ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2559
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
3 พฤศจิกายน 2559
 
All Blogs
 
ศาลห้ามประกันตัว Sharbat Gula หรือ Afghan Girl


เรื่องเดิม https://goo.gl/6owuE6

Sharbat Gula สาวน้อยเจ้าของภาพที่โด่งดังไปทั่วโลกถูกจับข้อหาบัตรปลอม







Sharbat Gula หรืออีกชื่อหนึ่งว่า Afghan Girl ถูกศาลมีคำสั่งห้ามประกันตัว
แต่ยอมให้ส่งตัวไปรักษาอาการเจ็บป่วยที่โรงพยาบาล
แม้ว่าทางการปากีสถานจะได้ตั้งข้อหา Gula ถือบัตรประชาชนปลอม
แต่เธอได้รับการสนับสนุนจากประชาคมระหว่างประเทศอย่างล้นหลาม

Sharbat Gula สตรีชาวอัฟกานิสถาน
ที่กลายเป็นภาพหน้าปกที่ทำให้ชาวโลกสนใจกันอย่างยิ่ง
ในนิตยสาร National Geographic ในปี 1985
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ศาลปากีสถานมีคำสั่งห้ามประกันตัวผู้ต้องหา
แต่ยินยอมให้ส่งตัวเธอไปรักษาที่โรงพยาบาลท้องถิ่น

Gula ถูกนำส่งตัวไปยังโรงพยาบาล Lady Reading Hospital ที่เมือง Peshawar
เพราะมีอาการโรคไวรัสตับอักเสบ ซี (Hepatitis C)
Mohsin Dawar ทนายความที่ดูแลคดีเรื่องนี้ให้สัมภาษณ์กับ National Geographic
เขาไม่รู้ถึงเหตุผลว่า ทำไมโรคไวรัสตับอักเสบทำให้เธอต้องถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลทันที
แต่สามีของ Gula ตายเพราะโรคตับอักเสบเมื่อหลายปีก่อนแล้ว
ขณะเดียวกัน Dr.Omar Zakhilwal เอกอัครราชทูตอัฟกานิสถานประจำปากีสถาน
ได้เขียนข้อความลงในหน้า Facebook https://www.facebook.com/Dr.Zakhilwal/







" Gula ถูกจำคุกที่เมือง เปชาวาร์ Peshawar ทางภาคเหนือของปากีสถาน
ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนและถูกตั้งข้อหาว่าอาศัยอยู่ในปากีสถานด้วยบัตรประชาชนปลอม
ถ้ามีการตัดสินลงโทษเธอจะต้องระวางโทษจำคุก 14 ปี

การจับกุม Sharbat Gula หนึ่งในบุคคลที่โลกรู้จักมากที่สุด
และเป็นภาพที่ชาวอัฟกานิสถานชื่นชอบมากที่สุด ได้ทำร้ายจิตใจชาวอัฟกันทั้งปวง
การดำเนินคดีในวันนี้นำไปสู่ความเศร้าเสียใจและทำร้ายจิตใจของผู้คนจำนวนมาก
และทำลายความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้งสองประเทศ

การปล่อยตัวเธอให้เป็นอิสระเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง

นอกจากนั้น บัตรประชาชนของเธอไม่ได้ปลอม
และไม่ได้ออกมาอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
เพราะ NADRA [Pakistan's National Database Registration Authority]
ได้อนุมัติบัตรประชาชนของเธอและสามีของเธอ
ตามกระบวนการปกติเมื่อหลายปีก่อนแล้ว

หลังจากภาพของเธอปรากฎในหน้าปกของ National Geographic
เธอก็เลือกที่จะอยู่ในปากีสถานด้วยการใช้ชิวิตที่เรียบง่ายกับครอบครัวของเธอ
แม้ว่าสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศในยุโรปต่างยินดีให้เธอเข้าไปลี้ภัยได้ "





อนึ่ง เจ้าหน้าที่ National Database Registration Authority (NADRA)
ได้ทำการตรวจสอบ/ทบทวนบัตรประชาชนจำนวน 91 ล้านบัตร
และตรวจพบว่าเป็นบัตรปลอมจำนวน 60,675 บัตร
ปากีสถานกลายเป็นที่หลบภัยอย่างปลอดภัย
สำหรับชาวอัฟกานิสถานหลายล้านคน
ที่ลี้ภัยสงครามจากการรุกรานของโซเวียตในปี 1979
ทำให้ประเทศนี้มีชาวอัฟกานิสถานลงทะเบียนว่าเป็นผู้ลี้ภัยจำนวน 1.4 ล้านคน
ตามตัวเลขของ UNHCR และกลายเป็นประเทศที่มีผู้ลี้ภัยมากเป็นลำดับที่ 3 ของโลก
ขณะเดียวกันหน่วยงานรัฐประมาณการว่า
ยังมีผู้ลี้ภัยอีกราว 1 ล้านคนที่ไม่ได้ลงทะเบียนแต่ยังคงอาศัยอยู่ในประเทศปากีสถาน

