพื่อไม่ให้บ้านของเราสกปรก เราก็จำเป็นที่จะต้องทำความสะอาดมันเป็นระยะๆ ไม่ว่าจะเป็นการปัดกวาดเล็กๆ น้อยๆ ทุกสัปดาห์ หรือทำความสะอาดใหญ่ประจำปี ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้น เราก็จำเป็นต้องล้างเอาพิษที่สะสมอยู่ในร่างกายเราออกเป็นพักๆ เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นล้างใหญ่ทุก 6 เดือน หรือล้างพิษเล็กๆ ทุก 2 สัปดาห์

กระบวนการล้างพิษ 5 วิธี
การล้างพิษ ถ้าแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า detoxification หรือที่นิยมเรียกสั้นๆ ว่า ดีทอกซ์ มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นวิธีการสวนล้างลำไส้แต่เพียงอย่างเดียว แต่ในมุมมองของธรรมชาติบำบัดแล้วเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องนัก ทั้งนี้เนื่องจากการล้างพิษมีทั้งหมด 5 วิธี และการสวนล้างลำไส้ก็เป็นเพียงแค่ 1 ใน 5 วิธีดังกล่าวเท่านั้น

เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง เมื่อพูดถึงคำว่าล้างพิษแล้ว ขอให้นึกถึงกระบวนการทั้งหมด 5 วิธี

1. การกินเพื่อล้างพิษ
2. การอดเพื่อล้างพิษ
3. การสวนลำไส้เพื่อล้างพิษ
4. การฝึกปราณเพื่อล้างพิษ
5. การฝึกสมาธิเพื่อล้างพิษ

วิธีการที่ 1-3 เป็นการล้างพิษทางวัตถุหรือทางกายภาพ แต่วิธีการที่ 4-5 เป็นวิธีล้างพิษทางอารมณ์ หรือทางคลื่น

ดังนั้น ถ้าทำเพียงการสวนล้างลำไส้เพียงอย่างเดียว เท่ากับว่าเราล้างพิษได้ไม่หมด กลับเป็นผลเสียต่อร่างกายมากกว่า

1.การล้างพิษด้วยการกิน

คือการกินอยู่อย่างธรรมชาติ หลีกเลี่ยงอาหารปรุงแต่งเช่น แต่งสี แต่งกลิ่น ใส่ผงชูรส ใส่สารกันบูด อาหารดอง ใส่ยาฆ่าแมลง ใส่สารเคมี แต่ให้เลือกกินอาหารที่ทำสดๆ คัดสรรวัตถุดิบธรรมชาติ กินผักผลไม้มากๆ กินข้าวกล้อง

สรุปก็คือ "ให้กินอยู่อย่างธรรมชาติ" และไม่มีข้อห้ามในการทำล้างพิษวิธีนี้ สามารถทำได้ในคนทุกเพศทุกวัย อีกทั้งง่ายและสะดวก สามารถใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันได้ทุกวัน แต่เป็นวิธีที่ให้ประสิทธิผลในการล้างพิษน้อยกว่าวิธีอื่น

2.การล้างพิษด้วยการอด

การอด เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากในการล้างพิษออกจากร่างกาย มีการอดไม่ได้มีแต่วิธีการปิดปากไม่กินอาหารหรือน้ำเลย เพราะนิยามของการอดคือ "การกินอาหารที่ให้พลังงานไม่เกิน 800 กิโลแคลอรีต่อวัน"

ดังนั้นการอดจึงมีทั้งหมด 4 วิธีคือ

1. การอดแบบไม่กินอะไรเลย
2. การอดด้วยการกินแต่น้ำเปล่า
3. การอดด้วยการกินแต่น้ำผลไม้
4. การอดด้วยการกินแต่ผลไม้

วิธีที่ทำได้ง่ายและปลอดภัยที่สุดได้แก่ การอดด้วยผลไม้

ผลไม้ที่เหมาะสมแก่การอดด้วยผลไม้ได้แก่ผลไม้ที่ไม่หวานจัด ไม่มีแป้งเยอะ เช่น มะละกอ ฝรั่ง ส้มโอ แตงโม และแคนตาลูป เป็นต้น

ส่วนผลไม้ที่ไม่เหมาะที่จะใช้ในการอดได้แก่ผลไม้ที่มีรสหวานจัด มีเนื้อเป็นแป้งมากๆ เช่น ละมุด น้อยหน่า ทุเรียน เป็นต้น

วิธีนี้มีข้อห้ามคือ หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ เพราะอาจทำให้ลูกในครรภ์เกิดมาน้ำหนักน้อย เด็กในวัยเจริญเติบโต เพราะจะตัวเล็กโตไม่ทันเพื่อน ผู้ป่วยที่เพิ่งจะฟื้นจากการป่วยหนัก เพราะร่างกายในช่วงที่ป่วยจะอ่อนแอจนไม่สามารถทนการอดได้ คนชราอายุมากกว่า 70 ปี ที่มีสภาพร่างกายอ่อนแอ เพราะอาจหน้ามืดเป็นลมได้ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพราะระหว่างอดจะต้องปรับยาเบาหวานให้ดี ผู้ควบคุมการอดต้องเป็นแพทย์ที่มีความรู้ในการปรับยาเบาหวานด้วย ดังนั้นสำหรับคนทั่วไปที่ไม่ใช่แพทย์จึงไม่แนะนำให้จัดคอร์สการอดในผู้ป่วยเบาหวานเอง เนื่องจากถ้าพลาด ผู้ป่วยอาจตายได้จากการอดนี้

วิธีนี้เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการล้างพิษ 5 วิธีการ มักจะใช้เป็นหลักในการล้างพิษเสมอ (สำหรับรายละเอียดคุณสามารถหาอ่านเพิ่มเติมจากหนังสือเกี่ยวกับการล้างพิษของสำนักพิมพ์รวมทรรศน์)

3.การล้างพิษด้วยการสวนลำไส้

การสวนล้างลำไส้ใหญ่ เป็นวิธีการหนึ่งที่ได้รับความนิยมในวงกว้าง เพราะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคบางอย่าง ในขณะเดียวกันก็มีความเข้าใจผิดหลายๆ อย่างเช่นกัน ความเข้าใจผิดที่ควรทราบมีดังนี้

1. การสวนล้างลำไส้ไม่ใช่วิธีล้างพิษที่ใช้เดี่ยวๆ ได้ เพราะมันคือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่การสวนล้างลำไส้จะต้องทำควบคู่ไปกับการล้างพิษด้วยวิธีการ กินเพื่อล้างพิษ หรือการอดเพื่อล้างพิษเสมอ กล่าวคือนอกจากสวนลำไส้แล้ว ผู้ป่วยจะต้องได้รับการแนะนำให้ปรับเปลี่ยนอาหารให้ถูกต้องด้วยเสมอ

2. การสวนลำไส้ถือเป็นการรักษา ดังนั้นจะต้องทำโดยบุคลากรที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีแล้วเท่านั้น เปรียบเหมือนการฉีดยา คุณคงไม่ยอมให้คนที่ไม่เคยฝึกฉีดยามาฉีดยาให้คุณเป็นแน่


ข้อห้ามสำหรับผู้ที่อยากจะสวนล้างลำไส้มีดังนี้

- ผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ เช่น เนื้องอกลำไส้, ลำไส้อักเสบรุนแรง
- ผู้ป่วยที่เพิ่งได้รับการผ่าตัดตัดต่อลำไส้
- ผู้ป่วยที่มีปัญหาการดูดซึมเกลือแร่ และโรคไต
- ผู้ป่วยที่มีประวัติเบ่งถ่ายแล้วหน้ามือ
- ผู้ป่วยที่มีโรคความดันโลหิตสูง หรือความดันโลหิตต่ำ