Dawar ทนายความของ Gula ได้ล้มเหลวในการประกันตัวเธอในช่วงวันอังคารกับวันพุธ
และรู้สึกงุนงงเป็นอย่างยิ่งที่ศาลมีคำสั่งปฏิเสธการปล่อยตัวเธอ
แม้ว่า Chaudhry Nisar Ali Khan รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย
ได้ให้สัมภาษณ์ในวันอาทิตย์ว่า รัฐบาลจะทบทวนคดีนี้ด้วยมุมมองด้านมนุษยธรรม

เจ้าหน้าที่รัฐปากีสถานกล่าวว่า บัตรประชาชนจะไม่ออกให้กับคนต่างชาติ
Gula เป็นพลเมืองของอัฟกานิสถาน ที่ลี้ภัยสงครามมาในประเทศนี้ในปี 1980
และเจ้าหน้าที่รัฐสามนายในเมืองเปชาวาร์ถูกไล่ออกข้อหาสงสัยออกบัตรประชาชนปลอม
ให้กับชาวอัฟกานิสถานจำนวนหลายคนและยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

" ในฐานะแม่ม่ายคนหนึ่ง Gula ต้องเลี้ยงดูลูกสี่คนตามลำพัง
เธอคือตัวแทนของสตรีและบุรุษผู้กล้าหาญ
ที่ยอมแบกรับความเจ็บปวดและทุกข์ทรมาน
เพื่อปกป้องสิ่งที่มีค่าหวงแหนมากที่สุดคือ พวกลูก ๆ

Sharbat Gula คือสัญญลักษณ์ของผู้ลี้ภัยมาหลายสิบปี
แต่ตอนนี้เธอกลายเป็นใบหน้าของผู้อพยพที่ไม่พึงประสงค์ "

ช่างภาพ Steve McCurry ได้เขียนในวันพุธ Instagram https://goo.gl/xu992r
เขาได้ถ่ายภาพ Gula ที่ค่ายผู้ลี้ภัยแห่งหนึ่งในปากีสถานช่วงเดือนธันวาคม ปี 1984
และค้นหาเธอจนพบอีกครั้งในปี 2002

Zakhilwal เอกอัครราชทูตอัฟกานิสถานได้ร้องขอให้
Nawaz Sharif นายกรัฐมนตรีปากีสถานเข้าแทรกแซงในคดี Gula

" ทันทีที่เธอได้รับการปล่อยตัวให้เป็นอิสระ
รัฐบาลอัฟกานิสถานพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกให้กับ Sharbat Gula
เช่นเดียวกับลูก ๆ ของเธอด้วยการส่งพวกเธอกลับไปยังอัฟกานิสถานอย่างมีศักดิ์ศรี
และให้การสนับสนุนพวกเธอที่จะอพยพกลับคืนสู่ประเทศของเธอเอง

ตามข้อเท็จจริงแล้ว Gula เพิ่งจะขายบ้านค่อนข้างเล็กของเธอในเปชาวาร์เมื่อเร็ว ๆ
และได้วางแผนที่จะกลับไปอยู่ที่อัฟกานิสถานแล้ว "

The National Geographic Society ได้ร่วมกันสนับสนุน Sharbat Gula อย่างเร่าร้อน
และเรียกร้องให้ทางการปากีสถานปล่อยเธอตามหลักมนุษยธรรม
Emma Carrasco โฆษก National Geographic Society ได้แถลงการว่า
เธอมีชีวิตอยู่ท่ามกลางอุปสรรคและโศกนาฎกรรมมาทั้งชีวิต


ภาพของเธอมีการเปรียบเทียบกับ Mona Lisa ของ Leonardo Da Vinci’
โดย National Geographic ได้เขียนข้อความเกี่ยวกับชีวิตของเธอ
และระบุว่า Mona Lisa of Afghan war

ชาวอัฟกานิสถานระบุว่า Gula อาศัยอยู่ที่ Pachir Aw Agam
ในเขตตะวันออกของ Nangarhar ติดกับพรมแดนปากีสถาน
ตอนที่เธออายุได้ 6 ขวบ พ่อแม่ของเธอตายเพราะการทิ้งระเบิดจากเครื่องบินโซเวียต
ในช่วงสงครามยึดครองอัฟกานิสถานของสหภาพโซเวียตรัสเซีย
เธอได้ลี้ภัยเข้ามายังปากีสถานพร้อมกับน้องชาย น้องสาวสามคนและยาย
ต่อมาเธอได้แต่งงานกับลูกจ้างร้านขนมปัง Rehmat Gul ใกล้เมืองเปชาวาร์ในปี 1990
ทั้งคู่มีลูกสาวที่ทราบชื่อ 3 คน Rubina Zahida และ Aalia ส่วนอีกคนเสียชีวิตไปแล้ว