การสวนลำไส้ใหญ่เพื่อล้างพิษ มีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆ นั่นคือ
1. การสวนลำไส้ด้วยน้ำอุ่น เน้นการใช้น้ำเป็นปริมาณค่อนข้างมาก วิธีนี้เป็นวิธีที่เน้นการเอาน้ำเข้าไปชะล้างคราบตะกรันของอุจจาระออกมา เหมือนการเอาน้ำไปล้างถ้วยล้างชาม เพราะเชื่อว่าคราบตะกรันที่ค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่เป็นแหล่ง สะสมของสารพิษ และจะถูกดูดซึมกลับเข้าไปในกระแสเลือด เป็นสาเหตุให้สุขภาพของเราแย่ลง แต่มีข้อควรจำไว้คือ

- การสวนล้างลำไส้ใหญ่ด้วยน้ำอุ่นไม่ควรบ่อยเกินไป เพราะจะทำให้ระบบขับถ่าย เสียได้ แนะนำว่าไม่เกิน 1-2 ครั้งต่อปี
- การสวนล้างลำไส้ด้วยน้ำอุ่นจะต้องใช้เครื่องมือที่ผลิตมาโดยเฉพาะ มีการควบคุม ความดันน้ำเป็นอย่างดี
- คนที่ทำจะต้องได้รับการฝึกฝนก่อนเป็นอย่างดี

2. การสวนลำไส้ด้วยกาแฟ การสวนด้วยกาแฟนี้ไม่เน้นปริมาณน้ำ แต่เน้นที่เทคนิค ที่ทำอย่างไรให้กาแฟถูกดูดซึมผ่านลำไส้ใหญ่เข้ากระแสเลือดดำไปกระตุ้นตับให้ขจัดสารพิษออกมาทางน้ำดีมากขึ้น ดังนั้นปริมาณน้ำที่ใช้ไม่จำเป็นต้องมาก

อุปกรณ์ที่ใช้

- หม้อสวนกาแฟ แนะนำให้ใช้เป็นหม้อสวนเสตนเลส ไม่แนะนำให้ใช้ถุงพลาสติก เพราะทำความสะอาดยาก อาจชื้น และมีราขึ้นได้ หม้ออลูมิเนียมก็ไม่แนะนำให้ใช้ เพราะอาจมีอลูมิเนียมละลายปะปนออกมาได้
- หัวสวนพลาสติก แนะนำให้ใช้เฉพาะคน ไม่ควรใช้ปะปนกัน การสวนสวนเข้าไปลึกเพียงไม่เกิน 2 ข้อนิ้วมือ
- สายยางเหลือง
- กาแฟ แนะนำให้ใช้กาแฟสำเร็จรูปธรรมดา ไม่มีความแตกต่างระหว่างกาแฟบดเอง หรือกาแฟออแกนิค จึงไม่จำเป็นจะต้องเสียเงินแพงๆ ซื้อกาแฟมาบดเอง เพราะเปลืองกว่าและยุ่งยากกว่า ในขณะเดียวกับที่ได้ผลพอๆ กันกับการแฟสำเร็จรูป
- สารช่วยหล่อลื่น เช่น วาสลีน เควายเจลลี เพื่อช่วยให้สวนได้ง่ายขึ้น
- ขมิ้นชัน และโสมเม็ด กินก่อนสวน จะช่วยให้ประสิทธิภาพการล้างพิษเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์

การต่อชุดสวนกาแฟ

ต่อหัวสวนเข้ากับสายยาง ปลายสายยางอีกข้างให้ต่อเข้ากับหม้อสวน แล้วพับสายหรือถ้ามีก๊อกก็ให้ปิดก๊อกไว้

การผสมกาแฟ

การผสมกาแฟกับน้ำอาจปรับได้ขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนักตัวของคนทำ โดยอาจผสมกาแฟ 1-2 ช้อนโต๊ะกับน้ำอุ่น 500-1000 ซีซี แต่มาตรฐานคนไทยให้ใช้กาแฟ 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำ 800 ซีซี ดูก่อน

- ถ้าขณะสวนกาแฟคนทำรู้สึกแน่นท้องมาก ให้ลดปริมาณน้ำอุ่นที่ผสมลงเหลือทีละ 100 ซีซี ในครั้งต่อไป
- ถ้าหลังสวนกาแฟคนทำมีอาการเหมือนดื่มกาแฟ คือมีอาการใจสั่น นอนไม่หลับ ให้ลดปริมาณกาแฟลงเหลือครึ่งเดียวในครั้งต่อไป

ข้อควรระวังในการผสมกาแฟ

จำไว้ว่าการสวนกาแฟไม่ใช่การกินกาแฟ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องสวนด้วยน้ำร้อนแบบที่เรากินกาแฟ เพราะว่าเนื้อเยื่อบุลำไส้ของเรานั้นบางกว่าเนื้อเยื่อบุช่องปาก ดังนั้นอุณหภูมิที่ใช้จึงเอาแค่อุ่นๆ ก็พอ ทดสอบได้ด้วยการเอามือแตะที่หม้อสวน กะให้อุ่นพอให้มือเราทนจับตัวหม้อสวนได้สบายๆ จึงค่อยสวน (แต่ถ้าเป็นถุงพลาสติกจะมีปัญหากะอุณหภูมิได้ยากอีกเพราะพลาสติกจะเป็นฉนวนกันความร้อน จับด้วยมือไม่ร้อน แต่น้ำในถุงอาจจะร้อนมากก็ได้)

การจัดท่านอนสวน
1. ท่านอนตะแคงคุดคู้สวน ใช้เมื่อมีคนช่วยสวนให้
2. ท่านอนหงายชันเข่า 2 ข้าง แบะขาออก ใช้เมื่อจะสวนด้วยตนเอง

การตั้งหม้อสวน

เพื่อป้องกันไม่ให้ความดันน้ำมากเกินไปจนลำไส้ทะลุ จึงให้ตั้งหม้อสวนบนโต๊ะหรือเก้าอี้สวนให้ก้นหม้อสวนอยู่สูงกว่าระดับรูก้น 3 ฟุต (1 เมตร) ห้ามตั้งหม้อสวนสูงกว่า 1 เมตรโดยเด็ดขาด! ถ้าน้ำในหม้อไม่ไหลให้เช็คดูว่าสายสวน หรือหัวสวนตันหรือไม่แทน

ขั้นตอนการสวนด้วยตัวเอง

1. ต่อเซ็ตสวน เสร็จแล้วล็อกสายยางไว้ ด้วยวิธีการพับสาย หรือปิดก๊อกก็ได้
2. ผสมกาแฟทิ้งไว้ให้อุ่นพอที่มือทนได้สบายๆ
3. กินขมิ้นชันเม็ดและโสมเม็ด ก่อนสวน
4. นอนหงายลงบนพื้นราบ วางหม้อสวนสูงจากพื้น 1 เมตร
5. ทาสารหล่อลื่นที่หัวสวน
6. สำหรับคนที่ไม่เคยทำ ให้ใช้นิ้วแยงดูทิศทางของรูก้นว่าไปทางไหน ปกติจะทำมุมเฉียงไปทาง
ด้านหลัง
7. แยงหัวสวนไปตามแนวที่แยงได้
8. ปล่อยน้ำกาแฟให้หลายเข้าไปในรูก้นจนหมด
9. เอาหัวสวนออก แล้วกลั้นไว้ประมาณ 10-15 นาที ให้กาแฟมีเวลาดูดซึมก่อน แล้วค่อยไปถ่ายทิ้ง