เรียบเรียง/ที่มา

https://goo.gl/ljQytG
https://goo.gl/DBxtEk
https://goo.gl/fjAjMv
https://goo.gl/ZeIzbt
https://goo.gl/SVDcsp



เรื่องเล่าไร้สาระ

ศาลปากีสถานเพิ่งจะมีข้อขัดแยังกับรัฐบาลเป็นประจำ
เพราะช่วงหลังยึดมั่นหลักนิติรัฐตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ดังนั้นมักจะมีข่าวดังประเภทที่ว่าผู้พิพากษาถูกยิงทิ้ง
หรือถูกทำร้ายร่างกายเพราะการตัดสินคดีความเสมอ



และที่โด่งดังครั้งหนึ่งมากในปี 2008
Iftikhar Chaudhry ประธานศาลฎีกาที่กล่าวหาว่า
การเลือกตั้งประธานาธิบดี Pervez Musharraf สกปรกมีการโกงการเลือกตั้ง
แล้วตัดสินว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
จึงถูกประธานาธิบดี Pervez Musharraf ไล่ออกจากตำแหน่งประธานศาลฎีกา
แม้ว่า Pervez Musharraf จะมีกองทัพหนุนหลังเพราะเคยเป็นนายทหารยศพลเอก
รวมทั้งเคยมีบทบาทในการร่วมก่อการรัฐประหารในปากีสถานมาหลายครั้งแล้วก็ตาม

แต่ประชาชนต่างออกมาเรียกร้องและสนับสนุนผู้พิพากษาคนดังกล่าว
รวมทั้งองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาของปากีสถานก็ร่วมแถลงการณ์สนับสนุน
จนกระทั่ง Pervez Musharraf ต้องลาออกจากตำแหน่งก่อนที่จะเริ่มขบวนการถอดถอนออกจากตำแหน่ง
แล้วมาสมัครรับเลือกตั้งภายหลังจนได้กลับเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง






ในประเทศไทยก่อนที่จะมีการบังคับใช้รหัสบัตรประชาชน
ระบบบัตรประชาชนมั่วมาก เปลี่ยนบัตรแต่ละครั้ง
เลขที่บัตรเปลี่ยนไปตาม Running Number ของราชการ
จนกระทั่งมีการแก้ไขกฎหมายเริ่มใช้รหัสบัตรประชาชนเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2527
และเริ่มทำการสำรวจจนเสร็จหมดทั้งประเทศเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2547
ต่อมา ในยุครัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ มีพระราชบัญญัติให้ทำบัตรประชาชน
ในวันที่ 11 กค.2554 ให้เด็กอายุ 7-14 ปีทำบัตรประชาชน
มีเสียงคัดค้านจากนักวิชาการและคนจำนวนมากในเรื่องนี้

แต่มีเหตุผลเบื้องหลังเรื่องนี้คือ
มีการเพิ่มชื่อเด็กนักเรียนในโรงเรียนบางแห่ง
ในวงการเรียกว่า เด็กผี ไม่มีตัวตนจริง
เพราะเด็กนักเรียนบางคนมีชื่ออยู่ถึง 3-4 โรงเรียน
เพื่อนำมาเบิกเงินงบประมาณอุดหนุนจากทางราชการ
ปีละ 22,500 บาทต่อนักเรียนแต่ละคน
ถ้ามี 100 คนก็จะได้ 2,250,000 บาท
เฉพาะโรงเรียนที่อยู่ในข่ายได้รับการอุดหนุน

ถ้าโรงเรียนรัฐมีผลต่อครูมากในเรื่องต่าง ๆ
เช่น การยุบโรงเรียนที่มีเด็กนักเรียนน้อยเกินไป
หรือการย้ายไปรวมกับโรงเรียนแห่งอื่นที่ใกล้เคียง
ตำแหน่งหน้าที่การงานของครูที่มีเด็กนักเรียนมากหรือน้อย

ทำให้พื้นที่ภาคใต้มีโรงเรียนราษฏร์บางแห่ง
ถึงขนาดจัดรถยนต์รับส่งเด็กนักเรียน
โดยเก็บค่ารถโดยสารในราคาต่ำมากจนถึงให้ฟรี
เพื่อหารายได้จากเงินอุดหนุนดังกล่าว