4.การล้างพิษด้วยการฝึกปราณ

ในช่วงที่เรากำลังอดล้างพิษ เป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะล้างพิษทางอารมณ์ไปด้วย เพราะว่า ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่เราจะเพลียๆ ทำอะไรหนักๆ ไม่ได้ แทนที่จะนอนอยู่เฉยๆ ก็ให้ใช้เวลานี้ทำการฝึกลมปราณไปด้วย เพราะนอกจากจะได้ล้างพิษทางอารมณ์ได้ด้วย ผลพลอยได้ที่ตามมาก็คือ เราจะมีความสดชื่นแจ่มใสขึ้นกว่าคนที่อดล้างพิษเพียงอย่างเดียว

วิธีการในการฝึกลมปราณได้แก่

- การฝึกชี่กง
- การฝึกโยคะ
- การรำมวยจีน

5. การล้างพิษด้วยการฝึกสมาธิ

อาจกล่าวได้ว่าเป็นวิธีที่ได้ผลที่สุดในการล้างพิษทางอารมณ์ แนะนำให้ทำร่วมกับการ ล้างพิษทางกายภาพ การฝึกสมาธิทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับสำนักที่ท่านฝึก เป็นวิธีการที่ปลอดภัย รายละเอียดจึงไม่ขอกล่าวไว้ในที่นี้

นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล







Create Date : 12 กันยายน 2552
Last Update : 12 กันยายน 2552 22:05:31 น. 5 comments
Counter : 401 Pageviews.

 
พี่เคยทำดีท๊อกซ์สวนล้างด้วยกาแฟค่ะน้องนุ่น ช่วงเข้าสูตรโปรตีนแรกๆ ท้องผูกมากๆ เลยค่ะ ...แต่พอหลังๆ มาเนี่ะพี่เจอ ACV+น้ำลูกพรุนก็ช่วยได้แล้วเลยไม่ต้องทำแล้วค่ะ แต่คิดว่าอาจจะทำเดือนละครั้งดูค่ะ เพราะว่าทำแล้วรู้สึกสะอาดดีจริงๆ โล่งมากๆ เลยค่ะ น้องนุ่นลองทำดูได้นะคะ เพราะนู๋มีปัญหาท้องผูกที่ยังแก้ไม่ตกนะคะ ไงก็สู้ๆ กันต่อไปจ้า


โดย: ToY (tiny ) วันที่: 12 กันยายน 2552 เวลา:21:01:32 น.  

 
อยากทำ รูว่าดี แต่ยังไม่ได้เริ่มเลย


โดย: Poo (myroom_pu ) วันที่: 12 กันยายน 2552 เวลา:21:03:12 น.  

 
อยากได้รายละเอียดในส่วนของการล้างพิษด้วยผลไม้อะครับ
ช่วยลงให้หน่อยสิ


โดย: มิสเตอร์ฮอง วันที่: 12 กันยายน 2552 เวลา:21:46:54 น.  

 
สมุนไพรพี่มุกอะ ก็ยังดำเนินต่อไปคะ เรื่อย ๆ คะ จอยต้องควบคุมอาหารให้มากกว่านี้คะ ไม่งั้น ก็ผอมช้าคะ


โดย: massupa วันที่: 12 กันยายน 2552 เวลา:22:18:48 น.  

 
อ่านแล้วมีประโยชน์มากเลยค่ะ..เดี่ยวต้องลองทำดูบ้าง..


โดย: จิ๊บ (คุณนายเยอรมัน ) วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:1:54:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Ready to love
Location :
เพชรบูรณ์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




6 ก.ย.52 = น้ำหนักเริ่มต้น 99 kg.

4 ต.ต.52 = 97 kg.


My Weight Chart:
Weight Chart
กระต่ายตัวกวน
เจ้าตัวหัวเขียว
X
X


MusicPlaylist
MySpace Playlist at MixPod.com

Friends' blogs
[Add Ready to love's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.