รวมทั้งมีการแจ้งชื่อเด็กเข้ารักษาพยาบาลแต่ไม่ซ้ำหน้ากันเลย
เพื่อเบิกยาและรักษาพยาบาลในช่วงที่ใช้บัตรทอง
ที่ไม่มีเลขบัตรประชาชนควบคุมกับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี
เพราะมีคนบางตัวที่หากินจากธุรกิจประเภทนี้
จากการขายยาที่ไม่ใช้แล้ว และการพาลูกคนต่างด้าวไปรักษาพยาบาล

แต่เมื่อใช้รหัสบัตรประชาชนพร้อมชื่อนามสกุลเข้ามาควบคุม
งบประมาณที่มีการทุจริตจากการนี้ลดลงไปอย่างมาก
รวมทั้งระบบฐานข้อมูลจำนวนเด็กสัญชาติไทยก็ถูกต้องตามจริงมากขึ้น
นอกจากนั้นยังควบคุมและป้องกันการเพิ่มชื่อคนต่างด้าวแบบไม่ชอบด้วยกฎหมาย




ที่มา https://goo.gl/K0uJnK


มีการเพิ่มหมายเลข 0 นำหน้าบัตรประชาชน
มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ ว่า กลุ่มบุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน
ส่วนใหญ่เป็นคนพื้นเมืองดั้งเดิม คนชนเผ่า ทางภาคเหนือ เช่น ชาวเขาเผ่าต่าง ๆ
ทางภาคใต้ก็เช่น ชาวเลมอร์แกน ชาวเงาะป่า ทางอีสาน เช่น ชาวผีตองเหลือง
หรือแม้แต่เด็กเร่รอนที่ไม่รู้ว่าใคร คือ พ่อแม่
บุคคลเหล่านี้เนื่องจากตกสำรวจบ้าง หรือไม่มีหลักฐานแสดงตน
เช่น ใบรับรองการเกิดที่จะพิสูจน์จุดเกาะเกี่ยวกับแผ่นดินไทยบ้าง
สุดท้ายจึงไม่ได้รับการยอมรับให้เป็นพลเมืองจากรัฐไทย
แต่เพราะเขามีชีวิตและตัวตนจริงบนแผ่นดินไทย
มีพี่น้องครอบครัวอยู่ในแผ่นดินไทย
รัฐจึงลงทะเบียนให้เป็นบุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน
ให้เลขที่บัตรประจำตัวบุคคลขึ้นต้นด้วยเลข 0
แทบจะไม่มีสิทธิใด ๆ จากรัฐไทย ไม่มีหลักประกันสุขภาพ
ไม่มีสิทธิที่จะถือครองทรัพย์สิน ไม่มีสิทธิทำใบขับขี่
ไม่มีสิทธิในการเดินทางอย่างเสรี เป็นคนไร้รัฐอย่างสมบูรณ์
ในประเทศไทยมีคนกลุ่มนี้ประมาณ 210,000 คน

ข้อมูลเพิ่มเติม

https://goo.gl/ucahVJ
https://goo.gl/Tx4PkL
https://goo.gl/dwL8kf
https://goo.gl/zw5IXE





ในอดีตข้าราชการและครอบครัวเข้ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลรัฐแห่งไหนก็ได้
แล้วให้ทางโรงพยาบาลทำเรื่องไปเบิกเงินจากส่วนราชการภายหลัง
มีบางตัว/บางครอบครัวคิดทุจริต
วันหนึ่ง ๆ เดินเวียนไปโรงพยาบาลสองสามแห่ง(ที่กรุงเทพ ฯ มากที่สุด)
เพื่อขอรักษาโรคความดัน โรคหัวใจ โรคกระเพาะ สารพัดโรค
แล้วนำยาที่ได้มาจากโรงพยาบาลไปขายต่อให้กับร้านยาที่สมคบคิดกัน
แต่พอมีระบบต้องใช้เลขที่บัตรประชาชนทุกคน
และต้องระบุว่าจะเข้าใช้บริการที่โรงพยาบาลหรือสถานรักษาพยาบาลใดเป็นหลัก
ถ้าเข้าไปใช้บริการในที่อื่นจะต้องจ่ายเงินสำรองไปก่อน
การทุจริตประเภทนี้ลดลงอย่างมาก แต่ยังพอมีบ้างประปราย

ยิ่งถ้ามีการประมวลผลด้วยรหัสบัตรประชาชน
มักจะจับคนชั่วที่ทุจริตประเภทนี้ได้
ที่ผ่านมาส่วนใหญ่มักจบแบบไทย ๆ
ประเภทตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จ
และแล้วคนชั่วมักจะลอยนวล
เพราะอ้างความจนเป็นสรณะ


เรื่องนิทานไร้สาระของผู้เรียบเรียง

http://pantip.com/topic/34315093 หมอจากเทพกลายเป็นอสูร


Create Date : 03 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2559 18:42:20 น. 0 comments
Counter : 215 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.